เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 905,731 Views

  • 4,508 Comments

  • 8,191 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62,851

    Overall
    905,731

ตอนที่ 46 : ภูเขาสมบัติ...จินซาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 738 ครั้ง
    24 มี.ค. 61

ตอนที่ 44

ภูเขาสมบัติ...จินซาน

 

                เสวี่ยหมิงหดศีรษะกลับเข้าห้องไปได้ก่อนที่หญิงงามทั้งสองจะทันเห็นใบหน้าของเขาถนัดตา ทำให้มีเวลาพอจะติดหนวดเติมเคราเท่าที่จะพอจะทำได้ แม้จะดูทุลักทุเลอยู่บ้าง หากแค่เดินสวนกันไปคงไม่ทำให้ทั้งสองจดจำออก

 

                หลังจากนั้นจิวซินที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า ก็เอ่ยขอร้องให้เสวี่ยหมิงย้ายห้อง โดยหล่อนยินดีจะจ่ายชดเชยค่าห้องให้ทั้งใหม่เก่า

 

                เสวี่ยหมิงที่ยังคงตื่นเต้นไม่หาย รีบรับคำแต่เอ่ยปากปฏิเสธเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด แค่จิวซินยอมจ่ายค่าห้องใหม่เพื่อแลกกับห้องเก่าก็พอ ก่อนจะเดินก้มหน้า งุด ๆ เร่งเท้าผ่านจิวซิน ซึ่งดูเหมือนจะจดจำเสวี่ยหมิงไม่ออก ครั้นผ่านด่านจิวซินไปได้ แต่เมื่อสองเท้ากำลังเคลื่อนผ่านหญิงงามอีกผู้หนึ่งที่ติดตามาเบื้องหลังเสียงกระซิบเบาก็ลอยมาเข้าหู

 

                "ผู้อาวุโส...เก็บแหวนของท่านด้วย"

 

                คำ..เก็บแหวน..ทำเอาเสวี่ยหมิงใจหายวาบ ก่อนจะเงยหน้าถลึงตาโตค้าง มองไปที่เด็กสาวเฟยเซียงซึ่งอมยิ้มเม้มปากแน่น ราวกับกำลังกลั้นหัวเราะอยู่ เสวี่ยหมิงที่ถูกจับได้แต่มิถูกเปิดโปง จึงค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ แต่แล้วก็มีเสียงทักทายดังลอดมาจากทางเดินด้านหน้า

 

                "นายท่านจินซาน...!!!" ดวงตางามกลอกกลิ้งไปมาของหญิงงามเมืองผู้หนึ่ง สอดส่ายหาชายเป้าหมายที่ชื่อ...จินซาน ซึ่งหล่อนได้รับการจ้างวานมาจากนายน้อยจื่อฮุย แต่เพราะหญิงงามยังไม่เคยพบหน้าผู้ที่เธอจำต้องไปปรนนิบัติเอาใจมาก่อน แม้จะได้รับคำอธิบายรูปลักษณ์โดยคร่าว ๆ มาแล้วก็ตาม แต่เพราะเสวี่ยหมิงเพิ่งจะปลอมแปลงเพิ่มเติมทำให้มีทั้งส่วนคล้ายและไม่คล้ายกับที่นายน้อยจื่อฮุยอธิบายกับหล่อน

 

                "อา...เจ้ามาแล้ว" เสวี่ยหมิงเอ่ยรับโดยพลัน เพราะเขารอหญิงสาวที่จื่อฮุยจ้างวานมานานพอควร ทำให้เขาเตรียมจะชักเท้าไวเดินไปรับตัวหญิงสาว หวังจะเร่งดำเนินแผนขั้นต่อไป

 

                "โอ๊ย..!" ปลายรองเท้าแข็งเหยียบกดลงมาบนเท้าของเสวี่ยหมิงในทันควัน เสวี่ยหมิงที่ไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนเจ็บแปลบจนต้องร้องเสียงหลงออกมาคำหนึ่ง แต่เมื่อเสวี่ยหมิงหันไปมองยัง เฟยเซียงตัวการที่เหยียบเท้าตนเอง หล่อนก็ก้าวเท้าเดินเยื้องจากตัวเองไปแล้ว แต่ยังพอได้ยินคำพึมพำเบาที่ลอยแว่วมาตามลมอยู่บ้าง

 

                ..."คนมักมาก"

 

                แม้จะรู้ว่านางจงใจกล่าวเพื่อกระทบกับตัวเอง แต่เพราะแผนการไม่อาจผิดพลาด เสวี่ยหมิงจึงทำเป็นไม่ได้ยิน เดินจากไปหาหญิงสาวที่จื่อฮุยจัดหามา ยิ่งสร้างความขุ่นเคืองให้แก่เฟยเซียงมากขึ้นไปอีก

 

                "คารวะนายท่านจินซาน ขออภัยที่...เจียวเหม่ยมาสาย" หญิงงามเมืองนาม...เจียวเหม่ย ก่อนเข้ามาได้ทำการสอบถามเรื่องราวของผู้ที่หล่อนจำต้องปรนนิบัติจากพนักงานสนามประลอง ก็ได้ความว่านายท่านจินซานผู้นี้ ใช้จ่ายมือเติบน่าคบหา เมื่อรู้ดังนั้นแม้เงินที่จื่อฮุยจ้างวานหล่อนนั้นจะเป็นเพียงราคามาตรฐานสำหรับกินดื่มรับรองแขก แต่เจียวเหม่ยที่เชี่ยวชาญเรื่องราวมีหรือที่จะไม่อาจคาดเดาได้ว่าแขกเหรื่อของนายน้อยตระกูลจื่อ ย่อมมิใช่บุคคลธรรมดา ยิ่งเมื่อพบเห็นเครื่องประดับหรูหรา ผนวกเข้ากับลมปากของผู้คนก่อนหน้า นางจึงมิจำเป็นต้องไตร่ตรองมากความ...แม้นายน้อยจื่อฮุยจ้างนางมาเพียงร้อย แต่นางตัดสินใจจะรับรองนายท่านจินซานผู้นี้ชนิดที่หมายมั่นจับให้อยู่มือเลยทีเดียว

(จริง ๆ ตั้งใจจะพิมพ์...จ้างร้อยเล่นล้าน ถ้าเป็นแนวแฟนตาซีคงใส่ไปละ แต่แนวนิยายจีนนี่ผมนึกคำไม่ออกจริง ๆ 555+)

 

                ทันทีที่เข้าถึงตัวเสวี่ยหมิง เจียวเหม่ยที่สวมใส่อาภรณ์งดงาม แม้จะเผยให้เห็นสัดส่วนรูปร่างอยู่บ้าง แต่ก็มิได้โป๊เปลือยจนเกินงาม ซึ่งเป็นไปตามคำขอของจื่อฮุย แต่อาภรณ์หาใช่เครื่องดึงดูดใจของนาง เพราะตอนนี้อกอวบอิ่มคู่งามของเจียวเหม่ยกำลังบดเบียดเข้ากับแขนแกร่งของเสวี่ยหมิง จนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งเบานิดหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่ จึงมิได้ขัดขวางท่าทีกระเง้ากระงอดเอาใจราวลูกแมวน้อยของเจียวเหม่ยที่ข้างกาย ทำได้เพียงยืดตัวแข็งทื่อเดินตามพนักงานสนามประลองไปยังห้องรับรองแห่งใหม่ด้วยสมองที่เลอะเลือน

.

.

                "ผู้ชายนี่เจ้าชู้มักมากทุกคนสินะ" จู่ ๆ เฟยเซียงที่เพิ่งเข้าไปนั่งในห้องก็เอ่ยขึ้นมา พลางใช้สายตาค้อนจับจ้องไปยังท่อนแขนของเสวี่ยหมิงที่กำลังบดเบียดหน้าอกกลมของเจียวเหม่ย

 

                จิวซินที่อารมณ์เริ่มดีขึ้นมาหลังจากที่ได้ห้องหับที่ตัวเองต้องการมาครอง รีบเอ่ยสำทับ "ใช่แล้วผู้ชายล้วนมีแต่ตัวบัดซบ" คำกล่าวเมื่ออกจากปากอารมณ์ยิ่งมายิ่งเริงร่า สายตาคมกล้าเปลี่ยนเป็นหวานซึ้งจับจ้องไปบนใบหน้าเรียวงามของเฟยเซียง แต่แล้วจิวซินก็ต้องเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าเฟยเซียงที่สงบเรียบร้อยมาโดยตลอด กลับเอามือขึ้นสัมผัสบีบหน้าอกสาววัยสิบหกปีของตัวเอง ก่อนจะหลับตาทอดหายใจยาว "เจ้ากำลังทำอะไรอยู่"

 

                "ไม่มีอะไร อย่าได้ใส่ใจเลย" สิ้นคำเอ่ยเสียงห้วน อารมณ์ของเฟยเซียงในตอนนี้ก็พุ่งต่ำลงสวนทางกับอารมณ์เริงร่าของจิวซินราวฟ้ากับเหว โดยที่จิวซินเองหาได้รู้สึกตัว ยังคงเริงร่าเลือกเฟ้นอาหารของทานเล่นอย่างสบายอุรา

.

.

                "อะแฮ่ม..."เมื่อถึงห้องรับรองใหม่ เสวี่ยหมิงก็กะแอมไอด้วยความเขินอาย แม้ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่อย่างไรเสวี่ยก็เป็นเด็กหนุ่มวัย 15 ปีแล้ว เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ ต่อให้ตั้งสมาธิมั่นเพียงใดเลือดลมก็ต้องมีการปั่นป่วนอยู่บ้าง "ข้าว่าเจ้านั่งเรียบ ๆ ร้อย ๆ หน่อยจะดีกว่า" คำเอ่ยออกจากปากอย่างยากตัดใจ แต่ทันทีที่อกอูมเคลื่อนห่างออกไป เสวี่ยหมิงก็ลอบระบายลมหายใจเฮือกใหญ่

 

                "เจียวเหม่ยไม่น่ารักถูกใจใต้เท้าหรืออย่างไร" สายตาเว้าวอนพร้อมเลื้อยกายลงต่ำ ค้อมจนศีรษะอยู่ในระดับอกของเสวี่ยหมิง แม้อกอูมออกห่างไปแล้ว แต่นิ้วเรียวงามกลับกรีดกรายลากผ่านแผงอกแกร่งของเสวี่ยหมิง "ใต้เท้ามิคิดจะเอ็นดูข้าหน่อยเหรอคะ" ชิวหาแดงตวัดเลียรอบริมฝีปากบาง ดวงตาเว้าวอนเชิญชวน ล้วนจู่โจมจนจิตใจของเสวี่ยหมิงสั่นไหว

 

                แต่แล้วสายตาของเสวี่ยหมิงพลันเผลอมองลอดอาภรณ์งดงามของเจียวเหม่ยที่ตกห้อยลงต่ำ เลือดลมที่เพิ่งจะคืนกลับสู่ปกติ พลันสูบฉีดแรงอีกครั้งจนกางเกงที่สวมใส่พลันคับแน่นอึดอัด เมื่อพบว่าสถานการณ์มิสู้ดี เสวี่ยหมิงจึงพลันเบือนหน้าหลบหนี "ข้าต้องทำสมาธิ เดี๋ยวอีกครู่ข้าคงต้องขึ้นประลอง" เมื่อมิอาจหาทางออก จู่ ๆ เสวี่ยหมิงก็ชักเท้าทั้งสองขึ้นบนเก้าอี้ หลับตาแน่นอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ทำเอาเจียวเหม่ยเหม่อมองนายท่านจินซานผู้นี้ด้วยความงุนงง

.

.

                เมื่อหญิงงามมาแล้ว พนักงานสนามประลองก็ส่งสัญญาณให้นักสู้ที่จัดเตรียมไว้สำหรับเสวี่ยหมิงเตรียมตัว หลังจากที่การประลองคู่ล่าสุดบนเวทีจบลง เจ้าหน้าที่สนามก็ประกาศชื่อของผู้ประลองคู่ถัดไปในทันที

 

                เสวี่ยหมิงในคราบของคหบดีจินซาน เดินก้าวขึ้นไปบนเวทีด้วยความทุลักทุเล ใบหน้าแดงเรื่อราวกับคนเมาสุรา ยังดีที่ผู้ประกาศแจ้งระดับการฝึกปรือก่อนหน้าว่า จินซานผู้นี้มีระดับฝึกตนพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2 ผู้คนจึงมิได้ส่งเสียงโห่ฮาออกมามากนัก

 

                คู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้ามของจินซาน มีนามว่า...มาลาฟู เป็นชาวป่าเขาที่จื่อเจียงชุบเลี้ยงไว้ แม้มีระดับฝึกตนเพียงพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 แต่รูปร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งมัดกล้ามเนื้อสมบูรณ์ เมื่อยืนตรงกางแขนออกจนสุดรั้ง รูปร่างพลันกางขยายออกราวกับหมียักษ์ที่อ้ากรงเล็บตระเตรียมตะปบสังหารเหยื่อ

 

                มาลาฟูได้รับค่าตอบแทนและคำสั่งมาแล้วว่าต้องแสดงให้ดูแข็งแกร่ง ก่อนจะยอมพ่ายแพ้ต่อคู่ต่อสู้แต่โดยดี ดังนั้นเมื่อขึ้นมามันก็ทั้งโชว์ศิลปะหมัดมวย ร้องขู่คำรามข่มขวัญจนผู้ชมที่เข้ามาชมดู บางคนถึงกับเอ่ยอ้าปากตะโกนร้องเชียร์ออกมาอย่างลืมตัว

 

                "แกตาย...!" เมื่อการแสดงจบลง มาลาฟูก็ส่งเสียงตวาดดังก้อง ก่อนจะพุ่งทะยานเปิดช่องว่างจุดอ่อนเข้าหาเสวี่ยหมิงหวังให้โอกาสนายจ้างผู้นี้โชว์ความห้าวหาญต่อหน้าหญิงงามตามคำสั่ง

 

                แต่มิคาดเสวี่ยหมิงกลับหันหลัง วิ่งหนีหลบฉาก พร้อมพรั่งพรูคำก่นด่า แสดงความตกอกตกใจในเสียงตวาดอันดังของมาลาฟู ราวกับว่าตัวเองกำลังจะถูกอีกฝ่ายสังหารจริง ๆ จนผู้ชมในสนามหัวเราะครืนใหญ่ แต่มาลาฟูที่รับเงินมาแล้ว ย่อมต้องยอมแพ้ แต่หากคู่ต่อสู้วิ่งหนีเขาเช่นนี้ การประลองจะจบลงได้อย่างไร

 

                "มา ๆ เริ่มใหม่" เสวี่ยหมิงไม่รู้สึกกระดากอายในการแสดงของตัวเองแม้แต่น้อย "คราวนี้ข้าจะเอาจริงแล้วนะ" สองมือกำหมัดแน่นตั้งมั่นอยู่ที่หว่างอก ก่อนจะวิ่งควงหมัดไปแต่ไก่โห่ อย่าว่าแต่มาลาฟูเป็นคู่ต่อสู้ที่มากประสบการณ์ แม้แต่ผู้ชมที่อยู่รอบสนามยังเดาออกว่าหมัดของเสวี่ยหมิงจะจู่โจมออกไปในทิศทางใด

 

                เปรี้ยง !

                หมัดตรงที่เหวี่ยงออกไปราวกำปั้นสะเปะสะปะ กลับกระแทกเข้าใส่กลางหน้าอกของมาลาฟูอย่างจัง ร่างใหญ่โตกระเด็นสองขายกลอยจากพื้น ก่อนจะก้นจ้ำเบ้ากระแทกลงกับพื้นเวที

 

                มาลาฟูรับรู้น้ำหนักหมัดของเสวี่ยหมิงเป็นอย่างดีว่ามีมากถึง 700 จิน แม้จะมากกว่าผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 โดยทั่วไปอยู่บ้าง แต่สำหรับมาลาฟูที่เป็นชนเผ่าป่าเขาซึ่งมี่ร่างกายแข็งแกร่งแต่กำเนิด เขาสามารถทนรับการโจมตีได้ถึง 1500 จิน น้ำหนักหมัดเพียง 700 จินหาได้สร้างความลำบากแม้แต่น้อย

 

                เมื่อเห็นมาลาฟูถูกหมัดที่หมุนควงมั่ว ๆ ซัดจมล้มลง เสียงโห่ฮาก็ยิ่งดังขึ้น ผู้ชมทั้งต่างแบ่งเป็นสองฝั่ง หนึ่งเชียร์ให้มาลาฟูลุกขึ้น แต่อีกฝั่งกลับหมายให้มาลาฟูล้มตัวลงนอนพ่ายแพ้ ผลสุดท้ายฝ่ายหลังชนะไปเมื่อมาลาฟูเอ่ยคำขอยอมแพ้ พร้อมทำท่าทางลุกขึ้นยืน เดินด้วยอาการอ่อนล้า ราวกับหมัดของเสวี่ยหมิงนั้นรุนแรงสาหัส แต่ในใจกลับเริงร่าเตรียมตัวไปรับเงินหลังเสร็จงานว่าจ้าง

 

                เมื่อเห็นมาลาฟูพ่ายแพ้ ผู้ชมยิ่งส่งเสียงโห่ดังขึ้นอีก แม้แต่เจียวเหม่ยที่ตอนแรกหาได้สนใจการประลองยังแอบชะโงกหน้าออกไปชมดู มีเพียงแต่เฟยเซียงผู้เดียวเท่านั้นที่ย่นคิ้วมองดูการกระทำของเสวี่ยหมิงด้วยความสงสัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 738 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 19:00
    <p>เข้าแผน... </p>
    #1417
    0
  2. #394 J.luis (@pvpnspleng) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 02:23
    บางทีรู้สึกเหมือนพระเอกเป็นมธุสรจากเรื่องล่า
    #394
    0
  3. #340 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 07:55
    เอ ยังไงกันนั
    #340
    0
  4. #281 dogkao_ai (@aajung403) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 18:28
    ,55555+ น่าติดตามๆ
    #281
    0
  5. #280 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 10:57
    สนุกดีครับ
    #280
    0
  6. #278 Karishma99 (@Karishma99) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:41
    แผนการเยอะจริง
    #278
    0
  7. #277 Es Es (@dekgoo1234) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:40
    แฮ่กๆ..อีกๆ
    #277
    0
  8. #276 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 07:47
    แล้วมันจะหาเงินไงล่ะนี่
    #276
    0
  9. #275 Songtam Songsung (@panfa_natee) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 06:39
    งงชื่อตอนกับเนื้อหาอะ มันสัมพันธ์กันยังไง ใครอธิบายที ไม่เก็ตเลย
    #275
    5
    • #275-2 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 46)
      24 มีนาคม 2561 / 07:57
      ชื่อปลอมตัวเอก คำว่าจินซาน หมายถึง ภูเขาทองคำครับ
      #275-2
    • #275-4 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 46)
      24 มีนาคม 2561 / 08:13
      จริง ๆ เวลาตั้งชื่อตัวละครผมแฝงความหมายไว้เกือบทุกตัวอะครับ
      #275-4
  10. #274 ต้นไม้ในสวน (@-FZe-) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 01:09
    เนียนได้อีก มีตังทำไรก็ได้
    #274
    0
  11. #273 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 01:07
    เนียนนะ-.-
    #273
    0
  12. #272 Sole-Estato (@Sole-Estato) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 01:05
    ดองสักเดือน
    #272
    0