7 ชะตาฟ้าสังหาร(命運回到過去)

ตอนที่ 93 : ตอนที่ 89 ทางเลือกของจิวเมิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,006
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

ตอนที่ 89

ทางเลือกของจิวเมิ่ง

 

            ภายหลังการคัดเลือกศิษย์ใหม่ประจำปีของสี่สำนักแกนหลักเหล็กหลอมยุติ ทั้งสี่สำนักต่างได้รับศิษย์ใหม่ครบตามจำนวน แต่ผู้พ่ายแพ้ซึ่งมีมากกว่าผู้ได้รับคัดเลือกหลายเท่าก็มิได้สิ้นหวังเสียทีเดียวในปีนี้ เพราะยังคงมีโอกาสที่สองสำหรับการทดสอบเข้าสิบสำนักเลื่องชื่อที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดไป

 

การประลองคัดเลือกอันสำคัญต่ออนาคตเช่นนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดย่อมต้องยินดีปรีดาเป็นปกติ แต่ปีนี้กลับมีผู้คนที่คิดไม่ปกติเช่นผู้อื่นปรากฏขึ้น...หลิ่งซาน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมือปราบใหญ่แห่งนครเหล็กหลอม ยามหวนนึกภาพสุดท้ายอันน่าอเนจอนาถปัสสาวะไหลหกเละกางเกงระหว่างแข่งขันก่อนสลบไสลของตนจิตใจพลันดำมืด ผสานเข้ากับคำนินทาและคำร่ำลือเอ่ยชมคู่ประลองของตน ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มอายุแค่สิบสองปีระดับบ่มเพาะยังต่ำเตี้ย ว่ามีไหวพริบเลิศล้ำ แต่เรื่องที่หนักหนาสุดก็คงไม่พ้นคำครหาในการได้มาซึ่งชัยชนะอันครุมเครือ ที่ผู้อาวุโสหลี่ชิงหยุนเลือกตัดสินจากผลคะแนนที่นับในรอบแรก ทั้งที่ตามสายตาของผู้ชม ระหว่างที่หลิ่งซานหมดสติล้มลง ฉีหลินยังคงยืนมั่นตระเตรียมลงมือขั้นเด็ดขาด แต่กลับเป็นผู้อาวุโสหลี่เองต่างหากที่สอดมือเข้าแทรก ผลลัพธ์แม้น่ายินดี แต่สำหรับผู้ที่หยิ่งทระนงในตนเช่นหลิ่งซาน เรื่องราวด่างพร้อยระหว่างทางรุนแรงมิต่างจากตราประทับดำมืดที่กระแทกลึกลงไปในจิตใจ ทำให้ตลอดเวลาหลังจบการทดสอบคัดเลือก เด็กหนุ่มเย่อหยิ่งกลายเป็นตกอยู่ในอาการซึมเซา จนแทบจะไม่ปริปากสนทนากับผู้คนรอบข้าง

 

บุตรชายเป็นทุกข์ บิดามากอำนาจย่อมมิยินยอมอยู่เฉย หลิ่งเหวินเรียกมือปราบที่ติดตามบุตรชายมาสอบถามเรื่องราวอย่างละเอียด ก่อนจะลงโทษผู้ติดตามระบายความโกรธเกรี้ยว แม้มือปราบคือหน่วยงานบนดินที่เชี่ยวชาญการทำหน้าที่จับคนร้าย แต่สำหรับหลิ่งเหวินที่นั่งอยู่ในอำนาจยาวนาน เรื่องราวมืดดำใต้ดินต่างหากจึงเป็นอำนาจที่แท้จริงยิ่งกว่า นโยบายน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลองกำหนดเขตทำมาหากินของเหล่ามิจฉาชีพ การเรียกเก็บส่วยแลกกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ของเหล่ามือปราบ ล้วนเป็นผลประโยชน์และอำนาจต่อรองในการใช้งานผู้คนด้านมืดเพื่อรับใช้ตนเองของหลิ่งเหวิน เพียงแต่ครานี้คำสั่งไล่ล่าของมันมาถูกถ่ายทอดล่าช้ากว่าการตัดสินใจอันเฉียบขาดของหลงจิวเมิ่ง เพราะเวลานี้ต่อให้เหล่ามิจฉาชีพทั้งหลายพลิกทั้งนครเหล็กหลอมขึ้นค้นหา พวกมันก็ไม่มีทางพบตัวของหลงจิวเมิ่งและฉีหลิน

 

เรื่องราวการตามล่าตัวสองเด็กหนุ่มของเหล่ามิจฉาชีพในนครเหล็กหลอมสับสนวุ่นวาย แต่ภายในกระโจมใหญ่ข้างโรงน้ำชาค่ายคาราวานพ่อค้าของอ้วนอี้ผิง กลับสงบเงียบไร้เรื่องราวให้ต้องกังวล สองสหายนายบ่าวร่วมอาศัยอยู่ภายในกระโจมใหญ่แห่งนี้ล่วงเข้าสู่วันที่สาม ในที่สุดร่างซึ่งนอนหลับลึกของฉีหลินค่อยรู้สึกตัวฟื้นขึ้น หลงจิวเมิ่งที่นั่งปรับลมปราณทบทวนเรื่องราวอยู่ด้านข้าง หันไปสำรวจดูค่อยพบใบหน้าซึมเซาด้วยความผิดหวังของฉีหลิน แต่ครานี้ไม่คิดใช้ถ้อยคำปลอบประโลมเพียงนำขวานยักษ์อีกเล่มที่ไหว้วานให้คุณชายสี่ให้จัดหาขึ้นมาวางไว้ที่ข้างกาย

 

“มันเป็นของเจ้า”

           

“แต่ว่าข้าพ่ายแพ้นะขอรับท่านพี่จิวเมิ่ง”

 

“ในสายตาของป้อมพยัคฆ์คำรณเจ้าอาจพ่ายแพ้ แต่ในสายตาข้าและผู้ชมมากมายเจ้าคือผู้ชนะ”

 

ฉีหลินกัดริมฝีปากล่าง ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยดน้ำใสระอุอุ่น แต่ไม่ทันที่น้ำตาจะไหลออกเด็กน้อยพลันยกท่อนแขนขึ้นเช็ดปาด “ก่อนจากมาท่านปู่กำชับบอกข้าว่า...ต่อไปไม่มีผู้ใดคอยดูแล ครานี้จากกันไกลติดตามท่านพี่จิวเมิ่ง ขอให้ข้าอดทนต่อความยากลำบากอย่าได้ขี้แย”

 

“ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ลูกผู้ชายอย่าได้เสียน้ำตาให้กับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้” หลงจิวเมิ่งหยิบขวานที่ข้างกายขึ้นมายื่นส่งไปถึงข้างมือของฉีหลิน “เจ้าคือผู้ชนะ และเจ้าควรจะได้รับมัน”

 

“ไม่ขอรับ” ฉีหลินที่ตอนนี้เปลี่ยนจากท่านอนมาเป็นกึ่งนั่ง ผลักมือของหลงจิวเมิ่งคืนกลับ

 

“ทำไมกัน แต่แรกที่ข้าเอ่ยว่าจะซื้อขวานอีกเล่มให้เจ้าหากผ่านการทดสอบ ข้ายังเห็นเจ้าดีใจ...”

 

“ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ ตอนนี้ข้าเข้าใจสิ่งที่ท่านพี่จิวเมิ่งเคยบอกกับข้าเมื่อแรกแนะนำ เรื่องของสำนึกหมัดและความถนัดของข้าแล้ว แต่ว่าตอนนั้นข้ากลับไม่ใส่ใจ”

 

“เจ้าเข้าใจแล้ว”หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางฉีกยิ้มที่มุมปาก

 

ฉีหลินพยักหน้ารับด้วยแววตามุ่งมั่น “ข้าตัดสินใจที่จะฝึกฝนเพลงหมัดแล้วขอรับ เพลงหมัดที่หนุนเสริมเข้ากันกับแขนซ้ายข้างนี้ของข้า”

 

“ดี...ดียิ่ง” หลงจิวเมิ่งหยิบตำราเพลงหมัดเล่มหนึ่งที่เขียนเก็บเอาไว้ออกมามอบให้กับฉีหลิน “เมื่อเจ้าไม่ต้องการขวานใหญ่ ข้าก็จะมอบสิ่งนี้ให้แทนก็แล้วกัน”

 

ฉีหลินรับตำราที่ขีดเขียนด้วยลายมือของหลงจิวเมิ่งขึ้นมาดู “กระบวนท่าหมัดพื้นฐาน ท่านพี่จิวเมิ่งมิได้ล้อข้าเล่นกระมัง ตำราเช่นนี้ข้าเคยอ่านมาตั้งแต่เจ็ดขวบแล้วนะขอรับ”

 

หลงจิวเมิ่งฉีกยิ้มอีกครั้ง “แล้วเจ้าเข้าใจมันเช่นเดียวกับที่ข้าอธิบายไว้ภายในหรือไม่ หากเจ้าเข้าใจมันทั้งหมดก็จงทำลายมันทิ้งไปเสีย แล้วก็อย่าได้หักโหมฝึกฝน จงพักฟื้นให้เต็มที่อีกสี่วันเจ้ายังต้องไปเข้าทดสอบคัดเลือกศิษย์ใหม่อีกครั้ง”

 

“ทดสอบอีกครั้ง” ฉีหลินเอ่ยพลางพลิกเปิดตำรากระบวนท่าหมัดพื้นฐานที่หลงจิวเมิ่งมอบให้ แม้รูปภาพแสดงท่าทางจะเหมือนกับที่มันเคยอ่านผ่านตา แต่รายละเอียดที่อธิบายด้านข้างเพิ่มเติมขึ้นมากลับละเอียดยุบยับ อธิบายถึงข้อดีข้อด้อยของทุกท่าทางพื้นฐานอย่างละเอียด “ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าท่าหมัดมวยธรรมดากลับมีเงื่อนไขการใช้ที่ละเอียดแตกต่างกันเช่นนี้”

 

“ข้าละไม่เข้าใจเจ้าจริง ๆ ทั้งที่จิตมุ่งมั่นจนสามารถก่อสำนึกหมัดเลือนรางได้เช่นนี้ แต่เพียงข้าชมการตอสู้ของเจ้าไม่กี่ครั้ง ก็เห็นชัดว่าเจ้ามิได้เข้าใจพื้นฐานของเพลงหมัดเลยแม้แต่น้อย”

 

“ก็ที่หมู่บ้านไม่เคยมีใครสอนข้าเช่นเดียวกับตำราของท่านพี่จิวเมิ่งนี่ขอรับ”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ทำความเข้าใจกับตำราพื้นฐานที่ข้ามอบให้ไปก่อน เดี๋ยวข้าจะออกไปเจรจาธุระกับคุณชายสี่เสียหน่อย”

 

ภายหลังจากสิ้นคำขอบคุณของฉีหลิน หลงจิวเมิ่งก็เลิกกระโจมผ้าเดินออกไปเคาะเรียกอ้วนอี้ผิงที่ร้านน้ำชาด้านข้าง แรกพบหน้าอ้วนอี้ผิงคิดว่าหลงจิวเมิ่งจะมาพบตนเองด้วยเรื่องเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจเลือกสำนักศึกษาแห่งใหม่ แต่กลับไม่เป็นไปดังคาดหลงจิวเมิ่งกลับมาขอร้องให้อ้วนอี้ผิงช่วยหาข้อมูลของสำนักตะวันจันทราเพิ่มเติ่ม โดยเน้นย้ำเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวการหายตัวไปของประมุขคนก่อน และเงื่อนไขที่สำนักจะอยู่รอดหรือถูกขับออกจากตำแหน่งสิบสำนักเลื่องชื่อ อ้วนอี้ผิงจะงุนงงในคำขอ จนอดที่จะเอ่ยถามหาเหตุผลที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใด หลงจิวเมิ่งจึงได้สนใจจะเข้า...สำนักตะวันจันทรา แถมวันนี้ยังอยากรู้เรื่องราวมากมายของสำนักแห่งนี้เพิ่มเติมอีก เพราะตัวมันมั่นใจว่าตอนนี้สำนักเลื่องชืออันดับรั้งท้ายแห่งนี้กำลังจะถึงคราวล่มสลาย การคัดเลือกปีนี้ขอเพียงแค่ปรากฏผู้ฝึกตนไปยื่นสมัครเข้าเป็นศิษย์ใหม่ สำนักก็คงรับเอาไว้ทั้งหมดโดยมิต้องคัดเลือกอยู่แล้ว

 

“ข้ามิได้ต้องการเข้าเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักตะวันจันทรา”

 

“น้องจิวเมิ่ง วันนี้สมองเจ้ายังดีอยู่หรือไม่ เราเจรจากันมาเนิ่นนานเกี่ยวกับเรื่องของสำนักตะวันจันทรา ว่าเจ้าจะเข้าสำนักแห่งนี้ แถมยังขอให้ข้าช่วยเหลือเจ้าเรื่องข้อมูลเพิ่มเติม แต่ตอนนี้เจ้ากำลังจะบอกข้าว่าเจ้าจะไม่เข้าทดสอบคัดเลือกศิษย์ใหม่ของสำนักตะวันจันทราแล้วเช่นนั้นรึ”

 

“ท่านพี่อี้ผิงอย่าได้เข้าใจผิด ข้าบอกท่านว่าต้องการจะเข้าสำนักตะวันจันทราจริง แต่มิได้เอ่ยว่าจะเข้าทดสอบเป็นศิษย์ใหม่เสียหน่อย”

 

“ข้าก็ยังมิเข้าใจเจ้าอยู่ดี หากไม่คิดจะทดสอบเข้าเป็นศิษย์ใหม่ แล้วใยเจ้าถึงอยากรู้เรื่องของสำนักตะวันจันทรามากมายเช่นนี้”

 

“ความต้องการของข้าที่มีต่อสำนักตะวันจันทรานั้น หากเป็นช่วงเวลาปกติก็คงมิอาจกระทำ แต่เวลานี้เรื่องราวปะจวบเหมาะด้วยสำนักกำลังอยู่ในวิกฤต ผู้คนตีจากใกล้ล่มสลายดังที่ท่านพี่กล่าว...”

 

“อย่าได้เอ่ยคำปริศนากำกวมให้ข้าอยากรู้มากไปกว่านี้เลย เจ้าบอกกับข้าของเจ้ามาตรง ๆ เถอะ”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตกลง ตกลง ท่านพี่อี้ผิงที่ข้าบอกท่านว่าต้องการเข้าสำนักแห่งตะวันจันทรามิได้โป้ปดแม้แต่น้อย เพียงแต่ข้ามิได้ต้องการเข้าสำนักตะวันจันทราในฐานะศิษย์”หลงจิวเมิ่งมองดูใบหน้าสับสนงุนงงของอ้วนอี้ผิงด้วยรอยยิ้มพออกพอใจ ก่อนจะเฉลยคำตอบสุดท้าย “แต่เป็นฐานะของ...อาจารย์

 

อาจารย์ !!!” อ้วนอี้ผิงอุทานย้ำด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ดวงตากระจ่างมองดูหลงจิวเมิ่งด้วยความคิดซับซ้อน ราวกับว่าตัวมันที่ถูกผู้คนยกยอว่าเฉลียวฉลาดยิ่งตั้งแต่วัยเยาว์ กลับกลายเป็นโง่งมต่อหน้าเด็กหนุ่มวัยเพียงสิบสามปีผู้นี้ ด้วยหลายคราไม่อาจตามทันความคิดอันพิสดารของหลงจิวเมิ่งได้เลยแม้สักนิดเดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

711 ความคิดเห็น

  1. #687 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 09:44
    รอติดตามนะคะ
    #687
    1
    • #687-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 93)
      22 ตุลาคม 2562 / 11:04
      ขอบคุณครับ
      #687-1
  2. #684 AttaponMee (@AttaponMee) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 12:47
    รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
    #684
    1
    • #684-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 93)
      22 ตุลาคม 2562 / 11:03
      ขอบคุณครับ
      #684-1