เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,190 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,224

    Overall
    963,190

ตอนที่ 341 : บรรลุมารกลายเซียน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนที่ 314

บรรลุมารกลายเซียน 1

 

                ร่างที่ยังคงอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิถูกลมปราณอเวจีที่พวยพุ่งขึ้นจากพื้น ดันยกจนลอยขึ้นกลางอากาศ กระแสลมปราณเข้มข้นปั่นป่วนขยาขอบเขตจนกลืนกินไปทั่วทั้งค่ายโจรใบไม้แดง ลมปราณอเวจีจำนวนมหาศาลถูกเสวี่ยหมิงดูดกลืนราวกับร่างของเสวี่ยหมิงกลายเป็นบ่อน้ำที่ลึกไร้ก้น

 

                ดวงตาสีแดงฉานเบิกอ้าออก แม้แต่ดวงตาข้างซ้ายที่มืดบอด ก็กลับฟื้นคืนมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่น้ำเสียงที่ฝืนตะเบ็งออกของเสวี่ยหมิง ล้วนแหบพร่าไม่ปกติอย่างถึงที่สุด

 

                หนีไป !!!

                น้ำเสียงที่เค้นเอ่ยออกมา เป็นคำสั่งเดียวที่เสวี่ยหมิงพอจะนึกออกในยามที่สติขุ่นมัวไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแปรปรวนมหาศาลจากภายใน แม้แต่จิตจักรวาลที่หมุนวนในร่างยังรวนเรติดขัด พลังของมายาและบาปที่แทรกแฝงอยู่ในลมปราณอเวจีจำนวนมหาศาลที่เสวี่ยหมิงดูดกลืน รุนแรงเกินกว่าที่วิชาจิตเอกะจะเอาชนะได้ในเวลานี้

 

                หงตงเหม่อค้างดูร่างที่ยืนจังก้าลอยอยู่กลางอากาศ เกิดความลังเลจากความคิดที่ขัดแย้งกันซึ่งแวบขึ้นมา ทำให้มันไม่รู้จะตัดสินใจเช่นไร แต่แล้วมือหยาบหนาของนักโทษที่ร่วมชะตากรรมถูกจับมาด้วยกัน พลันกระตุกเข้าที่ชายเสื้อของหงตง เรียกสติของมันกลับคืน...ตอนนี้การหลบหนีเอาชีวิตรอดคือสิ่งสำคัญที่สุด

 

                กรงวิเศษที่หัวหน้าค่ายโจรใบไม้แดงซื้อมาด้วยราคาแพงลิบ แม้แต่ผู้มีพลังระดับลมปราณอเวจี(สวรรค์) ยังมิอาจทำลายได้โดยลำพัง กลับต้องพังทลายลงเพราะกระแสลมปราณที่ปะทุคลั่งจากการฝึกปรือของเสวี่ยหมิง เรื่องราวในวันนี้หงตงสัญญาว่าจะจดจำเอาไปเล่าให้ผู้คนได้รับรู้สืบต่อกันไปชั่วลูกชั่วหลาน ว่าในชีวิตหนึ่งมันเคยได้รับใช้ใกล้ชิดบุคคลเช่นเสวี่ยหมิงมาก่อน(แม้จะเป็นแค่ยามนั่งข้าง ๆ ก็ตาม)

 

                ทั่วทั้งค่ายโจรใบไม้แดงล้วนแตกตื่น เหล่ายักษ์ที่กำลังหลับใหล ล้วนวิ่งออกมาตั้งธงรบในสภาพสลึมสะลือ ในใจล้วนเกิดมโนภาพว่ามีกองทัพของข้าศึกขนาดใหญ่กำลังยกมาบุกค่ายโจรของพวกตน แต่แล้วเมื่อความจริงปรากฏ กลับไม่พบเห็นกองทัพหรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่นอกค่าย สัญญาณเตือนศัตรูบุกก็ไม่มี แต่แรงสั่นสะเทือน และกระแสลมปราณอันน่าตระหนกนั้นยังคงอยู่ และเป็นของจริง

 

                ความสับสนขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมียักษ์ตนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า...แรงสั่นสะเทือนนั้นมาจากทางหลังค่าย ตรงจุดที่ตั้งของคุกคุมขัง สายตาทุกคู่ของเหล่ายักษ์ที่ถูกปลุกขึ้นมากลางดึก จึงหันกลับไปมองยังทิศทางหลังค่ายโจรพร้อม ๆ กัน

 

                บรึ้ม !!!

                เสียงแตกระเบิดดังขึ้น พร้อมคุกที่แสนภาคภูมิของยาชาตี่เหอหัวหน้าโจรค่ายใบไม้แดงพังทลายลง ร่างของยักษ์ที่เฝ้าคุกแหลกสลายกลายเป็นเศษชิ้นเนื้อปลิดปลิวไปทั่ว หมอกโลหิตหนาฟุ้งกระจายบดบังทัศนวิสัยจนสิ้น

 

                ที่ใจกลางกลุ่มหมอกโลหิต ปรากฏเงาร่างของมนุษย์ที่กำลังเหินลอยอยู่ภายใน พวกยักษ์ของค่ายโจรใบไม้แดงส่วนใหญ่มีระดับสติปัญญาต่ำต้อย แต่อาศัยพลังแห่งสายเลือด ฝึกปรือเคล็ดวิชากายาภายนอกจนสูงส่งระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่มีจิตใจล้วนห้าวหาญซื่อตรงไม่เกรงกลัวความตาย เมื่อเห็นว่าเงาที่อยู่ท่ามกลางหมอกโลหิตคือศัตรู ก็ไม่ลังเลที่จะกระโจนเข้าไปหาในทันที

 

                หงตงหลบหนีออกมาทันเห็นภาพอันโหดร้ายของการสังหารอันโหดร้าย...เพลิงไฟสีดำที่ออกจากร่างของเสวี่ยหมิง รุนแรงเกินควบคุม ไม่เพียงทำร้ายผู้บุกรุก แต่มันยังกินเลือดเนื้อของยักษ์ที่รุกล้ำเข้ามาใกล้ แม้จะรู้สึกแตกต่างกันในความรู้สึก แต่ความรุนแรงและดุร้ายของมันไม่ต่างจากเพลิงไฟของมารร้ายที่มันเคยได้ฟังมาจากเรื่องเล่าในวัยเด็กแม้แต่น้อย จากความชื่นชมก็เริ่มกลับกลายเป็นความเคารพยำเกรง ยิ่งมองดูสภาพอันคลุ้มคลั่งของเสวี่ยหมิง บวกกับคำเตือนให้หลบหนีก่อนหน้า ทำให้หงตงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เสวี่ยหมิงอาจจะอยู่ในสภาวะลมปราณแตกซ่านจากการเร่งฝึกฝนพลังของลมปราณอเวจีรวดเร็วเกินไป แต่เพราะมีภาระนำพาผู้หลบหนี และจำเป็นต้องไปช่วยนายน้อยหลี่จิ้นของมันออกมาก่อน แม้ในใจอยากจะเข้าไปเสี่ยงชีวิต ช่วยให้เสวี่ยหมิงฟื้นคืนสติ แต่ความรับผิดชอบบนไหล่บ่ายังคงมี มันจึงได้แต่ตัดใจ สะบัดหน้าจากไปอีกทาง ก่อนจะเร่งชี้ทางผู้คนที่หลบหนีมาด้วยกัน ให้ไปซุกซ่อนยังที่ปลอดภัยเป็นสิ่งแรก เพื่อที่จะเร่งกลับมาค้นหาหลี่จิ้นเป็นคำรบต่อมา

.

.

                ผลึกปฐพีแตกร้าวจนยากที่จะกอบกู้ แม้แต่ผู้อาวุโสของสุสานกระบี่ยังไม่อาจแก้ไข ทำได้เพียงชะลอเวลาพังทลายให้ยืดออกไปเท่านั้น

 

                "ท่านผู้อาวุโสอย่าได้ปิดบัง พวกข้ายังพอมีเวลาอีกเท่าไหร่"

               

                ผู้อาวุโสที่มีตำแหน่งสูงที่สุด หันไปสบตากับหนิงเอ๋อ เพราะคำถามที่ออกจากปากของหานเฟิงในตอนนี้ ล้วนอยู่ในการคาดคะเนของหนิงเอ๋อมาก่อน "ท่านประมุขหานอย่าได้แบ่งแยกแล้ว แม้ว่าก่อนหน้าพวกข้าจะเป็นคนต่างถิ่น แต่ตอนนี้ทั้งหมดล้วนมีชะตากรรมร่วมกัน"

 

                ผู้อาวุโสของสุสานกระบี่หยุดพูดพร้อมเดินไปยังผลึกปฐพีที่แตกร้าว "ตามการคำนวนของข้า ข้าเชื่อว่าอีกไม่เกินสามเดือนผลึกปฐพีจะแตกสลาย"

 

                "สามเดือน" หานเฟิงเอ่ยพลางกลืนน้ำลายหนืดลงคอ "นั่นรวดเร็วเกินไป"

 

                "แต่ หากพวกข้าทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือ นั่นอาจจะยืดเวลาออกไปได้ อีกราวสองถึงสามเดือน"

 

                ยืดเวลา !!!

 

                "วิเศษแท้ ถ้าเช่นนั้นข้าหานเฟิงต้องขอรบกวนท่านผู้อาวุโสทั้งห้าแล้ว" หานเฟิงเอ่ยพลางโค้งคำนับจนหลังค้อมแทบจะเสมอเอว "หากสำนักสุสานกระบี่ต้องการสิ่งใดตอบแทน โปรดบอกข้ามาได้เลย อย่าได้เกรงใจ"

 

                "อา ท่านประมุขหานอย่าได้เข้าใจไปเช่นนั้น อย่างที่ข้าบอก พวกเราล้วนร่วมชะตากรรม หากมารร้ายสามารถเปิดประตูอเวจีขึ้นมาได้ ความพินาศย่อมไม่เลือกว่าเป็นท่านหรือข้า แต่ทั้งหมดล้วนเท่าเทียม ดังนั้นที่ข้าต้องการมิใช่สิ่งของ แต่เป็นความร่วมมือ"หนิงเอ๋อเอ่ยเสียงฉะฉาน ราวกับทุกสิ่งล้วนอยู่ในการคำนวนของนางมาแล้วทั้งสิ้น

 

                "ความร่วมมือ"หานเฟิงเอ่ยทวน

 

                "ใช่ความร่วมมือ การร่วมเป็นพันธมิตรต่อต้านมารร้าย"

 

                หานเฟิงรีบพยักหน้ารับ ราวกลับกลัวว่าฝั่งของสุสานกระบี่จะเปลี่ยนใจ ซึ่งเหตุผลที่สุสานกระบี่ซึ่งเหนือกว่าวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างยินยอมเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอเช่นนี้ มีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือคำขอของ...หนิงเอ๋อ

.

.

                ฉากสังหารดุร้ายสยองขวัญ คาวโลหิตฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง เลือดเนื้อที่แกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า เมื่อต้องปะทะกับการโจมตีอันคลุ้มคลั่งของเสวี่ยหมิง ก็ไม่ต่างจากเต้าหู้ที่เขวี้ยงปาเข้าใส่ผาแกร่งที่ตั้งตระหง่าน ยักษ์หลายสิบตนถูกสังหารสิ้นภายในเวลาไม่กี่ลมหายใจ

 

                ภาพการสังหารที่เกิดขึ้น ทำให้ยักษ์ที่ตามมาทีหลังหยุดลง แม้แต่ผู้เหี้ยมหาญที่สุดในหมู่ทหารยักษ์ของค่ายโจรใบไม้แดงก็ยังมิกล้าหายใจแรง ด้วยเกรงว่าปีศาจร้ายปริศนาที่อยู่ท่ามกลางหมอกโลหิตจะเลือกตนเป็นเป้าหมายรายต่อไป ยักษ์อีกกว่าสิบกว่าตน ค่อย ๆ ชักเท้ากลับหลังช้า ๆ ให้ออกห่างจากเสวี่ยหมิง ที่ยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติง หากไม่เข้าไปในระยะโจมตี เสวี่ยหมิงก็มิได้ไล่สังหารเช่นเดียวกับในตอนแรกที่ทะยานออกมาจากคุกที่พังทลาย

 

                ...ทำไมข้าถึงรู้สึกเดือดดาลได้ขนาดนี้

                ...ฆ่า ฆ่า

                ...ไม่ เสวี่ยหมิง เจ้าต้องควบคุมสติให้ได้

                ...จงฆ่า เพื่อดับความกระหาย และจงยอมรับซะว่าเจ้าเองก็ชื่นชอบมัน

                ...เจ้าไม่ใช่วิหคเพลิงอมตะ

                ...ข้าคือวิหคเพลิงแห่งความตาย พลังที่สูงส่งยิ่งกว่าตัวตนดั้งเดิม และข้ามีพลังที่สามารถครอบครองร่างของเจ้าได้

 

                ความบิดเบี้ยวทางความคิดในตอนนี้ ล้วนเข้าสู่สภาวะคับขัน หากเสวี่ยหมิงพ่ายแพ้ เรื่องราวที่ตามมาอาจจะกลายเป็นเลวร้ายกว่าที่คิด จนอาจจะถึงขั้นสูญเสียความมีตัวตน และกลายเป็นมารร้ายโดยสมบูรณ์

 

                เพลิงวิหคสีดำค่อย ๆ ลุกลาม เพลิงที่น่าสะอิดสะเอียนอัดแน่นไปด้วยลมปราณแห่งความตาย พลังแห่งอมตะที่พลิกกลับ กำลังจะได้ชัยชนะเหนือผู้เป็นเจ้าของร่าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #4469 มงคล วัฒนาวรสกุล (@mooleang) (จากตอนที่ 341)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:00
    ความกลัวเป็นหนทางสู่ด้านมืด ความกลัว ทำให้โกรธ โกรธทำให้เกลียด ยินดีต้อนรับสู่ด้านมืด เสี่ยวหมิง
    #4469
    1
    • #4469-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 341)
      15 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:24
      เวอร์ชั่น ดาร์กไซด์
      #4469-1
  2. #4263 นัทจัง (จากตอนที่ 341)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 07:16

    เอาแล้ววิหคเพลิงแห่งความตาย วิหคเพลิงอมตะท่าทางจะโดนกดทับอยู่ในสภาวะหลับไหลแน่ช่วงแรกเห็นคื่นมาฟื้นฟูกายหยาบของเฮีย รีบตื่นเร็วเข้าไม่งั้นเสวี่ยหมิงโดนครอบงำแน่ เสวี่ยหมิงสู้ๆเอาชนะวิหคแห่งความตายให้ได้เข็มแข็ง อย่าโอนอ่อนเด็ดขาดสู้ไปด้วยกัน อย่างน้อยเฮียก็มีวิหคในครอบครอง 2 ตัว วิหคอมตะ กับวิหคแห่งความตาย ต้องกำราบให้อยู่หมัด ไว้เรียกใช้ตอนจะจัดหนักพวกคนพาล (วิหคแห่งความตาย เวลาบาดเจ็บฟื้นฟูต้อง วิหคอมตะ อิอิ เทพทรูแน่งานนี้ มโนต่อไป)

    #4263
    1
    • #4263-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 341)
      20 มกราคม 2562 / 12:57
      ใกล้เคียงเลย 555+ ตามรอยเสวี่ยหมิงกันต่อไปจ้า ^ ^
      #4263-1
  3. #4262 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 341)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 19:56
    ขอบคุณครับ
    #4262
    0
  4. #4261 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 341)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 15:01

    เอ้าาาา น้องหมิงกำลังโดนครอบง่ำ!

    เอ๊ะ ..หรือนี่เป็นกับดัก..ให้น้องหมิงได้เติมทรูเเบบอ้อมๆกันเเน่
    #4261
    1
    • #4261-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 341)
      20 มกราคม 2562 / 12:56
      มันเกี่ยวกับที่มาของวิชาที่เสวี่ยหมิงได้มา แต่ไม่มีเฉลยในเรื่อง เดี่๋ยวจบแล้วจะเขียนสอปยทิ้งไว้เผื่ออยากรู้ ^ ^
      #4261-1
  5. #4260 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 341)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:56
    ขอบคุณครับ
    #4260
    0
  6. #4259 yournarm (@yournarm) (จากตอนที่ 341)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:55

    ค้างหนักมาก
    #4259
    2
    • #4259-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 341)
      20 มกราคม 2562 / 12:55
      รอแปบหนึ่งเดี๋ยวช่วงตอนหลัง ๆ ถ้านับแล้วตอนเกินก่อนวันที่วางไว้ จะลงรัว ๆ ให้จ้า
      #4259-1