เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 896,944 Views

  • 4,491 Comments

  • 8,103 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    54,064

    Overall
    896,944

ตอนที่ 7 : เมืองหยกม่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1032 ครั้ง
    20 ก.พ. 61

ตอนที่ 6

เมืองหยกม่วง

 

                หลังจากเสวี่ยหมิงได้รับโชควาสนา ตื่นขึ้นมาพร้อมร่างกายที่ถูกซ่อมสร้างใหม่ ตาซ้ายที่เคยถูกหินประหลาดกระแทกใส่หลุดลอกออก แถมดวงตาที่เคยสูญไปแล้วกลับมามองได้แจ่มชัดดุจเดิมอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นเสวี่ยหมิงยังรู้สึกว่าร่างกายเลือดเนื้อแข็งแกร่งขึ้นกว่ากาลก่อนเสียด้วยซ้ำ


                แต่ดูเหมือนว่าเสวี่ยหมิงยังคงมีโชคดีอีกหนึ่งต่อ เพราะที่ด้านข้างของซากศพไร้ศีรษะมีกองสิ่งของหล่นกระจัดกระจายหลายสิบชิ้น แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า และของที่เสวี่ยหมิงเห็นว่าไร้ประโยชน์ แต่ยังมีของที่น่าสนใจอยู่หลายชิ้นไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ามิติ ซึ่งเสวี่ยหมิงไม่เคยใช้มาก่อน แม้ว่ามันจะจุไม่มากนัก แต่ก็ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก พร้อมด้วยขวดยาอีกสามใบ โดยหนึ่งขวดเป็นยาฟื้นอาการบาดเจ็บ ซึ่งเสวี่ยหมิงจำได้ว่ายาชนิดนี้ แม้แต่ในตระกูลหย่งยังถือว่าล้ำค่า ส่วนอีกสองกระปุกที่เหลือเป็นยาที่ช่วยในการเร่งการฝึกฝนโดยขวดหนึ่งนั้น เสวี่ยหมิงเคยเห็นลุงของเขานำออกมาใช้ มันคือยาเม็ดหยกเย็น ซึ่งใช้ในผู้ฝึกตนระดับลมปราณแรกธรรมชาติ หากจะให้เขานำมาใช้ในตอนนี้เลยก็ออกจะเสียของจนเกินไป แม้มันจะมีจำนวนถึงสิบเม็ดก็ตาม แต่เสวี่ยหมิงก็เลือกที่จะเก็บมันยัดลงไปในกระเป๋ามิติ ส่วนอีกขวดหนึ่งเสวี่ยหมิงไม่รู้ว่ามันคือยาอะไร และมันมีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น แต่ประเด็นสำคัญคือเจ้ายาเม็ดนี้มันส่งกลิ่นหอมเผ็ดร้อนรุนแรงยิ่งกว่ายาเม็ดหยกเย็นเสียอีก เสวี่ยหมิงจึงคาดว่าเจ้ายาเม็ดนี้ต้องเป็นยาที่ล้ำค่าอย่างแน่นอน

 

                เมื่อแจกแจงของที่ใช้ได้กับของที่ไร้ค่าแล้ว เสวี่ยหมิงก็ไม่ลืมที่จะเดินไปรื้อค้นถุงเงินที่ติดอยู่กับซากศพ ก่อนจะขออโหสิกรรม และค้นหาศีรษะที่ตกหล่นในถ้ำ ให้มาอยู่ด้วยกันกับร่างของคนนิรนามแล้วจึงทำการกลบฝัง

 

                เมื่อทุกอย่างถูกจัดการจนเสร็จสิ้นแล้ว เสวี่ยหมิงจึงออกเดินทางมุ่งตะวันตกต่อไปยังเมืองหยกม่วง

.

.

.

                ตลอดระยะเวลาสามวันที่เสวี่ยหมิงเดินเท้าฝ่าป่าอสูร เขาก็ไม่ลืมที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาลมปราณสกุลหย่งที่เคยร่ำเรียนมา แม้เคล็ดวิชาลมปราณสกุลหย่งจะไม่ได้ดีนัก แต่เพราะเป็นเคล็ดวิชาลมปราณเพียงอย่างเดียวที่เสวี่ยหมิงรู้จัก จึงทำให้เขาไม่มีทางเลือก แม้วิชาที่ฝึกฝนจะอ่อนด้อย แต่ด้วยร่างกายที่พิเศษของเสวี่ยหมิง ตั้งแต่ที่ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง ระดับลมปราณของเสวี่ยหมิงก็รุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ระยะเวลาสามวัน หลังจากที่เขาสามารถทะลวงเข้าสู่พื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2 กล้ามเนื้อของเสวี่ยหมิงก็แข็งแกร่งขึ้น จนเกือบจะเทียบเท่าก่อนที่เขาจะสูญเสียดวงตาเมื่อสามปีก่อนแล้ว แต่หากใช้เคล็ดวิชาลมปราณสกุลหย่งต่อไป แม้ว่าเสวี่ยหมิงจะสามารถดูดซับลมปราณเข้าสู่กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็วกว่าแต่ก่อนมาก แต่เสวี่ยหมิงก็อาจจะติดปัญหาเดิม ตรงขอบขั้นการทะลวงผ่านจากระดับลมปราณพื้นฐานขั้นที่ 2 ไปสู่ขั้นที่ 3 เพราะเคล็ดวิชาลมปราณสกุลหย่งนั้นไร้ซึ่งประสิทธิภาพจนเกินไป ไม่เช่นนั้นในอดีตของสกุลหย่งคงมีผู้คนในตระกูลที่สามารถทะลวงผ่านสู่ลมปราณระดับแรกธรรมชาติขั้นปลายได้บ้างแล้ว

 

                แม้ตอนนี้ระดับลมปราณของเสวี่ยหมิง จะติดอยู่ที่ระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2 แต่นั้นก็เป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการเข้ารับการทดสอบของสำนักมังกรฟ้า จึงทำให้เสวี่ยหมิงไม่ได้เดือดร้อนใจกับเคล็ดวิชาลมปราณสกุลหย่งมากนัก เพราะยังไงหากเขาได้เข้าสำนักมังกรฟ้า ก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้เคล็ดวิชาลมปราณที่สูงส่งมากยิ่งขึ้น นี่ยังไม่นับรวมทักษะยุทธ์ต่าง ๆ ที่สำนักใหญ่ครอบครองเอาไว้สำหรับเหล่าศิษย์ของตัวเองโดยเฉพาะ และด้วยร่างกายที่เหมาะแก่การฝึกยุทธ์ของเสวี่ยหมิง หากได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ย่อมไม่ต่างจากพยัคฆ์ติดปีก และแน่นอนว่าตระกูลหย่งต้องสำนึกเสียใจที่ขับไล่เขาออกจากตระกูล

.

.

.

                ในที่สุดกำแพงสูงก็ปรากฏต่อหน้าของเสวี่ยหมิง ขอบเขตปกครองของเมืองหยกม่วงนั้นกว้างใหญ่กว่าเมืองวิหคทองนับสิบเท่า และอีกสองเดือนข้างหน้าสำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของเมืองหยกม่วง สำนักมังกรฟ้าจะเปิดการทดสอบเพื่อรับศิษย์ใหม่ประจำปี ผู้คนจากเมืองต่าง ๆ โดยรอบเมืองหยกม่วงจึงเดินทางมายังเมืองหยกม่วงอย่างคับคั่ง โดยเด็กหนุ่มมากความสามารถวัยตั้งแต่ 15 -18 ปี ที่เดินทางมาส่วนใหญ่ต่างมาเพื่อมุ่งหวังผ่านการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สำนักมังกรฟ้า โดยจุดมุ่งหมายหลัก ๆ ของพวกเขาก็คงหนีไม่พ้น เพื่อสร้างชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล รวมถึงอำนาจ และความแข็งแกร่งที่จะได้รับจากการฝึกฝนในสำนักมังกรฟ้า

 

                ตั้งแต่เด็กเสวี่ยหมิงไม่เคยออกจากเมืองวิหคทองมาก่อน เมื่อย่างเท้าสู่เมืองใหญ่เป็นครั้งแรก ก็ตื่นตาตื่นใจกับผู้คนหลากหลาย ที่ล้วนแต่งตัวด้วยอาภรณ์ที่หรูหรา รวมถึงร้านค้าแปลกตาจำนวนมาก แม้จะอยากเดินชมดูเมืองให้มากกว่านี้ แต่การหาที่พักนั้นจำเป็นเร่งด่วน เสวี่ยหมิงจึงตัดใจไม่เข้าร้านค้าต่าง ๆ ไปชมดู เพียงเลือกเข้าแต่โรงเตี๊ยมเพื่อขอเช่าห้องพัก แต่ดูเหมือนว่าในช่วงนี้ผู้คนต่างก็แย่งกันจับจองห้องพักดี ๆ ไปจนเต็มหมดแล้ว แถมราคาค่าเช่าก็ถีบตัวสูงจากเทศกาลทดสอบของสำนักมังกรฟ้า ทำให้เสวี่ยหมิงที่เดินค้นหาที่พักอยู่นานกลับไม่อาจพบห้องว่างแม้แต่ห้องเดียว

.

.

                "หย่งคัง เจ้าว่าไอ้เด็กคนนั้นมันดูคุ้น ๆ ไหม" หย่งฉีลูกพี่ลูกน้องของหย่งคัง ทั้งสองต่างเดินทางมายังเมืองหยกม่วงตั้งแต่สามเดือนก่อน เพื่อเตรียมตัวเข้าทดสอบเช่นกัน

 

                "คนไหน"หย่งคังที่อายุมากกว่ามองไปตามนิ้วมือของหย่งฉี สายตาของมันก็ไล่ไปจนพบกับเสวี่ยหมิงที่กำลังเดินผ่านเข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง "นั่นมัน...เจ้าสวะเสวี่ยหมิงนี่นา ถ้าข้าได้ข่าวมาไม่ผิด หลังจากที่มันโดนไล่ออกไปจากตระกูล แม่ของมันก็ป่วยหนักและตายไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน"

 

                หย่งฉีพยักหน้ารับ "แล้วมันมาที่เมืองหยกม่วงทำไมกัน"

 

                หย่งคังเผยสีหน้าชั่วร้าย "มันมาทำไมข้าไม่รู้ แต่ข้าไม่ชอบขี้หน้าเจ้าสวะนี่มานานแล้ว เอายังงี้เดี๋ยวแกตามไปดู ว่าเจ้าสวะนั่นมันมาทำอะไรที่นี่ ส่วนข้าจะเอาข่าวนี้ไปแจ้งให้กับพี่หย่งสือ ข้าเชื่อว่าสหายตระกูลหลี่ของท่านพี่ต้องอยากรู้ข่าวนี้อย่างแน่นอน" เอ่ยจบทั้งคู่ก็หัวเราะขึ้นพร้อม ๆ กันด้วยอารมณ์เบิกบานในความพินาศที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเสวี่ยหมิง

.

.

                เสวี่ยหมิงเดินหาห้องพักอยู่จนมืดค่ำ ในที่สุดเข้าก็พบกับห้องว่าง แม้ว่ามันจะเป็นห้องเก่าทรุดโทรม แถมยังอยู่ในเขตห่างไกลจากย่านความเจริญของเมือง แต่เสวี่ยหมิงก็รู้สึกพอใจกับมันมาก เพราะเขาไม่ได้ถือสาเรื่องความเก่าอยู่แล้ว ในเมื่อบ้านพักเดิมของเสวี่ยหมิงภายนอกตระกูลหย่งยังย่ำแย่กว่านี้เสียอีก แถมราคาก็ไม่แพงมาก


                เมื่อได้ที่พักเรียบร้อย เสวี่ยหมิงก็พูดคุยเพื่อหาข่าวเกี่ยวกับการทดสอบของสำนักมังกรฟ้า และทำให้เขารู้ว่าการรับสมัครเข้าร่วมทดสอบของสำนักมังกรฟ้า นั้นจะจัดให้เข้าลงทะเบียนได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป รวมระยะเวลาสิบวัน แต่เพื่อความไม่ประมาท เสวี่ยหมิงจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปสมัครตั้งแต่วันแรก ทำให้เมื่อกินอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่ได้ออกไปเดินดูเมืองยามค่ำคืนตามที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรก แต่เลือกที่จะฝึกลมปราณเงียบ ๆ อยู่ภายในห้องแทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.032K ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #1324 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:41
    ขอบคุณครับ
    #1324
    0
  2. #911 Ghost_Rider_D. (@SoulBladeMaster) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 00:49
    👏🏾👏🏾👏🏾👏🏾 อ่านต่อๆๆๆ
    #911
    1
    • #911-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 7)
      16 เมษายน 2561 / 15:23
      สู้ ๆ ปิดตอนเที่ยงคืนนะครับ
      #911-1
  3. #373 J.luis (@pvpnspleng) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 14:00
    พระเอกมันไม่เก่งเวอร์วังเหมือนเรื่องอื่น ถ้าตอนนี้อายุ14คงไปไกลมากเก่งระดับผู้อาวุโสสำนักเเล้วมั้ง เเต่ชอบเเนวเรื่องเเบบนี้มากกว่ามันไม่เวอร์ กำลังOK

    ชอบๆ
    #373
    1
    • #373-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 7)
      30 มีนาคม 2561 / 20:31
      แล้วแต่คนชอบละครับ บางคนก็ชอบแนวเทพทรู รอเรื่องนี้จบไรท์ก็อยากจะลองเขียนแนวเทพทรูดูมั้งเหมือนกันนะ เอาแบบวันพันซ์แมนเลย ^ ^
      #373-1
  4. #75 Cherry Wanlada (@wanryda) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 09:44
    พระเอกได้เอายาที่ปาในถ้ำกลับไปด้วยมั้ยค่ะ
    #75
    1
    • #75-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 7)
      6 มีนาคม 2561 / 11:11
      เสวี่ยหมิงเก็บของที่ใช้ได้ทุกอย่างครับ เพราะตอนที่ออกจากเมืองวิหคทองนี่ยากจนสุด ๆ ยากาก ๆ เม็ดเดียวก็เอา ^ ^
      #75-1
  5. #16 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:58
    เนื้อเรื่องดีขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับความข้มข้น สุดท้ายพระเอกก็เจอปัญหาอีกจนได้
    #16
    0
  6. #11 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:27
    ยังจะตามมารังควาญกันอีก หมิงเอ๋อไม่ธรรมดาแล้วนะรู้ไหม เดี๋ยวจะโดนตอกกลับให้เข็ด
    ไม่มีอะไรนะคะไรท์ อินมากไปหน่อย 555+
    #11
    0
  7. #3 chinsenz (@chinsenz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:18
    ติดตามอยู่นะครับ
    #3
    1
    • #3-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 7)
      20 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:17
      ขอบคุณครับ ^ ^
      #3-1