เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 899,865 Views

  • 4,499 Comments

  • 8,147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    56,985

    Overall
    899,865

ตอนที่ 340 : วิหคแปรเปลี่ยน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    18 ม.ค. 62

ตอนที่ 313

วิหคแปรเปลี่ยน 2

 

                ในที่สุดลมปราณอเวจีหยดสุดท้ายก็ถูกชำระล้างจนสิ้น ลมปราณอเวจีเร่งร้อนแปรเปลี่ยนจากสีแดงเข้ม เป็นก้อนกลมสีแดงสดใส แม้ไม่ได้เสริมแต่งด้วยพลังธาตุไฟ แต่โดยคุณสมบัติเร่งร้อนที่แฝงอยู่ ก็เหมาะสมสำหรับผู้ฝึกลมปราณธาตุไฟมากที่สุด

 

                อา...!

                เสวี่ยหมิงอุทานคำออกมา เพราะความเจ็บปวด เพราะทันทีที่เริ่มบังคับลมปราณที่บีบอัดให้เคลื่อนผ่านเส้นชีพจรซึ่งพลังพินาศของตนเอง พลังลมปราณอเวจีที่เร่งร้อนก็ป่นทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างกายของเสวี่ยหมิงไปพร้อม ๆ กัน แม้ว่าหัวใจวิหคเพลิงอมตะจะมีพลังแห่งการรักษาไม่สิ้นสุด แต่เมื่อไม่อาจนำส่งลมปราณวิเศษไปตามเส้นชีพจรดังเช่นปกติ เสวี่ยหมิงก็ต้องอาศัยการแผ่ออกของรัศมีความร้อน นำพาพลังวิเศษส่วนน้อยปะปนมากับกระแสโลหิต ซึ่งประสิทธิภาพในการฟื้นฟูนั้นอ่อนแอกว่าปกตินับร้อยเท่า

                (อธิบายพลังของวิหคเพลิงอมตะในการฟื้นฟู กับซ่อมสร้าง ฟื้นฟูคืออาการบาดเจ็บ หรือในขณะต่อสู้เพิ่มอัตราการฟื้นพลังชีวิต แต่การงอกเงยของอวัยวะ เช่นเดียวกับที่เสวี่ยหมิงตกลงไปในหุบเหวอเวจี ร่างกายพังทลาย การซ่อมสร้างก็เกิดขึ้นก่อนที่พลังจะแตกดับ แต่ก็ฟื้นเพียงแค่ร่างกายกลับเป็นปกติ ไม่มีส่วนใดพิการ แต่เส้นชีพจรที่พังภายใน ไม่ได้มีผลต่อการมีชีวติ มันเลยไม่ซ่อมแซม แถมพอเส้นชีพจรพัง พลังที่เคยไหลไปตามเส้นชีพจรก็หายไปด้วย พลังฟื้นฟูเลยกระจุกอยู่แค่หัวใจ เหลือพลังฟื้นฟูแค่ส่วนที่ปะปนไปกับกระแสเลือด)

 

                เส้นชีพจรลมปราณที่เสวี่ยหมิงกรุยผ่าน วนจากล่างขึ้นบน จากขวาไปซ้าย ความเจ็บปวดจากการกรีดแผลซ้ำด้วยลมปราณอเวจี รุนแรงยิ่งกว่าเมื่อครั้งที่เกิดแผลหลายเท่านัก แต่เพราะเรื่องราวจะผิดพลาดไม่ได้ จึงไม่มีเสียงเล็ดลอดออกจากเสวี่ยหมิงแม้แต่ครึ่งคำ เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยจากศีรษะ ไล่ลงมาจนชุ่มโชก ไปทั้งร่างของเสวี่ยหมิง แม้เจ็บปวดเท่าใด แต่จิตสมาธิยังคงตั้งมั่นไม่วอกแวก การควบคุมลมปราณอเวจีสายนี้กำลังจะยุติลง และจุดหมายปลายทางของมันก็จะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกจาก...หัวใจวิหคเพลิงอมตะ

.

.

                "แม่นางหนิงเอ๋อ ข้าดีใจจริง ๆ" หานเฟิงไม่อาจปกปิดความยินดีที่เกิดขึ้น หลายเดือนมานี้ตั้งแต่ที่มันได้รับตำแหน่งประมุขคนที่สองของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ แม้เรื่องราวภาระต่าง ๆ จะมากมาย แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้หานเฟิงวิตกกังวลเป็นอย่างมาก...เรื่องราวการแตกร้าวของผนึกปฐพี เหตุการณ์ที่นับวันจะยิ่งทวความไวขึ้นในทุกขณะ กลายเป็นเงามืดที่คอยกัดกร่อนความคิดและจิตใจของหานเฟิง

 

                "คารวะประมุขหานเฟิง" หนิงเอ๋อรับรู้ข่าวมาก่อนว่า หานเฟิงได้ขึ้นเป็นประมุขของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์แทนที่เสวี่ยหมิง

 

                "อย่าได้เอ่ยถึงเลย หากเสวี่ยหมิง..."

 

                หนิงเอ๋อสีหน้าเศร้าสร้อยลงในทันที แม้ก่อนหน้าตนเองจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่เมื่อมาพบกับผู้คนของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ หนิงเอ่อยังอดหวั่นไหวไม่ได้ ยิ่งนึกถึงความเศร้าเสียใจของหนิงเซียน หัวใจของหนิงเอ๋อนั้นก็แทบจะแตกสลาย แต่เรื่องราวทั้งหมดยังอาจจะมีหนทางแก้ไข "ท่านอย่าได้วิตกไป เรื่องของเสวี่ยหมิง ข้าอาจจะพอมีหนทาง"

 

                "แม่นางหนิงเอ๋อพูดเรื่องจริงใช่มั้ย"

 

                หนิงเอ๋อพยักหน้ารับ

 

                "ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้าจะให้คนไปแจ้งต่อท่านรองประมุขหลงซานอี้ในทันที" หานเฟิงหันมาทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยต่อไป "ส่วนหนิงเซียน ข้าคงต้องรบกวนแม่นางหนิงเอ๋อไปพูดคุยกับนางน่าจะเป็นการดีกว่า"

 

                "ข้าก็ตั้งใจเช่นนั้น" หนิงเอ๋อฉีกยิ้มเอ่ยตอบ แต่ใบหน้ามิได้ปรากฏเค้าแห่งความยินดีแม้แต่น้อย "ว่าแต่ผนึกปฐพีตอนนี้มีสภาพเป็นเช่นไรบ้าง"

 

                "อา...ข้าเผลอยินดีเกี่ยวกับเรื่องที่แม่นางหนิงเอ๋อมาเยือน จนลืมเรื่องเร่งร้อนของตนเองไปเสียสนิท" หานเฟิงผายมือไปยังผู้คนที่ติดตามหนิงเอ๋อมา

 

                "ท่านทั้งห้าที่ตามข้ามาคือผู้อาวุโสของสุสานกระบี่ สำนักอันดับหนึ่ง..."หนิงเอ๋อยั้งคำกล่าวถึงพันภูผาหมื่นนทีเอาไว้ เพราะตอนนี้ดินแดนแห่งนั้นได้สิ้นสูญไปจากภพทั้งสามแล้ว เหลือเพียงเขตแดนส่วนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาเท่านั้น

 

                "อย่าได้เอ่ยเรื่องราวยืดยาว" หานเฟิงรับรู้ถึงความอึดอัดที่เริ่มก่อตัว จึงเอ่ยขัดขึ้น ก่อนจะยื่นคารวะไปยังผู้อาวุโสที่ติดตามหนิงเอ๋อทั้งห้า "คนกันเองทั้งนั้น ข้าจะพาพวกท่านไปยังที่ตั้งของผนึกปฐพีจะได้มิเสียเวลา หากจะสนทนาใด ๆ ก็ล้วนกระทำกันในที่ตั้งของผนึกปฐพีไปพร้อมกันเลย"

 

                "ตกลง"

.

.

                หลังจากเวลาผ่านพ้นไปราวหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดเสวี่ยหมิงก็ประสบความสำเร็จในการเคลื่อนลมปราณอเวจีมาจนจ่อประชิดยังชีพจรหัวใจ พลังจิตเอกะถูกใช้หนุนเสริมสภาวะบีบอัดให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น จนก้อนลมปราณอเวจีลดขนาดลงไปอีกเกือบเท่าตัว ก่อนที่เสวี่ยหมิงจะส่งแรงขับทั้งหมดผลักดันก้อนลมปราณอเวจีกระแทกเข้าสู่หัวใจวิหคเพลิงอมตะ พร้อมกับถอดสภาวะบีบอัดของวิชาจิตเอกะจนหมดสิ้น ลมปราณอเวจีที่หดเล็ก แต่เปี่ยมไปด้วยแรงดันมหาศาล เมื่อหลุดจากการควบคุม มันก็แสดงธาตุแท้อันเกรี้ยวกราดออกมาในทันที ลมปราณอเวจีกระแทกขยายออกไปในทุกทิศทาง หัวใจวิหคเพลิงอมตะที่สงบนิ่ง จู่ ๆ ก็เกิดคลื่นลมปราณหนุนเนื่องทะลักล้นจากภายใน ไม่ทันตั้งท่ารอรับ ลมปราณอเวจีที่ขยายตัวออกอย่างรวดเร็วกระแทกทำร้ายไปในทุกทิศทาง

 

                แต่อวัยวะวิเศษมิอาจเปรียบกับเส้นชีพจรลมปราณทั่วไป หัวใจวิหคเพลิงราวกับขุนพลชาญศึกเมื่อเจอกับม้าพยศเช่นลมปราณอเวจีอันคลุ้มคลั่ง ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกอยากครอบครองเอาชนะ การปะทะกันของลมปราณอเวจีที่แตกระเบิดทะลักล้น ผสมปนเปไปกับเพลิงไฟแห่งวิหคอมตะ ราวกับน้ำป่าที่เกิดจากตาน้ำไร้สิ้นสุดตรงใจกลางหัวใจ ก่อเกิดสภาพไม่ต่างจากคลื่นยักษ์ที่กวาดกลืนทุกสรรพสิ่ง ลมปราณอเวจีนำพาพลังแห่งการรักษาของเพลิงวิหคอมตะ ไหลบ่าไปตามเส้นทางที่เสวี่ยหมิงบรรจงขีดวาดเอาไว้ก่อนหน้า เส้นชีพจรที่พังพินาศราวกับพื้นดินที่แตกระแหง ยามนี้กลับถูกชุบฟื้นขึ้นมาใหม่ แต่เส้นชีพจรลมปราณที่เกิดขึ้นนั้นกลับมิใช่เส้นชีพจรทั่วไป แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความดุร้ายของลมปราณอเวจี การพลิกฟื้นครึ่งหนึ่งก่อเกิดทะเลลมปราณ ส่วนอีกครึ่งที่พุ่งไปยังไขสันหลังมังกรเหมันต์ที่กลายเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานเทวะ กลับเกิดการต่อต้านเพราะพลังทั้งสองขั้วที่แตกต่าง แต่เพราะพลังชั่วร้ายบางส่วนนั้นถูกวิชาจิตเอกะลดทอน แม้จะไม่อาจปลุกกระตุ้นให้พลังมังกรเหมันต์ในร่างฟื้นคืน แต่ก็ไม่ได้ทำอันตรายร้ายแรงต่อกัน

 

                เส้นชีพจรในร่างค่อย ๆ ฟื้นฟู พลังการรักษาของหัวใจวิหคเพลิงอมตะก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเส้นชีพจรสมบูรณ์มากขึ้นเท่าไหร่ การซ่อมสร้างทะเลลมปราณก็ยิ่งรวดเร็วขึ้นเท่านั้น

 

                ทุกสิ่งราบรื่นเป็นไปตามที่เสวี่ยหมิงคาดการณ์เอาไว้ทุกประการ จนกระทั่งชีพจรลมปราณของเสวี่ยหมิงครบสมบูรณ์ ระดับพลังลมปราณค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพียงพริบตาเสวี่ยหมิงก็ฟื้นคืนสู่ขั้นพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 ก่อนจะทะลวงไปสู่ขั้นลมปราณแรกธรรมชาติ ช่องโพรงลมปราณที่เสียหายถูกซ่อมสร้างอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเคลื่อนมาสู่ขอบเขตของลมปราณเชื่อมฟ้าดิน สัมผัสแห่งธาตุทั้งห้าของเสวี่ยหมิงก็กลับมาเฉียบคมขึ้นอีกครั้ง และรู้สึกได้ทันทีว่าดินแดนอเวจีแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังเพลิงหลากชนิด มิใช่เพียงเพลิงไฟที่ร้อนเร่งเท่านั้น

 

                เหตุการณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยเส้นทางที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ จนกระทั่งพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงทะลวงกลับไปยัง...ขอบขั้นของลมปราณเที่ยงแท้ ทะเลลมปราณที่ก่อเกิดภายในตันเถียนอันกลวงว่าง ไม่ทันที่จะได้ทะลวงสู่ขอบขั้นของลมปราณสวรรค์(อเวจี) ความว่างเปล่าที่ทำหน้าที่เสมือนหยินไร้สิ้นสุดในร่าง พลันเกิดปฏิกิริยาตอบสนองด้วยความหิวกระหาย แปรสภาพกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่งเข้าหา พลังลมปราณอเวจีภายนอกร่างของเสวี่ยหมิงพลันสั่นไหว ร่างขาวซีดของเสวี่ยหมิงกลับกลายเป็นแดงก่ำ ไอร้อนระอุเดือดพล่าน ทั่วร่างของเสวี่ยหมิงเกิดไอระเหยสีแดงห่อหุ้ม ปกปิดร่างของเสวี่ยหมิงจนหมดสิ้น

                (โดยปกติเมื่อทะเลลมปราณก่อเกิดก็จะมีแรงดูดรั้งลมปราณเพื่อฝึกฝนตลอดเวลา แต่เพราะเสวี่ยหมิงมีตันเถียนที่คุณภาพสูงกว่าเซียนวิเศษทั่วไป ทั้งที่เสวี่ยหมิงยังไม่บรรลุเซียน ทำให้จู่ ๆ เมื่อตันเถียนที่พังทลายกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง มหาสมุทรลมปราณที่เกิดขึ้น ราวเนรมิตขึ้นมาจากความว่างเปล่า จึงทำหน้าที่ดึงรั้งพลังลมปราณเข้ามาเติมเต็ม แต่เพราะมันว่างเปล่าจึงเกิดสภาวะผิดปกติของการดึงดูดที่รุนแรงขึ้น ราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินลมปราณทุกหยาดหยดที่อยู่ใกล้ตนเอง)

 

                หงตงและผู้คนในที่คุมขังต่างตื่นตระหนก รีบถอยห่างจากร่างของเสวี่ยหมิงด้วยความหวาดกลัว

 

                ...คุกที่ทำจากโลหะวิเศษสั่นไหว ไปตามแรงดึงรั้ง จนเกิดช่องว่างให้ผู้คนหลบหนี

 

                ...ผืนแผ่นดินโดยรอบตัวเสวี่ยหมิงสั่นไหว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #4258 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 340)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 06:35
    ขอบคุณครับ
    #4258
    0
  2. #4257 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 340)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 14:11
    เอ้าา น้องหมิงจะเติมทรูอีกเเย้วหรอ55
    #4257
    1
    • #4257-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 340)
      20 มกราคม 2562 / 12:54
      รอบนี้หมิงบอกจัดหมดตัวเลย
      #4257-1
  3. #4256 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 340)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 12:54
    จะได้ฝึกกายายักษาต่อหรือเปล่า...เส้นชีพจรของเสี่ยวหมิงพังหลายรอบแล้วนะ
    #4256
    1
    • #4256-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 340)
      20 มกราคม 2562 / 12:52
      กายายักษา เสวี่ยหมิงไม่ได้ไปต่อแล้วจ้า ได้แค่ขั้น 4 วิชานี้มันก็เข้าขอบขั้นบรรลุเซียนได้ แต่มันเป็นวิชาเฉพาะต้นเรื่องเลย จากยมทูต วิชานี้วางเอาไว้บทที่ 2(เนื้อเรื่องก่อนเสวี่ยหมิง)
      #4256-1
  4. #4255 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 340)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 12:50
    พลังมาแล้ววว
    #4255
    1
    • #4255-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 340)
      20 มกราคม 2562 / 12:53
      พลังขั้นสุดท้ายของเสวี่ยหมิงละ
      #4255-1