เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 908,706 Views

  • 4,514 Comments

  • 8,216 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    65,826

    Overall
    908,706

ตอนที่ 6 : ฟื้นชีพราวปาฏิหาริย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1108 ครั้ง
    6 มี.ค. 61

ตอนที่ 5

ฟื้นชีพราวปาฏิหาริย์

 

                หลังจากได้รับหยดเลือดฟินิกซ์จากหนิงเซียนแล้ว ชีพจรที่เต้นอ่อนของเสวี่ยหมิงก็เต้นแรงขึ้น พลังของไอเย็นที่ห่อหุ้มร่างสลายไปจนสิ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ยังหลงเหลือเพียงร่องรอยบาดแผลน้ำแข็งกัดเซาะ รวมถึงร่องรอยฟันของโสมเพลิงโลกันต์ และรอยไหม้อีกเล็กน้อย

 

                การดูดซับโลหิตแท้ของฟินิกซ์ค่อย ๆ เป็นไปอย่างเชื่องช้า อาจเป็นเพราะเลือดฟินิกซ์เป็นธาตุหยางศักดิ์สิทธิ์ และมีคุณสมบัติเปลวเพลิงแห่งการฟื้นคืน ดั่งตำนานของนกเฟิ่งหวง หรือนกสวรรค์เพลิงอมตะที่สามารถคืนชีพขึ้นจากกองเพลิงที่เผาไหม้ตัวมันจนกลายเป็นเถ้าถ่าน และในทุกคราที่ฟื้นขึ้นล้วนแข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าทวี

 

                โลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาของฟินิกซ์จึงมีพลังในการรักษาที่สูงล้ำ และถือเป็นสมบัติล้ำค่ายิ่งกว่าโสมเพลิงโลกันต์อย่างมิอาจเทียบ แต่เป็นเพราะโชคชะตาหรือสิ่งใดมิทราบได้ เด็กสาวหนิงเซียนจึงได้ยอมสละโลหิตแท้ของนางเพื่อชายแปลกหน้าเช่นเสวี่ยหมิง หรืออาจจะเป็นดั่งคำกล่าวของอาจารย์นางที่ว่ามีบางเรื่องราวหากไม่กระทำอาจต้องเสียใจไปช่วยชีวิต แม้รู้ว่าขาดทุนยังมิสู้ลงมือกระทำดีกว่าเป็นปมติดค้างไปตลอดกาล

 

                ผ่านไปหนึ่งชั่วยามบาดแผลภายนอกล้วนหายจนหมดสิ้นแล้ว แต่เสวี่ยหมิงยังคงไม่ฟื้นตื่น ซึ่งถือเป็นเรื่องประหลาดยิ่ง หากผู้เป็นอาจารย์ของหนิงเซียนได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดในตอนนี้ เขาคงต้องนำตัวเสวี่ยหมิงไปศึกษาเป็นแน่

 

                ฟู่ ๆ ๆ... จู่ ๆ เสียงของเปลวเพลิงที่เผาไหม้ก็ดังขึ้น และต้นตอของเสียงก็มาจากดวงตาข้างซ้ายที่มืดบอดของเสวี่ยหมิง ดวงตาที่พิการมืดบอดกำลังดูดกลืนพลังของโลหิตฟินิกซ์เพื่อรักษาตัวมันเอง หินสีดำสนิทที่อุดดวงตาอยู่ถูกเลือดเนื้อที่งอกเงยขึ้นใหม่เติมเต็มดันออกมาจนปูดโปน จนคล้ายกับมันกำลังจะหลุดออกมาจากเบ้าตาของเสวี่ยหมิงในอีกไม่ช้า แต่ที่น่าแปลกกว่านั้น คือเจ้าหินกลมสีดำกลับมีเส้นเลือด และเส้นประสาทมากมายเชื่อมต่ออยู่กับเบ้าตาของเสวี่ยหมิง แม้จะปูดโปนออก แต่ก็ค่อย ๆ ยุบกลับและเชื่อมติดเข้าไปใหม่ ราวกับว่าโลหิตของฟินิกซ์กำลังทำการซ่อมประสานมันเข้ากับร่างของเสวี่ยหมิงก็มิปาน

 

                แต่อีกไม่กี่ลมหายใจต่อมา หินกลมสีดำก็แตกออกแต่บางส่วน เปลือกนอกสีดำที่คล้ายหินอุกกาบาตหลุดลอกออกมา เหลือเพียงดวงตาที่กำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงของฟินิกซ์ ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ก็มอดดับลงตามกัน และทุกสิ่งก็กลับเป็นปกติอีกครั้ง โดยที่เสวี่ยหมิงยังคงนอนหลับสนิทต่อไป และไม่ได้รับรู้เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเองแม้แต่น้อย

 

                จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางนภา อากาศร้อนอบอ้าวเริ่มลุกลามเข้าสู่ภายในถ้ำ เสวี่ยหมิงจึงได้ฟื้นตื่นขึ้นมาในสภาพอ่อนล้าปวดเมื่อยไปทั้งตัว

 

                "เจ้าโสมเพลิงโลกันต์ละ" เสวี่ยหมิงสะดุ้งตัวพยายามลุกตะแคงขึ้น เห็นได้ชัดว่าร่างที่หยุดยืนไม่อาจทรงตัวได้มั่น และกำลังจะล้มลง เสวี่ยหมิงจึงออกแรงกดลงเท้าข้างหนึ่งลงไปที่พื้นเพื่อฝืนต้านเอาไว้ จนสามารถยืนหยัดอยู่ได้ และเมื่อก้มลงดูรอยเท้าที่เกิดขึ้นเจ้าตัวก็ต้องอุทานขึ้นคำหนึ่งด้วยความตกใจ เพราะรอยเท้าที่เขาออกแรงกดไปบนพื้นกลับจมยุบลงไปร่วมหนึ่งคืบ

 

                ...แรงกดที่ส่งไปต้องเกินกว่าแปดร้อยจินเป็นอย่างน้อย ถึงจะกดพื้นแข็งให้ยุบลงไปได้ขนาดนี้

 

                แม้จะตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เสวี่ยหมิงยังคงไม่ลืมเรื่องของโสมเพลิงโลกันต์ และเด็กสาวหนิงเซียน เขาเก็บผ้าคลุมผมที่หนิงเซียนทิ้งเอาไว้ให้ขึ้นมาสัมผัส กลิ่นกายหอมจรุงของเด็กสาวยังคงอบอวลอยู่ในเนื้อผ้า ทำให้เสวี่ยหมิงมั่นใจว่าผ้าผืนนี้ต้องเป็นของหนิงเซียนอย่ามิต้องสงสัย  แต่แล้วเหตุใดหล่อนจึงไม่อยู่ที่นี่ และเมื่อมองออกไปก็ไม่พบโสมเพลิงโลกันต์ แต่กลับมีซากศพของชายไร้ศีรษะคนหนึ่งแทน

 

                แต่เมื่อมองสำรวจลงไปที่พื้น เสวี่ยหมิงก็คลายใจเรื่องของหนิงเซียนเพราะเด็กสาวเขียนข้อความสั้นทิ้งเอาไว้บนพื้น

 

                 "หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก เมื่อถึงเวลานั้นท่านอย่าลืมนำของวิเศษแปลกตามาให้ข้าได้ชมอีกละ"

 

                เมื่ออ่านข้อความจบเสวี่ยหมิงก็ยกมุมปากบางขึ้นฉีกยิ้มกว้างด้วยความอิ่มเอม แม้จะรู้จักกันได้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยาม แต่เขารู้สึกต้องชะตากับเด็กสาวหนิงเซียนอย่างยิ่ง แต่แล้วจู่ ๆ เสวี่ยหมิงก็ต้องอุทานดังอีกครั้งเมื่อพบว่าดวงตาที่เคยมืดบอดกลับมามองเห็นอีกครั้ง และแน่นอนว่าเจ้าหินอุกกาบาตนั่นก็หายไปด้วยเช่นกัน

 

                เสวี่ยหมิงไม่รอช้านั่งขัดสมาธิทดสอบเดินลมปราณในทันที เมื่อพบว่าเส้นชีพจรยิ่งมายิ่งแข็งแกร่ง ร่างกายสามารถดูดซับลมปราณธรรมชาติได้ว่องไวกว่าก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนถึงสองเท่า ความยินดีจู่โจมเข้าใส่เสวี่ยหมิงอย่างต่อเนื่อง ความตั้งใจที่จะละทิ้งเส้นทางฝึกตนล้วนมลายไปสิ้น ตอนนี้เสวี่ยหมิงเด็กหนุ่มอัจฉริยะเมื่อสามปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง ความอัดอั้นตลอดสามปีที่ผ่านมาจะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เสวี่ยหมิงทนทานต่อความยากลำบากในการฝึกฝน รวมถึงมุมานะอดทนต่อความเจ็บปวดได้มากกว่าเมื่อก่อนอย่างมิอาจเทียบ

 

                เมื่อตั้งสติกลับมาได้ ในใจก็คิดถึงเด็กสาวหนิงเซียน จนมีเสี่ยงหนึ่งของความคิดมองว่าหล่อนอาจจะเป็นนางฟ้าวิเศษจำแลงลงมา เพื่อมาชุบชีวิตที่กำลังจะสิ้นหวังของเขาให้ฟื้นชีพขึ้นอีกครั้ง แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อของเสวี่ยหมิงเพียงผู้เดียว แต่เพราะเหตุนี้เสวี่ยหมิงจึงเก็บผ้าคลุมหน้าสีดำผืนนั้นของหนิงเซียนเอาไว้เป็นอย่างดี และถือเป็นสิ่งของนำโชคล้ำค่าของตัวเองในกาลต่อมาอีกด้วย

 

                หลังจากนั่งสมาธิดูดซับลมปราณธรรมชาติชนิดลืมตัวลืมตนภายในถ้ำอยู่หนึ่งวันเต็ม ๆ เสวี่ยหมิงก็สามารถทะลวงผ่านขั้นพื้นฐานลมปราณระดับหนึ่ง ไปสู่ขั้นพื้นฐานลมปราณระดับสองได้ในที่สุด แต่ระหว่างที่ทะลวงผ่านกลับสู่ขั้นพื้นฐานลมปราณระดับสองเสวี่ยหมิงรู้สึกว่ามีพลังงานร้อนลวกสายหนึ่งผสานอยู่ในร่างกายของตนเอง แต่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร และเขาก็ทำได้เพียงแค่รู้สึกถึงมันเท่านั้น แต่ยังไม่อาจจับต้อง หรือบังคับควบคุมมันได้

 

                เสวี่ยหมิงจึงได้ลืมเลือนเรื่องนี้ไปชั่วคราวก่อนที่เขาจะตัดสินใจมุ่งหน้าสู่เมืองหยกม่วงต่อไป แต่จุดหมายปลายทางมิใช่เพื่อหางานทำ แต่ครานี้เขาตั้งใจจะเข้าร่วมทดสอบเพื่อเข้าสำนักยุทธ์ให้ได้ และแน่นอนว่าสำนักนั้นต้องเป็นสำนักอันดับหนึ่งแห่งเมืองหยกม่วง...สำนักมังกรฟ้าเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.108K ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #3992 non0045non (@non0045non) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:43
    สำนักมังกรฟ้านี่เห็นเกื่อบทุกเรื่องที่อ่านเลย ว่าไหม หรือ
    มีความหมายไรหรือเปล่าครับ
    #3992
    2
    • #3992-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 6)
      16 ตุลาคม 2561 / 23:56
      ถ้าเอาแบบทั่วไปก็คำมันสวยคงลอก ๆ กันมา(ขนาดวัดมังกรฤ้ายังมีเลย) แต่ถ้าเอาจากรากของคำว่ามังกรฟ้า(คราม) หรือหงส์แดง(เพลิง) เสือขาว เต่าดำ มันมาจากรากของเรื่องตำนานสัตว์คุ้มครองทิศ ซึ่งไปสอดคล้องกับหลาย ๆ บริบทของสิ่งปลูกสร้างในจีน(ซึ่งโบราณพวกเจ้ากรมพิธีการจะต้องเชี่ยวชาญศาสตร์ทั้ง 5 มั้ง จำไม่ค่อยได้น่าจะ 5 ละ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือฮวงจุ้ย) และอันที่โดดเด่นน่าจะเป็นประตูเมืองหลลงฉางอัน ที่ตั้งชื่อตามนี้ นิยายทั้งนักเขียนจีนเองและแนวจีนทั้งหลายก็มักจะหยิบยกชื่อพวกนี้มาใช้กันซะส่วนใหญ่ครับ
      #3992-1
  2. #1322 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:20
    ขอบคุณครับ
    #1322
    0
  3. #910 ThananunKasiruk (@ThananunKasiruk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 00:42
    ทำไมไม่ลูทของก่อนนนน
    #910
    1
    • #910-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 6)
      16 เมษายน 2561 / 15:23
      ลูทนะ เสวี่ยหมิงเอาไปหมดนี่
      #910-1
  4. #781 DragoonSpirit (@chocobo36186) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 18:26
    ทำหยั่งกะหยุนๆที่ได้รับเลือดจากเทพหงสา
    เสพต่อไป รอฉากแก้แค้นอยู่
    #781
    1
    • #781-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 6)
      9 เมษายน 2561 / 21:29
      ได้เลือดเพลิงหงสา อันนี้ได้ไอเดียจากเทพศาสตราครับ แต่หยุนเช่อไรท์ก็อ่านนะ แต่นานจนจำไม่ค่อยได้ละ ^ ^
      #781-1
  5. #384 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 21:28
    เลือดแท้นี่คือในชีวิตหนึ่งให้ได้ครั้งเดียว รึให้ใครอีกก็ได้?
    #384
    1
    • #384-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 6)
      30 มีนาคม 2561 / 21:50
      ให้ได้อีกจ้า แต่มันจะมีผลเรื่องสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ในตอนหลัง ๆ ที่ยิ่งเข้มข้นยิ่งเก่งอะจ้า แต่ยังอีกยาวไกลมาก ^ ^
      #384-1
  6. #64 Porntira42904 (@Porntira42904) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 13:53
    เปลี่ยนคำว่าสูดดมเป็นอย่างอื่นได้มั้ย รู้สึกเหมือนพระเอกเร่เป็นโรคจิตยังไงไม่รู้
    #64
    2
    • #64-1 Nottic (@jaksawatnoom) (จากตอนที่ 6)
      5 มีนาคม 2561 / 15:37
      นั้นดิ5555
      #64-1
    • #64-2 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 6)
      6 มีนาคม 2561 / 11:27
      ขอบคุณครับปรับทั้ง บรรทัดเลย ^ ^...เขาเก็บผ้าคลุมผมที่หนิงเซียนทิ้งเอาไว้ให้ขึ้นมาสัมผัส กลิ่นกายหอมจรุงของเด็กสาวยังคงอบอวลอยู่ในเนื้อผ้า ทำให้เสวี่ยหมิงมั่นใจว่าผ้าผืนนี้ต้องเป็นของหนิงเซียนอย่ามิต้องสงสัย...
      #64-2
  7. #10 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:19
    ลุ้นอยู่เลยว่าดวงตาจะกลับมาเห็นได้ไหม
    #10
    0