7 ชะตาฟ้าสังหาร(命運回到過去)

ตอนที่ 83 : ตอนที่ 79 แก่งแย่งชิงดี 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    28 ก.ย. 62

ตอนที่ 79

แก่งแย่งชิงดี 2

 

หลงจิวเมิ่งได้ยินเรื่องราวแม้อยากยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่คงต้องปรึกษากับอ้วนอี้ผิงให้ดีก่อน เมื่อนั้นเห็นปู้เจิ่นกลายเป็นเคร่งเครียด จึงโน้มใกล้เข้าไปกระซิบว่า... “ท่านพี่อี้ผิง คงมิได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารกระมัง” ถ้อยคำแรกทำเอาปู้เจิ่นกลายเป็นเกรี้ยวกราด แววตาเป็นมิตรกลับกลายเป็นขุ่นเคือง หลงจิวเมิ่งค่อยเอ่ยต่อมาว่า “การแสดงออกของท่านอาปู้ล้วนตอบคำถามของข้าแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามอีกว่าพ่อค้าที่ทรยศ ย่อมมีอี้ฟู่เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วยกระมัง” แม้ยังขุ่นเคืองหลงจิวเมิ่งไม่หาย แต่ปู้เจิ่นยังเลือกพยักหน้าตอบ “ดี ถ้าเช่นนั้นข้าเชื่อว่าละครฉากนี้ ท่านพี่อี้ผิงล้วนถูกจัดฉากวางยาเอาไว้นานแล้ว คนร้ายตัวจริงนั้นรอเพียงสถานการณ์สุกงอมค่อยเลือกลงมือในจังหวะเหมาะสมเท่านั้น”

 

“เจ้าคิดเช่นนั้น” ปู้เจิ่นที่คลายความหงุดหงิดหันมามองหลงจิวเมิ่งด้วยสีหน้าจริงจัง

           

“การซื้อหาสิ่งของที่ข้าต้องการ แต่แรกก็มิใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนอยู่แล้ว เห็นทีวันนี้ท่านอาปู้คงต้องนำทางข้าไปพบกับท่านพี่อี้ผิงแล้วละ”

 

ปู้เจิ่นจ้องมองเข้าไปในแววตามาดมั่นของหลงจิวเมิ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับพลางเอ่ยคำหนักแน่น “เชิญตามข้ามา” เอ่ยจบปู้เจิ่นก็เดินลิ่วไว นำหน้าหลงจิวเมิ่งออกไปยังประตูเมืองทางทิศตะวันตก

.

.

            เขตตะวันตกนอกนครเหล็กหลอม เส้นทางสัญจรโอ่โถงกว้างขวางด้วยเป็นเส้นทางมุ่งหน้านครหลวงไท่เว่ย ทำให้ผู้คนนอกเมืองฝั่งนี้มากมายกว่าฝั่งตะวันออกอย่างไม่อาจเทียบ แม้พ้นเขตนอกประตูเมืองไปไกลกว่าสองลี้ ยังปรากฏร้านรวงตั้งแน่น ผู้คนซื้อหากันยังคึกคักเสียยิ่งกว่าตลาดแลกเปลี่ยนของเมืองขนาดเล็กเสียอีก

 

            ปู้เจิ่นเดินนำหลงจิวเมิ่งไกลออกมาพ้นเขตรัศมีสิบลี้จากประตูเมืองตะวันตก ที่ชายทุ่งกว้างปรากฏกระโจมผ้าของกองคาราวานพ่อค้า ที่ติดคำ...อ้วน ตั้งเรียงรายล้อมรอบโรงน้ำชาไม้สองชั้นที่ใจกลาง

 

            “ท่านพี่อี้ผิงอาศัยอยู่ที่โรงน้ำชานั้นกระมัง” หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางชี้นิ้วตรงผ่านกระโจมผ้าขาวขุ่นตรงเข้าไปยังโรงน้ำชาไม้

 

            “แม้เห็นได้ง่าย แต่มิใช่เข้าไปได้ทันที” เสียงเนิบช้าภาคภูมิ ที่ปู้เจิ่นเอ่ยเช่นนี้ เพราะมันเป็นผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของคุณชายสี่

 

            “มีค่ายกล” หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางกวาดตาสำรวจรอบ ค่อยสังเกตเห็นเสาหินเตี้ย ที่ปักแทรกอยู่ตามกระโจมต่าง ๆ อย่างกลมกลืน หากไม่สังเกตโดยละเอียดรอบด้าน หลงจิวเมิ่งก็ไม่อาจจำแนกออกว่าเป็นค่ายกลรูปแบบใด

 

            ปู้เจิ่นพยักหน้ารับ พลางเดินล้ำหน้าหลงจิวเมิ่งเข้าไปภายในเขตกระโจมผ้า “น้องจิวเมิ่ง เดินตามข้ามาอย่าให้ห่าง”

 

            “...” หลงจิวเมิ่งมิตอบคำ เดินตามหลังปู้เจิ่นเข้าไปติด ๆ เพียงไม่กี่อึดใจก็เข้ามาหยุดอยู่ลานกว้างด้านหน้าห่างจากโรงน้ำชาไม้ไม่ถึงยี่สิบวา

 

            “ด้านในนี้ไม่มีค่ายกล แต่เป็นเขตรับผิดชอบของกลุ่มกำปั่นเงิน” สิ้นคำกล่าว ร่างที่หลบซ่อนตัวของนักรบกลุ่มกำปั่นเงินทั้งสิบ ก็ปรากฏขึ้นคุกเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น แสดงความเคารพต่อปู้เจิ่นหนึ่งคา ก่อนจะเลือนหายกลับคืน ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองต่อไปอย่างแข็งขัน

 

            ประตูไม้ถูกผลักออก อ้วนอี้ผิงนั่งจิบชากรุ่นชมภาพวาดที่คลี่กางอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาครุ่นคิด “น้องจิวเมิ่ง” แม้จะประหลาดใจที่ปู้เจิ่นนำหลงจิวเมิ่งมาพบกับตนเอง แต่ก็ไม่ลืมมอบรอยยิ้มกว้างต้อนรับ “มีเรื่องร้อนรนอันใดรึ ปู้เจิ่นถึงต้องนำเจ้ามายังพบข้ากะทันหันเช่นนี้” อ้วนอี้ผิงเอ่ยพลางกวาดพัดในมือชี้ไปที่ปู้เจิ่น

 

            “เรียนนายน้อย น้องจิวเมิ่งมีถ้อยคำอยากจะกล่าวกับท่าน เรื่องแผนการร้ายของ...คุณชาย...สา...” ไม่ทันที่ปู้เจิ่นจะเอ่ยจบ แววตาของอ้วนอี้ผิงก็กลายเป็นเด็ดเดี่ยวจริงจัง พลางยกมือขึ้นปรามมิให้ปู้เจิ่นเอ่ยต่อ

 

            “ท่านอาปู้...อยู่กันมาเนิ่นนาน จนป่านนี้ ท่านยังไม่เข้าใจข้าอีกรึ เรื่องราวภายในล้วนเป็นปัญหาส่วนตัวของข้า ท่านมิควรชักนำให้น้องจิวเมิ่งต้องมายุ่งเกี่ยววุ่นวายด้วยเลย” แม้น้ำเสียงและข้อความเรียบเฉย แต่ปู้เจิ่นย่อมรับรู้ว่านี่คือถ้อยคำตำหนิตนเอง “เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องวุ่นวายภายในเล็กน้อย หากน้องจิวเมิ่งมาด้วยเรื่องนี้ละก็...”

 

            หลงจิวเมิ่งรับรู้ได้ว่าอ้วนอี้ผิงคงไม่อยากให้ตนเองเกี่ยวข้องด้วยเกรงจะไม่ปลอดภัย แต่เมื่อตนเองมีหนี้ติดค้างอยู่ก่อน เมื่อมีโอกาสชดใช้คืนย่อมไม่ลังเลที่จะยื่นมือยุ่งเกี่ยว “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่านอาปู้ แต่เป็นข้าเองที่จำเป็นจะต้องยุ่งเกี่ยว”

 

            “เป็นเจ้าเอง” อ้วนอี้ผิงที่ชะงักคำก่อนหน้า เอ่ยถามกลับด้วยรอยยิ้มราวกับว่ามันรู้เรื่องราวอยู่ก่อน

 

            “แม้ข้ายังมิเอ่ยออกไป แต่ดูจากท่าทางของท่านพี่อี้ผิง ก็คงพอจะรับรู้เรื่องราวอยู่ก่อนแล้ว ได้ว่าผู้ที่ลอบจู่โจมข้าล้วนเกี่ยวข้องกับอี้ฟู่”

 

            ครานี้คุณชายสี่คลี่กางพัดสีดำโบกปิดใบหน้า ก่อนจะหันหลังกลับไปยังอีกด้าน “ข้าพอจะคาดเดาได้ แต่มิมีหลักฐานหรือว่าน้องจิวเมิ่งรับรู้ข่าวอันใดน่าสนใจมารึ”

 

            หลงจิวเมิ่งไม่คิดเก็บงำความลับและข้อสันนิษฐานของตนเองอีก กล่าวยืดยาวพร้อมทั้งเอ่ยหนักแน่นถึงสิ่งที่ฉีหลินเล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่ยังทำงานภายใต้ค่ายโจรเก้ามังกรเขตปกครองย่อยฝั่งตะวันออก เมื่อนำเรื่องราวมาประติดประต่อกับหลาย ๆ เหตุการณ์ก่อนหน้า ทุกทิศทางล้วนชี้เป้าคนร้ายไปที่...อ้วนจิน ทั้งสิ้น

 

            เมื่อถ้อยคำยืดยาวของหลงจิวเมิ่งยุติ อ้วนอี้ผิงจึงเอ่ยขึ้นบ้าง “น้องจิวเมิ่งเจ้ารู้หรือไม่ว่าที่พักซึ่งเจ้าเข้าพักในคืนแรกนั้น เป็นสมบัติในครอบครองของอ้วนจิน”

 

            “สมบัติส่วนตัวของอ้วนจิน” หลงจิวเมิ่งนึกย้อนไปถึงตัวหนังสือสีทอง คำ...อ้วน ที่แปะเด่นอยู่บนโถงกลางของโรงเตี๊ยม “เป็นเช่นนี้นี่เอง”

 

            อ้วนอี้ผิงเห็นสีหน้าผิดหวังของหลงจิวเมิ่ง ด้วยข่าวลับที่ตนเองนำมาบอกนั้น อ้วนอี้ผิงรับรู้เรื่องราวอยู่ก่อนแล้ว แถมยังรับรู้ละเอียดเสียยิ่งกว่า แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวที่ชอบคบหาผู้คน อ้วนอี้ผิงจึงมิอยากให้หลงจิวเมิ่งกลับไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวผิดหวัง “เรื่องของอี้ฟู่ข้าเองก็รับรู้มาบ้าง แต่ความเชื่อมโยงกับค่ายโจรเก้ามังกรล้วนเป็นเรื่องราวใหม่ ที่เพิ่งได้ยินในวันนี้ ครานี้ข้าต้องขอบใจน้องจิวเมิ่งที่นำข่าวมาแจ้งต่อข้าด้วยใจจริง” อ้วนอี้ผิงพับเก็บพัดในมือ พลางหันกลับมายื่นคำนับหลงจิวเมิ่งด้วยรอยยิ้มเช่นทุกครา

 

            หลงจิวเมิ่งที่เพิ่งจะผิดหวัง เมื่อได้รับคำกล่าวชมเชยถึงกับงุนงงนิ่งงัน ทำตัวไม่ถูกไปแวบหนึ่งค่อยยื่นคำนับตอบกลับ

 

            อ้วนอี้ผิงรู้ดีถึงจังหวะเวลาเหมาะจะส่งแขก จึงเอ่ยขึ้นว่า... “น้องจิวเมิ่งอย่าได้กังวลเรื่องแก่งแย่งสมบัติภายในตระกูลอ้วน เวลาอีกเดือนกว่า ๆ จงตั้งใจฝึกฝนทบทวน หากเข้าสังกัดค่ายสำนักใหญ่ได้ พี่ชายคนนี้จะได้พลอยมีหน้ามีตาไปด้วยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ก่อนที่สุดท้ายการสนทนาจะยุติลงด้วยถ้อยคำอำลาแยกย้าย

 

            ภายหลังหลงจิวเมิ่งแยกจากพ้นขอบค่ายคาราวานไปได้ระยะหนึ่ง ประตูหน้าที่ปิดแน่นของโรงน้ำชา พลันเคลื่อนไหวปิดเข้าหากันเอง ก่อนจะปรากฏเสียงลั่นแกรกของกลอนประตูสลักอาคมที่ภายใน

 

            อ้วนอี้ผิงที่ยืนสง่าก่อนหน้า กลายเป็นก้มหน้าลง พร้อมอยู่ในท่าคุกเข่า “ศิษย์ขออภัยท่านอาจารย์ ที่ต้อง...”

 

            ภาพวาดที่กลางโต๊ะกลับกลายเป็นว่างเปล่า รูปวาดมนุษย์ที่อยู่ภายในภาพกลับมีชีวิตและตัวตนแท้จริงอยู่ที่เบื้องหน้าของอ้วนอี้ผิง...แถมคนผู้นี้ยังมีฐานะเป็นอาจารย์ของคุณชายสี่อีกด้วย

 

            ลุกขึ้นซะ !!! ลูกผู้ชายอย่าได้คุกเข่าขออภัยผู้อื่นด้วยเรื่องง่ายดายเพียงนี้” ผู้เป็นอาจารย์เอ่ยดังด้วยน้ำเสียงติเตียน

 

            “ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่สั่งสอน” อ้วนอี้ผิงเอ่ยพลางยืนขึ้นยืดกายตรง แววตาอบอุ่นก่อนหน้าที่ผู้อื่นเห็นกลับกลายเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง ปรากฏเป็นไอปราณเย็นเยือกที่ภายใน

 

            ผู้เป็นอาจารย์ของอ้วนอี้ผิง หยิบคว้าร่างที่เปียกโชกไปด้วยโลหิตออกมาจากมิติจองจำภายในภาพวาด “เจ้าคนที่ชื่ออี้ฟู้ผู้นี้ รักตัวกลัวตาย เพียงโดนทัณฑ์ทรมานเล็กน้อยก็คายความลับจนหมดสิ้น แต่หลังจากนั้นล้วนพ่นออกมาแต่ถ้อยคำไร้ประโยชน์...”

 

            อ้วนอี้ผิงมองดูร่างที่หายใจรวยรินของอี้ฟู่ด้วยแววตากลับกลาย ประหนึ่งยังคงมีความเวทนาหลงเหลือ

 

            “อี้ผิง หากเจ้ายังมิเลิกนิสัยใจอ่อนเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเยี่ยงอิสตรีเช่นนี้อีกรึ หากยังอ่อนแอเช่นนี้ต่อไปเจ้าจะสำเร็จเป็นผู้สืบทอดของข้าได้อย่างไรกัน”

 

            อ้วนอี้ผิงยื่นคำนับพลางค้อมกายจนต่ำเพื่อรับคำตำหนิสั่งสอน “ศิษย์จะพยายามขอรับ”

 

            “ความลับที่หนูสกปรกผู้นี้คายออกล้วนไม่มีสิ่งใดใหม่จากสิ่งที่เจ้ารู้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องค่ายโจรเก้ามังกร ก็เป็นเพียงการจ้างวานด้วยเงินทองฉาบฉวยมิได้มีความร่วมมือยืดยาว”

 

            “แล้วมันคือผู้ใดกันที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายของตระกูลอ้วนในเวลานี้กันแน่” อ้วนอี้ผิงพึมพำเบาติดปาก เพราะสิ่งที่มันคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้าล้วนไม่ถูกต้อง

 

            “เรื่องนั้นเจ้าคงต้องหาทางสะสางเอาเองแล้ว”

 

            “ท่านอาจารย์จะออกเดินทางแล้วรึขอรับ”

            “...” ผู้เป็นอาจารย์ไม่ตอบคำเพียงพยักหน้าเบาคราหนึ่ง แต่พร้อมกับกลับโยนร่างรวยรินของอี้ฟู่ไปกองอยู่แทบเท้าของอ้วนอี้ผิง “กำจัดหนูตัวนี้อย่าให้เหลือซาก ไอหยินทรยศของมันจะเป็นอาหารให้กับพัดของเจ้า”

 

            “ขอรับท่านอาจารย์” แม้เกิดความสงสารชั่วแวบ แต่เมื่ออาจารย์มีคำสั่งอ้วนอี้ผิงล้วนยินดีกระทำตามในทันที

 

            “อ๋อ เกือบลืมไป เจ้าจงระวังเด็กหนุ่มที่ชื่อ...จิวเมิ่ง นั่นเอาไว้สักหน่อยก็ดี”

 

            “น้องจิวเมิ่ง มีอันใดผิดปกติหรือขอรับ”

 

            “ผู้ใดยิ่งปกปิดแนบเนียน ผู้นั้นยิ่งอันตราย เจ้าหนุ่มน้อยผู้นั้นมีระดับบ่มเพาะ...ลมปราณเหนือธรรมชาติขั้นสูง แต่กลับควบคุมเอาไว้จนต่ำเตี้ยเพียงนี้ แม้แต่ข้ายังแทบหลงกลติดกับ วิชาฝีมือปกปิดสูงล้ำเช่นนี้นับว่ามิธรรมดาเลย”

 

            “ลมปราณเหนือธรรมชาติขั้นสูง” อ้วนอี้ผิงตกตะลึง เพราะไม่คิดว่าหลงจิวเมิ่งจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ “อายุสิบสามปีแต่มีระดับบ่มเพาะถึงขั้นนี้”

 

            “เด็กผู้นี้มีพรสวรรค์ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าเลย คำเตือนของอาจารย์จงอย่าได้ชะล่าใจ...” ถ้อยคำจางหาย ร่างตรงหน้าของอ้วนอี้ผิงพลันกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ

 

            เสียงลั่น...แกรก ดังขึ้นอีกครั้งกลอนประตูล้วนกลับคืนเป็นปกติดังเดิม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

711 ความคิดเห็น

  1. #654 198851988 (@198851988) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:40
    รอให้มิ่งเก่งก่อนเถอะ

    ตอนนี้มิ่งอ่อนแอมาก
    #654
    1
    • #654-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 83)
      30 กันยายน 2562 / 11:46
      ตอนนี้จิวเมิ่งยังไม่เก่งแต่ฉลาดแกมโกงอยู่นะ
      #654-1
  2. #652 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 08:55
    อย่าเสี้ยมดิลุง จิวแค่ปกป้องตัวเอง
    #652
    1
    • #652-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 83)
      30 กันยายน 2562 / 11:47
      ปมอันนี้ยังอีกไกล...
      #652-1
  3. #642 *--*ยินดี (@rula) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 13:01
    ซับซ้อนยิ่งนัก

    อย่าทิ้งข้าน้อยไปกลางทาง จับต้นชนปลายไม่ถูกขอรับ
    #642
    1
    • #642-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 83)
      30 กันยายน 2562 / 11:51
      เดี๋ยวค่อย ๆ เฉลย แต่พอเข้าเมืองแล้วไม่ค่อยมีปมละ อ่านเข้าใจง่ายเลย ไม่ต้องคิดย้อนไปมา
      #642-1
  4. #641 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 11:33
    อย่ามาคิดร้ายกับอาเมิ่งชั้นนะยะ!!
    #641
    1
    • #641-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 83)
      30 กันยายน 2562 / 11:52
      คุณชายสี่จะซ่อนดาบในรอยยิ้มรึเปล่าต้องตามกันยาว ๆ
      #641-1