จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 10 : ❀ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  10

 

           



ห้างสรรพสินค้า XXX

17.42น.

 

            หนุ่มลูกครึ่งหน้าตาดี  รูปร่างสูง  สมกับเป็นนายแบบมากกว่าการเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งในเกาหลี  เขาเดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพื่อมารับสินค้าบางอย่างแต่กลับไม่ได้ของตามที่สั่งสักที  และการทานอาหารเย็นสักมื้อ...มันก็น่าจะช่วยให้เจ้าของร้านมีเวลามากพอจะเร่งมือทำของสำคัญให้เขาได้  แถมงานในโรงแรมที่ยุ่งทั้งวันก็ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาได้หาอะไรใส่ท้องนอกจากกาแฟและขนมปังเพียงไม่กี่ชิ้น

 

 

            อู๋  อี้ฟาน  เป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังอีกแห่งหนึ่งในเกาหลี  แต่ถ้าให้จัดลำดับความนิยม  ความพึงพอใจและรายได้ในการทำธุรกิจด้านนี้  เขาก็ยังเป็นรองคู่แข่งอย่างคิมจงอินเสมอ  แต่การเป็นหนุ่มลูกครึ่ง...และมีรูปร่างหน้าตาดีมันก็ทำให้อี้ฟานต้องเป็นมากกว่าเจ้าของโรงแรมเพราะบางวันเขาต้องไปเดินแบบ  ถ่ายโฆษณาหรือมีงานทางด้านวงการบันเทิงเข้ามาให้ทำอยู่บ่อยครั้ง  ซึ่งจะแต่งต่างไปจากจงอินโดยสิ้นเชิง  และการทำงานทั้งด้านการโรงแรมหรือด้านการบันเทิงก็มักจะทำให้เขาเป็นที่หมายตาของผู้คนเกือบทุกวงการ 

 

            และเมื่ออี้ฟาน...เดินเข้ามาในร้านอาหารเขาก็ได้พบกับใครคนหนึ่ง  ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นคู่แข่งกันในทุกเรื่อง  ถึงแม้ตัวเขาจะเก่ง  มีความสามารถในหลายๆด้านหรือเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงไม่ต่างไปจากชายคนนั้น  แต่โรงแรมของเขา...ก็ยังเทียบกับของตระกูลคิมไม่ได้  และพอคิดเรื่องนี้ทีไรก็พาลให้อารมณ์เสียทุกที  แต่...!!!จากที่อารมณ์เสียก็กลับรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเมื่อเห็นผู้ชายอีกคนที่น่าสนใจเพราะใบหน้าที่เรียวสวย  ผมสีดำสนิท  รอยยิ้มหวานและมือบางที่ถูกกุมไว้ลอดเวลา

 

 

            ไม่รู้ว่าจงอินพาใครมาด้วย...แต่ดูจากสายตาก็น่าจะเดาได้ไม่อยากว่าเป็นคนสำคัญเพราะการจับมือกันไว้  รอยยิ้มที่มอบให้หรือแม้กระทั้งการสัมผัสแก้มกันเบาๆ  ทุกอย่างมันชัดเจนโดยไม่ต้องให้ใครไปสืบทั้งนั้น  อี้ฟานแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนอย่างคิมจงอินจะกล้าพาใครออกมาในที่แบบนี้  แถมผู้ชายหน้าสวยคนนั้นก็ยังช่วยจัดการปัญหาที่ลูกค้าคนอื่นได้ก่อเอาไว้จนทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

 

 

            อี้ฟาน...มองทุกการกระทำของเซฮุนแบบไม่วางตาเพราะกิริยาท่าทางในการทานอาหารมันดูเป็นธรรมชาติมากๆทั้งที่บนโต๊ะมีการจัดวางทั้งช้อน  ทั้งส้อม  ทั้งแก้วน้ำเรียงกันอยู่มากมาย  มีดทาเนย  มีดสำหรับทานปลาหรือจะเป็นช้อนที่ใช้ทานซุปก็สามารถหยิบจับขึ้นมาใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว  ยิ้มร้ายปรากฏขึ้นมาบนหน้าหล่อทันทีเพราะคนที่แต่งตัวดูธรรมดาๆราคาถูกกลับรู้จักมารยาทในการทานอาหารแบบตะวันตกได้เป็นอย่างดี  และไม่มีอาการประหม่าให้เห็นเลยสักนิด

 

 

            และรอยยิ้มหวานๆ...ที่มีให้กับคนข้างกายพร้อมการจับมือกันเดินออกไปจากร้านก็ทำให้คนที่เพิ่งตักสเต็กเข้าปากไปได้ไม่กี่คำต้องรีบจ่ายเงินค่าอาหารมื้อนี้แล้วเดินตามคนทั้งคู่ไปทันที  อี้ฟานเว้นระห่างในการติดตามเพราะเกรงว่าจงอินจะรู้ตัว  และทุกอย่างที่เฝ้ามองอยู่นานก็ทำให้ไม่ต้องเดาอะไรอีกแล้วว่าเจ้าของหน้าเรียวสวยคนั้นสำคัญกับจงอินมากแค่ไหน  การเดินจับมือ  โอบเอวหรือไม่ปล่อยให้กายสักเสี่ยวนาทีก็คือสิ่งที่บ่งบอกสถานะเอาไว้หมดแล้ว  และเมื่ออี้ฟานเห็นเซฮุนเดินแยกตัวออกไปที่ร้านหนังสือ...เขาจึงรีบเดินตามไปทันที

 

 

                ขายาวสมส่วนในกางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง...รีบเดินตามคนที่ตัวเองอยากรู้จักเข้ามาถึงโซนขายหนังสือประเภทการจัดสวน  และเมื่อได้เห็นใบหน้าเรียวสวยใกล้ๆก็ยิ่งทำให้อยากรู้จักมากขึ้นไปอีก  แถมปากบางสีหวานที่กำลังบ่นถึงสิ่งที่หาไม่เจออยู่คนเดียวพร้อมแสดงสีหน้าเคร่งเครียดก็ทำให้คนแอบมองคิดว่าน่ารักอย่างบอกไม่ถูก  แล้วริมฝีปากสีหวานโดยธรรมชาติแบบนั้นก็น่าสัมผัสไม่ใช่น้อย  แต่!!...ความคิดต่างๆที่กำลังเตลิดไปไกลก็จำเป็นต้องหยุดไว้แค่นั้นเมื่ออี้ฟานเห็นคนที่ยืนเลือกหนังสืออยู่นานเสียการทรงตัวจากการถูกชายวัยรุ่นเดินเข้ามาชนเต็มแรง  และกำลังจะล้มลงมาพร้อมกับหนังสือเล่มใหญ่  เขาจึงรีบดึงให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอกแล้วใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งบังหนังสือเล่นนั้นเอาเพื่อไม่ให้มันหล่นลงมาใส่หัวคนที่อยู่ในอ้อมกอด

 

            และจากการช่วยเหลือในครั้งนี้...ก็ทำให้อี้ฟานได้คำตอบที่แน่ชัดว่าผู้ชายหน้าสวยคนนี้เป็นคนรักใหม่ของคิมจงอิน  เพราะเมื่อถูกแรงดึงให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด  กระดุมของเสื้อเชิ้ตราคาถูกๆก็หลุดจนเผยให้เห็นรอยแดงบนแผ่นอกขาวเนียน  แถมกลิ่นหอมอ่อนๆที่สัมผัสได้อยู่แถมซอกคอก็พลอยทำให้เกิดความติดใจ  แต่เมื่อต่างคนต่างได้สติ...อี้ฟานก็เริ่มจะแนะนำตัวรวมถึงเริ่มจะทำความรู้จักกับคนตัวหอมให้มากกว่านี้  และจากกิริยาท่าทางในร้านอาหาร  การช่วยจัดการปัญหากับลูกค้าต่างชาติหรือแม้กระทั้งการเดินเลือกซื้อหนังสือจัดดอกไม้  ทุกๆอย่างมันดูขัดแย้งจนทำให้กลายเป็นคนที่น่าค้นหา

 

แต่สิ่งที่คิดไว้!!!...ก็คงเป็นได้แค่ในความคิด  เพราะคนที่น่าค้นหาได้ถูกเจ้าของตัวจริงมากระชากกลับไปด้วยความหึงหวง

 

            อี้ฟาน...รู้จักนิสัยของฝ่ายตรงข้ามดีว่าเป็นเช่นไร  ใจร้อน  เจ้าอารมณ์  โมโหร้ายหรือขี้หวงแค่ไหนก็ทราบทุกอย่าง  แต่จะให้มีปากเสียงกันในที่สาธารณะก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพราะเขาและจงอินต่างก็เป็นที่รู้จักในสังคม  ถ้าบังเอิญมีนักข่าวมาเห็นเหตุการณ์ในวันนี้...มีหวังได้ขึ้นหน้าหนึ่งจนต้องออกมาแก้ข่าวกจนวุ่นวายและอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงแรม  อี้ฟานจึงพยายามไม่ตอบโต้กับคนที่กำลังอารมณ์ร้อน  แต่ก็ไม่ได้ละความสนใจไปจากเซฮุนเช่นกัน

 

            อี้ฟาน...มองตามคนที่ตัวเองสนใจถูกลากออกไปจากร้านหนังสือ  และคิดว่าไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วเพราะตั้งแต่จงอินเลิกกับแฟนเก่าไปเมื่อหลายปีก่อน  เขาก็ไม่เคยเห็นเจ้าของโรงแรมคนนี้พาใครออกมาเปิดตัว  พามาทานข้าวหรือพามาเดินเล่นแบบนี้อีกเลย  และทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันก็ทำให้อู๋อี้ฟานไมรู้สึกเบื่ออีกต่อไป  ของที่สั่งแต่ยังไม่ได้ก็ช่างหัวมัน  ทานเสต็กยังไม่อิ่มก็ไม่เป็นไรและการประชุมในช่วงเย็นก็ยกเลิกไปได้เลยเพราะแฟนใหม่ของจงอินมันน่าสนใจกว่าอะไรทั้งหมด 

 

            “หึ!!...เด็กมึงต้องเป็นของกู”          

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้างสรรพสินค้า  เชจู

18.47 น.

 

            หลังจากรับปาก...เรื่องการเป็นแฟนกับคนตัวเล็ก  ทุกอย่างในชีวิตก็ค่อยๆเปลี่ยนไปและต้องเริ่มปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น  ตอนแรกก็คิดว่าอิสระที่เคยมีจะหายไปหมด  ต้องโทรหา  ต้องซื้อของให้หรือต้องคอยเอาอกเอาใจเหมือนอย่างที่เคยถูกสาวหลายๆคนร้องขอ  แต่สิ่งที่เคยคิด...กลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด  ทุกๆอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม  อยากทำอะไรก็ทำ  อยากไปไหนก็ไป  ทำงานดึกแค่ไหนก็ไม่มีใครโทรตามและสิ่งที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียวก็คือ...ถูกเอาใจใส่จากคนที่ไม่เคยชอบหน้ากัน

 

 

            ชานยอลรู้สึกแปลกใจ...ที่ชีวิตของตัวเองตอนนี้มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักอย่าง  เขายังมีอิสระเหมือนเดิม  แต่ที่มีเพิ่มเติมก็คือมีคนคอยดูแล  คอยเป็นห่วง  คอยถามไถ่ว่าวันนี้เป็นอย่างไรเหนื่อยไหม?อยากกินอะไรหรือเปล่า???  หรือแม้กระทั่งการส่งข้อความมาบอกฝันดี  ชานยอลไม่เคยคิดว่าคนตัวเล็กจะใส่ใจเขามากถึงเพียงนี้  และถึงจะไม่ได้มาดูแลเหมือนอย่างที่คู่รักคนอื่นๆเช่น  ต้องกินข้าวด้วยกัน  นอนด้วยกันหรือมีกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันบ้างในบางครั้ง  แต่การเอาถูกเอาใจใส่จากคนที่ไม่ชอบหน้ากันมาก่อนมันก็ทำให้รู้สึกดีอยู่ไม่ใช่น้อย

 

 

            ทุกๆวันที่มาทำงาน...บนโต๊ะของเขาก็จะเต็มไปด้วยของบำรุงร่างกาย  กล่องข้าวที่บรรจุแต่ของมีประโยชน์เอาไว้มากมาย  และยังมีเครื่องดื่มอย่างเกลือแร่และเยลลี่อีกแพ็ค  ปกติชานยอลจะไม่ค่อยชอบทานขนมหวาน  แต่เยลลี่รสองุ่น...มันก็อร่อยดีเหมือนกัน  ของพวกนี้มักจะวางอยู่ในห้องทำงานโดยที่คนให้ไม่เคยอยู่รอฟังคำขอบคุณจากเขาเลยสักครั้ง  และเป็นเขาเสียมากกว่าที่ต้องเข้าไปป่วยคนตัวเล็กที่ห้องทำงาน  แต่ก็จะกวนได้เฉพาะตอนที่คุณอาจีซบไม่อยู่เท่านั้น  แล้วตอนนี้...จากความคิดที่อยากจะมีอิสระไปตลอดชีวิตก็ค่อยๆจางหายไปจากจิตใจของวิศวกรหนุ่มทีละน้อย  ทีละน้อย

 

และจากที่ถูกเอาใจใส่อยู่ฝ่ายเดียว...ก็ทำให้เขาอยากพาแบคฮยอนมาเที่ยวบ้างเพราะตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกัน  เขากับคนตัวเล็กก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนด้วยเหตุผลของงานที่เยอะจนแทบไม่มีเวลา

 

            วิศวกรหนุ่ม...เดินตามแฟนใหม่ที่กำลังเลือกซื้อของโดยไม่รู้สึกเบื่อ  เพราะปกติเขาก็ไม่ค่อยได้ออกมาเดินห้างบ่อยนัก  แถมของใช้ส่วนตัวที่คอนโดก็เหลือน้อยลงไปทุกที  เบียร์  น้ำเปล่า  ยาสระผม  ครีมอาบน้ำ  ทุกอย่างมันต้องซื้อติดไว้ก่อนที่จะหมด  และเมื่อได้ของที่ต้องการครบแล้ว...ชานยอลก็เข็นรถออกมายืนรอคนตัวเล็กที่ขอแวะซื้อขนมก่อนกลับบ้าน  แล้วที่ตามเข้าไปไม่ได้ก็เพราะต้องเฝ้าของที่อยู่ในรถเข็น  แถมร้านขายเครื่องดื่มร้านนี้ก็สีหวานแหว๋วจนไม่กล้าตามเข้าไปด้านใน

 

            “พี่ชานยอลจะกินน้ำอะไรดีฮะ  เดี๋ยวน้องแบคไปซื้อมาให้

 

            “น้องแบคกินอะไร  พี่ก็กินแบบนั้นแหละ  แต่อย่าซื้อเยอะนะครับ  เดี๋ยวกินไม่หมด

 

            “โอเค...งั้นพี่ชานยอลรอแป๊บนึงนะฮะ  เดี๋ยวน้องแบคไปซื้อกาแฟมาให้

 

            และคำว่า  แป๊บเดียว  มันก็ฟังดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่เพราะเมื่อมองตามแฟนใหม่เข้าไปด้านในก็พบกับลูกค้ามากมายที่ต่อคิวกันซื้อของจนแน่นร้านไปหมด  ชานยอลพยายามมองหาคนที่เดินหายเข้าในร้านขายเครื่องดื่มด้วยความรู้สึกเป็นห่วง  เนื่องจากแบคฮยอนตัวเล็กมากจนถูกคนนั้นคนนี้เบียดแล้วก็หายไปจากสายตาของเขาทั้งๆที่คอยมองอยู่ตลอดเวลา  และ.......

 

            ชานยอลลล...”

 

จุ๊บบ!!

 

          ความเป็นห่วง...ทำให้จำเป็นต้องทิ้งรถเข็นเอาไว้หน้าร้านและเดินเข้าไปหาแบคฮยอนด้านใน  แต่ก็ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยสักอย่าง  ขาทั้งสองข้างก็ต้องหยุดค้างไว้เพียงก้าวแรกเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่มาพร้อมกับการถูกดึงตัวมาหอมแก้ม??

 

            “นานะ!!

 

            “คิดถึงจังเลยค่ะ  ชานยอลไม่ค่อยไปหานานะที่ห้องเลย  นานะน้อยใจนะ

 

          ปล่อยผมก่อนครับ  ตอนนี้ผมไม่สะดวกคุย  เดี๋ยววันหลังผมโทรจะหาแล้วกัน...ตกลงไหม?”

 

            “ไม่เอาค่ะ...อุตส่าห์ได้เจอชานยอลทั้งที  วันนี้ชานยอลไปกับนานะ  นะคะ  นะคะ

 

                ไม่คิด...ว่าจะได้เจอเธอที่นี่และไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกแล้วเพราะระหว่างเราทั้งคู่มันเป็นอะไรไปไม่ได้นอกคู่นอน  มันอาจฟังดูเห็นแก่ตัวหรือไม่ให้เกียรติผู้หญิงคนนี้  แต่ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะดึงผู้ชายมาหอมแก้มในที่สาธารณะ??  และการเจอกันครั้งก็เป็นที่ผับแห่งหนึ่งพร้อมการให้เบอร์ติดต่อไว้กับพนักงงานในร้าน  เสนอตัวมาขนาดนี้...มันเลยต้องสนอง  แล้วก็ไม่ได้คิดจะจริงจังซึ่งเธอก็เข้าใจดี  แต่เวลานี้เหมือนเธอจะไม่เข้าใจอะไรเลย

 

 

            ชานยอลเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะวันนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว...และถึงแม้จะไม่ได้โกรธหรือเกลียดในสิ่งที่เธอกระทำแต่มันก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจ  ยิ่งพยายามพูด  พยายามอธิบาย  พยายามบอกเหตุผลด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล  แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้เธอกอดแขนเขาแน่นขึ้นกว่าเดิมแถมยังเอียงศีรษะมาซบไว้บนไหล่  ชานยอลเพิ่งรู้...ว่าร้องเท้าส้นสูงของผู้หญิงมันมีประโยชน์ไว้เพื่ออะไรก็ตอนนี้  ขนาดตัวเขาสูงเกือบจะสองเมตร...นานะยังเอนกายมาซบที่ไหล่ได้อย่างง่ายดาย

 

และภาพ...ที่หญิงสาวคนหนึ่งยืนเกาะแขนพร้อมกับการหอมแก้มวิศวกระประจำโรงแรมก็ถูกเจ้าของดวงตาเรียวเล็เห็นมาตั้งแต่แรก

 

            ใช่ว่าไม่อยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร...แต่มันก็คงไม่ต้องถามเพราะถ้าไม่ใช่แฟนกันจริงๆก็คงไม่กล้าทำแบบนี้ในที่สาธารณะ  อยากขอบคุณที่อุตสาห์พาเขามาซื้อของ  อยากตอบแทนที่ช่วยจ่ายค่าของใช้มากมายให้...ทั้งครีมอาบน้ำ  ครีมทาผิวหรือของใช้ส่วนตวอีกมากมาย  และกาแฟแก้วนี้ก็ซื้อให้เพราะทราบดีว่าคนที่ยืนอยู่หน้าร้านพร้อมหญิงสาวชอบทานมากกว่าเครื่องดื่มหวานๆอย่างน้ำผลไม้ปั่น  และเย็นนี้ที่นัดกันไว้ว่าจะไปทานมื้อค่ำที่บ้านพร้อมกับคุณพ่อของเขาก็คง...จบกัน

 

 

            มันไม่ได้หึง  ไม่ได้โกรธ  แล้วก็...ไม่ได้หงุดหงิด  แต่มันทำตัวไม่ถูกและรู้สึกสับสนมากกว่า  มือบางที่ถือแก้วเครื่องดื่มแบบปั่นเอาไว้ข้างหนึ่งมันเริ่มรู้สึกชา เพราะขาทั้งสองมันก้าวไม่ออกเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น  ส่วนอีกมือ...ที่ถือแก้วเครื่องดื่มร้อนมันก็คงไม่ร้อนเท่าใจของเขาในตอนนี้  ใจมันร้อนเหมือนถูกไฟสุมเพราะคิดว่าการตกลงเป็นแฟนกับชานยอลหรือการบังคับให้ใครสักคนมาคบกันอาจเป็นเรื่องที่ตัวเองทำเกินกว่าเหตุ?  ชานยอลอาจมีแฟนอยู่แล้ว??  อาจแค่อยากรับผิดชอบ???

 

หรือแค่......

 

            คนคิดมาก...พยายามตั้งสติและปัดความสับสนในใจออกไปก่อน  แล้วก้าวขาเดินออกมานอกร้านเมื่อได้เครื่องดื่มและขนมต่างๆมาครบแล้ว  แบคฮยอนเดินไปด้วยความระมัดระวังเพราะมือมันสั่นจนเกินควบคุม  ขาทั้งสองข้างก็คล้ายว่าจะไม่มีแรงแถมในหัวก็ยังมีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามากวนใจ 

 

            “ลาเต้ร้อนหวานน้อยฮะ

 

            “แล้ววว...นี่ใครคะชานยอล??!

 

            หญิงสาว...ในชุดเดรสสั้นสีดำถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะเธอก็รู้จักเพื่อนๆของชานยอลทุกคน  แต่เธอ...ไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายตัวเล็กที่นี้เลยสักครั้ง  ส่วนแบคฮยอนก็รีบส่งเครื่องดื่มให้คนตรงหน้าและการที่ชานยอลไม่มีทีท่าที่ผลักไสหรือปัดป้องมือเรียวที่ยังคงคล้องแขนตัวเองเอาไว้ก็ยิ่งพาลให้ความสับสนมันมีมากขึ้นจนเริ่มทนไม่ไหว  มันอึดอัด  มันสับสนและไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว

 

            เอ่อออ  คือคนนี้ปะ...เป็น

 

            และ...การตอบข้อสงสัยของหญิงสาวด้วยความลังเล  พูดจาติดขัดหรือแนะนำตัวเขาได้เต็มปากก็ยิ่งพาลให้ความสับสนแปรเปลี่ยนไปเป็นความสมเพช  แบคฮยอนไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับตัวเองมาก่อน  การบังคับให้ชานยอลมาเป็นแฟนและให้รับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยวิธีเช่นนนี้มันคงทำให้การตอบคำถามในเรื่องความสัมมพันธ์ระหว่างเรากลายเป็นเรื่องยาก  และผู้หญิงคนนี้ก็คงเป็น  “แฟนตัวจริง”  ที่กำลังคบหากันอยู่....ซึ่งไม่ใช่แฟนที่เป็นโดยการถูกบังคับเหมือนอย่างตัวเขา

 

            สงสัยพี่ชานยอลคงไม่ว่างไปกินข้าวกับ ผม แล้วล่ะ  งั้น...ผม กลับบ้านก่อนนะ

 

            พยายาม...จะกลั้นน้ำตาเอาไว้แต่ก็เหมือนมันจะไหลออกมาจนได้  มันรู้สึกเจ็บ  สับสนและเสียใจเกินกว่าจะควบคุมตัวเอง  แบคฮยอนรีบเอ่ยลาก่อนหยิบของในรถเข็นออกมาถือไว้ด้วยท่าทางร้อนรนเพราะไม่สามารถยืนอยู่ตรงนี้ได้อีกแล้ว  และยิ่งร้องไห้มากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองมากขึ้นเท่านั้น  มือทั้งสองข้างถือของมากมาย  ขาทั้งสองข้างวิ่งตรงไปอย่างไร้จุดหมาย  และเรื่องที่เกิดขึ้นก็พาลให้คิดไปไกลว่าการที่ชานยอลยอมตกลงเป็นแฟนกับเขาก็เพราะ...อยากแกล้งกันอีกตามเคย

 

ใคร...จะยอมทำตามข้อตกลงแบบนี้ง่ายๆถ้าไม่ใช่เพื่อการเอาคืน

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

Rrrrr!!

 

           (ว่าไง...เจ้าลูกชายตัวแสบ)

 

            “ฮึกกพ่ออยู่ไหน  ฮึกก!!  มารับแบคที่ห้างXXXหน่อย  แบคจะรออยู่ที่XXนะฮะ  ฮึกก!!  แบคอยากให้พ่อมารับ

 

            (แบค...ใจเย็นๆก่อนนะลูก  ตอนนี้พ่อเพิ่งออกมาจากสนามบิน  แบครอพ่อก่อนนะ  พ่อจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย)

 

            “พ่อรีบมาเลยนะ...ฮึกก!!

 

            และ...ผู้เป็นที่พึ่ง  ผู้เป็นทุกอย่าง  ผู้ที่รักเขามากที่สุดก็คือคุณพ่อ  แบคฮยอนวิ่งหนีจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดมาจนถึงร้านขายอัญมณีร้านหนึ่งและรีบโทรหาจีซบทันทีเพราะตอนนี้มันไม่มีแรงจะเดินไปไหนอีกแล้ว  แถมในใจก็ยังมีแต่คำถามมากมายที่พาให้สับสน  ชานยอลมีแฟนแล้ว?  และเรื่องที่ตกลงกันไว้ล่ะ??  เราคงไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วสินะ??  สมองเหมือนจะทำงานหนัก...มันคิดนั่นคิดนี่วนไปวนมาอยู่อย่างนั้น

 

 

            ส่วนคน...ที่ถูกปล่อยให้ยืนอยู่กับหญิงสาวและกาแฟหนึ่งแก้วก็ไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์แบบนี้เช่นไร  แต่เขาอยากให้คนตัวเล็กโวยวายออกมาเหมือนที่เคยทำตอนพบกันครั้งแรกมากกว่าการยื่นเครื่องดื่มมาให้และจากไปด้วยคำพูดที่เรียบเฉย  แถมใบหน้าที่แสนเศร้าและน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มเนียนก็คือสิ่งสุดท้ายที่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกผิด  รอยยิ้มที่แสนน่ารักมันหายไปหมด  เสียงบ่นที่เคยได้ยินจนรำคาญหูก็ไม่มีและตอนนี้ก็ไม่รู้จะปรับความเข้าใจกันเช่นไรในเมื่อแบคฮยอนวิ่งหนีเขาไปแล้วทันได้ปรับ

 

 

            คน...ที่เคยเป็นโสดมานานรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก  มันทั้งรู้สึกผิด  เสียใจและอีกสารพัดที่ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้  ชานยอลยอมรับว่าเขายังไม่ชินกับการที่ต้องแนะนำใครสักคนในฐานะแฟน  แถมการมีแฟนในครั้งนี้มันก็เกิดจากเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของคนที่ถูกทำร้ายในผับเมื่อหลายคืนก่อน  และข้อเสนอหรือข้อตกลงเรื่องการเป็นแฟนก็ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าแบคฮยอนจะจริงจังกับเรื่องนี้มากแค่ไหน?  มันจะเป็นเพียงแค่อยากจะหาคนมารับชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้นหรือไม่??  และความสัมพันธ์ของเรามันจะดีกว่าที่เป็นอยู่ไหม???  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่ทำให้ชานยอลเกิดความไม่แน่ใจ

 

แต่.....

 

            ถึงจะไม่แน่ใจ...ชานยอลก็ต้องรีบหยิบของในรถเข็นหลังจากที่จัดการกับนานะเรียบร้อย  และเดินตามหาคนตัวเล็กอย่างไม่ลดละ  แววตาเศร้าหมองของคนที่เดินจากไปยังคงเป็นภาพที่ฝังอยู่ในใจ  แล้วน้ำตาหรือแม้กระทั้งการเอ่ยลาด้วยถ้อยคำที่ไร้ซึ่งการตำหนิก็ยิ่งพาให้อยากปรับความเข้าใจ  แถมสรรพนานที่เคยเรียกเขาว่า  “พี่”  แต่แทนตัวเองว่า  “ผม”  ก็เป็นสิ่งสร้างความไม่พอใจให้มากที่สุด  จากเด็กที่เป็นตัวแสบของคุณพ่อ  จากที่ชอบแผลงฤทธิ์ใส่กันและจากที่เคยใส่ใจเขาในทุกๆเรื่องก็กลับกลายเป็นการเฉยชา 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

ปึ่กก!!

 

            “ขอโทษครับ  พอดีผมไม่ทันมะ...มอง  อ้าววว!!!...คุณอา?”

 

            เดินตามหา...คนตัวเล็กอยู่นานจนไม่ทันได้ดูหน้าดูหลังให้ดีว่ากำลังมีใครเดินเลี้ยวเข้ามาในห้าง  และเป็นเพราะกำลังกดโทรศัพท์ในมือไปด้วยเพื่อส่งข้อความจึงทำให้ไม่ได้ระวังตัว  อยากปรับความเข้าใจแต่โทรไปไม่รับ  อยากอธิบายแต่ข้อความไปหาเท่าไหร่ก็ไม่ตอบจนกระทั่ง...มาพบกับจีซบโดยบังเอิญ

 

            หาเจ้าแบคอยู่เหรอ...คุณชานยอล?!!

 

            “คะ...ครับ  พอดีมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย  น้องก็เลยหนีผมไป  ผมโทรหาก็ไม่ยอมรับสาย  คุณอาช่วยโทรหาน้องให้ผมหน่อยนะครับ

 

            “ไม่ต้องโทรหรอกคุณชานยอล  นั่นไง!!...น้องเดินมานู้นแล้ว

 

            เมื่อหันกลับไปมองทางด้านหลัง...ก็เห็นดวงตาคู่สวยแดงก่ำจนดูน่าสงสาร  และยิ่งได้เห็นแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ชานยอลรู้สึกผิด  ขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มรีบเดินเข้าไปหาเพื่อหวังจะปรับความเข้าใจพร้อมช่วยถือของ  แต่...คนตัวเล็กกลับเบี่ยงกายก่อนวิ่งไปยืนด้านหลังของคุณพ่อด้วยความรวดเร็ว  จีซบทำได้เพียงส่ายหน้าให้กับสิ่งที่เห็นและพอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาที่ต้องมาสอบถามหรือเค้นเอาคำตอบจากใคร  และอยากให้เด็กทั้งสองคนยอมรับสารภาพความจริงบางอย่างกับเขามากกว่า

 

แอบคบกันแต่ไม่ยอมบอก...และพอมีเรื่องก็หนีไม่พ้นพ่อคนนี้

 

          “น้องแบคครับ...คุยกับพี่ชานยอลก่อนได้ไหม?”

 

            “...............”

 

           บรรยากาศตอนนี้มันช่างน่าอึดอัดและคนที่รู้สึกอึดอัดมากที่สุดก็คือ...ปาร์คชานยอล  เพราะการทำให้คนตัวเล็กเสียใจ  ปัญหาที่เกิดขึ้นและเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราที่ยังไม่ได้บอกให้ผู้ใหญ่รับทราบ  ทุกๆอย่างมันทำให้การปรับความเข้าใจกลายเป็นเรื่องยาก  มันรู้สึกผิดที่ทำให้คนเป็นลูกเสียใจและรู้สึกผิดต่อคนเป็นพ่อที่ปิดบังเรื่องต่างๆเอาไว้มากมาย

 

            “คุณชานยอล...อาว่าเอาไว้คุยกันวันหลังก็แล้วกันนะ  อาขอล่ะ

 

            “ครับคุณอา...ผมขอโทษด้วยนะครับที่ดูแลน้องไม่ดี

 

            “ไม่เป็นไร  งั้นอาขอตัวกลับก่อนนะ

 

            “ครับ...สวัสดีครับคุณอา

 

            แรงกระตุกเสื้อจากทางด้านหลังของผู้เป็นพ่อ...ทำให้จีซบต้องรีบตัดบทเพื่อความสบายใจของลูกชาย  แถมการร้องไห้จนตาแดงไปหมดแบบนั้นก็ทำให้ใจของพ่อคนนี้เจ็บไม่ใช่น้อย  ชานยอลอาสาเดินมาส่งผู้ใหญ่ถึงลานจอดรถ  มือหนาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารเพื่อให้ลูกชายของท่านเข้าไปนั่ง  แล้วลูบกลุ่มผมสีอ่อนที่ตัวเองก็ทราบดีว่ามันทั้งนุ่มและหอมมากแค่ไหนด้วยความเป็นห่วง  พร้อมกับมองรถที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ  และความอบอุ่นที่ผู้ถูกสัมผัสได้รับก็พาให้น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง  แบคฮยอนรีบปิดเปลือกตาลงทันทีเพราะไม่อยากให้คุณพ่อรู้ว่าเขากำลังอ่อนแอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เชจู

06.00น.

 

 

            หลังจากเกิดปัญหาขึ้นเมื่อหลายวันที่ก่อน...แบคฮยอนก็พยายามหลบหน้าคนที่ทำให้ตัวเองร้องไห้มาตลอด  เพราะไม่อยากรับความรู้สึกอะไรเข้ามาในจิตใจอีกแล้ว  และไม่อยากให้คุณพ่อรู้สึกแย่ตามไปด้วย  สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น...เขาก็คิดว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกหึงหวงเหมือนอย่างที่คนมีแฟนทั่วไปต้องรู้สึก  แต่มันแค่รู้สึกเสียใจ  อาย  และสมเพชตัวเองมากกว่าเพราะถึงแม้ข้อตกลงเรื่องการเป็นแฟนจะเกิดขึ้นจากความเมา  ความผิดพลาดหรือจะอะไรก็ตาม  แต่เขาก็พยายามทำหน้าที่ของแฟนด้วยความเต็มใจมาตลอด

 

 

            ทุกๆวัน...คนที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนพยายามปรับตัวและยอมเรียกชานยอลว่าพี่ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นต่างคนต่างก็ไม่ชอบหน้ากัน  เจอทีไรก็ทะเลาะกันทุกที  มีปากเสียงกันทุกครั้ง  แต่พอหลังจากเกิดเรื่องในคืนวันนั้นเขาก็ค่อยๆเรียนรู้ที่จะใส่ใจคนอื่น  ไม่โวยวาย  ไม่เถียงฉอดๆ  พูดเพราะและเข้าใจในเนื้องานของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีว่าไม่ค่อยมีเวลา  ขนาดพ่อของเขาที่เป็นเพียงลูกจ้างยังเดินทางบ่อยขนาดนี้  แล้ววิศวกรประจำโรงแรมจะบ่อยแค่ไหน  แล้วโรงแรมในเครือตระกูลคิมก็ไม่ได้มีเพียงสาขาเดียวให้ปรับปรุง  ส่วนเรื่องเวลาก็ไม่ต้องพูดถึง...มีให้มากหรือน้อยก็ไม่ใช่ปัญหา  แต่ที่เป็นปัญหาก็คือการไปบังคับคนที่มีแฟนแล้วให้มารับข้อเสนอของตัวเอง

 

ขอโทษ...ที่คิดน้อยเกินไป  ขอโทษ...ที่เอาแต่ใจตัวเอง  และขอโทษ...ที่ไปแย้งแฟนของคนอื่น

 

            เช้านี้...แบคฮยอนตื่นมาอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานตามปกติ  และมีคุณพ่อนั่รออยู่ที่โต๊ะอาหารเหมือนเช่นทุกวัน  คนเป็นลูกนั่งทานข้าวโดยไม่พูดไม่จา  ไม่ยิ้มและไม่เหมือนแบคฮยอนคนเดิม  จีซบเริ่มรู้สึกเป็นห่วงเพราะปกติลูกชายจะต้องหอมแก้มเขาทุกเช้าและก่อนเข้านอนทุกคืน  แต่หลายวันมานี้หรือตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นที่ห้างสรรพสินค้า...เจ้าตัวก็เอาแต่เงียบมาตลอด 

 

            “แบคคค...มีอะไรอยากจะเล่าให้พ่อฟังหรือเปล่าแบคกำลังทำให้พ่อเป็นห่วง  รู้ตัวใช่ไหม?”

 

            “รู้ฮะ  แบคขอโทษ...แต่แบคไม่เป็นไรฮะคุณพ่อ

 

            “แล้ววันก่อนมีปัญหาอะไรกับคุณชานยอลถึงขั้นต้องร้องห่มร้องไห้...แล้วแบคก็รู้ใช่ไหมว่าแบคโกหกพ่อไม่เก่ง??!!”

 

            “ขอโทษฮะ...งั้นแบคขอถามอะไรคุณพ่อหน่อยได้ไหม  คือสมมุติว่า...แบคกับเซฮุนเป็นแฟนกัน  แล้วแบคเห็นเซฮุนจูบกับผู้หญิงคนอื่น  พ่อคิดว่าเซฮุนทำผิดหรือเปล่าฮะ

 

            “อย่าเพิ่งตัดสิน...ว่าใครผิดใครถูกถ้ายังไม่รู้ความจริง  แล้วแบคได้ฟังเหตุผลของเซฮุนก่อนหรือเปล่า  สิ่งที่เห็นอาจไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดก็ได้  ถ้าแบคฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย  แบคก็สามารถโกรธเซฮุนได้  แต่ถ้าสิ่งที่เห็นกับเหตุผลของเซฮุนมันเป็นคนละเรื่องกัน  แบคต้องเปิดใจหน่อย...แล้วก็ให้อภัยกันนะลูก  คนเป็นแฟนกันมีเรื่องทะเลาะกันบ้างมันก็เป็นเรื่องปกติ  เราควรหันหน้ามาคุยกันนะลูก  ไม่อย่างนั้นเราก็จะคิดไปเองอยู่แบบเนี้ย  แล้วก็ไม่เข้าใจสักที  พ่อกับแม่ก็เคยทะเลาะกันบ่อย  แต่เราก็ให้อภัยกันเสมอ  ทุกคนทำผิดพลาดกันได้  และแบคก็โตแล้วนะลูก  หัดเปิดใจให้มันกว้างๆและอย่ามองอะไรเพียงแค่ด้านเดียว

 

            “แล้ววว...ถ้าแบคเป็นแฟนกับเซฮุน  แต่มารู้ทีหลังว่าเซฮุนมีแฟนอยู่แล้ว  งั้นก็แสดงว่าแบคผิดใช่ไหม?”

 

            “คำตอบเดิม...เปิดใจคุยกัน  อย่าคิดอะไรไปเอง  แล้วแบคจะได้คำตอบ”

 

            “แบคเข้าใจแล้วฮะ...ขอบคุณนะฮะคุณพ่อ

 

            ใช่ว่าไม่รู้...ว่าสิ่งที่ลูกกำลังสมมุตินั้นหมายถึงใคร  แต่ก็อย่างที่บอก...จีซบต้องการให้เด็กทั้งสองคนมาสารภาพความจริงกับเขาเอง  และการที่ลูกโตแล้วพ่ออย่างเขาจึงไม่อยากไปกีดกันหรือห้ามปรามจนเรื่องมันบานปลาย  ส่วนแบคฮยอนก็ใช่ว่าจะไม่อึดอัดเพราะเขาไม่เคยมีความลับกับคุณพ่อเลยสักเรื่อง  แต่เรื่องนี้มันยากเกินจะอธิบาย  มันซับซ้อนและต้นเหตุก็มาจากการหนีเที่ยวของลูกคนนี้  ถ้าไม่หนีเที่ยว  ถ้าไม่เมา  ถ้าไม่ไปจูบชานยอลในคืนนั้น  ข้อตกลงของการเป็นแฟนกันก็คงไม่เกิดขึ้น

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

โรงแรม  เชจู

10.00 น.

 

 

            รู้สึกสบายใจมากขึ้นหลังจากที่ได้พูดคุยกับคุณพ่อเมื่อเช้า  แต่ตอนนี้...มันต้องตั้งสติกับงานให้ดีเพราะเป็นวันที่จะมีลูกค้าคนสำคัญเข้ามาใช้บริการในโรงแรม  เป็นลูกค้าที่สนิทกับคุณพ่อมากๆ  ทุกครั้งที่มาพักที่นี่ก็จะขอพบคุณพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น  เอกสารกองโตถูกเก็บใส่ตู้อย่างเป็นระเบียบ  คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมานานหลายชั่วโมงก็ถูกปิด  และต้องเตรียมตัวลงไปพบลูกค้าคนสำคัญกับคุณพ่อเมื่อถึงเวลา

 

            จีซบและแบคฮยอนคอยยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าล๊อบบี้...พร้อมกล่าวทักทายลูกค้าด้วยความสนิทสนม  แถมการสื่อสารก็พาให้คนเป็นลูกต้องงัดความรู้ที่เรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพราะลูกค้าคนี้เป็นคนจีน  แบคฮยอนไม่ได้มีปัญหาให้การสื่อสารแต่การที่ต้องลงมาพบลูกค้ากับคุณพ่อคือสิ่งที่เจ้าตัวเพิ่งเริ่มเรียนรู้เป็นวันแรก  ปกติจะทำเพียงช่วยแปลเอกสารและจัดเรียงแฟ้มงานต่างๆไว้ให้คุณพ่อ  แต่วันนี้ต้องมาเรียนรู้งานใหม่เพิ่มเติมเพราะอาจต้องทำงานแทนท่านในอนาคตมีบางวัน

 

            สวัสดีครับคุณหวัง  สบายดีไหมครับ...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ

 

            “ปีนี้ผมยุ่งมากเลยคุณจีซบ  เดินทางมารอบนี้ผมก็มาทำงานนะครับ  ไม่ได้มาเที่ยวพักผ่อนเหมือนครั้งที่แล้ว  ส่วนนี่ลูกชายของผมเองครับ...แจ็คสัน  มันขอตามมาเที่ยวด้วย  พอดีเพิ่งเรียนจบ  ผมเลยไม่อยากขัดใจ”

 

            และนี่...ก็คือเหตุผลที่จีซบอยากให้แบคฮยอนมาคอยต้อนรับลูกค้าด้วยกันเพราะวัยรุ่นก็น่าจะคุยกับคนวัยเดียวกันถูกคอ  แต่...การทำงานของพ่อลูกทั้งสองก็ไม่ได้มีเพียงพนักงานในส่วนนี้เท่านั้นที่เห็นเพราะกำลังมีใครบางคนยืนดูสถาการณ์ต่างๆอยู่อย่สงตั้งใจ  และคนถูกมองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวในเมื่อใครคนนั้นไม่ปิดบังหรือแอบซ้อนการกระทำของตัวเองเลยสักนิด  แถมยังมองโดยไม่ละสายอีกต่างหาก

 

            “ส่วนนี่...แบคฮยอนครับ  ลูกชายของผมเอง  เพิ่งเรียนจบเหมือนกัน  ผมก็เลยให้มาช่วยทำงานที่นี่

 

            “ดีเลยครับ...ลูกชายผมจะได้มีเพื่อนคุยเพราะผมต้องออกไปคุยงานกับเพื่อนที่XXต่อ  ยังไงก็ฝากลูกชายผมด้วยนะครับคุณจีซบ

 

            “ยินดีครับ...เชิญทางนี้เลยครับเดี๋ยวผมไปส่งคุณหวังที่ห้องพัก

 

            จีซบพาลูกค้าคนสำคัญขึ้นไปพักผ่อนยังห้องที่จองเอาไว้  แล้วตอนนี้ก็เหลือแบคฮยอนกับลูกชายของลูกค้าที่ยังยืนอยู่ที่เดิม  คนตัวเล็กเริ่มแนะนำตัวเป็นภาษาจีนเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเป็นกันเองให้กับลูกค้า  แบคฮยอนกับคุณพ่อใช้ภาษาจีนคุยกับลูกค้ามาตั้งแต่ต้น  แต่พอตัวเองได้คุยกับคุณแจ็คสันแบบสองต่อสอง  ลูกค้ากลับมีหลุดพูดภาษาอังกฤษปนมากับภาษาจีนบ้างในบางประโยค  ซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่จบมาทาด้านภาษาอย่างแบคฮยอนรู้สึกสับสนปนตลกอยู่ไม่ใช่น้อย  แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาและยังคงพูดคุยกันต่อได้อย่างไม่รู้เบื่อ

 

            “สวัสดีครับคุณแจ็คสัน...ผมบยอนแบคฮยอนครับ”  

 

            “เรียกผมแจ็คสันเฉยๆดีกว่า  ผมว่าเราน่าจะอายุเท่าๆกัน  เราไม่ต้องจำเป็นต้องพูดคงพูดคุณกันหรอกครับ  ปล่อยให้คนแก่ๆเขาพูดไปกันเถอะ

 

            “คะ...ครับ แล้ววันนี้แจ็คสันอยากไปไหนไหมครับ  ผมจะพาไป  หรือถ้าเดินทางมาเหนื่อยๆแล้วอยากพักผ่อนผมจะได้พาขึ้นไปพักที่ห้อง

 

            “ผมขอเดินชมโรงแรมหน่อยได้ไหมครับ  ผมเคยมาที่นี่แล้วครั้งนึง  แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก  ผมจำไม่ค่อยได้แล้วสิ

 

            “ได้เลยครับ  เชิญทางนี้เลยครับ

 

            เมื่อได้ยินแบบนั้น...คนทำหน้าที่แทนคุณพ่อก็รีบพาลูกชายของลูกค้าคนสำคัญเดินชมโรงแรมทันที  คุณแจ็คสันเป็นคนอารมณ์ดีมากๆจนสามารถสร้างรอยยิ้ม  สร้างเสียงหัวเราะและสร้างคงามสนุกให้กับแบคฮยอนได้เป็นอย่างดี  คนตัวเล็กพาลูกชายของคุณหวังมานั่งดื่มน้ำอัดลมที่เคาน์เตอร์บาร์ริมสระน้ำชั้นบนสุดของโรงแรม  เพราะที่นี้มันเหมาะแก่การให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน  แถมยังมีห้องสปา  ห้องนวดตัว  ห้องซาวน์หน้าและบ่อน้ำร้อนส่วนตัวไว้รองรับลูกค้าทุกท่านที่มาเข้าพักในโรงแรมแห่งนี้  ส่วนด้านนอกก็เป็นสระน้ำที่สร้างให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด  ทั้งดอกไม้  พรรณไม้หรือแม้แต่ของตกแต่งอย่างก้อนหินและสนามหญ้าก็ล้วนแต่เป็นของจริงทั้งนั้น

 

 

                แจ็คสัน...เดินชมสระน้ำและธรรมชาติด้านนอกไปเรื่อยๆพร้อมพูดคุยกับแบคฮยอนอย่างสนุกสนาน  และวันนี้ก็มีลูกค้ามาใช้บริการที่ชั้นบนของโรงแรมมากอยู่พอสมควร  ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีแต่เด็กวัยรุ่นและเด็กตัวเล็กตัวน้อยวิ่งวนไปมาอยู่รอบสระ  เด็กคนนั้นกระโดดลงน้ำ  เด็กคนนู้นก็กระโดดตามลงไปจนน้ำในสระกระเด็นออกมาด้านนอกเลอะเทอะเต็มพื้นไปหมด  แต่สักพัก...เด็กที่เล่นน้ำกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็รีบขึ้นมาจากสระก่อนวิ่งไล่จับกันจนหกล้ม  และคนที่เห็นภาพแบบนั้นก็รีบเข้าไปประคองกายเด็กน้อยให้ลุกขึ้น  แต่.....

 

ปึ่กกกก!!!

 

          “โอ๊ยยย!!!

 

          การวิ่ง...เข้าไปรับตัวเด็กเอาไว้ด้วยเกรงว่าเด็กจะได้รับบาดเจ็บก็ทำให้แบคฮยอนเกือบตกน้ำ  และดีที่ลูกชายของลูกค้าคนสำคัญดึงตัวไว้ได้ทัน  ไม่อย่างนั้นเขาคงตกน้ำไปแล้ว  แต่ในความโชคดีก็...ทำให้เจ็บตัวจนได้เพราะแรงกระชากจากแจ็คสันมันเป็นเหตุให้ขาของเขาไปกระแทกเข้ากับเก้าอี้ที่วางอยู่ตรงหน้า

 

 

            แบคฮยอนก้มตัวลงไปจับขาของตัวเองทันที...และส่วนที่กระแทกกับเก้าอี้ก็เปลี่ยนผิวขาวๆให้กลายเป็นสีแดงจนดูน่ากลัว  แจ็คสันเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเป็นเช่นนั้นก็ต้องยุติการเดินชมโรงแรมไว้เพียงเท่านี้  แบคฮยอนเริ่มรู้สึกเจ็บขามากขึ้นเรื่อยๆและตอนนี้...มันก็ต้องฝืนความเจ็บเอาไว้เพราะอยากทำหน้าที่ที่คุณพ่อสั่งไว้ให้ดีที่สุด  และเมื่อส่งคุณแจ็คสันถึงห้องพักเรียบร้อยเจ้าตัวก็กดลิฟท์กลับมาที่ห้องทำงานทันที  แต่....

 

            “อื้มมม....!!?”

 

เมื่อก้าวขอออกมาจากลิฟท์...เขาก็ถูกมือของใครบางคนปิดปากเอาไว้ก่อนถูกอุ้มเข้ามาในห้องน้ำ

 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

            พี่ชานยอล!!!

 

            พยายามหาทางเอาตัวรอดอยู่นาน...และเมื่อรู้ว่าเจ้าของมือหรือเจ้าของแรงที่ออกกำลังอุ้มเขาเข้ามาในห้องน้ำคือใครก็รู้สึกโกรธอยู่ไม่ใช่น้อย  ส่วนผู้ที่กล้าทำเช่นนี้กับลูกชายคุณจีซบก็ทราบดีว่าแบคฮยอนบาดเจ็บตรงไหน  เพราะเหตุใดหรือเมื่อไหร่ก็ทราบดีทั้งหมดเพราะเฝ้าดูมาตั้งแต่ต้น  กี่โมง...ลงมาพบลูกค้า  พาลูกค้าไปเดินส่วนไหนในโรงแรมและเกือบตกน้ำรวมถึงขาไปกระแทกกับเก้าอี้ท่าไหนก็รู้หมด  ชานยอลหาเวลาเพื่อจจะปรับความเข้าใจกันอยู่หลายวันแต่ก็ไม่มีโอกาสเลยสักครั้ง  แต่เมื่อได้โอกาสก็ไม่คิดจะปล่อยให้หลุดมือไปแน่นอน

 

            “อย่ายุกยิกสิ...เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก”  อุ้มคนบาดเจ็บมานั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้าง  แต่เจ้าตัวกลับกลับพยายามที่กระโดดลงมา

 

            พี่ชานยอลปล่อยนะ  เดี๋ยวมีคนมาเห็น”  ขาก็เจ็บ  แรงก็ไม่ค่อยมี...แต่การที่ต้องมาพบกับคนคนนี้  เขาขอยอมเจ็บดีกว่าต้องมาเห็นหน้ากัน

 

            น้องแบคครับบบบ...อย่าเพิ่งดิ้นได้ไหม  อยู่เฉยๆก่อน  เดี๋ยวตกลงมาเจ็บขาอีกรอบไม่รู้ด้วยนะ!!  ไหนขอพี่ดูแผลหน่อย??”  พูดพร้อมกับก้มตัวลงและค่อยๆดึงขากางเกงของคนตัวเล็กขึ้นเพื่อดูบาดแผลที่เกิดแรงกระแทก  และตอนนี้ผิวที่เขาเคยเห็นว่ามันขาวแค่ไหนก็เริ่มเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวแถมยังบวมเล็กน้อย

 

            “โอ๊ยยยย!!!!  เจ็บนะ!!”  ถูกมือ...ของวิศวกรประจำโรงแรมลูบไปตรงส่วนที่บวมจนต้องส่งเสียงร้องเพราะมันรู้สึกเจ็บมากกว่าจริงๆ 

 

            “รู้ว่าเจ็บครับ  แต่ช่วยอดทนหน่อยได้ไหม  พี่จะทายาให้”  หยิบหลอดยากออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วทาลงบนบริเวณที่เกิดอาการบวมอย่างเบามือ  แต่มันคงแรงไปสำหรับคนตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งหน้าเบ้อยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล่างหน้า 

 

            “เสร็จแล้วใช่ไหม  งั้นผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ  แล้วก็...ขอบคุณมากที่หายามาทาให้”  เห็นชานยอลเก็บยาใส่กระเป๋าเสื้อไว้เหมือนเดิม  แบคฮยอนจึงรีบกล่าวขอบคุณพร้อมทำท่าจะลงจากแผ่นหินอ่อนที่ตัวเองนั่งอยู่เพื่อกลับไปที่ห้องทำงาน 

 

แต่สิ่งที่คิด...ก็ไม่ได้เป็นอย่างใจหวังเมื่อถูกเจ้าของมือที่บรรจงทายาให้เมื่อครู่กอดเอาไว้ในอ้อมอก

 

            “ยังไม่หายงอนพี่อีกเหรอครับ น้องแบค?” 

 

            “ไม่ได้งอนครับ  แต่ผมจะไม่สนใจพี่ชานยอลอีกแล้ว  เราเลิกกันเถอะครับ  พี่ชานยอลมีแฟนอยู่แล้วผมก็จะเลิกให้  อยู่กันฝืนๆแบบนี้มันไม่มีความสุขหรอกครับ แล้วก็เอ่ออ...ผมโทษด้วยนะครับที่ไม่เคยถามเลยว่าพี่ชานยอลมีแฟนอยู่แล้วหรือเปล่า  พี่ชานยอลกลับไปหาเธอเถอะครับ  ผะ...ผม  อื้มมมมม!!!!” 

 

            คำตัดพ้อ...และคำที่แทนตัวเองว่า  ผม  ครั้งแล้วครั้งเล่า  ถูกกลืนหายไปเมื่อปากหยักจัดการป้อนจูบเพื่อปิดประโยคที่ไม่น่าฟังแถมยังทำให้รู้สึกไม่พอใจ  ส่วนคนแบคฮยอนก็ไม่คิดว่าจะถูกทำเช่นนี้และการที่ตัวเองยังพูดความในใจไม่จบประโยคก็ทำให้ลิ้นร้อนสามารถเข้ามากวาดต้อนความหวานได้อย่างง่ายดาย  มันไม่เหมือนกับตอนถูกจูบที่คอนโดฯเพราะวันนี้มันไม่เพียงแค่ใจสั่นเท่านั้นแต่ยังทำให้ร่างกายของเขาอ่อนระทวยไปหมด

 

 

                มือบาง...กำเสื้อเชิ้ตเจ้าของคนตรงหน้าจนมันยับยู่ยี่ด้วยความรู้สึกหวาบหวาม  และยิ่งชานยอล...เอียงใบหน้าเพื่อปรับให้ถนัดต่อการกระทำมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้แบคฮยอนหลงเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสนี้มากขึ้นเท่านั้น  แล้วการที่คนตัวเล็กจูบตอบกลับมาอย่างคนไม่ประสาก็ทำให้คนมากประสบการณ์อย่างชานยอลทราบได้ทันทีว่านี่คือจูบแรกของแบคฮยอน  เจ้าตัวคงไม่เคยจูบกับใครและก็ไม่เคยถูกใครจูบมาก่อน  ไม่อย่างนั้นเขาก็คงยอมไม่ปล่อยสัมผัสที่แสนหวานแบบนี้ง่ายๆแน่นอน

 

            ”อื้มม...!!

 

            “...........”

 

เสียงอู้อี้...ที่ร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจทำให้ชานยอลจำเป็นต้องละออกจากริมฝีปากนุ่มอย่างนึกเสียดาย

 

            “พี่ชานยอลทำแบบนี้ทำไม  มีแฟนอยู่แล้วยังมาจูบคนอื่นอีก

 

            “คนอื่นที่ไหนกันครับ  น้องแบคเป็นแฟนพี่ชานยอลนะครับ  ลืมแล้วเหรอ??  แล้วเมื่อกี๊...ก็เรียกว่าจูบของจริง!!  ส่วนแบบที่ห้างวันนั้น...เขาไม่เรียกว่าจูบด้วยซ้ำ  จำไว้!!!  แล้วก็เรียกตัวเองว่าน้องแบคเหมือนเดิมด้วยนะครับ  และถ้าน้องแบคไม่เชื่อฟังในเรื่องที่พี่กำลังจะพูด  น้องแบคก็อย่าหวัง...ว่าจะได้ออกไปจากห้องน้ำ!!”

 

                พยายามจะปรับความเข้าใจ...แม้คนตรงหน้าจะยังเขินอยู่ก็ตามที  และหลังจากที่ไม่ได้เจอกันอีกเลยนับตั้งแต่เดินเรื่อง...มันก็ทำให้ชานยอลมีเวลามากพอที่จะคิดหาทางออกให้กับเรื่องนี้  ปาร์คชานยอลเริ่มรู้ตัวว่าต้องปรับนิสัยบางอย่างให้เข้ากับคนตัวเล็ก  เพราะการถูกเอาใจใส่อยู่ฝ่ายเดียวโดยที่ตัวเองไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรมันก็ดูจะเห็นแก่ตัวมากไปหน่อย  และการยอมตกลงเป็นแฟนกัน...มันก็เกิดจากการโกหกของเขา  ไม่ใช่เกิดจากการถูกบังคับ

 

 

            ถ้าไม่ปั้นเรื่องโกหก  ถ้ายอมบอกความจริงและถ้าเขามีความกล้าที่จะพูดทุกอย่างให้แบคฮยอนฟังว่าเรื่องที่ผับในคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น  เรื่องก็มันคงไม่บานปลายจนเกือบจะมองหน้ากันไม่ติด  แต่ไหนไหนเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว...ชานยอลก็ขอเก็บความจริงทุกอย่างไว้กับตัวเองจะดีกว่าเพราะพูดไปก็มีแต่จะเสียกับเสียและคนที่จะเสียมากที่สุดก็คือแบคฮยอน  ตอนนี้เขาควรแก้ไขตัวเอง  เปลี่ยนแปลงตัวเองและเริ่มต้นที่จะยอมรับว่าตัวเองมีแฟนแล้ว

 

แถมแฟนที่ว่า...ก็ยังปากหวานจนอยากจะลิ้มรสดูอีกสักครั้ง

 

            และการปรับความเข้าใจ...ก็ยังไม่จบเพียงเท่านีเพราะยังมีอีกเรื่อง...ที่อาจทำให้ความรักครั้งใหม่ของคนที่กำลังจะมีแฟนแบบจริงๆจังๆไม่ราบรื่น  การที่แบคฮยอนคุยโทรศัพท์กับใครสักคนที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน  และคำพูดที่แสนหวานอย่างเช่นคำว่า  คิดถึง  รักมาก  อยากกลับไปนอนกอดด้วยหรืออีกสารพัดคำหวานที่ได้ยินได้ฟัง  ทุกๆอย่างมันอาจส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของเรา

 

            น้องแบคครับ  พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมเพราะว่ามันสำคัญต่อหัวใจของพี่

 

            “แหวะ!!...พี่ชานยอลพูดแบบนี้ออกมาได้ไง  ตะ...แต่จะถามอะไรก็ถามมาเถอะฮะ  ถ้าน้องแบคตอบได้ก็จะตอบ

 

            “ตอนอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น...พี่ได้ยินน้องแบคคุยโทรศัพท์  แล้วพูดกับคนในสายว่ารัก  คิดถึง  อยากไปนอนกอด  น้องแบคช่วยบอกพี่หน่อยได้ไหมว่าเขาเป็นใคร?  แล้วเป็นอะไรกับน้องแบคของพี่ชานยอล??”

 

            “ใครอยากเป็นของพี่ชานยอลกันล่ะ...อย่ามาพูดแบบนี้ได้ไหมฮะ

 

ฟอดดดดด!!!!!!

 

 

            “อนุญาตให้เขินครับ  แต่ต้องตอบคำถามด้วย...เพราะพี่อยากรู้

 

             งื้อออ...เขาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของน้องแบคเองฮะ  เราเรียนมาด้วยกัน  แล้วก็นอนด้วยกันบ่อยเพราะต้องทำงานส่งอาจารย์  เพื่อนของน้องแบคคนนี้เขาน่าสงสารมากเลยนะฮะ  พ่อแม่เขาเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก...แล้วน้องแบคก็เป็นห่วงเพื่อนคนนี้มากๆเลยฮะ

 

            คนถูกหอมแก้ม...จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวต่างๆในชีวิตให้คนตรงหน้าได้ทราบ  และเมื่อรู้ว่าสิ่งที่คิดเองเออเองอยู่คนเดียวคือเรื่องที่เข้าใจผิด  มันก็ทำให้แบคฮยอนต้องลองเปิดใจ  ให้อภัยหรือรับฟังเหตุผลของคนอื่นอย่างที่คุณพ่อได้สอนเอาไว้  และเมื่อเริ่มเปิดใจกันมากขึ้น  ความเข้าใจผิดของแต่ละคนก็ถูกคลี่คลายไปในทางที่ดี  ส่วนอดีตที่แสนเจ้าชู้ของแฟนใหม่(อีกครั้ง)อย่างชานยอล  เขาก็ไม่อยากเก็บเอามาคิดให้รกสมอง  อดีตก็คืออดีตและอนาคตจะเป็นเช่นไรก็ยังไม่ต้องไปคิดเพราะตอนนี้ทุกๆอย่างมันกำลังไปได้ด้วยดี

 

แบคฮยอนไม่รู้ว่าความรักครั้งนี้จะดีหรือร้ายสักแค่ไหน...แต่สัญญาว่าจะดูแล  เอาใจใส่และทำหน้าที่ของแฟนให้ดีที่สุด

 

แกร๊กก!!!

 

          อ้าว...คุณชานยอล  มาทำอะไรที่ห้องทำงานของอา  หรือว่าาาา...มาง้อเจ้าแบค  แล้วนั่น!!  ขาไปโดนอะไรมาลูก  ทำไมถึงเขียวแบบนั้น?”

 

          แบคหกล้มนิดหน่อยฮะ  แต่ไม่เป็นอะไรมาก  แล้วคุณพ่อคุยกับลูกค้าเสร็จแล้วเหรอครับ

 

            “เสร็จแล้ว....งั้นวันนี้พ่อพาแบคกลับบ้านเลยดีกว่า  หรือจะแวะไปให้หมอดูอาการหน่อยก็ดีนะ  มานี่เลย...เดี๋ยวพ่ออุ้ม  ขาเขียวขนาดนี้พรุ่งนี้จะมาทำงานไหวหรือเปล่า หื้มม?”

 

            หลังจากปรับความเข้าใจกันเรียบร้อย...ชานยอลก็อุ้มคนตัวเล็กกลับมาที่ห้องทำงาน  แต่ยังไม่ทันจะได้ทำความคุ้นเคยกันต่อ  เสียงประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมการทักทายจากเจ้าของห้องก็ทำให้ต้องหยุดทุกการกระทำเอาไว้ทันที  จากที่จับมือกันไว้ก็ต้องรีบปล่อย  จากที่นั่งใกล้กันก็ต้องถอยห่างออกไปเป็นเมตร  และการที่คุณพ่อเป็นห่วงลูกชายมากขนาดนี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด  ถ้าชานยอลมีความกล้ามากกว่านีอีกนิดหรือมีจังหวะที่ดีกว่านี้อีกหน่อย  เขาก็จะบอกกับคุณอาตรงๆว่ากำลังคบกับลูกชายของท่าน  แต่สำหรับตอนนี้มันคงไม่ใช่เวลาที่สมควร

 

แต่.....

 

            เอ่ออ...คุณอาครับ  เดี๋ยวผมอุ้มน้องไปส่งที่รถให้ดีกว่าครับ  คุณอาจะได้ถือเอกสารได้สะดวก

 

            “หายงอนแล้วเหรอ??  ถึงยอมให้พี่ชานยอลอุ้มแบบนี้???”

 

            “หายแล้วครับคุณอา  ผมง้อตั้งนานกว่ายอมคุยด้วย

 

            “เฮ้อออ...ไม่รู้จักโตสักทีเจ้าลูกคนนี้  ไปๆ ๆ...กลับบ้าน

 

            ได้อุ้มไปส่งที่รถก็ยังดี...และถึงแม้จะยังไม่กล้าบอกความจริงกับจีซบตอนนี้  แต่สัญญาว่าเมื่อถึงเวลานั้นเมื่อไหร่  เขาจะทำให้ทุกอย่างให้สมกับที่ท่านไว้เนื้อเชื่อใจ  ชานยอลรู้สึกดีที่วันนี้เรื่องราวต่างๆระหว่างเขากับแบคฮยอนมันไม่บานปลาย  และตอนแรกก็ต้องขอยอมรับกว่ากลัวคนตัวเล็กจะไม่เข้าใจ  เพราะด้วยความต่างของอายุ  อาชีพการงานหรือแม้กระทั้งอุปนิสัยก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  แต่พอได้เปิดใจคุยกัน  ได้ถามในสิ่งที่สงสัย  ได้มีเวลาพูดคุยถึงเรื่องส่วนตัว มันก็ทำให้เขาทราบว่า...คนในอ้อมกอดตอนนี้ใจกว้างและมีเหตุมากแค่ไหน

 

            “ขอบคุณมากนะคุณชานยอล”

 

            “ยินดีครับคุณอา”

 

            และเมื่อเดินมาถึงที่จอดรถ...จีซบก็รับปลดล็อคพาหนะสีเข้มก่อนวางเอกสารมากมายไว้ที่ด้านหลัง  ส่วนชานยอลก็ค่อยๆวางคนตัวเล็กไว้ที่เบาะด้านหน้าอย่างเบามือพร้อมคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ  แต่ก่อนจะปิดประตูรถหรือกล่าวลาคนเป็นผู้ใหญ่...ก็ขอแกล้งลูกชายของท่านสักหน่อย  ร่างสูงใหญ่...ก้มกายลงเล็กน้อยก่อนกระซิบบางประโยคที่พาให้คนฟังต้องก้มหน้าเพื่อแอบซ่อนความเขินอาย  และไม่อยากให้คุณพ่อทราบถึงความมีพิรุธ??

 

...

 

 

...

 

 

            จูบกับพี่...อร่อยกว่ากินเยลลี่ตั้งเยอะ!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

100%

 

แก้ไขเมื่อ 09/09/60

ตอนนี้ยกให้คู่ของชานแบคไปก่อนนะคะ  ตอนหน้าเป็นคู่ของไคฮุนบ้างแล้วววว

ขอบคุณสำหรับการติดตาม  ขอบคุณนักอ่านทั้งเก่าและใหม่ทุกคน  ขอบคุณทุกเม้นท์ด้วยนะคะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆค่ะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #709 pppseen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 23:27
    พี่ชานย๊อลลลลลลลลลลลล /กี้ดๆๆ
    #709
    0
  2. #557 /tl26&? (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 21:48
    อย่ามาแย่งเซฮุนไปนะ!! ส่วนชานแบคนี่หวานชื่นใจมาก5555555 น้องแบคก็ใจดีกับพี่เค้าละเกิน
    #557
    0
  3. #460 Jammie-Lee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:11
    อู๋อี้ฝานนี่เอง // แหมๆๆๆ ชานยอลลลลล
    #460
    0
  4. #400 TDNND (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 20:03
    ฮุนฮุนผิดทุกข้อกล่าวหาที่พี่จงอินกล่าวหา เพราะหาเรื่องหื่น 5556+
    #400
    0
  5. #360 NookNH94 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 09:28
    ตลอดอ่ะจงอิน ไม่ต้องอ้างลงโทษก็ได้อ่ะ หลงน้องมากอ่ะ คนแก่หื่นนนน
    #360
    0
  6. #330 FranceTuan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:59
    ทุกที่ทุกเวลาเลยนะคะบอส!!!
    #330
    0
  7. #191 มักเน่ไลน์94 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 18:06
    โว๊ยยยคนเราาาใจร้อนอะไรเบอร์นี้คะฮือออออออออ พี่จงอินต้องหัดหักห้ามใจตัวเองบ้างนะคะเข้าใจมั้ยฮือออออ
    #191
    0
  8. #161 ทับบี้คัสตาร์ด (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:14
    พี่จงอินต้องทำใจนะก็คนมันน่ารักง่ะ
    #161
    0
  9. #144 itsmaname (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 19:44
    สงสารเซฮุน โดนทุกตอนเลยยย 
    #144
    0
  10. #143 itsmaname (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 19:44
    สงสารเซฮุน โดนทุกตอนเลยยย 
    #143
    0
  11. #142 itsmaname (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 19:44
    สงสารเซฮุน โดนทุกตอนเลยยย 
    #142
    0
  12. #141 Action!! (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 03:43
    ก็ฮุนมันน่ารักอะนะ เราเข้าใจ
    #141
    0
  13. #127 Kannika Tankam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 21:34
    โอยยยเจ้านายค่ะ เอะอะหึงเอะอะหวง นี่น้องฮุนช้ำไปหมดละเนี้ย
    #127
    0
  14. #102 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:30
    พี่จงอินหื่นนน
    #102
    0
  15. #50 Mind (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 15:36
    ตายค่ะ ตายคาอกเจ้านายโทษฐานทำให้หึง
    #50
    0
  16. #49 Nook_wari (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 12:16
    จงอินคงจะไม่ทำอะไรเซฮุนหรอกนะ
    #49
    0
  17. #48 june2546 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 11:11
    จงอินหึงน้องงงงงงง
    #48
    0