เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,873 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,404 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,907

    Overall
    962,873

ตอนที่ 84 : ศัตรูทางคับแคบ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 877 ครั้ง
    21 เม.ย. 61

ตอนที่ 77

ศัตรูทางคับแคบ 2

 

                หลังจากที่เจี้ยนกังจากไปเสวี่ยหมิงก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นที่ติดอยู่ออก ก่อนจะเดินลึกเข้าไปยังจุดที่หมายตาหายลับไปจากจุดที่ทุกคนกำลังลงมือขุดกันอยู่อย่างเงียบเชียบ ซึ่งคนงานอื่น ๆ ต่างก็มิได้สงสัยเพราะคิดว่าเสวี่ยหมิงคงเจ็บปวดและเกรงกลัวเจี้ยนกังจึงได้หลบหนีไปยังที่อื่น

 

                ...เส้นแร่สีเงิน

                เสวี่ยหมิงมองตามร่องรอยของเส้นแร่ตามที่จื่อฮุยแนะนำ จนในที่สุดก็เดินเข้ามาจนถึงทางตัน เมื่อใช้มือลูบคลำไล่ไปตามเนื้อหินอยู่ครู่หนึ่ง เสวี่ยหมิงก็หยิบสารเหลวบางอย่างออกมาเทราดลงไปที่ผนังหิน สารเหลวสีดำก็วิ่งรี่เข้าใส่เส้นแร่สีเงินก่อนจะจมหายเข้าไปในผนังทันที

 

                ...ด้านในนี้ไม่ผิดแน่ จื่อฮุยบอกว่าเจ้าสารเหลวนี้จะไวต่อแก่นลมปราณมาก ยิ่งใกล้ยิ่งไวเพราะมันใช้ในการค้นหาใจกลางเหมือง เพื่อช่วยกำหนดทิศทางทางในการขุดเหมือง

 

                เมื่อมั่นใจว่ามาถูกทางเสวี่ยหมิงก็ออกแรงกดจนผนังหินจมลึกเข้าไป ซึ่งการกดด้วยพลังลมปราณทำให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากเสวี่ยหมิงทำซ้ำอยู่หลายคราก็ปรากฏรูโหว่ลึกบนผนัง ความกว้างเพียงพอให้แขนแหย่เข้าไปจนสุดเอื้อม เสวี่ยหมิงไม่รอช้านำหินผลึกซึ่งเป็นอุปกรณ์สกัดแก่นแท้ลมปราณที่จื่อฮุยมอบให้ออกมา ก่อนจะฝังมันลงไปในผนังหิน ซึ่งจากคำบอกเล่าของจื่อฮุยการดึงดูดแก่นแท้ลมปราณต้องใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามจึงจะสกัดแก่นแท้ลมปราณออกมาได้หมด ทำให้ระหว่างรอเสวี่ยหมิงจึงลอบออกไปยังช่องทางอื่น ๆ อีกสองช่องทางก่อนจะกระทำแบบเดียวกันในเหมืองทั้งสามแห่ง

 

                ซึ่งปฏิบัติการทั้งหมดก็กินเวลาไปร่วมหนึ่งชั่วยามพอดีกว่าที่เสวี่ยหมิงจะย้อนกลับมายังจุดแรกอีกครั้ง

 

                ...แก่นแท้ลมปราณ

                เสวี่ยหมิงหยิบผลึกใสที่ใช้สกัดแก่นแท้ลมปราณออกมา ผลึกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ไอปราณปฐพีแผ่สีน้ำตาลแผ่กระจายออกมาจากผลึกในมือของเสวี่ยหมิงตลอดเวลา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าครบเวลาเก็บผลึกก้อนที่สองแล้วเสวี่ยหมิงจึงเก็บแก่นแท้ลมปราณอันแรกใส่ไว้ในแหวนมิติที่ซุกซ่อนเอาไว้ ก่อนจะเร่งฝีเท้ามุ่งตรงไปยังอุโมงค์ถัดไป

 

                "ไอ้เด็กใหม่ !!!" ยังไม่ทันที่จะออกพ้นเส้นทางของเหมืองสุดท้าย เสียงอันคุ้นหูก็ตะโกนดังไล่หลังเสวี่ยหมิงมา "เมื่อกี้ข้าไม่รู้ว่าแกเล่นลูกเล่นอะไร แต่เมื่อแกมีพิรุธน่าสงสัยข้าเจี้ยนกังก็จำต้องรายงานไปยังญาติผู้พี่ของข้า"

 

                เสวี่ยหมิงหันขวับกลับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง "แกนี่อยู่ดีไม่ว่าดีจริง ๆ คราก่อนที่ข้าไม่ลงมือเพราะมีผู้คนอยู่เยอะ ทั้ง ๆ ที่ข้าเองก็เกลียดคนประเภทแกเข้าไส้ แต่กลัวจะก่อเรื่องวุ่นวาย ดังนั้นครั้งนี้ข้าก็จะไม่ยั้งมืออีก"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปากดีไปเถอะแกยังไม่รู้สินะว่าข้าเป็นใคร ผู้คุมเหมืองแห่งนี้เป็นญาติผู้พี่ข้าเอง และข้าจะบอกความลับให้อีกอย่างที่เหมืองแห่งนี้ฝังศพของผู้คนในเมืองที่แจ้งหายสาบสูญไว้มากมาย แน่นอนว่าคนต่อไปก็คือ..."

 

                เปรี้ยง !!!

                "เจ้ายังไงละ" เสวี่ยหมิงเพิ่มความไวในพริบตา ยังไม่ทันที่เสียงกระซิบแว่วซึ่งดังอยู่ที่ข้างหูของเจี้ยนกังจะจางหาย เสวี่ยหมิงก็แตะตัดล่างเข้าใส่ขาขวาอันแข็งแกร่งของเจี้ยนกังก็บิดเย้ไปตามแรงปะทะ กระดูกขาวหักออกแทงทะลุเนื้อหนังออกมาพร้อมโลหิตที่ฉีดพุ่งไปทั่วผนังหิน ใบหน้าของเจี้ยนกังซีดเผือดเหม่อค้างแต่ไม่ทันที่เสียงร้องจะเปล่งออก ขาที่ตวัดตัดล่างเมื่อครู่ก็ตวัดเฉียงขึ้นจนเท้าของเสวี่ยหมิงชูสูงเหนือศีรษะของเจี้ยนกัง ก่อนเสวี่ยหมิงจะออกแรงกดฟาดเข้าใส่บริเวณไหปลาร้า...เสียงกระดูกแตกหักดังสะท้อนก้อง พร้อมร่างใหญ่โตที่ล้มทรุดลงดวงตาเบิกโพล่งสิ้นใจตายไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ

 

                ไม่ ม่ายยยยยย !!!

                แต่แล้วปรากฏเสียงตะโกนแว่วมาจากจุดที่อยู่ห่างออกไปราวยี่สิบวา ชายในชุดหรูหราตะโกนลั่นพร้อมโจนทะยานเข้าใส่เสวี่ยหมิงในทันที

 

                "แกฆ่าเจ้ากังทำไม"ปากเอ่ยถามแต่หมัดที่โจมตีเข้ามามิได้รั้งรอ หมัดสังหารอัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะของพลังระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ห้า หมายปลิดชีพศัตรูในคราเดียว

 

                เปรี้ยง !

                เสวี่ยหมิงรีบยกแขนขึ้นต้านทานอย่างฉุกละหุกจนถูกซัดถอยหลังไถลไปครึ่งวา แม้การจู่โจมจะไม่ได้อันตรายสำหรับเสวี่ยหมิง แต่ตอนนี้เสวี่ยหมิงกลับอ้าปากค้างเหม่อมองดูคู่ต่อสู้ด้วยความตื่นเต้น

 

                "ข้าฆ่าสวะชั่วร้ายไปหนึ่ง แต่กลับล่อสวะใหญ่เจี้ยนเฉินมาได้สวรรค์ช่างเมตตาเสวี่ยหมิงยิ่งนัก"

 

                คำเสวี่ยหมิงก็ทำให้คู่ต่อสู้ของที่เพิ่งปรากฏชะงักเท้าหยุด ก่อนจะจ้องมองใบหน้าของเสวี่ยหมิงเขม็ง "ไอ้เด็กเวรเป็นแกนี่เอง ดีวันนี้ข้าจะฆ่าแกซะทีนี่เลย แล้วค่อยเอาศพแกไปแลกรับรางวัลกับผู้คนตระกูลหลี่"

 

                "น่าขำลำพังฝีมือของเจ้า" เสวี่ยหมิงเอ่ยพร้อมแปรเปลี่ยนท่าเท้าใช้ออกด้วยเคล็ดความเลียนเลี่ยงวารีผสมผสานกับท่าร่างบันไดเมฆา กลายเป็นเงาร่างเลือนลางพุ่งเข้าหาเจี้ยนเฉินในทันที

 

                เจี้ยนเฉินเองแม้มีวิชายุทธ์อ่อนด้อยแต่ประสบการณ์ในการต่อสู้และระดับฝึกตนล้วนสูงส่ง เมื่อเห็นท่าร่างของเสวี่ยหมิงดูแปลกประหลาด มันก็อาศัยพื้นที่คับแคบเข้าแก้ไข ถอยกายเอนหลังประชิดเข้ากับผนังถ้ำเพื่อลดขอบเขตการระวังป้องกัน ส่วนสองมือที่เบื้องหน้าก็แผ่พุ่งเพลงหมัดร้อนแรงหมายใช้ระดับลมปราณที่เหนือกว่าเข้าปะทะหักหาญ

 

                แม้เห็นเจี้ยนเฉินอาศัยผนังอุโมงค์เข้าช่วย เสวี่ยหมิงก็หาได้ใส่ใจยังคงพุ่งตรงเข้าใส่ดุจเดิม แต่แล้วเมื่อหมัดตรงที่เจี้ยนเฉินปล่อยออกมาอยู่ในระยะคุกคามผู้คน เสวี่ยหมิงก็พลันแปรเปลี่ยนลื่นไหล เบี่ยงตัวหลบรอดท่าโจมตีเข้าไปแบบเฉียดฉิวจนเจี้ยนเฉินต้องเบิกตากว้างออกด้วยความตกใจ แต่ไม่ทันที่จะเปลี่ยนกระบวนท่ากลับเป็นต้านรับ หมัดสายน้ำมิหวนคืนอันสุดรั้งของเสวี่ยหมิงก็ซัดเข้าใส่กลางหน้าอกของเจี้ยนเฉินอย่างจัง

 

                ตูม !!!

                ความแค้นที่เก็บอยู่ทำให้เสวี่ยหมิงลืมเลือนไปว่าตัวเองนั้นกำลังลอบเข้ามาทำภารกิจ ไม่สมควรให้ผู้คนรับรู้เมื่อปล่อยหมัดออกไปจนสุดรั้ง ร่างของเจี้ยนเฉินไม่เพียงตกตาย แต่ยังถูกซัดจนฝังจมเข้าไปในผนังหินติดอยู่อย่างนั้น ส่งให้เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย

 

                ความโกรธที่ไม่อาจควบคุมส่งให้ดวงตาข้างซ้ายที่ดูดกลืนพลังหยินไปแล้วแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงวูบหนึ่ง แต่เมื่อเสวี่ยหมิงใจเย็นลงเรียกสติกลับมาได้ดวงตาก็แปรเปลี่ยนกลับเป็นดุจเดิม

 

                เมื่อเกิดเสียงดังก็กลายเป็นเป้าสนใจ ทำให้เสวี่ยหมิงจำต้องเปลี่ยนแผนการ จากรอบคอบเป็นเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเอาแก่นแท้ลมปราณที่เหลืออีกสองก้อนก่อนจะหาทางหลบหนีออกไป ท่าร่างบันไดเมฆาถูกใช้ออกจนสุดรั้งความไวของเสวี่ยหมิงพลันเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แม้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เสวี่ยหมิงเล็ดลอดไปจนถึงเหมืองแร่ที่สองได้ แต่กลับไม่อาจหลบหลีกออกไปยังเหมืองแห่งที่สาม เพราะตอนนี้เสียงโหวกเหวกโวยวายดังไล่มา ปิดทางถอยกลับหลังจากที่เสวี่ยหมิงเพิ่งจะเก็บแก่นแท้ลมปราณอันที่สองเข้าสู่แหวนมิติ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 877 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #3252 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 10:06
    อืมถือว่าพระเอกยังคุมสติได้ดีอยู่ ต่อยทีเดียวจอดให้จบๆไป แล้วยังคืนสติได้เร็ว ถ้าเป็นพระเอกเรื่องอื่นเหมืองต้องพังอ่ะ
    #3252
    0
  2. #3151 Thiwmi (@Tewwmay) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 21:08
    วู่วามตลอด ไร้สติมากกกกกก
    #3151
    0
  3. #2604 อาริกาโตะ Yass (@Chai996) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 21:20

    ต้องเก็บให้ได้ดิยังอีกอันหนึ่ง

    #2604
    0
  4. วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:29
    <p>ต้องฝึกควบคุมอารมณ์บ้างแล้ว</p>
    #1437
    0
  5. #1195 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 10:05
    พอเก็บอันที่3คนมากมายเลย
    #1195
    0
  6. #1189 Bank2986 (@Bank2986) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 19:19
    ขอบคุณมากครับผม
    #1189
    0
  7. #1185 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 14:22
    ขอบคุณคัฟฟฟ
    #1185
    0
  8. #1183 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 11:26
    ขอบคุณครับ
    #1183
    0
  9. #1182 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 10:56
    ขอบคุณครับ
    #1182
    0
  10. #1181 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 10:48
    ขอบคุณค่ะ
    #1181
    0
  11. #1179 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 09:43
    สนุกดีครับ
    #1179
    0
  12. #1178 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 09:25
    ขอบคุณครับ
    #1178
    0