จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 11 : ❀ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    3 พ.ย. 62







ดอกไม้ดอกที่  11



 

 

Wedding Fair

13.39 น.

 

 

                เป็นวัน...ที่พนักงานจัดดอกไม้รอคอยมานาน  และจากที่รู้สึกตื่นเต้นหรืออยากโชว์ฝีมือในการจัดดอกไม้ของตัวเองก็กลับกลายเป็นต้องมารู้สึกเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด  เพราะกว่าทางผู้จัดจะเปิดสถานที่ให้เข้ามาทำงานด้านใน  กว่าพวกเขาจะเตรียมของเรียบร้อยและกว่าการจัดดอกไม้จะแล้วเสร็จ  ทุกๆอย่างมันพาลให้ร่างกายอ่อนล้าไปหมด  แต่พอได้ผลงานที่ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ...ความเหนื่อยล้าก็พลันหายไปในในพริบตา  และตอนนี้พนักงานจัดอกไม้อย่างเขาก็พร้อมที่จะทำงานตามที่หัวหน้าได้จัดไว้ให้อีกครั้ง

 

 

            พิธีเปิดงานเวดดิ้งแฟร์...เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อเช้าประมาณสิบโมงเช้า และหลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่บ่าวสาวในอนาคตจะเดินเลือกแพ็คเกจงานแต่งงานอย่างที่ได้วาดฝัน  งานจะถูกจัดขึ้นสองวัน...และวันนี้หัวหน้าแผนกจัดดอกไม้ก็เลือกให้เซฮุนกับฮานิมาอยู่ประจำบูธเพื่อให้คำแนะนำเรื่องการตกแต่งสถานที่ในการจัดงานแต่งงานเมื่อลูกค้าจองแพ็กเกจกับทางโรงแรม  ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมดก็จะมีฝ่ายขายเข้ามาคุยรายละเอียดต่างๆให้ลูกค้าทราบอีกครั้ง  พร้อมทั้งวางมัดจำทันทีเมื่อลูกค้าวางใจให้ทางโรงแรมของเราเป็นผู้จัดงานแต่งงาน

 

            พี่ฮีชอลลล...หนูขอไปเดินดูรอบๆงานหน่อยได้ไหมคะ

 

                อยากเดินดูงานหรืออยากเดินดูผู้ชายกันแน่จ๊ะ  ยัยฮานิ!!

 

                ไปดูงานจริงๆค่ะ  ไปกับเซฮุน

 

            “จะไปก็ไป  แต่อย่าไปก่อเรื่องที่ไหนล่ะ

 

            “ค่าาาาาา!!

 

 

                คนถูกอ้างชื่อ...ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเพลียใจเพราะเขายังไม่ได้รับปากว่าจะออกไปไหนด้วยเลยสักคำ  แต่จะว่าไปบูธของโรงแรมอื่นๆจะเป็นอย่างไรบ้างก็อย่างเห็น  เซฮุนจึงเดินตามฮานิไปเรื่อยๆและโรงแรมต่างๆที่เห็นอยู่รอบกายก็จัดดอกไม้ได้สวยไม่แพ้กัน  โรงแรมนั้นเน้นการใช้ดอกกุหลาบสีแดง  โรงแรมนู้นใช้ดอกลิลลี่เป็นส่วนใหญ่  ส่วนโรงแรมของตรกูลคิม...ก็ใช้ดอกไม้เกือบทุกชนิดและเน้นสีชมพูเป็นหลัก  แต่การออกมาเดินเล่นกับฮานิก็ทำให้พนักงานที่ทำหน้าที่แจกโบชัวร์คิดว่าเราทั้งสองคนเป็นคู่บ่าวสาวที่กำลังเดินหาแพ็กเกจในการแต่งงานทั้งๆที่พวกเราทั้งคู่ก็สวมชุดของทางโรงแรม

 

 

            และความทะเล้นของฮานิ...ก็ทำให้เซฮุนอดหัวเราะไม่ได้เพราะไม่ว่าพวกเราจะเดินไปที่บูธไหน  เจ้าตัวก็ยื่นมือไปรับโบชัวร์เอาไว้ทั้งหมด  แถมยังเดินควงแขนทำเหมือนเขาเป็นเจ้าบ่าวที่กำลังพาเจ้าสาวมาเลือกแพ็กเกจแต่งงาน  ความสนุกสนานของฮานิทำให้เซฮุนรู้สึกหายเหนื่อย  แถมยังได้เดินเล่นหรือได้เห็นว่าโรงแรมไหนสวมเครื่องแต่งกายเช่นไรและแพ็กเกจงานแต่งงานราคาเท่าไหร่  แต่...

 

Rrrrr!!!

 

          กำลังสนุกอยู่กับได้รู้ได้เห็นการทำงานของโรงแรมอื่นๆ...แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นระหว่างการเดินเล่นก็ทำให้เจ้าของเครื่องต้องรีบกดรับ  และ....

 

            คะ...พี่ฮีชอล??”

 

            (กลับมาที่บูธเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!)

 

            เสียงโวยวาย...ที่ดังออกมานอกโทรศัพท์ก็ทำให้ฮานิต้องรีบวิ่งกลับไปที่บูธ  เพราะเสียงของคนปลายสายมันพาลให้ลูกน้องอย่างพวกเขากลัวจนทำอะไรไม่ถูก  และด้วยความกลัวก็ทำให้หญิงสาวหนึ่งเดียวในแผนกถึงกับต้องวิ่งเพื่อไปให้ถึงที่บูธโดยเร็วที่สุด  แต่ความรีบที่บวกมากับความกลัวก็พาให้สะดุดพรมหกล้มจนขาแพลง  เซฮุนรีบวิ่งเข้าไปประคองกายของฮานิเอาไว้ก่อนพากันเดินกลับไปที่บูธ

 

และ....

 

            “ตายแล้วววว!!!ไปทำอะไรมา...ยัยฮานิ!!???

 

            “สะดุดพรมค่ะ...พอพี่ฮีชอลโทรมา  หนูก็เลยรีบวิ่งแล้วก็หกล้ม

 

                โอ๊ยยยย!! ฉันอยากจะบ้าตาย  แล้วทีนี้ใครจะช่วยงานฉันล่ะ

 

                เสียงโวยวาย...ของหัวหน้าแผนกดังขึ้นเมื่อเห็นสภาพของลูกน้องเพราะเขาหวังว่าฮานิจะช่วยงานบางอย่างที่จำเป็นต้องทำวันนี้  ตอนนี้และเดี๋ยวนี้  ไม่อย่างนั้นบูธของทางโรงแรมคงขายแพ็กเกจงานแต่งงานไม่ได้แน่ๆ  แล้วสภาพแข้งขา  สภาพร่างกาย  สภาพที่ฮานิยืนไม่ได้แบบนี้ก็ทำให้ความหวังของหัวหน้าแผนกพังทลายไม่เหลือชิ้นดี

 

            มีเรื่องอะไรเหรอครับพี่ฮีชอล  ให้ผมช่วยแทนได้ไหมครับเพราะฮานิคงทำไม่ไหวแน่ๆ

 

            “อืมมม...??”

 

            “ผมช่วยไม่ได้เหรอครับ??”

 

            “ก็ได้อยู่นะ...แต่เซฮุนต้องรับปากพี่ก่อนว่าถ้าพี่บอกงานให้ฟังแล้วเซฮุนจะช่วยพี่จริงๆ

 

            “ถ้าไม่บอกแล้วจะรู้ได้ไงล่ะครับว่าจะทำได้ไหม?”

 

            “ทำได้สิ...งานมันง่ายนิดเดียว  แค่ยืนเฉยๆจนงานเลิก

 

            “ถ้าแค่นั้น...ผมทำได้ครับ  พี่ฮีชอลไม่ต้องเป็นห่วง”

 

            หลังจากยืนพิจารณารูปร่างหน้าตาของลูกน้องอีกคน...ฮีชอลก็รีบพาเซฮุนเข้ามาด้านหลังบูธทันทีเพื่อแต่งหน้า  ทำผม  แต่งตัวและแปลงโฉมให้สวยพอที่จะไปยืนทำหน้าที่แจกโบชัวร์อยู่หน้าบูธเพราะคนที่เคยทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ยอมกลับมาทำงานในรอบบ่ายทั้งๆที่เมื่อเช้ายังทำงานเป็นปกติ  เสื้อผ้า วิกผม  ถุงน่อง  ร้องเท้า...ทุกอย่างถูกถอดทิ้งไว้ทั้งหมด  โทรตามเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย  ส่งข้อความไปหาก็ไม่ตอบกลับ  ฮีชอลจึงหวังว่าฮานิจะช่วยได้  แต่สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นอีกคน  และดี..ที่เสื้อผ้าหรือแม้กระทั่งวิกผมมันพอดีกับร่างกายของเซฮุน  ไม่อย่างนั้นหัวหน้าแผนกอย่างเขาคงอกแตกตาย

 

 

            เดรสสั้นแบบเกาะอก  ผ้าลูกไม้สีขาว  วิกผมยาวถึงกลางหลังและถุงน่อง...ทุกๆอย่างกำลังถูกมือของฮีชอลกับพนักงานขายประจำบูธช่วยกันจัดการแปลงโฉมให้เซฮุนด้วยความรีบร้อน  และการที่ผู้ชายอย่างเขาต้องมาแต่งตัว  แต่งหน้า  สวมวิกหรือใส่ถุงน้องก็ทำให้รู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก  แถมชุดที่สวมอยู่ก็สั้นจนรู้สึกเย็นวาบช่วงล่างไปหมด  แล้วที่อายมากที่สุดก็คือการใส่นมปลอม  คนที่จะอกแตกตายก่อนฮีชอลคงเป็นเซฮุนเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะต้องถูกทำอะไรแบบนี้

 

ต่างหูก็ต้องใส่ ส้นสูงก็ต้องสวม...และตอนนี้โอเซฮุนก็ต้องพร้อมเพื่อหน้าตาของโรงแรม!!!

 

            “เสร็จแล้ว!!!  สวยมากๆเลยน้าาาาา...เซฮุน

 

            “ไม่ต้องมาชมเลยครับพี่ฮีชอล...ผมอายจะตายอยู่แล้ว  ปีหน้าไม่เอาแล้วนะครับ

 

            “สัญญา...ปีหน้าไม่มีแบบนี้แน่นอน  ขอบคุณที่ช่วยน้าาาา  ไม่อย่างนั้นพี่ต้องโดนไล่ออกแน่ๆ

 

            “ผมเข้าใจครับ...งั้นเรารีบไปทำงานกันเถอะ

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

                ฮีชอล...รีบพาคนที่ตัวเองแปลงโฉมอยู่นานออกมาหน้าบูธ  และจากที่เครียดจนเส้นเลือดในสมองจะแตกก็เริ่ม้รูสึกสบายใจมากขึ้น  ส่วนเซฮุนก็ต้องพยายามตัดเรื่องความอายหรือสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ไปก่อนเพราะไม่อยากให้งานของทางโรงแรมต้องมาสะดุดเพียงเพราะคนคนเดียว  มือบางยื่นโบชัวร์ให้คู่บ่าวสาวที่เดินผ่านหน้าบูธด้วยความยิ้มแย้ม  และยิ่งได้เห็นชายหญิงที่เดินควงแขนกันมางานนี้มากเท่าไหร่  เซฮุนก็ยิ่งมีควมสุขมากขึ้นเท่านั้น  จำนวนคนที่เข้ามาเที่ยวชมงานก็เริ่มเยอะขึ้นกว่ารอบเช้า  และกว่างานจะสิ้นสุดในวันนี้ก็หวังว่าโรงงแรมของเราจะมีลูกค้าเข้ามาจองแพ็กเกจบ้าง

 

และรอยยิ้มหวานๆ...ของผู้ที่ทำหน้าที่แจกโบชัวร์อยู่ที่บูธของโรงแรมตระกูลคิมก็ทำให้หนุ่มลูกครึ่งต้องรีบเดินเข้ามาทำความรู้จักอย่างห้ามใจเอาไว้ไม่ได้

 

            “สวัสดีครับ....

 

            “...........!!!

 

            “จำผมได้ไหม?  แต่ผมจำคุณได้นะถึงคุณณณ...จะแต่งตัวแบบนี้ก็เถอะ”

 

            เอ่อออ  จะ...จำได้ครับ  แล้วเรื่องวันนั้นผมก็ต้องขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยผมเอาไว้  และก็ต้องขอโทษแทนพี่จงอินด้วยที่เสียมารยาท”

 

            อนแรกก็รู้สึกตกใจ...แต่เมื่อทราบว่าคนที่เดินเข้ามาทักทายเป็นใค  เซฮุนจึงรีบขอบคุณพร้อมทั้งขอโทษกับเหตุการณ์ที่ใครอีกคนทำเรื่องเสียมารยาทออกไปเมื่อหลายวันก่อนที่ร้านหนังสือ  แต่!!...การเจอกับผู้ชายคนนี้อีกครั้งในสภาพที่ตัวเองแต่งตัวคล้ายผู้หญิงมันก็ทำให้รู้สึกอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

 

            “คุณณณ...กับจงอินเป็นแฟนกันเหรอครับ  เพราะดูท่าทางเขาจะหวงคุณมากๆเลย

 

            “ไม่ใช่ครับ  ไม่ใช่!!!!  ผมกับพี่จงอินไม่ได้เป็นแฟนกันครับ!!”

 

            “งั้น...ผมขอแนะนำตัวเลยนะครับ  ผม อู๋  อี้ฟาน  เป็นเจ้าของโรงแรมที่ตั้งบูธอยู่ทางฝั่งนู้น  หรือคุณจะเรียกผมว่า  คริส  ก็ได้นะครับ

 

            “เอ่ออ  ผมโอเซฮุนครับ...เป็นพนักงานจัดดอกไม้ของทางโรงแรม  คะ..คือพอดีคนทำหน้าที่แจกโบชัวร์ลาป่วยกะทันหันครับ  ผมก็เลย...ต้องมาทำหน้าที่แทน”

 

จุ๊บบ!!

 

          ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณโอเซฮุน  แล้ววันนี้...คุณก็สวยมากจริงๆ”

 

            “...........!!!

 

            “แล้วพบกันใหม่นะครับ...คุณเซฮุน

 

            ไม่คิดว่า...การแนะนำตัวหรือทำความรู้จักกับใครจะถูกทำแบบนี้  และการถูกชายตรงหน้าที่แนะนำตัวเองว่าเป็นเจ้าของโรงแรมคว้ามือไปจูบก่อนเดินจากไปก็พาลให้สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ  เซฮุนไม่คิดว่าคนที่เคยช่วยเหลือเขาไว้ที่ร้านหนังสือจะเป็นถึงเจ้าของโรงแรมชื่อดัง  และไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกันอีกครั้งในสภาพที่ตัวเองต้องแต่งตัวแบบนี้  แล้วการใส่ส้นรองเท้าที่มีความสูงถึงห้านิ้ว...ก็ยิ่งทำให้ไม่กล้าขยับกายไปไหนเพราะเกรงว่าจะขาแพลงไปอีกคน  เซฮุนพยายามประคองสติให้กลับมาอยู่ที่หน้าที่เมื่อเจ้าของโรงแรมเดินจากไปแล้ว  และต้องหยุดคิดเรื่องทั้งหมดเอาไว้  ไม่อย่างนั้น...คงทำงานต่อไม่ได้ 

 

 

 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

14.19 น.

 

 

                และอีกหนึ่งเจ้าของโรงแรม...ที่มีบูธอยู่ในงาน  wedding fair   ก็เพิ่งเดินทางมาร่วมงานในตอนบ่ายเพื่อดูความเรียบร้อยที่บูธตัวเอง  รวมถึงอยากพบใครบางคนที่ได้รับหน้าที่ให้มาจัดดอกไม้ในงานนี้  แต่เมื่อเดินทางมาถึง...กลับไม่ได้เดินไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้เสียทีเพราะต้องหยุดทักทายเจ้าของโรงแรมท่านอื่นที่บังเอิญมาพบกันในงาน  คิมจงอินกล่าวทักทายผู้บริหารโรงแรมท่านอื่นอย่างอ่อนน้อมพร้อมทั้งคุยเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสายงานของตัวเองอยู่นาน

 

แต่...ไม่ขอเข้าร่วมหรือเข้าไปดื่มสังสรรค์ที่ทางผู้จัดงานได้เตรียมห้องรับรองเอาไว้ให้เจ้าขอโรงแรมทุกคน  เพราะตอนนี้คนที่เขาอยากพบมากที่สุดก็คือพนักงานจัดดอกไม้

 

            เจ้าของกายสีน้ำผึ้งในชุดสูทราคาแพง...รีบเดินไปที่บูธตัวเองทันทีเมื่อทักทายเจ้าของโรงแรมท่านอื่นเรียบร้อย  แต่...ยังไม่ทันได้เดินไปถึงไหน  ขาทั้งสองข้างก็เปลี่ยนจากการเดินอย่างรวดเร็วเป็นการเดินอย่างช้าๆแล้วหยุดอยู่ที่บูธของคนอื่นเพราะ...เห็นใครบางคนยืนอยู่ที่บูธของตัวเอง  จงอินเห็นคนที่อาจทำให้ตัวเองอารมณ์เสียยืนคุยอยู่กับหญิงสาวที่หน้าบูธของเขา  เจ้าตัวจึงไม่อยากเข้าไปปะทะคารมกันตอนนี้  แล้วการกระทำของชายคนนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเลยสักนิด

 

แต่คนอย่างอู๋  อี้ฟาน...ก็ไม่เคยสนใจอะไรอยู่แล้วนอกจากตัวเอง

 

            จงอิน...ยืนมองสถานการณ์ที่เห็นอยู่ไม่ไกลด้วยความรู้สึกร้อนใจ เพราะอยากไปพบพนักงานจัดดอกไม้เต็มที  และการได้แต่ยืนมองอยู่ตรงนี้ก็ทำให้เขายิ่งเห็นการกระทำแย่ๆของอี้ฟาน  เป็นถึงเจ้าของโรงแรมชื่อดัง แต่กลับไปทำตัวสนิมสนมกับพนักงานที่ทำหน้าที่แจกโบชัวร์อย่างไม่แคร์สายตาของผู้ที่เดินผ่านไปมา  และการจับมือของเธอขึ้นมาบรรจงจูบก็ยิ่งทำให้นึกตำหนิอยู่ในใจ  จงอินยอมรับว่าหญิงสาวที่ยืนทำหน้าที่อยู่ตรงหน้าบูธของตัวเองสวยมากจริงๆ  ขนาดเห็นเพียงแค่ด้านข้างยังสวยขนาดนี้  เขาจึงไม่แปลกใจว่าทำไมอี้ฟานถึงกล้าทำเช่นนั้น

 

อยากได้ใคร...ก็ต้องได้อย่างนั้นสินะ!!!

 

            รูปร่างของเธอผอมบาง  เอวคอดเล็ก  ผมยาวเป็นลอนถึงกลางหลัง  เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สั้นอวดเรียวขาสวย  แถมผิวพรรณก็ขาวเนียน  จงอินอดที่จะส่ายศีรษะให้กับการกระทำของอี้ฟานไม่ได้เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะไม่เกรงใจคนอื่น  แต่ก็ควรจะนึกถึงชื่อเสียงของโรงแรมบ้าง  แถมการกระทำแบบนั้นก็ยังเหมือนเป็นการขัดขวางการทำงานของเธออีกด้วย  แล้วการบรรจงจูบไปที่มือของหญิงสาวคนนั้น...มันก็คือจูบอาบยาพิษชัดๆ  และเมื่อเห็นคนทั้งคู่แยกย้ายกันไปทำงาน...จงอินก็รีบเดินตรงไปที่บูธของตัวเองทันที  แต่.....

 

            “ซะ...เซฮุน!!!!

 

                        เหมือนเป็นวัน...ที่จะไม่มีทางเดินไปถึงจุดหมายเมื่อรู้ว่าหญิงสาวที่ถูกอี้ฟานบรรจงจูบที่มือเป็นใคร  เสียงทุ้ม...เอ่ยชื่อคนที่สวมเดรสสั้นสีขาวด้วยความรู้สึกตกใจ  โมโห  โกรธเคืองและอีกสารพัดความรู้สึกที่โถมเข้าใส่  เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซฮุนถึงมาทำหน้าที่นี่?  แล้วพนักงานตัวจริงไปไหน??  และมันเกิดอะไรขึ้นกับโรงแรมของเขา???  คิมจงอินพยายามเป็นอย่างมากที่จะเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ก่อนเดินตรงไปที่หน้าบูธ  แต่ยิ่งข่มอารมณ์ไว้มากเท่าไหร่  มันก็แทบระเบิดออกมามากขึ้นเท่านั้น  เพราะเมื่อได้เห็นสายตาคนอื่นมองเรียวขาวสวย  มองหน้าอกปลอมๆหรือมองรูปร่างของพนักงานจัดดอกไม้เซฮุนแบบ  ทุกอารมณ์มันก็ไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้อีกแล้ว

 

และที่สำคัญไปกว่านั้น...มือนุ่มๆที่เขาเคยสัมผัสกลับถูกคู่แข่งจุมพิตไปต่องหน้าต่อตา!!!

 

            “สวัสดีครับคุณจงอิน...”

 

                และเมื่อเดินมาถึงหน้าบูธ...พนักงานทุกคนที่ได้รับมอบหมายให้มาทำงานที่นี่ต่างก็รีบเข้ามาทักทายเจ้าของโรงแรมด้วยความนอบน้อม  แต่ก็มีอยู่คนหนึ่ง...ที่จะไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า  เอ่ยปากหรือสบตากันเหมือนอย่างที่เคย  และสิ่งที่ทำได้ก็มีแค่การโค้งกายลงเล็กน้อยก่อนเดินกลับไปยืนแจกโบชัวร์ตามเดิม 

 

            “คนแจกโบชัวร์ตัวจริงหายไปไหน??!!!

 

            “เอ่อออ  คะ...คือ  ไม่ทราบเหมือนกันครับ  พอถึงช่วงบ่ายเธอก็หายตัวไปเลยครับ  ผมโทรไปตามก็ปิดเครื่อง  พอโทรไปอีกรอบก็ติดต่อไม่ได้แล้วครับ

 

            “แล้วคนอื่นไม่มีหรือไง  ถึงต้องให้ผู้ชายมายืนทำหน้าที่ตรงนี้!!

 

            “มันฉุกเฉินจริงๆครับคุณจงอิน  ตอนแรกผมจะให้ฮานิเป็นคนทำ  แต่ฮานิหกล้มจนยืนไม่ไหว  ผมก็เลยต้องให้เซฮุนทำแทนไปก่อนครับ

 

            “งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องแจกอะไรทั้งนั้น  แล้วถ้าพรุ่งนี้หาคนมาทำงานไม่ได้  ก็ปิดบูธไปเลย!!

 

                พยายามแล้วที่ข่มอารมณ์...แต่ยิ่งเห็น  ยิ่งได้เข้าใกล้หรือยิ่งได้ทราบความจริง  มันก็ยิ่งทำให้อารมณ์เสียมากขึ้นกว่าเดิม  มาร่วมงานเวดดิ้งแฟร์ก็หลายปี  แต่ก็ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลยสักครั้ง  แล้วครั้งนี้คนที่ต้องมาสวมชุดอวดเรียวขา  อวดเอวบางและอวดสายตาของคนอื่นก็ถูกลากตัวออกมาจากงานต่อหน้าทุกคนโดยไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้น

 

แล้วถ้าพรุ่งนี้หาคนมาแทนไม่ได้...ก็คงต้องไล่พนักงานออกให้หมด!!!! 

 

...

 

 

...

 

 

...


 


 

 


ปึ่กก!!!

 

 

            “ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้  หึ!!  เซฮุน!!!

 

                ก็อย่างที่พี่ฮีชอลบอกนั่นแหละครับ  เซฮุนไม่ได้อยากแต่งเองสักหน่อย

 

            พนักงานจัดดอกไม้...ที่วันนี้ทำงานเกินหน้าที่ถูกลากเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัวที่ทางผู้จัดงานได้เตรียมไว้เจ้าของโรงแรมทุกคน  มือหนาเหวี่ยงร่างสวยในชุดเดรสสีขาวลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลตัวใหญ่อย่างนึกโมโห  แล้วก็ไม่รู้ว่าโมโหอะไรมากกว่ากัน  ระหว่าง...เรื่องที่เซฮุนทำเกินหน้าที่  เรื่องที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง  เรื่องที่ถูกอี้ฟานจูบมือหรืออาจจะเป็นทุกเรื่อง???  และอารมณ์ต่างๆที่ตีรวนอยู่ในความรู้สึกก็ทำให้ยากต่อการควบคุมตัวเอง 

 

            “แล้วทำไมไม่ไปหาคนอื่นมาทำแทน  อยากทำมากนักหรือไง  ถึงได้ยอมให้พี่เขาจับแต่งตัวแต่งหน้า  บ้าบออะไรเนี่ย??!!

 

            “ถ้าพี่ฮีชอลหาได้...เซฮุนก็คงไม่ต้องมาถูกพี่จงอินว่าอยู่แบบนี้หรอกครับ!!  และถ้าว่าจนพอใจแล้ว  เซฮุนจะได้ลงไปทำงานต่อ!!

 

            “อยากลงไปโชว์ขาอ่อนให้อี้ฟานมันเห็นอีกเหรอไงอยากโดนมันจูบมากนักใช่ไหม  หึ!!!

 

            “พี่จงอินพูดเรื่องอะไร  เซฮุนแค่อยากลงไปทำงานครับ  แล้วถ้าพูดกันดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดกันเลยดีกว่าครับ  เซฮุนขอตะ...ตัว  อ๊ะ!!  พี่จงอินจะทำอะไร!!??  ปล่อยเซฮุนนะ!!  อย่าา!!!!!

 

แควกกกกก!!!

 

                คนเจ้าอารมณ์...กดร่างสวยให้นอนราบลงไปบนโซฟา  แล้วจัดการกระชากชุดเดรสผ้าลูกไม้จนซิปฉีกไปตามรอยของตะเข็บและขาดเข้าไปถึงเนื้อผ้าด้านในบาดผิวเนียนขาวของคนใส่อย่างระงับความโกรธเอาไว้ไม่อยู่  จงอินไม่อยากให้คนที่ตัวเองรู้สึกหวงลงไปทำงานให้ใครต่อใครเห็นเรือนร่างที่เขาเคยทำมากกว่าแค่การมองมาแล้ว

 

                ชุดขาดแบบนี้...ก็ลงไปทำงานไม่ได้แล้วสิ  หึ!!”  ปากคมยิ้มร้าย...แล้วจับใบหน้าเรียวสวยให้หันมาสบตาอย่างผู้มีชัย

 

                พี่จงอินทำแบบนี้กับเซฮุนทำไม  โกรธอะไรเซฮุนอีก  เซฮุนทำอะไรผิด??”  สายตาคมดุดันที่เห็นอยู่ตรงหน้า  มันทำให้เซฮุนนึกไปถึงตอนที่เจ้าของโรงแรมมีเรื่องกับอี้ฟานที่ร้านหนังสือเพราะมันช่างน่ากลัวจนไม่กล้าสบจ้อง  แต่ในใจมันก็อยากทาบเหตุผล  เซฮุนจึงเอ่ยถามออกไปทั้งๆที่หลับตาอยู่อย่างนั้น 

 

            “มองหน้าพี่!!!...แล้วอย่าเข้าใกล้มันอีก  อย่าไปพูด  อย่าไปยุ่งกับคนอย่างมัน  เข้าใจที่พี่พูดไหม??!!!”  กายหนาขึ้นคร่อมร่างของคนที่ตอนนี้เอาแต่หลับตา  แล้วใช้มือทั้งสองข้างกดไหล่ลาดเอาไว้

 

            “ขอเหตุผลมากกว่านี้ได้ไหมครับ  ไม่อย่างนั้น...เซฮุนคงรับปากไม่ได้ว่าจะทำอย่างที่พี่จงอินต้องการได้ไหม”  ใช่ว่าอยากยั่วโมโหใครตอนนี้  แต่หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นที่ร้านหนังสือรวมถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่  มันทำให้เซฮุนอยากทราบเหตุผล  อยากรู้ความจริงและอยากให้จงอินใจเย็นลงกว่านี้  ตาเรียวคู่สวยเปิดขึ้น...แต่ก็ยังไม่กล้าสบจ้องความดุดันของคนด้านบนได้อยู่ดี

 

            มันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น  บอกให้ทำตามก็ต้องทำ  ถ้าพี่เห็นเซฮุนอยู่ใกล้มันอีก  พี่จะจับเราขังเอาไว้ในห้อง...คอยดู!!”  และจากคำถาม...ของคนที่ไม่ได้คิดจะยั่วโมโหก็กลับกลายเป็นการเพิ่มความโมโหให้ทันทีโดยไม่ได้ตั้งใจ  มือหนาล้วงเข้าไปในกระโปรงของคนใต้ร่างก่อนดึงถุงน่องเนื้อบางจนขาดด้วยอารมณ์ต่างๆที่เกิดจากการถูกระตุ้นของเซฮุน

 

            “พี่จงอินอย่านะ  หยุดเดี๋ยวนี้!!!  ไม่!  อ๊ะ!!

 

            เป็นอีกครั้ง...ที่ไม่อาจสู้แรงของจงอินได้เลย  และต้องปล่อยให้ตัวเองเป็นที่ระบายอารมณ์ของคนเอาแต่ใจอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้  จิตใจมันเหมือนต่อต้าน  ร่างกายเหมือนอยากผลักไส  แต่จิตใจกลับยอมให้ผู้ชายคนนี้เสมอ  มันอ่อนระทวยไปกับการถูกปรนเปรอ  มันเร้าร้อนจากการถูกปลุกปั่นและคนที่อ่อนประสบการณ์อย่างโอเซฮุน  ก็ไม่อาจเอาชนะคนมากประสบการณ์อย่างจงอินได้เลย ร่างกายมันเผลอแอ่นโค้งไปกับรสสัมผัสที่ได้รับและต้องขยับเคลื่อนไปจังหวะที่คนด้านบนมอบให้

 

            อื้มมมม....ซี้ดดด!!

 

                อ๊ะ!! พะ...พี่จงอิน!

 

                เสียงเนื้อกระทบเนื้อ  เสียงครางหวานหรือเสียงของเพลงรักที่บรรเลงอยู่ตอนนี้  มันทำให้จงอินไม่อาจหยุดการกระทำดังกล่าวได้อีกแล้ว  และจากเพลงรักเพลงแรกที่เกิดขึ้นบนโซฟาก็ถูกเปลี่ยนไปบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เมื่อเริ่มเพลงรักเพลงที่สอง  ยิ่งเดรสสั้น...ที่สั้นจนเผยให้เห็นความกลมกลึงแบบหมิ่นเหม่ก็ยิ่งพาลให้สะโพกสอบต้องเร่งความปรารถนามากขึ้น  กายบางที่นอนคว่ำไปกับโต๊ะ  ผ้าลูกไม้ที่ขาดจนเห็นแผ่นหลังขาวเนียน  และความคับแน่นที่ตอบรับทุกการเคลื่อนไหว  ทุกๆอย่างมันทำให้คิมจงอินกลายเป็นคนไม่รู้จักพอ

 

อยากเพิ่มบทลงโทษ  อยากกักขังไว้ไม่ให้ออกไปพบเจอใคร  และอยากตรีตราให้ทุกคนได้รู้ว่าเซฮุนเป็นของเขาคนเดียว!!!!

 

                อย่าดื้อกับพี่....ซี้ดด!

 

            “พะ...พี่จงอิน  อ๊ะ!! เซฮุนจะ...เจ็บ!

 

            “อย่าขัดคำสั่ง  อื้มมมมม...”

 

                พะ...พอ  อ๊ะ!!”

 

            “อย่าไปยุ่งกับมัน....”

 

            “ดะ...ได้โปรด  หยุด!! 

 

            อื้มมมม  อ่าห์!!!”

 

            กว่าเสียงน่าอายหยุดลงได้...ร่างสวยก็สลบไปก่อนที่คนเอาแต่ใจจะสมความปรารถนา  เพลงรักถูกบรรเลงถึงสามเพลงและถ้าจะให้โทษว่าเป็นความผิดของใคร  คนเป็นเจ้าของโรงแรมก็ขอยกความผิดทั้งหมดให้กับฮีชอลเพราะบังอาจมาจับคนของเขาแต่งตัวแบบนี้จนทำให้อดใจไม่ไหว  และถ้าเขาเห็นเซฮุนใส่ชุดบ้าๆแบบนี้อีกครั้ง  บทลงโทษอาจทำให้เจ้าตัวไม่ได้ออกไปไหนอีกเลยและหัวหน้าแผนกจัดดอกไม้ก็ต้องถูกไล่โดยไม่ต้องสอบสวน

 

 

            หลังจากเสร็จสิ้นบทลงโทษ...จงอินก็รีบหยิบเสื้อสูทสวมให้เซฮุนทันทีเพราะชุดเดรสตัวนั้นมันขาดจนไม่สามารถใส่กลับได้เหมือนเดิม  มือหนาเร่งสวมเสื้อผ้าให้ตัวเองเรียบร้อยก่อนอุ้มร่างสวยเข้าสู่อ้อมอกแล้วรีบพาลงมาที่ลานจอดรถทันที  จงอินเปิดประตูพาหนะราคาแพงและวางเซฮุนลงลงบนเบาะด้านหน้าอย่างเบามือพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพแล้วขับรถตรงกลับคอนโดฯทันที  ส่วนงานเวดดิ้งแฟร์ก็ไม่สนอีกแล้วว่าจะเป็นเช่นไรเพราะสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องใดทั้งหมดก็คือคนที่ยังไม่ได้สติอยู่ตอนนนี้...และก็คงไม่ได้กลับมาทำงานให้เขารูสึกอารมณ์เสียอีกต่อไป 


 


 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

Gazania  Condominium  โซล

09.40 น.

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

                (สวัสดีค่ะคุณจงอิน...)

 

            “ครับบบ...พี่เลขา

 

            (วันนี้ก่อนไปงานเวดดิ้งแฟร์คุณจงอินแวะเข้ามาที่โรงแรมก่อนได้ไหมคะ  พอดีมีเอกสารด่วนต้องเซ็นค่ะ)

 

            “วันนี้ผมไม่เข้าไปที่งานครับ  แล้วก็จะไม่เข้าไปที่โรงแรมด้วย  พี่เลขาให้ใครก็ได้...เอาเอกสารมาส่งให้ผมที่คอนโดฯก็แล้วกัน

 

            (ไม่สบายหรือเปล่าคะคุณจงอิน??  ให้พี่ตามหมอไหมคะ?)

 

            “ไม่เป็นไรมากครับ  ผมแค่เพลียนิดหน่อย  ยังไงก็ฝากเอาเอกสารมาให้ผมที่นี่ด้วยนะครับ  ฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นั่นแหละ  เดี๋ยวผมเซ็นเสร็จแล้ว...จะให้คนเอาไปส่งให้พี่เลขาอีกที

 

            (ค่ะๆ..ได้ค่ะ  พักผ่อนเยอะๆนะคะ  ส่วนงานทางนี้เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง  คุณจงอินไม่เป็นห่วงนะคะ)

 

            “ครับ...ขอบคุณครับ

 

            ถูกเสียงของเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่ใต้หมอนดังปลุกในเวลาสายของวัน  เพราะปกติถ้าเป็นเวลาแบบนี้คนเป็นเจ้าของโรงแรมต้องตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปทำงานเหมือนอย่างที่อยู่เป็นประจำ  แต่สำหรับเช้านี้กลับตื่นสาย  แถมยังไม่ไปทำงานหรืออยากออกไปจากห้องเลยด้วยซ้ำ  เนื่องจาก...ร่างสวยที่ยังคงนอนเปลือยกายหลับพริ้มอยู่ในอ้อมแขนมันทำให้เจ้าของกายสีน้ำผึ้งรู้สึกเกียจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

ฟอดดดด!

 

          จงอินฝังจมูกลงบนแก้มนิ่มของคนในอ้อมกอดเบาๆก่อนขยับกายลุกออกจากที่นอนด้วยความระมัดระวัง  เสียงปลุกจากคุณเลขามันทำให้เขาไม่สามารถนอนต่อได้  แถมการขับรถออกมาจากงานเวดดิ้งแฟร์เมื่อวานก็ยังทำให้ไม่ได้ทานอะไรจนถึงตอนนี้  และเมื่อนึกถึงงานเวดดิ้งแฟร์...มันก็ทำให้เขาอดที่จะนึกถึงเซฮุนไม่ได้เช่นกัน  เพราะหลังจากสิ้นสุดบทลงโทษไปเมื่อวาน  เจ้าตัวก็ตื่นขึ้นมากลางดึกและดื้อดึงจะกลับที่พักของตัวเองให้  แล้วยิ่งทำเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้นจนต้องปราบพยศอยู่อีกพักใหญ่

 

 

            ใช่ว่า...คนเป็นเจ้าของโรงแรมอยากทำอะไรที่ดูเกินเหตุแบบนั้น  แต่การที่พนักงานจัดดอกไม้ชอบทำงานเกินหน้าที่  ไม่เชื่อฟังคำสั่งของเขา  แถมยังให้อี้ฟานเข้ามาทักทายแบบถึงเนื้อถึงตัวโดยไม่คิดถึงใจของคนอื่นหรือตักคำเตือนบ้างเลย  นั่นจึงเป็นหตุให้อารมณ์ของความหวง  ความโกรธ  ความโมโหและอีกหลากหลายความรู้สึกมันตีรวนจนไม่สามารถยับยั้งการการะทำของตัวเองได้  ร่างสมส่วนเปลือยเปล่ารีบเดินเข้ามาในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาและเตรียมตัวออกไปซื้ออาหารเช้า  มือหนาคว้าเสื้อผ้าในตู้มาสวมใส่ด้วยความรีบร้อนแล้วคว้ากุญแจรถก่อนเดินออกไปจากห้อง  เพราะเกรงว่าร่างสวยที่ยังคงหลับพริ้มอยู่บนเตียงตอนนี้จะหนีเขาไปอีกครั้ง 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

แกร๊กก!!

 

            ส่วนคน...ที่ถูกรังแกจนสลบคาอกกว้างไปหลายครั้งเมื่อได้ยินเสียงประตูที่ไม่รู้ว่าถูกเปิดหรือปิดดังอยู่ไม่ไกล  เปลือกตาที่หนักอึ้งก็ค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆเพราะยังปรับให้คุ้นชินกับแสงที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาไม่ได้  และเมื่อเริ่มขยับร่างกาย...คิ้วได้รูปก็ต้องขมวดเป็นปมทันที  เนื่องจากความเจ็บมันแล่นไปทั้วทั้งแผ่นหลังไล่ลงไปจนถึงสะโพก  ปากบางสีหวานเม้มเน้นเพื่ออดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ  แล้วยันกายลุกขึ้นพิงหลังไปกับหัวเตียงอย่างคนหมดแรง

 

 

            ตาเรียวคู่สวย...ที่ปรับให้ชินกับแสงภายในห้องมองไปรอบๆกายอย่างนึกสมเพชตัวเองเมื่อเห็นสภาพของเตียงที่ยับยู่ยี่  เห็นร่องรอยต่างๆที่คนเจ้าอารมณ์ทิ้งเอาไว้ทั้งบนที่นอนและบนร่างกายของเขา  มือบางเปิดผ้าห่มขึ้นและค่อยๆเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างเชื่องช้าเพราะมันรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ก้าวขา  และเมื่อล้างคราบความใจอ่อนของตัวเองออกหมดแล้วก็รู้สึกสดชื่นมากขึ้น  แถมยังรู้สึกสบายตัวมากกว่าเดิม

 

            “เฮ้อออ!!!

 

            แต่พอเดินออกมาจากห้องน้ำ...ก็ไม่รู้ว่าจะใส่ชุดอะไรดีและทำได้แค่ถอนหายใจทิ้งแล้วเดินกลับเข้าไปหยิบชุดคลุมที่อยู่ในห้องน้ำมาสวมใส่อีกครั้ง   หลังจากที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเมื่อวาน  ทั้งเสื้อผ้า  ทั้งกระเป๋ารวมถึงของใช้ส่วนตัวก็ถูกทิ้งไว้ที่บูธในงานเวดดิ้งแฟร์ทั้งหมด  และพอนึกถึงงานเมื่อวาน...คนที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำตัวใหญ่สีขาวก็รีบเดินตรงมาที่เตียงเพื่อหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพราะเวลานี้มันเลยเวลาของการทำงานมาหลายชั่วโมงแล้ว  แถมเมื่อวานก็ไม่ได้กลับไปทำงานที่บูธอีกเลย

 

 

            เซฮุนจำได้...ว่าเก็บโทรศัพท์ไว้ในนมปลอมตอนที่ถูกพี่ฮีชอลจับแต่งตัวแต่งหน้า  แต่นมปลอมที่ว่ามันหายไปไหน??  มือบางดึงผ้าห่ม  รื้อที่นอนและเปิดหมอนทุกใบวางที่อยู่บนเตียงออกอย่างร้อนรน  และเมื่อเห็นชุดเดรสสีขาวม้วนอยู่ในผ้าห่ม  เซฮุนจึงรีบดึงออกมาพร้อมกับเปิดช่องใส่นมปลอมแล้วหยิบเครื่องมือสื่อสารกดโทรหาหัวหน้าแผนกทันที  เพราะป่านนี้พี่ๆที่โรงแรมก็คงร้อนใจไม่ต่างจากตัวเอง

 

Rrrrr!!!!!       

 

            (เซฮุน!!!....เป็นยังไงบ้าง  แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน?)

 

            “เอ่อออ  ยะ...อยู่ที่ห้องครับ  พอดีผมไม่สบายก็เลยตื่นสาย  ผมต้องขอโทษพี่ฮีชอลด้วยนะครับที่โทรมาช้า  เมื่อคืนกินยาแล้วหลับยาวไปเลยครับ

 

            (โอ๊ยยย!!...พี่ก็นึกว่าถูกคุณจงอินพาไปฆ่าหมกป่าแล้วซะอีก  พี่เป็นห่วงแทบแย่!!  แล้วคุณจงอินว่ายังไงบ้างเมื่อวานพี่เห็นคุณจงอินลากตัวเซฮุนออกไปแบบนั้น  พี่ใจหายหมดเลย!!??)

 

            “ไม่เป็นไรครับ  คุณจงอินไม่ได้ว่าอะไร  แล้วก็ไม่ได้ไล่ใครออกด้วยครับ  แต่บอกว่า...อย่าทำแบบนี้อีก

 

            (เฮ้ออ!!..โล่งอก  พี่ก็เครียดแทบแย่!)

 

            “งั้นวันนี้ผมขอลาป่วยนะครับพี่ฮีชอล  ผมไปไม่ไหวจริงๆ

 

            (เออๆ ๆ...ไม่เป็นไร  หายป่วยแล้วค่อยกลับมาทำงาน  แต่คราวหน้าก็รีบๆโทรมาบอกกันหน่อย  พี่จะได้หาคนมาทำงานแทน)

 

            “ครับ ๆ...ขอโทษด้วยนะครับพี่ฮีชอล

 

            รอสายไม่ถึงห้าวินาที...เสียงโวยวายด้วยความเป็นห่วงปนสงสัยของหัวหน้าแผนกก็ดังออกมาเหมือนมีใครตาย  และคนเป็นลูกน้องก็ได้แต่สร้างเรื่องโกหกเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดเพราะถ้าจะให้บอกความจริงว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน?  เป็นอะไร??  หรือทำไมไม่มาทำงาน???มันก็เป็นสิ่งที่ยากเกินจะเอ่ย  เซฮุนวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งเมื่อคุยสายกับหัวหน้าเรียบร้อย  แล้วเดินไปหยิบผ้าปูที่นอนชุดใหม่ออกมาจากตู้ก่อนเริ่มลงมือจัดเตียงทั้งหมดอย่างรู้สึกเหนื่อยใจ  ในหัวสมองมันเอาแต่คิดถึงเรื่องของคนเป็นเจ้านาย...ว่าทำไมถึงห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้คนที่ชื่ออี้ฟาน

 

และความอยากรู้...ก็คงเป็นได้แค่ความอยาก  เพราะผู้ที่เหมือนเป็นที่รองรับอารมณ์และเป็นเพียงแค่พนักงานคนหนึ่งในโรงแรมมันก็ไม่สิทธิ์จะไปถามถึงเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย

 

Rrrrrr!!

 

Rrrrrr!!

 

Rrrrrr!!

 

            เสียงของสมาร์ทโฟน...ดังขึ้นฉุดคนคิดมากให้รีบละมือจากการปูที่นอนก่อนเดินไปที่โต๊ะแป้งอีกครั้ง  และเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร  รอยยิ้มบนใบหน้าเรียวสวยก็กว้างขึ้นเป็นครั้งแรกของวันหลังจากที่รู้สึกเศร้าใจมาตั้งแต่ลืมตาตื่น

 

            “ว่าไงแบค  หายเงียบไปเลยนะ  ไม่คิดถึงเราเลยใช่ไหม

 

            (โอ๋ ๆ ๆ...อย่างอนเลยนะ  ก็แบคงานยุ่งนี่นา  พอว่างก็รีบโทรมาหาเลยเนี่ย)

 

            “แล้วแบคกับคุณลุงสบายดีไหม?”

 

            (สบายดี...แล้วเซฮุนล่ะ?)

 

            “กะ...ก็ดี  แต่งานเยอะมาก  เราก็เลยไม่มีเวลาไปหาแบคที่เชจูสักที

 

            (.........)

 

            “แบค  แบค!!!  ได้ยินเราพูดไหมทำไมเงียบไป

 

            พอรับสาย...ก็รีบต่อว่าต่อขานเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงงอแง  เพราะหลังจากที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงาน  เราทั้งคู่ก็แทบไม่ค่อยได้ติดต่อกันเหมือนอย่างช่วงแรกๆ  เซฮุนถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ของแบคฮยอนกับผู้มีพระคุณอย่างจีซบด้วยความรู้สึกเป็นห่วง  และแอบโทษตัวเองในใจเนื่องจากการงานที่ได้รับมอบหมายรวมถึงงานพิเศษที่คอนโดฯแห่งนี้มันทำให้ไม่มีเวลาที่จะเดินทางไปหาใครทั้งนั้นและแม้แต่เวลาของตัวเองก็ยังไม่มี 

 

แต่พอสนทนากันไปสักพัก...เสียงของคนปลายสายก็เงียบไปจนต้องเอ่ยเรียกซ้ำๆ

 

            (ได้ยินๆ ...เมื่อกี๊เซฮุนว่าไงนะ)

 

            “เป็นอะไรหรือเปล่าแบค  มีเรื่องอะไรไม่สบายใจใช่ไหม  บอกมาเราเดี๋ยวนี้เลยนะ!!?”

 

            (ถ้าแบคบอกแล้ว  เซฮุนอย่าโกรธแบคนะ  สัญญาก่อน)

 

            “สัญญา...

 

            (คะ...คือว่าแบค  เอ่อออ....แบคมีแฟนแล้วนะ!!)

 

            จากความเป็นห่วง...กลับกลายเป็นความสงสัยทันทีเมื่อได้ยินคนปลายสายพูดจบประโยค  และถึงแม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูติดๆขัดๆ  แต่มันก็ชัดเจนมากพอที่จะทำให้เกิดความอยากรู้  เพราะทั้งตัวของเขาเองและคนที่เพิ่งโทรมาบอกว่ามีแฟนแล้วก็ไม่เคยมีความรักหรือคนรักมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่งจนกระทั่งเรียนจบ  และถ้าถามว่าโกรธเพื่อนในเรื่องนี้ไหม...เซฮุนก็ขอตอบได้เลยว่าไม่!!  เพราะถ้าความรักครั้งนี้มันทำให้เพื่อนของเขามีความสุข  เซฮุนก็รู้สึกยินดีและมีความสุขไปด้วย  แต่ถ้าวันไหนเพื่อนมีความทุกข์เขาก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเสมอ

 

                ไปมีตอนไหน  เมื่อไหร่  เป็นใคร??  แล้วก่อนไปเชจู...แบคบอกว่าขอจองเราไว้ไม่ใช่เหรอแล้วทำไมมาหักอกกันแบบนี้ล่ะ

 

            (งื้ออออ....เซฮุนอย่าล้อแบคสิ  แบคจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้แหละ  แล้วก็ห้ามโกรธด้วย)

 

            ปากบางยกยิ้มจนแก้มแทบปริเมื่อได้ยินเสียงกระเง้ากระงอดของเพื่อนรัก  แต่...พอฟังเรื่องราวที่คนปลายเล่ามาตั้งแต่ต้นจนจบ  รอยยิ้มก็ค่อยๆจางลงแต่ก็ยังคงรู้สึกยินดีไปกับความรักครั้งนี้ของเพื่อนอย่างจริงใจ  เพราะตอนแรกที่ได้ฟังจุดเริ่มต้นความรักของแบคฮยอน  มันก็ทำให้เซฮุนรู้สึกไม่ค่อยพอใจแฟนของเพื่อนสักเท่าไหร่ที่เข้ามาฉวยโอกาสตอนแบคฮยอนไม่ได้สติและทำเรื่องที่ไม่สมควร  แต่...พอได้ฟังเรื่องราวไปจนถึงตอนท้าย  จากการฉวยโอกาสก็เปลี่ยนไปเป็นการรับผิดชอบ  แล้วตกลงปลงใจเป็นแฟนกันในที่สุด

 

 

            และเรื่องราวความรักของเพื่อน...ก็ทำให้คนที่ตั้งใจฟังมาแต่ต้นอย่างเซฮุนรู้สึกสะท้อนใจในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองทันที  การถูกเข้าใจผิด  การถูกฉวยโอกาส  การถูกเจ้าของโรงแรมทำเหมือนเขาเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์  มันก็ไม่ต่างจากเรื่องที่แบคฮยอนเจอมาในตอนแรกเลยสักนิด  แต่จะว่าไม่ต่างก็คงไม่ใช่....เพราะผู้ชายที่ฉวยโอกาสกับร่างกายของเพื่อนรักก็ยังมีความรับผิดชอบและเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะยอมรับผลแห่งการกระทำ  แถมยอมปรับปรุงตัวแล้วเริ่มต้นความรักด้วยกันใหม่อีกครั้ง

 

ส่วนชีวิตของเขา...ก็คงเป็นได้แค่พนักงานจัดดอกไม้ที่ได้เข้ามานอนอยู่ในคอนโดฯสุดหรูเพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของได้หาสุขจากร่างกายของตัวเอง

 

            “เราดีใจกับแบคด้วยนะ  แล้วก็อย่าไปแผลงฤทธิ์ใส่แฟนให้มากนักล่ะ

 

            (ไม่เข้าข้างแบคเลยนะเซฮุน!!  ว่าแต่...เซฮุนไม่โกรธใช่ไหมที่แบคตัดสินใจแบบนั้น)

 

            “โกรธทำไม...ถ้าสิ่งที่แบคตัดสินใจมันทำให้มีความสุข  เราก็ดีใจด้วย

 

            (ขอบใจนะเซฮุน...ถ้าแบคว่างเมื่อไหร่จะพาแฟนไปแนะนำให้รู้จักนะ)

 

            “จ้าาาา...คนมีแฟนแล้ววววว

 

            (อย่าล้อกันสิ  เอ่ออ...แค่นี้ก่อนนะ  เดี๋ยวแบคทำงานก่อน  คุณพ่อมาแล้ว)

 

            “จ้า....รักนะ  แล้วก็ฝากความคิดถึงให้คุณลุงด้วย

 

            (โอเค...บายยยย)

 

            วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมเมื่อจบการสนทนา...และฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความเหนื่อยใจ  เซฮุนรู้สึกยินดีกับเพื่อนด้วยจริงๆที่มีใครสักคนมาคอยดูแลเพิ่มเติมนอกจากคุณพ่อ  แต่พอมองย้อนมาที่ตัวเอง....มันกลับรู้สึกสับสนในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น  เพราะตั้งแต่เริ่มรู้จักกับเจ้าของโรงแรม  ชีวิตมันก็เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก  มากกกกก...จนเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองอีกแล้ว  มันเหมือนอยากได้สถานะที่แน่ชัดว่าการเข้ามาอยู่ที่นี่  มาทำเรื่องแบบนี้ในฐานะอะไร??  แต่อีกใจ...ก็ไม่อยากได้ยินคำตอบเพราะความเป็นจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันก็ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดเพียงแค่ไม่กี่ประประโยค

 

            “เฮ้ออออ!!

 

            ร่างสวย....ในชุดคลุมอาบน้ำได้แต่ถอนหายใจและพยายามปัดเรื่องที่ทำให้ตัวเองสับสนออกไปจากหัวสมองแล้วเริ่มจัดที่นอนให้เสร็จ  มือบางตบหมอนใบโตพร้อมกับจัดเรียงให้เข้าที่เหมือนเดิม  และพับเครื่องนอนชุดอันเก่าใส่ถุงเอาไว้เพื่อส่งให้ร้านซักรีดด้านล่างคอนโดฯ  ตอนนี้ความเงียบภายห้องก็ทำให้รู้สึกง่วงอีกครั้งแถมยังรู้สึกเพลียจากการถูกลงโทษจนร่างกายอ่อนล้า

 

แต่หลับไปได้ไม่ถึงสิบห้านาที...เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออกก็ทำให้คนที่หลับอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นเพราะคิดว่าเวลานี้คนเป็นเจ้าของห้องยังไม่น่าจะกลับมาจากทำงาน??

 

แกร๊กก!!

 

            และเสียงปิดประตูห้องนอน...ที่ตามมาด้วยเสียงของการวางสิ่งของอะไรสักอย่างบนโต๊ะด้านข้างก็ทำให้คนแอบหลับใจเต้นเหมือนจะหลุดออกมานอกอก  และที่ไม่กล้าหันไปมองก็เพราะกลัวว่าคนที่เดินเข้ามาจะรู้ว่าตัวเองแกล้งหลับ  แต่...น้ำหนักที่กดลงมาบนเตียงจากทางด้านหลัง  มือหนาที่ลูบผ่านสะโพกกลมกลึงใต้ผ้าห่ม  และเสียงลมหายใจที่เป่ารดอยู่บนพวงแก้มก็ทำให้เซฮุนต้องเบี่ยงกายหลบอย่างลืมตัว

 

ฟอดดด!!! 

 

            “ตื่นนานหรือยังครับเซฮุน”  ผิดหวังที่พอล้วงมือเข้ามาในผ้าห่มแล้วเจอกับเสื้อคลุมอาบน้ำกั้นเนื้อหนันของความกลมกลึงเอาไว้จนต้องก้มหายหอมแก้มนุ่มแทนการสัมผัสสะโพกอวบ  แถมเสื้อคลุมที่ตรงช่วงหัวไหล่หลุดออกก็เผยให้เห็นความขาวเนียนจนอยากทำมากกว่าแค่การหอมแก้ม

 

            นานแล้วครับ  แต่รู้สึกเพลียก็เลยนอนต่อ  พี่จงอินจะว่าอะไรไหมที่เซฮุนมานอนในห้องนี้”  พลิกกายหันมาตอบคำถามของผู้เป็นเจ้าของห้อง  แต่ก็ขอดึงผ้าห่มมากั้นเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของร่างกายทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าผ้าผืนแค่นี้ก็คงช่วยอะไรตัวเองไม่ได้ถ้าคนตรงหน้าคิดที่จะทำเรื่องแบบเมื่อคืน

 

                พี่จะว่าอะไรเซฮุนได้  หื้มม??  เซฮุนอยากเข้าห้องไหน  อยากนอนห้องไหน  อยากทำอะไรในห้องนี้พี่อนุญาตให้เซฮุนทำได้ทุกอย่าง  เพราะห้องนี้ก็เหมือนเป็นห้องของเซฮุน”  ใช่....เซฮุนคิดถูก  เพราะเมื่อจบประโยคอันเหยียดยาวของจงอิน  มือหนาก็ย้ายผ้าห่มผืนใหญ่ออกจากร่างสวยและดึงมากอดเอาไว้จนเต็มอ้อมอก

 

และคำพูดที่ดูเหมือนให้ความหวังแบบนั้น...ก็ทำให้เซฮุนยิ้มออกมาอย่างห้ามความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้  มันไม่อยากคิดไปเองหรือหวังไปไกล  แต่การที่เจ้าของอ้อมกอดพูดแบบนี้มันก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตได้ไม่น้อย 

 

            “แล้ววันนี้พี่จงอินไม่ไปทำงานเหรอครับ

 

            “ไม่ทำครับ  ขี้เกียจ  อยากนอนกอดเซฮุนอย่างเดียว

 

            “ทำตัวเป็นเด็กไปได้ครับ  แล้วหายไปมา...เซฮุนตื่นมาไม่เจอ

 

            “ออกไปซื้ออาหารเช้ามาให้ครับ  แล้วพอดี...มีคนเอาเอกสารมาให้เซ็น  พี่เลยขึ้นมาช้า

 

            “กลับไปทำงานไม่ดีกว่าเหรอครับ  เพื่อมีเอกสารสำคัญให้เซ็นอีก

 

            “ตอนนี้เซฮุนสำคัญที่สุดแล้วครับ  เดี๋ยวเราออกไปกินอาหารเช้าที่ห้องครัวกันดีกว่า  พี่เตรียมไว้ให้หมดแล้ว

 

จุ๊บบ!!!

 

            “ขอบคุณนะครับพี่จงอิน

 

            เป็นคำพูดอีกคำ...ที่ทำให้คนฟังอย่างเซฮุนต้องส่งปากบางสีหวานจูบลงไปบนสันกรามคมด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย  เพราะต่อให้คนเป็นเจ้าของห้องจะโกรธเขามากแค่ไหน  โมโหเขาอีกสักกี่ครั้งหรือเห็นเขาเป็นอะไรก็ตาม  ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงดูแลและเห็นเขาสำคัญเกินกว่าจะทิ้งไว้ในห้องคนเดียว  ซึ่งมันก็ถือว่า...เป็นการรับผิดชอบต่อการกระทำอย่างหนึ่ง  แถมยังออกไปซื้ออาหารมาเตรียมไว้ให้อีกด้วย

 

            “เซฮุนนน...ทำแบบนี้  เดี๋ยวก็ไม่ได้ออกไปกินข้าวหรอกครับ

 

            “เซฮุนยอมพี่จงอินทุกอย่างเลยครับ  แต่...ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม??

 

จุ๊บบ!!!

 

            “ขออะไรครับคนดี

 

            “พี่จงอินอย่าไล่หัวหน้าแผนกของเซฮุนออกเลยนะครับ  เพราะเรื่องเมื่อวานมันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ

 

            “ถ้าไม่ไล่ออก  แล้วพี่จะได้อะไรจากเซฮุนครับ?”

 

            “ได้ทุกอย่างเลยครับ  แต่ขออย่างเดียว...ว่าอย่าไล่ใครออกเพราะเรื่องของเซฮุนได้ไหมเรื่องงานส่วนอื่น...พี่จงอินมีสิทธิ์ตัดสินใจทุกอย่าง  เซฮุนไปยุ่งด้วยไม่ได้อยู่แล้ว  แต่ถ้างานส่วนไหน...สาเหตุมันมาจากตัวของเซฮุน  พี่จงอินต้องใจเย็นๆ  ห้ามไล่ใครออกเด็ดขาด  เซฮุนขอแค่นี้ได้ไหมครับ

 

จุ๊บ!!

 

จุ๊บ!!!

 

            “เป็นห่วงคนอื่นจังเลยนะครับ  ตอนนี้เป็นห่วงตัวเองก่อนดีไหม  หื้มม?”

 

            “อื้อออ...อย่าเพิ่งสิครับ  พี่จงอินรับปากเซฮุนก่อน  อ๊ะ!!

 

            “ครับบบ...รับปากครับ  สัญญาเลยก็ได้

 

            “ถ้าพี่จงอินผิดสัญญา  เซฮุนจะหนีไปไกลๆเลย...คอยดู!!

 

            “เดี๋ยวนี้กล้าขู่พี่แล้วเหรอครับ...เซฮุน

 

            “มะ...ไม่ได้ขู่ครับ  แต่เซฮุนไม่อยากให้พะ...พี่จงอินโมโห  อ๊ะ!!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

            “อื้มมม...เซฮุนนน  ซี้ดดดด!!

 

            “อ๊ะ!! 

 

            เสียงจูบ  รสสัมผัสอันแสนหอมหวาน  รอยรักที่บรรจงทำทิ้งไว้และการเคลื่อนกายไปตามแรงอารมณ์อย่างห้ามความรู้สึกของกันและกันไม่ได้  กำลังทำให้อาหารเช้าที่เตรียมไว้เมื่อครู่เย็นชืด  และพร้อมจะกลายเป็นอาหารเที่ยงถ้าเพลงรักยังคงบรรเลงอยู่อย่างนี้  เพลงแล้ว  เพลงเล่า  ♪♫...♪♫.......♪♫...♪♫

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

100%

 

แก้ไขเมื่อ 09/09/60

เป็นตอนที่ยากสำหรับเราอีกแล้ว  และขอแจ้งอีกครั้งว่าเราพายามเลี่ยงการ NC ให้มากที่สุด  และใช้คำที่เสี่ยงน้อย  ต่อการโดนแบน (เราแต่งช่วงที่ต้องเอ็นซีไม่เป็นจริงๆค่ะ T^T  ขอโทษด้วยนะคะ)

ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆเลยนะคะ  ถ้ามีบกพร่องประการใด  ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #710 pppseen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 23:37
    ร้อนกว่าอากาศเดือนเมษาก็คืออารมณ์ของจงอิน พี่บอกว่าให้ใจเย็นเย็น!!
    #710
    0
  2. #558 /tl26&? (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:18
    ขนาดนี้แล้วอ่ะ จะไม่ทำอะไรหน่อยหรอจงอิน จะรอให้มีคนมาแย่งไปจริงๆ หร้ออออออ เห้อเหมือนจะได้กลิ่นดราม่ายังไงไม่รู้
    #558
    0
  3. #547 Ainkxii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 08:55
    ได้กันจะทุกตอนละเนี้ยยย
    #547
    0
  4. #517 btoey44 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:27
    ชานแบคสวยละ เหลือจงอินจะลดความอารมณ์ร้อนได้มั้ย
    #517
    0
  5. #462 chiramaly (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 01:06
    เอาเว้ยเอาเว้ย เซฮุนนน อิจเซฮุนได้มะ แต่ให้เข้าได้กันอ่ะดีแล้ววหนออ กรี๊ดดด
    #462
    0
  6. #461 Jammie-Lee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:28
    ชานแบคไปได้สวยนะ // จงอินนี่ไม่ชัดเจนจนเซฮุนคิดมากละนะ
    #461
    0
  7. #361 NookNH94 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 09:54
    แบคฮยอนนนน พี่เขาคุมสติได้ก็ดีแล้วน้าาาา ทำให้คนแก่สติแตกไม่ดีนะ แต่ดีต่อใจคนอ่าน 55555555
    #361
    0
  8. #310 Miki Pattarika (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 07:56
    โอ้วววววว น่องเซฮุนก็แซ่บไม่เบาเลยนะคะ 5555555 ดีกับใจทั้งสองคู่เลยค่าา
    #310
    0
  9. #192 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 18:14
    น้องเซฮุนคะะะะะะะกรี๊ดดดดทำไมง้อพี่เขาได้แบบ..ฮือออออคนน่ารักของพี่โอ๊ยยยเขินมากเลยลูก พี่จงอินทำแบบนั้นบ่อยจนหนูต้องง้อด้วยวิธีแบบนี้แล้วใช่มั้ย555555555
    #192
    0
  10. #162 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:27
    อู้ยยยย บยอนเขาจัดเซทใหญ่เลยนะคะ
    #162
    0
  11. #128 Kannika Tankam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:49
    โอยย มีความเข้าใจทั้งน้องแบคทั้งพี่ชาน ค่อยๆคุยกันนะคะ
    #128
    0
  12. #103 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:44
    ชานยอล มีความร้อนแรงงง
    #103
    0
  13. #89 eve_popparazzi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 04:04
    เซอร์ไพรส์ได้อลังการมาก><
    #89
    0
  14. #63 Real1__pcy2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:26
    ฮืออ อยากโดนลงโทษแทนเซฮุน เราจะไม่ดิ้น ไม่ดื้อเลย มาลงโทษเราเถอะ
    #63
    0
  15. #54 eve_popparazzi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 02:26
    =_=นี้อยากทำโทษหรืออยากลวนลาม
    #54
    0
  16. #53 Km Mdew (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 01:26
    กรี๊ดดดดดดดด ได้กันๆๆๆ
    #53
    0
  17. #52 june2546 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 20:32
    -กัมจงหื่นนนน
    #52
    0