7 ชะตาฟ้าสังหาร(命運回到過去)

ตอนที่ 70 : ตอนที่ 67 โอสถลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 260 ครั้ง
    19 ก.ย. 62

ตอนที่ 67

โอสถลวง

 

            พริบตาที่หมัดแกร่งของฉีหลินกระแทกเข้ากับความว่างเปล่า สองเท้าที่ร้อนลวกของหลงจิวเมิ่งพอดีวกอ้อมชั่วพริบตามาปรากฏอยูที่ด้านหลังหัวหน้ากลุ่มโจรซึ่งทำการปล้นชิงในครั้งนี้ สองมือขาวช่ำชองกระตุกกางเส้นไหมหิมะที่อาบเคลือบลมปราณบางเฉียบหมุนวนรัดรอบลำคอของโจรร้ายเอาไว้

 

            “หากไม่ต้องการให้ศีรษะของตัวเองหลุดร่วงออก จงสั่งลูกน้องของเจ้าให้หยุดมือแล้วมาคุกเข่ารวมตัวกันที่ตรงนั้นซะ” หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางชี้นิ้วไปยังที่ลานหญ้าเตี้ยด้านข้าง

 

            “อะ...อะไรวะเนี่ย แก...” หัวหน้าโจรแรกเข้าใจว่าหลงจิวเมิ่งอ่อนด้อยกว่าตนหลายช่วงตัว เกิดคิดขัดขืนด้วยถือดีฝึกปรือวิชาแนวทางกายาแกร่ง เร่งลมปราณคุ้มกายระดับลมปราณเหนือธรรมชาติผนึกแน่นที่ลำคอหมายกระชากหลุดจากพันธนาการ

 

            ปึ๊ดดด !!!

            หลงจิวเมิ่งมีหรือไม่รับรู้พฤติกรรมของเหยื่อที่อยู่ในกำมือ ไม่คิดอ่อนข้อออกแรงดึงเส้นไหมหิมะให้กระชับแน่นเข้า พริบตาพลังคุ้มกายระดับลมปราณเหนือธรรมชาติของหัวหน้าโจรพลันพังทลายลง โลหิตซึมซิบไปหยดย้อยลงมาตามเส้นไหมบาง

 

            ทันทีที่ลมปราณแตกสลายเหงื่อเย็นพลันไหลอาบแผ่นหลัง น้ำเสียงหวาดหวั่นร้องขอชีวิตของหัวหน้ากลุ่มโจรปล้นชิงจึงโพล่งตอบโต้ในทันที “คุณชายน้อยโปรดไว้ชีวิตด้วย !!!

 

            “ข้ามิได้อยากฟังคำพูดหรือการกระทำอื่น เพียงต้องการให้เจ้าทำในสิ่งที่ข้าสั่ง แต่เมื่อเจ้าไม่เข้าใจถ้าเช่นนั้นข้าจะนับหนึ่งถึงสาม หากจบแล้วคงรู้สินะว่าจะเป็นเช่นไร”

 

            หัวหน้าโจรตื่นตะลึง แม้ไม่เข้าใจในตอนแรกว่าหลงจิวเมิ่งใช้วิชาหรือสมบัติลับอันใดถึงได้ว่องไวเช่นนี้แต่เมื่อลมปราณคุ้มกายเหนือธรรมชาติของมันถูกทำลายโดยง่ายดาย เมื่อนั้นจึงได้เข้าใจว่า ตนเองเจอตอเข้าให้แล้ว คู่ต่อสู้มิได้อ่อนแอแต่สูงส่งจนสามารถปิดบังระดับบ่มเพาะหลอกลวงตนเอง “พวกเจ้าทุกคน หยุดดดดดมือให้หมด แล้วมารวมตัวกันที่นั่น !!!” ถ้อยคำตะเบ็งลั่นไม่มีการเก็บออม คำสั่งยอมถอยเช่นนี้นับเป็นครั้งแรกของกลุ่มโจรที่สิบสามของมัน ลูกสมุนที่ติดตามคราแรกจึงงงงัน แม้หยุดมือปลดปล่อยผู้คนแต่ยังมิได้ล้มเลิกเสียทีเดียว

 

            หนึ่ง !

            เพียงแต่คำสั่งที่หลงจิวเมิ่งต้องการคือล้มเลิกโดยแท้จริง และมารวมตัวกันที่ลานหญ้า

 

            ยิ่งได้ยินถ้อยคำนับเลขของหลงจิวเมิ่ง จิตใจของหัวหน้าโจรยิ่งร้อนรุ่ม สุดท้ายจึงตวาดลั่นกำชับอีกครา “เฮ้ย !!! ไอ้พวกเวรไม่ได้ยินรึไง วันนี้ไม่ปล้นแล้วมารวมตัวกันที่ลานข้าง ๆ นี้โว้ย !!! ใครมาช้าตายสถานเดียว !!!

 

            เมื่อคำสั่งที่สองมาถึง เหล่าโจรร้ายถึงค่อยยอมรามือ จนเคลื่อนใกล้ค่อยเห็นว่าหัวหน้าของตนเองถูกเด็กหนุ่มที่กล่าววาจาเขื่องโขก่อนหน้าใช้เส้นไหมบางรัดรอบลำคอเอาไว้

 

            สมุนโจรที่รวมตัวตามคำสั่งรู้ดีว่าหัวหน้าของพวกตนมีฝีมือระดับไหน หากหัวหน้ามันยอมแพ้ง่ายดายเช่นนี้แสดงว่าเด็กหนุ่มผู้ที่พันธนาการหัวหน้าของตนเอาไว้ ย่อมมีฝีมือสูงกว่าหัวหน้าของพวกมันเกินกว่าที่จะต่อต้าน...เพียงแต่มิใช่ทุกคนที่คิดได้เช่นนั้น

 

            ระหว่างที่เหล่าสุมนโจรปล้นชิงกำลังมุ่งหน้ามารวมตัวตามคำสั่งหัวหน้าของพวกมัน หมั่นโถวน้อยที่ยังคงเดือดดาลเพราะการโจมตีพลาดเป้าในคราแรกยังคงมีอารมณ์เดือดดาลหลงเหลือ “หนอย หนีไวนักนะ” เอ่ยดังพลางหันขวับไปตามเสียงค่อยเห็นหลงจิวเมิ่งยืนประกบอยู่ที่ด้านหลังของหัวหน้าโจร “มา อย่าได้ใช้ท่านหัวหน้าเป็นโล่กำบัง มาสู้กับข้าต่อ” เด็กหนุ่มเลือดลมร้อนแรง ไม่เอ่ยเปล่ากลับทะยานไวตรงเข้าหาหลงจิวเมิ่ง แต่ผู้ที่มีสีหน้าแตกตื่นหาใช่ผู้ที่กำลังจะถูกจู่โจม แต่กลับเป็นหัวหน้าโจรที่กำลังเบิกตาโตอ้าปากค้าง

 

            หลงจิวเมิ่งนึกขำในใจแต่ด้วยภารกิจที่ตั้งใจยังไม่ลุล่วง จึงใช้พลังจิตวิญญาณสะกดร่างของหมั่นโถวน้อยเอาไว้ จนกลายเป็นเข่าอ่อนระทวยทำได้เพียงกัดฟันกรอดจับจ้องหลงจิวเมิ่งแต่เมื่อเห็นทุกสิ่งถนัดตา ว่าหัวหน้าโจรที่มันบูชาว่าฝีมือสูงส่งตอนนี้กลับแสดงออกถึงเกรงกลัวต่อหลงจิวเมิ่งอย่างมิมีปิดบัง ความคิดในสมองที่ค่อนข้างทึบทื่อยังมองออกไม่ยากว่าหลงจิวเมิ่งย่อมเก่งกาจกว่าหัวหน้าโจรหลายเท่า ความโกรธขึงพลันมลายสิ้นแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกสับสนถึงเรื่องราวบางสิ่งที่กระจุกอยู่ในอก แต่ยากเอ่ยออกมาในเวลานี้

 

            การปล้นคาราวานพ่อค้ายุติลง เหล่าพอ่ค้ารวมถึงผู้คุ้มกันที่เหลือรอดต่างส่งเสียงเฮโลดังสนั่น แม้จะปรากฏผู้คนล้มตายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่เพราะการยื่นมือเข้าช่วยของหลงจิวเมิ่ง สุดท้ายผู้ที่เก็บกู้ชีวิตกลับคืนมาได้จำนวนมากล้วนแสดงความสำนึกขอบคุณ ก่อนจะช่วยกันพันธการมัดมือของเหล่าโจรร้ายทั้งสิบห้าคนตามคำขอของหลงจิวเมิ่ง ที่ยังคงไม่ลดมือลงจากการควบคุมหัวหน้ากลุ่มโจร

 

หลังจากปล่อยมือจากเส้นไหมหิมะ หลงจิวเมิ่งพลันกระแทกหมัดโจมตีโดยตรงเข้าไปที่จุดตันเถียนสะสมลมปราณของหัวหน้ากลุ่มโจร จนมันบาดเจ็บภายในหนักยากฟื้นฟูเพื่อป้องกันการก่อการวุ่นวาย ค่อยส่งไปกักขังรวมกับโจรร้ายคนอื่น ๆ สุดท้ายเมื่อโจรร้ายทั้งสิบหกคนนั่งรวมตัว หลงจิวเมิ่งค่อยทำการถอนเขี้ยวเล็บของทั้งหมดอีกครา โดยการบังคับให้ทั้งหมดกินโอสถแปลกประหลาดร้อนลวกกระเพาะ ก่อนจะเอ่ยกำชับด้วยท่าทางจริงจังยิ่งว่าเจ้าโอสถเม็ดกลมประหลาดที่ตนเองเพิ่งจะปั้นขึ้นอย่างเร่งรีบคือ...โอสถเพลิงไส้ขาด หากใครคิดหนีก่อนที่ตนเองอนุญาต เมื่อผ่านพ้นสองชั่วยามหากมิได้รับโอสถรักษาพิษรับรองได้ว่าพิษเพลิงไฟจะปะทุเดือดจากโลหิตภายในร่าง เผามิมอดดับจากภายใน สุดท้ายต้องดิ้นอย่างทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสก่อนจะได้ตายอย่างสมใจ คำข่มขู่สิ้นสุดเหล่าโจรที่ร้ายดั่งเสือก็กลายเป็นเรียบ ๆ ร้อย ๆ นั่งนิ่งสงบราวสุนัขเซื่อง มิมีผู้ใดกล้าเอ่ยปากหรือขยับตัวหากหลงจิวเมิ่งมิได้เอ่ยสั่ง ซึ่งแท้จริงโอสถที่หลงจิวเมิ่งมอบให้เป็นเพียงแค่โอสถกระตุ้นเลือดลมทั่วไปผสมรวมเข้ากับเศษฝุ่นผงอัคคีที่ได้รับมาจากต้าฮวน ทำให้เกิดฤทธิ์ร้อนลวกเจ็บคล้ายถูกพิษเพลิงร้ายแรงน่าหวาดหวั่นเมื่อกลืนกินลงไป แต่แท้จริงมิได้ส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อเนื่อง ดังคำอวดอ้างของหลงจิวเมิ่งแม้สักนิด

 

ภายหลังเหตุการณ์เสร็จสิ้น หัวหน้าคาราวานพ่อค้าในครั้งนี้...อี้ฟู่ ค่อยเดินเข้ามากระซิบกระซาบที่ข้างหูของหลงจิวเมิ่ง ว่าให้เด็กหนุ่มลงมือเด็ดขาด ทำการสังหารพวกโจรร้ายทั้งหมดจะได้ไม่เป็นเภทภัยต่อผู้คนที่สัญจรภายหลัง

 

            หลงจิวเมิ่งพยักหน้ารับคำ แต่ด้วยชีวิตก่อนตนเองก็เคยเป็นโจร จึงเข้าใจดีว่ามิใช่ทุกคนที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้เพราะเลวโดยเนื้อแท้ ยิ่งทั้งหมดเป็นคนของค่ายโจรเก้ามังกรซึ่งมีกฎเกณฑ์เข้มงวด เบื้องสูงมีคำสั่งล้วนมิยุ่งกับการปล้นชิงปุถุชนสิ่งของต่ำเตี้ย ยิ่งรู้สึกว่าการกระทำที่ปรากฏในวันนี้ล้วนผิดแผก จึงคิดไต่ถามสอบสวนด้วยตนเองก่อนค่อยตัดสินใจว่าจะลงมือเช่นไรต่อ แต่เพื่อความสบายใจของอีกฝ่ายจึงเอ่ยรับคำ พร้อมลงมือสังหารหัวหน้าโจรต่อหน้าทุกคนด้วยความหมดจดสร้างคลื่นความกลัวกระจายออกไปในหมู่สมุนโจรที่ถูกจับตัวมารวมกันให้หนักข้อยิ่งกว่าเดิม จนบางคนถึงกับมิอาจกลั้นความกลัวปัสสาวะราดรดกางเกงออกมาจนเหม็นโฉ่ไปทั่ว เมื่อนั้นหลงจิวเมิ่งยังมิลืมเหลือบสายตามองไปยังฉีหลินที่นั่งอยู่หลังสุด ซึ่งในตอนนี้มิได้แสดงออกถึงความกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับคล้ายคนกำลังครุ่นคิด แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาชำระความ หลงจิวเมิ่งจึงยังไม่คิดเคลื่อนไหวใด ๆ และเลือกที่จะหันกลับมาเอ่ยกับ...อี้ฟู่ ด้วยความนิ่งสงบ ราวกับว่าการสังหารหัวหน้ากลุ่มโจรมิได้แตกต่างกับการบี้มดแมลงให้ตกตาย  “ท่านควรจะเร่งนำคาราวานพ่อค้าเดินทางกลับ มิเช่นนั้นคุณชายสี่คงพบกับความสูญเสียแล้ว” เมื่อได้ฟังคำ...คุณชายสี่ อี้ฟู่พลันเป็นสีหน้าแปรเปลี่ยนตื่นตัว เมื่อนั้นหลงจิวเมิ่งค่อยเข้าใจว่ายามนี้ตนเองผมเผ้ากลับคืนมาเป็นดกดำ ผู้คนจึงจดจำมิออก เมื่อเฉลยความว่าตนเองเป็นสหายของคุณชายสี่ก็เป็นจังหวะที่จะเอ่ยคำร่ำลากันเสียแล้ว

 

            คาราวานพ่อค้าเดินทางจากไปจนลับตา หลงจิวเมิ่งค่อยนำตัวเหล่าโจรร้ายทั้งสิบห้าคนที่เหลือมาชำระความ โดยกักขังทั้งหมดในหลุมลึกแยกห่างจากจุดที่จะทำการสอบสวน ค่อยเลือกปลดปล่อยพวกมันออกมาทีละคน ซึ่งคนแรกที่เลือกสะสางก็ไม่พ้นฉีหลิน ที่ดูจะเป็นเด็กใหม่ที่สุดในกลุ่ม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 260 ครั้ง

711 ความคิดเห็น

  1. #638 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 10:29
    ทุกที่ล้วนไม่ดีขั้วหรือชั่วสุดขีดเสียทั้งหมด
    #638
    2
    • #638-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 70)
      28 กันยายน 2562 / 10:31
      หายไปนานเลย 555+
      #638-1
  2. #580 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 09:32
    รอติดตามคะ
    #580
    1
    • #580-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 70)
      20 กันยายน 2562 / 00:07
      ขอบคุณครับ กลับหมวดเดิมละลง ยาว ๆ ไป
      #580-1