เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 911,671 Views

  • 4,525 Comments

  • 8,252 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    68,791

    Overall
    911,671

ตอนที่ 4 : โสมเพลิงโลกันต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1000 ครั้ง
    17 ก.พ. 61

ตอนที่ 3

โสมเพลิงโลกันต์

 

                "แม่นางน้อย แม่นางน้อย...หนิงเซียน" ใบหน้าของเสวี่ยหมิงกลับกลายเป็นขาวซีดเสียยิ่งกว่าใบหน้าของเด็กสาวหนิงเซียนเสียอีก เมื่อเสียงเรียกมิอาจปลุก เสวี่ยหมิงจึงจำต้องถือวิสาสะถูกเนื้อต้องตัว เสวี่ยหมิงจับแขนเด็กหญิงเขย่าโดยแรง แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเด็กหญิงจะฟื้นตื่นขึ้นมา ยังดีที่รับรู้หล่อนยังคงมีลมหายใจอยู่ หลังจากนั้นเสวี่ยหมิงยังคงทดลองอีกหลายวิธีก็มิอาจปลุกเด็กสาวให้ฟื้นขึ้นมาได้ เขาจึงเลือกที่จะนั่งเฝ้าอย่างสงบแทน

 

                หลังจากที่ไม่สามารถปลุกหนิงเซียนได้ เสวี่ยหมิงจึงเลือกที่จะหยิบจี้หยดน้ำขึ้นมาชมดู แม้เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่จะมากน้อยเจ้าจี้สีฟ้าอ่อนอันนี้ ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหมดสติไปของหนิงเซียน เสวี่ยหมิงสำรวจพลิกตะแคงจี้หยดน้ำไปมาอยู่หลายรอบ แต่ไม่พบว่ามีสิ่งใดแปลกประหลาด จนสุดท้ายเอาจี้หยกอมเข้าปากไปชิม แต่ก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดผิดปกติเช่นกัน จึงได้เอาจี้หยกสวมคล้องกลับเข้าไปที่คอเช่นเดิม

 

                เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วยาม...ห่างอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยามฟ้าก็จะสาง แต่หนิงเซียนยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตื่นขึ้น ทำให้เสวี่ยหมิงจำต้องอดหลับอดนอนถ่างตาเฝ้ารอคอยต่อไป

 

                แกร๊ก แกร๊ก ฟู่ ฟู่...แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาทำลายความเงียบสงัด

               

                เสวี่ยหมิงหลับตาลง ใช้สองหูเงี่ยฟังจำแนกทิศทางของเสียง แต่ก็ไม่อาจแยกทิศทางของเสียงได้ราวกับว่ามันดังมาจากใต้ดินบริเวณที่เขานั่งอยู่ แต่เมื่อเสวี่ยหมิงลุกขึ้นยืนสำรวจก็ไม่พบเห็นสิ่งใด แต่แล้วเจ้าเสียงนั้นก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไปอย่างช้าจากจุดที่เสวี่ยหมิงยืนอยู่ มันตรงไปในทิศทาง ซึ่งร่างไร้สติของเด็กสาวหนิงเซียนนอนอยู่

 

                เสวี่ยหมิงมองดูอย่างสนใจเพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าเสียงนั้นดังมาจากข้างใต้พื้นดิน เพียงแต่ไม่อาจบอกได้ว่ามันคืออะไร ครั้นจะให้หนี โดยที่ต้องแบกร่างของหนิงเซียนออกไปด้วยก็ไม่น่าจะทัน แถมจากคำบอกเล่าก่อนหน้าของหนิงเซียนว่าที่ด้านนอกมีผู้คนไม่ดีป้วนเปี้ยนไปมาอีก หากหลบหนีจนไปพบปะพวกมันเข้า ก็คงย่ำแย่ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

 

                ปุ๊!!! เสียงดินแตกปะทุออกเป็นรูขนาดเท่ากำปั้น ก่อนที่ร่างคล้ายมนุษย์ตัวเล็กสูงราวหนึ่งฟุต จะกระโดดออกมาจากช่องว่าง เสวี่ยหมิงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ เขาไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่โผล่ออกมานี้มันคืออะไร แต่เขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตอะไรที่เป็นเช่นนี้มาก่อน

 

                "ปปปปะ...ปีศาจตัวจิ๋ว" เสวี่ยหมิงตกใจถอยหลังจนสะดุดขาตัวเองล้มลงก้นจ้ำเบ้า แต่ดูเหมือนเจ้าสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวจิ๋วหาได้สนใจเขา มันตรงดิ่งเข้าไปยังร่างไร้สติของหนิงเซียน แขนที่เล็กเรียว ยาวผิดรูปทั้งสองข้าง ซุกเข้าไปภายในร่มผ้าของหญิงสาวอย่างว่องไว จนเสวี่ยหมิงที่กล้า ๆ กลัว ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง 

                "ปีศาจโรคจิต แก! ไอ้โรคจิต! อย่าอยู่เลย!" ปากของเสวี่ยหมิงก่นด่าไม่หยุด ก่อนจะทะยานเข้าใส่เจ้าปีศาจตัวจิ๋ว แต่ทุกครั้งที่เสวี่ยหมิงกำลังจะเข้าถึงตัว มันก็ผลุบหลบไปยังอีกด้านได้เสียทุกครั้ง แม้เสวี่ยหมิงจะพยายามจู่โจมมันอยู่หลายครั้ง แต่เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดหาได้สนใจการโจมตีของเสวี่ยหมิงแม้แต่น้อย มันยังคงตั้งอกตั้งใจใช้มือยาวสอดเสาะไปบนร่างของเด็กสาว ราวกับกำลังค้นหาสิ่งของบางอย่างอยู่

 

                แต่เสวี่ยหมิงก็ยังไม่ท้อถอย เขายังตามรังควานเจ้าปีศาจตัวจิ๋วอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเจ้าปีศาจตัวจิ๋วก็หันมาสนใจเสวี่ยหมิงจนได้ แขนผอมยาว ซึ่งมองเห็นฝ่ามือได้ไม่ชัดตานัก ฟาดเข้าใส่ลำตัวด้านข้างของเสวี่ยหมิงอย่างไม่ทันตั้งตัว แรงปะทะหนักหน่วงกว่าห้าร้อยจิน ไม่ต่างจากถูกท่อนไม้แข็งในมือชายฉกรรจ์ฟาดใส่เต็มแรง ยังดีที่เสวี่ยหมิงมีพื้นฐานฝึกตนขั้นที่หนึ่ง แม้จะถดถอยลงมาจากเดิม แต่ก็เป็นพื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่งในช่วงปลายสุดก่อนที่จะทะลวงสู่ขีดขั้นที่สอง ทำให้เขาสามารถทนทานรับการโจมตีทางกายภาพของเจ้าปีศาจจิ๋วได้ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บแค่ที่ผิวกายภายนอก

 

                เมื่อเจ้าปีศาจจิ๋วเห็นว่าการโจมตีของมันไม่สามารถไล่แมลงรำคาญเช่นเสวี่ยหมิงไปได้ มันจึงเร่งเร้าพลังในร่างจนเกิดเปลวเพลิงลุกท่วมตัว แสงสว่างจากเปลวเพลิงส่องให้เสวี่ยหมิงเห็นเจ้าปีศาจตัวจิ๋วได้ถนัดตา และรับรู้ได้ในทันทีว่าเจ้านี่หาใช่ปีศาจดั่งที่คิดไว้ในตอนแรก แต่มันคือพืชวิเศษที่หนิงเซียนกำลังตามหา...โสมเพลิงโลกันต์

 

                โสมเพลิงโลกันต์ไม่รั้งรอให้เสวี่ยหมิงได้คิดทบทวน ปล่อยเปลวเพลิงร้อนแรงเข้าใส่เขาในทันที

 

                ดวงไฟร้อนลวกขนาดเท่าฝ่ามือพุ่งเข้าใส่เสวี่ยหมิงจากทางด้านหน้า เสวี่ยหมิงไม่รู้ว่าเจ้าบอลเพลิงอันตรายขนาดไหน จึงไม่กล้าที่จะต้านรับ เขาทะยานหลบออกไปทางด้านข้าง ปล่อยให้เปลวเพลิงพวยพุ่งกระทบกับผนังถ้ำ ส่งเสียงดังปัง ฝุ่นผงล่วงกราวลงมา พร้อมปรากฏรอยจมลึกเข้าไปในผนังขนาดใหญ่

 

                เสวี่ยหมิงเหม่อมองดูร่องรอยการโจมตีเมื่อครู่ ก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวลงไปในคอ พร้อมจินตนาการว่าหากหลบไม่พ้น สภาพของเขาในตอนนี้คงแหลกเละไม่ต่างจากผนังถ้ำ

                ...การโจมตีด้วยเพลิงของมันรุนแรงกว่าการโจมตีด้วยแรงกายอย่างเทียบกันไม่ติด หากหลบหลีกต่อไปย่อมไม่เป็นผลดีแน่ เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาอาจจะได้กลายเป็นผีเฝ้าถ้ำแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

                เสวี่ยหมิงเหลือบตาดูหนิงเซียนแวบหนึ่ง ก่อนจะวิ่งฉีกออกเพื่อล่อเจ้าโสมเพลิงโลกันต์ ให้ออกห่างจากร่างของเด็กสาว แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ต้องการที่จะออกห่างจากตัวของหนิงเซียนแม้แต่น้อย ทันทีที่เสวี่ยหมิงออกมาห่างจนเกินไป มันก็ลดเปลวเพลิงที่ลุกท่วมตัวลง และลงมือค้นตัวเด็กสาวอีกครั้ง

 

                ...เจ้านี่มันฉลาดใช่เล่น แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ ยามใดที่มันอยู่ใกล้กับตัวของหนิงเซียนมันกลับไม่ยอมใช้เปลวเพลิงเพื่อโจมตี รวมถึงตอนที่สำรวจตัวของหนิงเซียนด้วย

 

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงทดลองเคลื่อนตัวเข้าใกล้ และออกห่างอยู่สามรอบ เขาก็มั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง บวกกับเสวี่ยหมิงไม่ได้เกรงกลัวการโจมตีด้วยแรงของเจ้าโสมเพลิงโลกันต์แม้แต่น้อย เสวี่ยหมิงจึงได้ใช้การเลียนแบบเสือยามตะครุบตะครุบเหยื่อ เสวี่ยหมิงหมอบซุ่มตัว และค่อย ๆ คืบคลานไปทีละนิดในระหว่างที่เจ้าโสมเพลิงโลกันต์ กำลังจดจ่ออยู่กับร่างของหนิงเซียน เสวี่ยหมิงก็เคลื่อนตัวจนอยู่ในระยะที่มั่นใจว่าจะสามารถกระโจนเข้ากอดเจ้าโสมเพลิงโลกันต์ได้ทัน ก่อนที่มันจะหลบหนีไป

 

                "แกเสร็จข้าละ" เสวี่ยหมิงทะยานออกไปพร้อมพึมพำกับตัวเอง โสมเพลิงโลกันต์กำลังจดจ่ออยู่กับการค้นหาของบางอย่างในร่างของหนิงเซียน ทำให้มันชักช้าไปวูบหนึ่ง แต่ยังคงเบี่ยงลำตัวหลบแขนที่คว้าจับของเสวี่ยหมิงได้ทัน แต่ไม่ทั้งหมดของร่างกายที่ระโยงระยางของมัน เพราะกิ่งก้านที่ยืดยาวออกเป็นส่วนขากลับไม่อาจหลุดพ้นจากกำมืออันแข็งแกร่งของเสวี่ยหมิงพ้น โสมเพลิงโลกันต์โดนฉุดลากดึงกลับเข้าไปหาเสวี่ยหมิงในท้ายที่สุด

 

                แต่เจ้าโสมเพลิงโลกันต์หาได้ยอมแพ้ เพราะตอนนี้ตัวมันกำลังเปล่งแสงร้อนลวกออกมา เปลวเพลิงค่อย ๆ ลุกไหม้จากส่วนบนลงมาส่วนล่าง ทำให้เสวี่ยหมิงไม่อาจจับมันได้อีก เสวี่ยหมิงจึงเลือกที่จะสะบัดเจ้าโสมเพลิงโลกันต์ ด้วยแรงทั้งหมดที่มีเข้ากระแทกกับพื้น จนเปลวเพลิงที่สว่างไสว กระพริบถี่และดับลง

 

                เมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงหายไปแล้ว เสวี่ยหมิงก็ลงมือพุ่งเข้าตะครุบร่างของโสมเพลิงโลกันต์อีกครั้ง แต่มันยังคงว่องไวดุจเดิมทำให้เขาจับได้เพียงกิ่งก้านหนึ่งของมัน ซึ่งตอนนี้เสวี่ยหมิงไม่สนแล้วว่ามันจะเป็นส่วนแขน หรือส่วนขา กลิ่นหอมรัญจวนพลันพวยพุ่งออกมาจากรอยฉีกขาดขณะที่มันถูกเหวี่ยงลงกระแทกพื้น ทำเอาเสวี่ยหมิงน้ำลายสอ ประกอบกับเห็นโสมเพลิงโลกันต์พยายามดื้นเพื่อให้หลุดจากมือของตัวเอง เสวี่ยหมิงจึงตัดสินใจอ้าปากงับเข้าไปที่เนื้อของมันคำหนึ่ง

               

                ทันทีที่ปากสัมผัสถูกกับรอยรั่วของผิวโสมเพลิงโลกันต์ ความร้อนลวกพลันพวยพุ่งเข้าใส่เสวี่ยหมิงจนไม่อาจหายใจ พลังหยางบริสุทธิ์อันร้อนลวกเผาจนปากของเสวี่ยหมิงบวมพองในทันที ภายในร่างกายรู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงวิ่งวนไปมาไม่หยุดยั้ง ความเจ็บปวดทิ่มแทงไปทั่วร่าง ราวกับเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน สติของเสวี่ยหมิงเริ่มหลุดลอย จนสุดที่จะฝืน สุดท้ายมือที่กำโสมเพลิงโลกันต์ก็คลายออก

               

                ครานี้เมื่อโสมเพลิงโลกันต์หลุดจากการจับยึดของเสวี่ยหมิง มันกลับไม่ได้ตรงไปยังร่างของหนิงเซียนเช่นทุกที แต่กลับพุ่งตรงเข้าใส่เสวี่ยหมิงที่กำลังจะหมดสติ เมื่อเคลื่ยนเข้าสู่ระยะโจมตีบริเวณกลางลำตัวของมันก็เปิดอ้าออก เผยให้เห็นฟันซี่เล็กแหลมยื่นโผล่ออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าไปกัดที่แขนขวาของเสวี่ยหมิงจนจมเขี้ยว

               

                แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็บังเกิด ร่างของโสมเพลิงโลกันต์ที่กัดเข้าใส่แขนของเสวี่ยหมิงกลับเป็นฝ่ายที่ต้องกระเด็นกระดอนออกไป ที่ผิวเกิดการปริแตกหลายจุด จนไอหอมของมันรั่วไหลออกมาจำนวนมาก แม้มันจะสงสัย แต่ดูเหมือนเจ้าโสมเพลิงโลกันต์ จะหัวร้อนเสียแล้ว มันหาได้สนใจแรงสะท้อนในคราแรก ตรงเข้าใส่เสวี่ยหมิงที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย หมายจะกัดสะบั้นขั้วหัวใจของเด็กหนุ่มให้สิ้นชีพไปในคราเดียว แต่ทันทีที่มันสัมผัสถูกกับกับหน้าอกของเสวี่ยหมิง ร่างของโสมเพลิงโลกันต์ก็ถูกผลักออก กระแทกเข้ากับผนังถ้ำจนแน่นิ่งไม่ไหวติงอีกต่อไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1K ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #1319 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:07
    ขอบคุณครับ
    #1319
    0
  2. #1180 PKO-PonGNengZ (@PKO-PonGNengZ) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 10:39
    นึกว่าจะโดนโสมตีตายซะแล้ว
    #1180
    0
  3. #1141 peace_at (@peace_at) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:05
    หวังว่าคงไม่ทำตังโง่เง่าเพราะผู้หญิงนะ
    #1141
    0
  4. #923 Junkai Wang (@noey-junkai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 18:34
    นางเอกเป็นหนิงเซียนดีกว่านะ ชอบ 555
    #923
    0
  5. #758 Gabriel42 (@Gabriel42) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 16:45
    ลงเรือโสมผิดมั้ย #เดี๋ยวๆใจเย็นๆ
    #758
    0
  6. #382 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 21:15
    ตัวแค่นี้ ทำเป็นหัวร้อนนะ น่าเอ็นดูวว
    #382
    0
  7. #310 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 19:16
    จับกินเลยดีมั้ย เจ้าโสมมนุษย์เนี่ย
    #310
    0
  8. #72 dogkao_ai (@aajung403) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:20
    โอ้ยยย เอาไปเลี้ยงได้มะ 5555
    #72
    1
    • #72-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 4)
      6 มีนาคม 2561 / 11:15
      เออ...ไม่ใ่ชแมวนะครับ ^ ^
      #72-1
  9. #8 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:02
    โถๆๆๆ โสมเอ๋ยกระเด็นรอบแรกยังไม่เข็ด สลบไปเลย
    #8
    0