เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,534 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,399 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,568

    Overall
    963,534

ตอนที่ 78 : เคล็ดวิชาเร้นจิต 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 962 ครั้ง
    16 เม.ย. 61

ตอนที่ 72

เคล็ดวิชาเร้นจิต 2

 

                เมื่อโจวอู่เว่ยนำเสวี่ยหมิงมาถึงผาฝึกยุทธ์ของตัวเองแล้ว ก็อดที่จะซักถามลูกศิษย์เพื่อคลายความสงสัยตั้งแต่ที่หอคัมภีร์ไม่ได้ "เสวี่ยหมิงอาจารย์มีข้อสงสัยอยากจะถามเจ้า"

 

                เสวี่ยหมิงฉีกยิ้มส่งให้ เพราะเขารู้ดีว่าโจวอู่เว่ยต้องสงสัยเรื่องที่ว่าทำไมเขาจึงตัดสินใจเลือกเคล็ดวิชาเร้นจิต แทนที่จะใช้แต้มไปเลือกทักษะยุทธ์ลมปราณ "เชิญท่านอาจารย์ถามมาได้เลยขอรับ"

 

                "อืม เจ้าน่าจะรู้ว่าอาจารย์เองก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกับผู้อาวุโสหลินผู้ดูแลหอคัมภีร์ เพียงแต่ว่าข้าเชื่อในตัวเจ้า แต่ก็ยังขบคิดไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าเหตุใดเจ้าถึงเลือกทักษะวิญญาณที่ใช้พลังจิตวิญญาณสูงยิ่ง"

 

                "เรื่องนั้นต้องเท้าความไปถึงทักษะในการปรุงยาของข้า"เสวี่ยหมิงโชว์ไฟปกติที่มิได้ใส่พลังวิญญาณลงไป "ท่านอาจารย์ก็น่าจะเคยรู้ว่านักปรุงยาแม้จะใช้ลมปราณช่วยในการปรุงยา แต่แท้จริงสิ่งที่สำคัญกว่าคือพลังจิตวิญญาณ" โจวอู่เว่ยพยักหน้าราวกับเริ่มเข้าใจได้บ้างแล้ว "และในเมื่อข้าคือเซียนโอสถอี้เฟย ท่านอาจารย์คงจะพอเดาได้ว่าข้ามีพลังวิญญาณมิใช่ชั่ว"

 

                "อืม สำหรับเจ้า...เสวี่ยหมิง ข้าไม่อาจใช้ถ้อยคำใดมาวัดเปรียบเรื่องของวาสนาและความสามารถแท้จริงของเจ้าได้ ทุกสิ่งที่เจ้าทำล้วนขัดกับสามัญสำนึกที่ข้าเคยรับรู้มา จนทำให้ความเข้าใจหลาย ๆ อย่างในอดีตของข้าล้วนพังพินาศสิ้น" แม้ระหว่างเอ่ยคำโจวอู่เว่ยยังคงหัวเราะไปพร้อม ๆ กับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา "ข้าเองครั้งหนึ่งก็เคยสนใจตำราเล่มนี้ เพราะถือว่าเป็นตำราเล่มเดียวในหอคัมภีร์ที่เป็นระดับมนุษย์ขั้นสูง แต่เพราะระดับของพลังวิญญาณที่ใช้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเร้นจิตขั้นต่อ ๆ ไปนั้นเกินกว่าระดับพลังวิญญาณที่ข้ามี ข้าจึงได้ละทิ้งมันไป"

 

                "ท่านอาจารย์โปรดวางไจ ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถฝึกฝนได้ถึงขั้นไหน แต่หากสำเร็จเพียงขั้นแรกที่ช่วยปกปิดระดับพลังลมปราณที่แท้จริงของผู้ฝึกได้ข้าก็พอใจเป็นอย่างยิ่งแล้ว เพราะหากทำให้คู่ต่อสู้ประมาทย่อมหมายถึงว่าข้าได้เปรียบไปแล้วหนึ่งส่วน"

 

                "อืม เป็นความคิดที่ไม่เลว เมื่อข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว ข้าก็จะมอบผาฝึกตนแห่งนี้ให้เจ้าใช้จนพอใจ หากมีอะไรขาดตกบกพร่องเจ้าก็ใช้ยันต์สื่อสารแจ้งไปที่ข้าได้ตลอดเวลา หรือถ้าเจ้าไม่สามารถติดต่อข้าได้ จื่อฮุยก็พร้อมจะช่วยเหลือเจ้าอยู่แล้ว" เอ่ยจบโจวอู่เว่ยก็จากไปปล่อยให้เสวี่ยหมิงนั่งสมาธิอยู่ในผาฝึกตนเพียงลำพัง

 

                เมื่อได้อยู่ตามลำพัง เสวี่ยหมิงก็เปิดตำราทั้งสองเล่มที่ได้มาเพื่ออ่านรายละเอียดทั้งหมดหนึ่งรอบ ก่อนจะเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาท่าร่างบันไดเมฆาในทันที ซึ่งเสวี่ยหมิงมีพื้นฐานจากความรู้แจ้งของสายน้ำ การฝึกวิชาท่าร่างก็เป็นเรื่องง่ายกว่าที่ประเมินเอาไว้ ทำให้เสวี่ยหมิงใช้เวลาเพียงแค่ 7 วันก็สำเร็จใจความเบื้องต้น และขอบขั้นกลางของท่าร่างบันไดเมฆาได้จนหมดสิ้น ทำให้ตอนนี้เสวี่ยหมิงไม่จำเป็นต้องใช้ลมปราณเพลิงในการเพิ่มภาระให้กล้ามเนื้อ เขาก็สามารถเคลื่อนที่ในพริบตาได้ว่องไวราวกับสายลม และอีก 7 วันต่อมาเสวี่ยหมิงก็เกาะกุมเคล็ดใจความบทสุดท้ายของเคล็ดวิชาบันไดเมฆาได้สำเร็จ ทำให้เสวี่ยหมิงในตอนนี้สามารถที่จะกระโดดลอยตัวได้สูงกว่ายี่สิบฟุต แถมยังยืนนิ่งค้างอยู่กลางอากาศได้ชั่วอึดใจหนึ่ง ซึ่งตามความคิดของเสวี่ยหมิงหากเขาตัดสินใจใช้การชะงักค้างเช่นนี้ในการต่อสู้ ย่อมส่งผลต่อจังหวะตัดสินเป็นตายได้เลยทีเดียว แม้จะเกาะกุมเคล็ดความสุดท้ายของวิชาบันไดเมฆาได้แล้ว แต่เสวี่ยหมิงก็ไม่ได้ฝืนฝึกฝนต่อไปอีก เพราะขอบขั้นที่เหลือคือยืนค้างบนอากาศธาตุนั้นจำต้องใช้เวลาและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เสวี่ยหมิงจึงได้เปลี่ยนมาสนใจคัมภีร์ที่เหลืออีกหนึ่งเล่มแทน

 

                ...เคล็ดวิชาเร้นจิต มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 3 ส่วน ส่วนต้นนั้นต้องการระดับพลังวิญญาณเทียบเท่าผู้ฝึกตนแรกธรรมชาติขั้นกลางทั่วไป โดยความสามารถของขอบขั้นนี้จะเป็นการใช้พลังจิตวิญญาณปิดบังระดับพลังการฝึกตนที่แท้จริง ส่วนในขั้นที่สองซึ่งใช้พลังลมปราณที่สูงถึงระดับพลังวิญญาณเทียบเท่าผู้ฝึกตนแรกธรรมชาติขั้นปลายนั้น ไม่เพียงแต่อำพรางพลังฝีมือแต่ยังช่วยปกปิดกลิ่นอายที่แผ่ออกมา ซึ่งการปกปิดกลิ่นอายจะสามารถทำให้ผู้ใช้ซ่อนตัวตนจากประสาทสัมผัสของคู่ต่อสู้รวมถึงสัตว์อสูรอีกด้วย ส่วนขั้นสูงสุดของเคล็ดวิชาเร้นจิตเป็นขั้นตอนของการใช้พลังจิตวิญญาณลบจิตสังหาร ซึ่งเป็นขอบขั้นที่สามารถใช้ผสานร่วมในการลอบโจมตีคู่ต่อสู้ได้ แต่การจะเรียนรู้เคล็ดวิชาเร้นจิตในขั้นสูงสุดนั้นจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณในระดับเชื่อมฟ้าดินขั้นต้น ซึ่งเสวี่ยหมิงเองก็ไม่แน่ใจว่ารพลังจิตวิญญาณที่เขาได้รับมาจากม่อจิ้นเหอ รวมทั้งพลังจิตวิญญาณที่เพิ่มพูนขึ้นจากการฝึกปรือเคล็ดวิชาจิตเอกะนั้นตอนนี้จัดอยู่ในระดับใดกันแน่

 

                ดังนั้นการฝึกปรือเคล็ดวิชาจิตเร้นนั้น ยังเป็นการช่วยยืนยันระดับพลังจิตวิญญาณของเสวี่ยหมิงในตอนนี้ไปในตัว


                สำหรับการฝึกฝนทักษะวิญญาณนั้นจะแตกต่างจากการฝึกฝนทักษะยุทธ์อื่น ๆ เพราะไม่ได้เน้นที่การฝึกปรือทำซ้ำ แต่เน้นที่ระดับพลังและความเข้าใจของรูปแบบพลัง ทำให้ในขอบขั้นแรกซึ่งเป็นการฝึกซึ่งเน้นที่เคล็ด...อำพราง จึงเป็นเพียงแค่การบีบอัดก่อรูปสร้างชั้นของจิตวิญญาณครอบคลุมกายเนื้อเอาไว้ ขั้นตอนในการฝึกปรือนั้นง่ายดายกว่าเคล็ดวิชาจิตเอกะชนิดไม่อาจเทียบกันได้ ทำให้เสวี่ยหมิง เสียเวลาไปเพียงแค่หนึ่งชั่วยามเขาก็สามารถใช้เคล็ดอำพรางได้สำเร็จ

 

                ขอบขั้นต่อมาซึ่งจำต้องใช้ระดับพลังจิตวิญญาณที่สูงส่งขึ้นก็มิได้เป็นปัญหาต่อเสวี่ยหมิง ทำให้เสวี่ยหมิงมั่นใจว่าระดับพลังจิตวิญญาณของตัวเองนั้นเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลาย ซึ่งในขั้นตอนนี้นั้นมิได้เน้นแค่การอำพราง แต่เน้นคำ...ปกปิด ซึ่งวิธีการคลับคล้ายกับในขอบขั้นต้น เพียงแต่ใช้พลังงานที่มากกว่าในการครอบคลุม และเพิ่มชั้นของพลังจิตวิญญาณที่หนาแน่นกว่าเพื่อปกปิดกลิ่นอายที่แผ่ออกมา ซึ่งในขั้นนี้เสวี่ยหมิงก็ใช้เวลาฝึกฝนเพียงแค่ 4 ชั่วยามเท่านั้นก็สามารถทำได้สำเร็จ

 

                สุดท้ายคือขั้นสูงสุดของเคล็ดวิชาเร้นจิต ซึ่งเป็นขอบขั้นที่ยากที่สุด และผู้ฝึกจำเป็นต้องมีระดับพลังจิตวิญญาณเทียบเท่าผู้ฝึกตนระดับเชื่อมฟ้าดินขั้นต้น ซึ่งเสวี่ยหมิงเองก็ไม่เคยพบผู้ฝึกตนที่มีระดับฝีมือสูงส่งขนาดนั้นมาก่อน แม้แต่ตำนานเรื่องเล่าที่เสวี่ยหมิงเคยได้ยินมาในวัยเยาว์ขอบขั้นของผู้ฝึกตนสูงสุดก็ยังอยู่แค่เพียงระดับลมปราณแรกธรรมชาติเท่านั้น แต่เมื่อนึกถึงคำโลกภายนอกช่างกว้างใหญ่ยิ่งนักของโจวอู่เว่ย เสวี่ยหมิงจึงพอจะเข้าใจว่าเส้นทางของผู้ฝึกตนที่เขารับรู้นั้นช่างเล็กกระจ้อยร่อยยิ่งนัก โลกกว้างใหญ่ภายนอกยังมีหนทางอีกยาวไกลให้ก้าวเดินและค้นหา เมื่อความคิดฟุ้งซ่านเสร็จสิ้นลง เสวี่ยหมิงก็ทดลองฝึกฝนตามเคล็ดวิชาจิตเร้นในขอบขั้นสุดท้ายทันที ซึ่งผลก็คือเขาสามารถทะลวงผ่านทุกขั้นตอนของการฝึกฝน แม้จะยังไม่เข้าใจแต่ในเมื่อเสวี่ยหมิงสามารถฝึกฝนได้ทั้งหมด ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าระดับพลังจิตวิญญาณของเขาในตอนนี้ นั้นไม่มีต่ำเตี้ยกว่าระดับของผู้ฝึกตนเชื่อมฟ้าดินขั้นต้นอย่างแน่นอน

 

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงใช้เวลากว่าหนึ่งวันก็ยังไม่อาจเข้าใกล้ความสำเร็จของเคล็ดวิชาเร้นจิตขั้นสุดท้าย ซึ่งเน้นคำ...ไร้ร่องรอย แต่ก็พอจะทำให้เสวี่ยหมิงเข้าใจว่าเคล็ดวิชาเร้นจิตในสองขั้นแรกนั้นเป็นเพียงการฝึกขั้นพื้นฐานเพื่อปูไปยังขอบขั้นสุดท้าย เพราะคำไร้ร่องรอยคือการปกปิดจิตสังหารหรือรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมานั่นเอง ซึ่งหากทำได้สำเร็จก็มิต่างจากท่วงท่าซ่อนดาบในรอยยิ้ม ทำให้สามารถจู่โจมออกจนสุดรั้งในขณะที่คู่ต่อสู้ยังมิได้ไหวตัวต้านรับ ซึ่งความยากของมันอยู่ที่จิตสังหารนั้นเป็นจิตที่แหลมคม ซึ่งแตกต่างจากจิตชนิดอื่นจึงยากที่จะปกปิดซ่อนเร้น แม้เสวี่ยหมิงพยายามบังคับพลังจิตวิญญาณให้เป็นไปตามเคล็ดวิชาจิตเร้นแล้ว แต่ในขอบขั้นสุดท้ายเมื่อกำลังจะใช้ออกด้วยท่าโจมตี จิตสังหารก็พลันทะลุรอดออกมาได้ทุกครั้ง ทำให้เสวี่ยหมิงล้มเลิกที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาจิตเร้นต่อไป และเดินทางออกจากผาฝึกตนกลับไปยังบ้านพักของโจวอู่เว่ยในเช้าวันถัดมา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 962 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #3315 น้ำเปล่าดื่มได้ (@plam25) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:45
    อ่านถึงตรงนี้ อยากให้กลั่นยาให้อาจารย์มั่งจัง 55555
    #3315
    1
    • #3315-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 78)
      30 สิงหาคม 2561 / 00:13
      เดี๋ยวเสวี่ยหมิงจัดให้ ^ ^
      #3315-1
  2. #934 Bank2986 (@Bank2986) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:21
    ขอบคุณมากครับผม
    #934
    0
  3. #930 ThananunKasiruk (@ThananunKasiruk) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 22:24
    ทันจนได้ สนุกมากกกก
    #930
    0
  4. #927 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 19:44
    เทพจริงๆ
    ขอบคุณค่ะ สนุกดี
    #927
    0
  5. #920 คนอ่านแอบแอบ (@kranong) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 16:07
    สนุกมาก. ขอบคุณครับ
    #920
    1
    • #920-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 78)
      16 เมษายน 2561 / 18:12
      ขอบคุณครับ
      #920-1
  6. #918 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 14:06
    สนุกดีครับ
    #918
    1
    • #918-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 78)
      16 เมษายน 2561 / 15:16
      เพิ่งกลับมาขอบคุณครับ
      #918-1
  7. #917 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 12:55
    ขอบคุณครับ
    #917
    0
  8. #916 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 11:59
    ยังเหลือขั้นสุกท้ายต้องฝึกต่แ
    #916
    0
  9. #915 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 11:20
    ไมมันฝึกง่ายจัง
    #915
    1
    • #915-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 78)
      16 เมษายน 2561 / 15:22
      น่าจะ งง กันเยอะเพราะไรท์ไม่ได้บอกรายละเอียดต่าง ๆ เยอะเลย เดี๋ยวจะพิมพ์ตอนเฉพาะอธิบายสเกลของเรื่องกว้าง ๆ ให้อ่านกันนะครับ เอาเป็นว่าวิชาที่เรียนจากสำนักมังกรฟ้านี่ มันกระจอกมาก อย่างท่าร่างนี่ แค่เข้าสู่ขอบขั้นเชื่อมฟ้าดิน ไม่ต้องมีวิชาท่าร่างก็เหาะเหินเดินอากาศ แถมไวกว่าท่าร่างบันไดเมฆาที่เสวี่ยหมิงเรียนแล้วอะครับ
      #915-1
  10. #913 CHAYAPON1019 (@CHAYAPON1019) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 09:49
    ขอบคุณนะ
    #913
    0
  11. #912 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 09:42
    ขอบคุณครับ
    #912
    0