7 ชะตาฟ้าสังหาร(命運回到過去)

ตอนที่ 81 : ตอนที่ 77 สำนักลำดับสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    27 ก.ย. 62

ตอนที่ 77

สำนักลำดับสุดท้าย

 

หลงจิวเมิ่งอ่านพลางอธิบายข้อปลีกย่อยของสี่สำนักแกนหลักเหล็กหลอมเพิ่มเติม ตามที่ตนเองจดจำออกจากชีวิตก่อนให้ฉีหลินฟัง โดยไล่เรียงจากสำนักอันดับสอง...สำนักเพลิงอเวจี ซึ่งเน้นลมปราณธาตุเพลิงไฟเป็นหลักตามชื่อสำนัก ต่อด้วยลำดับสาม...ตำหนักหยก หนึ่งเดียวในสี่แกนหลักเหล็กหลอมที่เชี่ยวชาญวิชาปรุงกลั่นโอสถโดยเฉพาะ แถมยังเป็นเอกในเรื่องของพลังจิตวิญญาณของนครหลวงตะวันออกแห่งนี้ แต่ทั้งสามสำนักที่หลงจิวเมิ่งอธิบายผ่านพ้นฉีหลินก็ยังคงมิถูกใจ จนกระทั่งเข้าสู่สำนักลำดับที่สี่...ป้อมพยัคฆ์คำรณ สำนักซึ่งโดดเด่นทั้งเคล็ดวิชากายาปกปักและศาสตราสงคราม แถมยังเป็นสำนักหนึ่งเดียวที่ได้รับการสนับสนุนพิเศษจากจักรพรรดิไท่เว่ยโดยตรง ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ที่คิดเข้าทำงานรับใช้จักรพรรดิหรือสมัครเข้าเป็นมือปราบหากสำเร็จออกจาก...ป้อมพยัคฆ์คำรณ ล้วนมีข้อได้เปรียบมากกว่าสำนักแห่งอื่น ๆ อยู่หลายส่วน

 

“นายท่านป้อมพยัคฆ์คำรณช่างเหมาะสมกับข้ายิ่งนัก” ฉีหลินไม่รอให้หลงจิวเมิ่งเอ่ยรายละเอียดอีกสิบสำนักเลื่องชื่อ ทันทีที่ฟังคำอธิบายของสำนัก...ป้อมพยัคฆ์คำรณ จบ เด็กหนุ่มกฌมิเก็บงำตัดสินใจชั่วพริบตา ตกลงว่าตนเองอยากเข้าทดสอบคัดเลือกเป็นศิษย์ใหม่ของป้อมพยัคฆ์คำรณ

 

“เจ้ามิรอฟังรายละเอียดของสิบสำนักเลื่องชื่อให้จบก่อนค่อยตัดสินใจรึ” หลงจิวเมิ่งยิ้มกว้าง รู้นิสัยของฉีหลินว่าเป็นประเภทดื้อดึงแถมความคิดอ่านยังเป็นไปตามวัย ดังนั้นต่อให้สำนักเลื่องชื่อทั้งสิบ จะปรากฏสิ่งที่เหมาะสมหรือเย้ายวนใจฉีหลินมากกว่าป้อมพยัคฆ์คำรณ แต่ด้วยคำ...แกนหลักคงจะทำให้ฉีหลินเลือกเพียงหนึ่งในสี่สำนักที่ดีที่สุด และไม่คิดจะเหลือบแลสิบสำนักเลื่องชื่อตั้งแต่ต้น

 

“นายท่านดู ที่ป้อมพยัคฆ์คำรณนั้นมีทั้งเคล็ดกายา ซึ่งเหมาะกับพละกำลังช้างสารที่ข้าน้อยได้รับมาจากบรรพบุรุษ แถมยังมีเคล็ดวิชาสำหรับอาวุธสงครามที่เหมาะกับขวานใหญ่อีก” ฉีหลินไม่เอ่ยเปล่า เรียกขวานใหญ่ขึ้นมาถือด้วยมือขวาข้างเดียว ก่อนจะยกชูเด่นขึ้นที่ด้านหน้าตนเอง “นี่เรื่องจริงเลยนะนายท่าน...นายท่านดูสิ แม้แต่ขวานสงครามในมือข้ามันยังสั่นไหวด้วยความยินดี” ฉีหลินเอ่ยจบ ก็หันไปยิ้มกว้างด้วยความภูมิใจกับขวานวิเศษซึ่งหลงจิวเมิ่งออกเงินซื้อให้

 

หลงจิวเมิ่งส่ายหน้าไปมาเบา ๆ พยายามกลั้นหัวเราะในนิสัยเด็กน้อยของฉีหลิน “ตามใจเจ้าเถอะ” แต่แรกหลงจิวเมิ่งนั้นตั้งใจว่า หากฉีหลินไม่อาจเลือกที่ต้องการได้ด้วยตนเอง หลงจิวเมิ่งก็จะลงมือชี้แนะให้ฉีหลินเลือกสำนักเพลิงอเวจี ซึ่งมีวิชาหมัดเพลิงที่เข้ากันกับเส้นลมปราณและนิสัยร้อนระอุของฉีหลิน ซึ่งตนเองรับรู้อานุภาพของวิชาหมัดมวยที่ฉีหลินใช้ออกมาตั้งแต่ชีวิตก่อน แต่เมื่อเด็กหนุ่มเลือกได้ด้วยความชอบของตนเอง หลงจิวเมิ่งก็ไม่คิดจะบังคับให้ฉีหลินคิดเช่นเดียวตน ก่อนจะแนะนำว่าเลือกส่วนเลือก แต่การจะเข้าเป็นศิษย์ของสำนักใหญ่เช่น...ป้อมพยัคฆ์คำรณ มิใช่ง่ายดาย ลำพังฝีมือตอนนี้ของฉีหลินต่อให้เคี่ยวเข็ญทั้งวันคืนตลอดสองเดือนก่อนจะถึงการทดสอบในปีนี้ หลงจิวเมิ่งยังเชื่อว่ายากจะผ่านการทดสอบไปได้ เพียงความต้องการขั้นต่ำเรื่องระดับบ่มเพาะลมปราณเหนือธรรมชาติขั้นต้น ก็เกินกว่าที่ฉีหลินจะยกระดับได้ทัน แม้ว่าด้านพละกำลังจะไม่มีปัญหา รู้ส่วนรู้แต่สุดท้ายก็มิได้เอ่ยออกไปเพื่อทำลายความฮึกเหิมของอีกฝ่าย เพียงกล่าวสั้น ๆ เตือนสติฉีหลิน ว่าอย่าได้คาดหวังมากจนเกินพอดี ก่อนจะเขียนเคล็ดวิชาฝึกฝนบ่มเพาะที่ช่วยเร่งความไวในการฝึกฝนลมปราณของฉีหลิน หลังจากนั้นจึงค่อยเดินออกไปบอกกับบ่าวรับใช้ของอ้วนอี้ผิงว่าตนต้องการออกไปหาซื้อสิ่งของจำเป็นที่ภายนอกสำหรับการเก็บตัวฝึกฝนของฉีหลิน

 

บ่าวรับใช้ได้ฟังคำของหลงจิวเมิ่งแม้เข้าใจแต่มิอาจปฏิบัติตามได้ทันที ด้วยอ้วนอี้ผิงมีคำสั่งว่าอย่าให้หลงจิวเมิ่งออกไปด้านนอกเพียงลำพัง หากปู้เจิ้นมิได้เดินทางไปด้วย เพราะเกรงเรื่องความปลอดภัย สุดท้ายกลายเป็นว่าหลงจิวเมิ่งมิต้องควักเหรียญทองของตน แต่กลับได้รับโอสถฝึกฝนสำหรับฉีหลินมาหนึ่งกระปุกเพียงพอให้ใช้งานได้ตลอดสองเดือนพอดิบพอดี

 

เมื่อได้รับทั้งโอสถและเคล็ดบ่มเพาะลมปราณ ฉีหลินที่ยัดอาหารเข้าไปจนอิ่มหนำ ค่อยเริ่มลงมือปิดตัวเองฝึกฝนอยู่ในห้องด้านข้าง ซึ่งตั้งติดอยู่กับห้องพักของหลงจิวเมิ่ง ลงมือฝึกฝนด้วยตั้งใจ ด้านหลงจิวเมิ่งเวลานี้ได้อยู่ตามลำพัง จึงมิต้องเสียเวลามากความ ทำการคลี่กางรายชื่อสำนักเลื่องชื่อทั้งสิบขึ้นมาในคราเดียว โดยมิต้องอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เพียงใช้สายตาไล่กวาดผ่านไปบนตัวเลขลำดับและชื่อของสำนักเท่านั้น

สิบอันดับสำนักเลื่องชื่อ...อันดับหนึ่งวิหารดอกบัว(1) ตามด้วยสำนักอักษรกระบี่(2) หมู่บ้านจ้าวศาสตรา(3) สำนักหมัดสยบฟ้า(4) สำนักกายาเหล็กไหล(5) หอเทวะดารา(6) ตำหนักตุลาการโลหิต(7) ปราการหมื่นศิลา(8) สำนักอาชาดั้นเมฆ(9) เก้าสำนักไล่เรียงยังคงไม่พบชื่อของสำนักที่หลงจิวเมิ่งค้นหา รอยยิ้มบนใบหน้าของหลงจิวเมิ่งยิ่งมายิ่งฉีกกว้าง และทันทีที่สายตาเลื่อนไปถึงรายชื่อของสำนักลำดับสุดท้าย...สำนักตะวันจันทรา หลงจิวเมิ่งก็ไม่อาจหุบยิ้มตนเองได้อีก

 

...เยี่ยมสำนักตะวันจันทราเมื่อตอนที่ข้าเดินทางมาถึงนครเหล็กหลอมในอีกเกือบสองปีข้างหน้า มันได้เปลี่ยนจากสำนักเลื่องชื่อกลายเป็นหนึ่งในห้าแกนหลักเหล็กหลอมไปแล้ว แถมยังมีอันดับเหนือกว่าป้อมพยัคฆ์คำรณเสียอีก หากเป็นเช่นนี้แสดงว่าภายในสำนักต้องมีขุมทรัพย์เลิศล้ำซุกซ่อนเอาไว้เป็นแน่ แถมยังมิใช่ขุมทรัพย์ธรรมดาทั่วไป ในเมื่อมันเป็นทรัพย์วิเศษที่สามารถยกระดับผู้คนทั้งสำนักต่ำเตี้ยที่สุดเช่นนี้ได้ แสดงว่าให้เห็นว่าขุมทรัพย์ชิ้นนี้ต้องมีค่าสูงล้ำเหนือจินตนาการอย่างแน่นอน...หากว่าเราเป็นผู้ที่ค้นพบมันละก็

(สาเหตุที่ป้อมพยัคฆ์คำรณรั้งอยู่อันดับสุดท้ายของการจัดอันดับแกนหลักเหล็กหลอมเสมอมา มิใช่เพราะพื้นฐานมิอาจสู้กับสำนักใหญ่อื่น ๆ มิได้ แต่เกิดจากสาเหตุที่เมื่อปรากฏอัจฉริยะวัยเยาว์ซึ่งโดดเด่นมาก ๆ ขึ้นมาผู้หนึ่ง ก็จะถูกสำนักใหญ่ในสังกัดไท่เว่ย ซึ่งเป็นค่ายสำนักใหญ่ที่ตั้งอยู่ในนครหลวงไท่เว่ย ส่งทูตพิเศษมาทำการทดสอบเพื่อรับเข้าสำนักสังกัดทางการไท่เว่ยโดยตรง)

 

หลงจิวเมิ่งครุ่นคิดฝันหวานระหว่างนั้นมือไวก็มิได้อยู่นิ่ง ม้วนเก็บผังข้อมูลต่าง ๆ ที่อ้วนอี้ผิงมอบให้ของเก้าสำนักเลื่องชื่อกลับคืน เหลือกางเอาไว้เพียงของ...สำนักตะวันจันทรา ที่ระดับเข้ารับการคัดเลือกขั้นต่ำต้องการเพียงแค่...ลมปราณพื้นฐานขั้นกลาง แต่ตอนนี้กลับมีเส้นทึบขีดฆ่าและระบุเพียงแค่...ลมปราณพื้นฐานขั้นต้น เท่านั้น เมื่ออ่านข้อมูลวิเคราะห์ที่อ้วนอี้ผิงจัดทำขึ้น หลงจิวเมิ่งยิ่งมายิ่งรู้สึกว่า...สำนักตะวันจันทรา ช่างน่าลงทุนยิ่งนัก

 

ข้อมูลที่จัดทำขึ้นของอ้วนอี้ผิงถือเป็นเอกสารชั้นยอด แม้สำนักตะวันจันทราจะเป็นเพียงสำนักรั้งท้ายในสิบอันดับสำนักเลื่องชื่อ แต่กลับระบุข้อปลีกย่อยทั้งละเอียดและรอบด้าน ซึ่งสำนักตะวันจันทราในบทต้นรายละเอียดของวิชาฝีมืออันโดดเด่นล้วนอธิบายสั้นเพียงไม่กี่บรรทัดหาได้น่าสนใจ แต่รายละเอียดปลีกย่อยที่ต่อท้ายกลับดึงดูดความสนใจของหลงจิวเมิ่งจนไม่อาจละสายตา ตั้งใจอ่านยืดยาวต่อเนื่องรวดเดียวจบ

 

ประมุขสำนักตะวันจันทราคนที่สิบเก้านาม...หลิวชง เป็นผู้ฝึกตนที่มีระดับฝีมือสูงส่งถึงขั้นระดับเชื่อมฟ้าดินขั้นกลางถูกระบุว่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองปีก่อน เวลาผ่านพ้นสามเดือนกลับไร้ข่าวคราวสุดท้ายรองเจ้าสำนักซ้ายขวาและผู้อาวุโสต่างลงความเห็นว่าเจ้าสำนักได้เสียชีวิตไปแล้ว ความตายของผู้นำกลายเป็นก่อปัญหาใหญ่ภายในสำนัก คลื่นใต้น้ำที่ซุกซ่อนพลันปะทุขึ้น รองเจ้าสำนักซ้ายขวาแต่เดิมมิถูกกันเมื่อไร้คำสั่งเสียแต่งตั้ง กลายเป็นชักชวนผู้อาวุโสเก่าแก่ให้เข้ากับตน เกิดการแบ่งฝักฝ่ายแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักที่ว่างเว้น สุดท้ายไม่อาจตกลงกันได้ด้วยสันติวิธี การแบ่งฝักฝ่ายเป็นสองขั้วยิ่งลุกลามไปจนทั่วทั้งสำนัก กลายเป็นเปิดศึกภายในระหว่างกันโดยมิมีฝั่งใดยอมชักเท้าถอยออก ผลลัพธ์ของการต่อสู้ดุเดือด เพียงไม่กี่วันผ่านพ้น กลับก่อหายนะใหญ่ ผู้มากความสามารถ ศิษย์อันโดดเด่นตกตายไปกว่าครึ่ง สุดท้ายฝั่งของรองเจ้าสำนักขวาเป็นผู้ชนะ จึงใช้อำนาจที่ได้มาจากกำปั้นตั้งตนเองขึ้นเป็นรักษาการณ์เจ้าสำนักชั่วคราว ทำการชำระความป้ายสีอีกฝ่าย ด้วยข้อหาก่อกบฏต่อสำนักขับไล่ผู้ที่ร่วมก่อการพ้นจากสำนักหมดสิ้น

 

เรื่องราวดูเหมือนจะจบลงที่จุดนี้ แต่ผู้ชนะเหลือรอดซึ่งกำลังจะตั้งตนขึ้นครองตำแหน่งเจ้าสำนักถาวร กลับกระทำการละโมบลอบเปิดคลังลับของเจ้าสำนักก่อนถึงวันที่ควร แต่สิ่งที่พบไม่เป็นดังคาด ไม่มีสิ่งของล้ำค่าที่ควรจะเป็นหลงเหลือ คลังสำนักที่สะสมมายาวนานกลายเป็นกลวงโบ๋ ตำราฝีมือชั้นกลางและชั้นสูงบางส่วนถูกปล้นชิงและขนออกไปแล้วระหว่างความวุ่นวาย ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกลายเป็นยากฟื้นคืน จึงตัดสินใจกระทำการน่าอนาจ...ประกาศละทิ้งสำนักไปเสียอย่างนั้น ความตื่นตะหนกจู่โจมไว ทำเอากลุ่มก้อนของผู้ชนะที่รวมตัวก่อนหน้าแตกสลาย กลายเป็นต่างคนต่างกระทำตามใจ บางส่วนพลันตัดสินใจคล้ายคลึงกับผู้นำของพวกมัน เลือกละทิ้งสำนัก เร่ขายความสามารถของตัวเองเข้าร่วมกับสำนักเลื่องชื่อแห่งอื่นจนแทบหมดสิ้น ความวุ่นวายภายในใหญ่โตจนมิอาจปกปิด ก่อความเสื่อมเสียลุกลามศิษย์ใหม่ไม่มีเพิ่ม ศิษย์เก่าอายุน้อยที่ยังพอมีอนาคตตัดสินใจชิงลาออก แม้อาจต้องอยู่ว่างถึงหนึ่งปีตามข้อบังคับ ค่อยสามารถย้ายไปเข้าทดสอบยังสำนักเลื่องชื่อแห่งอื่น แต่ข้อมูลลับภายในล้วนรู้กันว่าศิษย์เก่งกาจของสำนักตะวันจันทราล้วนทำสัญญาใจกันลับหลัง เบื้องหน้าลาออกเสมือนว่างเว้น แต่ลับหลังกลับได้รับการสนับสนุนอย่างลับ ๆ ทั้งเคล็ดวิชาพื้นฐานและโอสถบำรุงจากสำนักวิชาแห่งใหม่ที่พวกมันเลือกจะเข้าสังกัดในปีถัดไป

 

หนึ่งปีหลังการตายของหลิวชงผ่านพ้น ปัญหาภายในค่อยยุติลงอย่างสมบูรณ์ แม้ความขัดแย้งสิ้นสุด แต่ปัญหามิได้หมดตามไป เมื่อฝุ่นควันแห่งความขัดแย้งมลายสิ้น ผลของความวุ่นวายตลอดหนึ่งปีค่อยเด่นชัด สำนักที่บอบช้ำจากการห้ำหั่นกันเอง แตกแยกจากภายใน ผู้คนมากความสามารถไหลออก สุดท้ายไม่หลงเหลือผู้อาวุโสหรืออาจารย์สั่งสอนเก่าก่อนแม้แต่คนเดียว อาจารย์ฝึกหัดที่ยังมิย้ายออก ร่วมมือกับศิษย์หลักหลานสาวของอดีตเจ้าสำนักวิชา สองคนหารือตั้งใจฟื้นฟูสำนักตะวันจันทรา แม้วัยวุฒิและพลังฝีมือต่ำเตี้ยแต่ความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม คนหนึ่งจำต้องนั่งดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักรับผิดชอบทุกสิ่ง ส่วนอีกผู้หนึ่งก็กลายเป็นศิษย์เอกยอดฝีมืออันดับหนึ่ง

 

สุดท้ายเวลาล่วงพ้นไปอีกหนึ่งปี ผลของการประลองเหล็กหลอมสำนักตะวันจันทราล้มเหลวสิ้นเชิง พ่ายแพ้แม้แต่สำนักนอกสารบบ อาจารย์มือใหม่ที่รับเข้าก็มิกล้ารั้งอยู่เอาชื่อเสียงมาทิ้ง ชิงลาออกจากสำนัก กลับคืนสู่ความปั่นป่วนก่อนล่มสลาย ยิ่งมาสำนักยิ่งตกต่ำระดับฝีมือของศิษย์ที่เหลืออยู่ล้วนไม่อาจเทียบกับสำนักเลื่องชื่ออื่น ๆ ทำให้สถานะของสิบสำนักเลื่องชื่อในปีนี้กลายเป็นแปดเปื้อนไปด้วย ทั้งสิบสำนักเลื่องชื่อจึงหารือกันว่าจะให้โอกาสสำนักตะวันจันทราสามหน หากการประลองสิ้นปีที่จะมาถึงในอีกหกเดือนข้างหน้าพ่ายแพ้หมดรูปเป็นอันดับสุดท้ายติดต่อกันสองปี การประลองปีถัดไปหากยังคงระดับน่าอับอายเช่นนี้อีก สำนักตะวันจันทราจะต้องถูกถอดออกจากตำแหน่งสำนักเลื่องชื่อของนครเหล็กหลอม และสำนักที่เหลือจะจัดการคัดเลือกสำนักเลื่องชื่อแห่งใหม่ขึ้นแทนที่ ซึ่งบันทึกรายงานของคุณชายสี่ล้วนคาดการณ์ผลเอาไว้ที่ข้างท้าย...เชื่อว่าสำนักตะวันจันทราจะต้องถูกถอดออกจากการจัดอันดับสิบสำนักเลื่องชื่ออย่างไม่มีทางเลี่ยง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

711 ความคิดเห็น

  1. #650 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 08:42
    วุ่นวายจริงๆเลยน้า~
    #650
    1
    • #650-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 81)
      30 กันยายน 2562 / 11:48
      พวกสำนักเดี๋ยวภาค 3 จะลงรายละเอียด ภาคนี้อ่าน ผ่าน ๆ ไปก่อนได้
      #650-1
  2. #636 หวังซีเจา (@Automatic32) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 14:28
    หมาตายตัวเดียว
    เน่าไปทั้งหนอง
    #636
    1
    • #636-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 81)
      28 กันยายน 2562 / 10:01
      แตกขนาดนี้มันพร้อมกดกันตั้งแต่แรกละมั้ง
      #636-1