เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 902,252 Views

  • 4,503 Comments

  • 8,169 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    59,372

    Overall
    902,252

ตอนที่ 338 : ลมปราณอเวจี 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    16 ม.ค. 62

ตอนที่ 311

ลมปราณอเวจี 3

 

                หงตงแปลกใจกับคำสั่งของนายน้อยหลี่จิ้น แต่ยังยินยอมทำตามแต่โดยดี เมื่อเสวี่ยหมิงถูกนำตัวมาขังรวมกับหงตง เสวี่ยหมิงจึงก็ขอให้หงตงเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับดินแดนอเวจีและผู้คนของหลี่จิ้นเพิ่มเติม ก่อนจะขอร้องให้หงตงช่วยดึงดูดความสนใจของผู้คุม เพื่อที่ระหว่างนั้นเสวี่ยหมิงจะได้ทดลองทำการฝึกฝนพลังลมปราณอเวจีจากผลึกโลหิตที่ดูดกลืนไปก่อนหน้า ตามวิธีการที่หลี่จิ้นถ่ายทอด

                (การฝึกฝนลมปราณอเวจีในแต่ละเผ่าพันธุ์นั้นแตกต่างกัน ทั้งวิธีการและวิชาฝีมือ เพราะจุดชีพจรและจุดเด่นของแต่ละเผ่าพันธุ์นั้นไม่เหมือนกัน)

 

                หงตงขมวดคิ้ว สงสัยว่าเสวี่ยหมิงเข้าใจสถานการณ์ดีหรือไม่ ที่ร้องขอฝึกฝนในห้องคุมขัง แต่เพราะคำสั่งของหลี่จิ้น หงตงจึงได้ยินยอมทำตาม บอกให้เสวี่ยหมิงเข้าไปนั่งปะปนกับผู้ที่ถูกจับมาทั้งหมด พร้อมทั้งกำชับพวกพ้องตนเองว่าห้ามรบกวนเสวี่ยหมิงโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก

 

                เสวี่ยหมิงไม่รอช้าเข้าไปนั่งอยู่ใจกลางกลุ่มผู้คน และก็หาได้สนใจท่าทีของหงตงอีก เพียงนั่งนิ่งหลับตาทำสมาธิโดยไวที่สุด เพราะว่าการดูดกลืนผลึกโลหิตก่อนหน้า ที่ภายนอกดูเหมือนเรียบร้อยหมดจด แต่แท้จริงลมปราณอเวจีที่เสวี่ยหมิงดึงดูดเข้าไปนั้น ยังมิได้ถูกซึมซับเข้าไปยังเส้นชีพจร ยังคงสภาพไม่ต่างกับลมปราณอเวจีในสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังไม่ได้หลอมรวมเป็นลมปราณของเสวี่ยหมิง แต่เสวี่ยหมิงเพียงใช้อุบาย โดยการใช้พลังจิตวิญญาณต่างภาชนะ บีบอัดพลังปราณอเวจีส่วนใหญ่เอาไว้ภายใน ก่อนจะกดให้จมลงเข้าสู่ผิวหนังโดยตรง และระเหิดผลึกโลหิตบางส่วนทิ้งไป เพื่อสร้างความหน้าเชื่อถือต่อหลี่จิ้นเท่านั้น และลมปราณอเวจีที่อยู่ภายนอกเส้นชีพจรตอนนี้ ก็มิได้สงบนิ่ง มันยังคงอาละวาดอยู่ภายในร่างของเสวี่ยหมิง ตอนนี้เสวี่ยหมิงจึงต้องการ ตรวจสอบสภาพภายในร่างกายของตนเองที่เกิดผลเสียจากการรับพลังอเวจีเข้าโดยตรง ก่อนที่จะทดลองฝึกฝนตามเคล็ดความที่หลี่จิ้นถ่ายทอด

 

                เมื่อเสวี่ยหมิงเข้าสู่ภวังค์การฝึกฝน ดึงดูดลมปราณอเวจีที่ถูกพลังจิตวิญญาณของเสวี่ยหมิงบีบอัดเอาไว้บริเวณใต้ลิ้นปี่ หงตงก็เริ่มแผนการดึงดูดความสนใจ พร้อมทั้งกำชับให้พวกพ้องที่โดนจับมาด้วยกัน ช่วยกันปกปิดการกระทำของเสวี่ยหมิง เพราะเสวี่ยหมิงบอกกับหงตงก่อนจะฝึกฝนว่า ให้ระวังอาฉีให้ดี เพราะดูเหมือนว่าอาฉีจะรู้สึกสงสัยในตัวเสวี่ยหมิงอยู่เล็กน้อยในการร่วมทางกันก่อนหน้า แต่ตอนนั้นยังไม่อาจจับพิรุธได้ แต่หากเป็นระหว่างการฝึกฝน จำเป็นต้องเข้าสู่ภวังค์ เสวี่ยหมิงไม่อาจปกปิดพลังฝีมือแท้จริงที่ยังไม่ฟื้นคืน สถานการณ์อาจจะพลิกเปลี่ยนก็เป็นได้

 

                แม้ตอนแรกหงตงจะยินยอมทำตามเสวี่ยหมิงทุกประการ แต่ก็มิได้ยินยอมจากใจจริง เพียงแต่ทำตามคำสั่งของหลี่จิ้น แต่เมื่อมันเห็นไอสีแดงลอยออกมาห่อหุ้มร่างของเสวี่ยหมิง ความตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า แม้มันไม่รู้ว่าเสวี่ยหมิงเก่งกาจขนาดไหน แต่ลำพังการฝึกฝนที่มันเห็นตรงหน้า มันก็พอจะคาดเดาได้ว่าระดับพลังของเสวี่ยหมิงนั้นสูงส่งกว่าของตัวมันและนายน้อยหลี่จิ้นไปไกลยิ่งนัก แม้ในตอนแรกจะรู้สึกรพอายในการกระทำก่อนหน้า แต่เมื่อคิดถึงว่าเผ่ามนุษย์กำลังจะได้ผู้ช่วยที่เก่งกาจเช่นนี้มาเป็นพวก ก็ทำให้มันรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาในทันที และยินดีช่วยปกปิดการฝึกฝนของเสวี่ยหมิงด้วยความมุ่งมั่นเกินกว่าสิบส่วน

 

                การสร้างเรื่องราวดึงดูดความสนใจของผู้คุมภายในห้องคุมขัง จึงตกเป็นหน้าที่ของหงตง มันไม่รีรอสั่งการผู้คนเพื่อช่วยเหลือเสวี่ยหมิง แถมหงตงยังใส่อารมณ์แสดงทีท่าว่าโกรธเกรี้ยวจนเกินพอดีเมื่ออาฉีมาเยือน เพื่อให้อาฉีไม่สงสัยพลังลมปราณปั่นป่วนที่เล็ดลอดออกมาจากการฝึกฝนของเสวี่ยหมิง

 

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงสำรวจดูร่างกายภายในของตนเองรอบหนึ่ง ความยินดีก็ปรากฏขึ้น แม้ว่าพลังลมปราณภายในจะกลวงว่าง แต่ไขสันหลังมังกรเหมันต์ยังคงสภาพเดิม แถมยังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากการที่เสวี่ยหมิงสัมผัสพลังของลมปราณเทวะที่อัดแน่นอยู่ภายใน แต่เพราะสภาพแวดล้อมของดินแดนอเวจีกดดันพลังลมปราณเทวะ ทำให้ตอนนี้ไขสันหลังมังกรเหมันต์ของเสวี่ยหมิงไม่สมารถแสดงพลังออกมา ส่วนอีกหนึ่งอวัยวะลมปราณของเสวี่ยหมิง ที่ก่อนหน้าได้เข้าสู่สภาวะของเมล็ดพันธุ์ก่อนกำเนิด จนกระทั่งเสวี่ยหมิงเกิดวิกฤต ชีพจรทั่วร่างแหลกสลาย กลับเป็นการกระตุ้นให้หัวใจแห่งวิหคเพลิงอมตะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เพียงแต่สภาพแวดล้อมที่ก่อเกิดหาได้เกิดจากดินแดนของลมปราณเทวะ

 

                เมื่อการตรวจสอบพลังวิเศษทั้งสองเรียบร้อย เสวี่ยหมิงก็เริ่มที่จะทดลองขับดันลมปราณอเวจีที่บีบอัดเอาไว้ให้วิ่งแล่นไปตามเส้นชีพจรที่กำเนิดใหม่จากพลังแห่งวิหคเพลิงอมตะ ซึ่งเป็นเส้นชีพจรที่พิการและอ่อนแออยู่ เสวี่ยหมิงจึงไม่อาจเร่งรีบฝึกฝน การเคลื่อนของลมปราณอเวจีในร่างของเสวี่ยหมิงจึงเป็นไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งพลังที่ขับดันในสายแรก เคลื่อนมาจนถึงชีพจรหัวใจของเสวี่ยหมิง พลังเพลิงวิหคอมตะ กลับแสดงอาการแปลกประหลาดออกมา ร่างกายของเสวี่ยหมิงสั่นสะท้านลมปราณเทวะที่ยังคงตกค้างอยู่ภายในชีพจรหัวใจ ค่อย ๆ ถูกลมปราณอเวจีที่ได้รับการหนุนเสริมจากสภาพแวดล้อมให้แกร่งกล้า กลืนกินหัวใจสีแดงเพลิงค่อย ๆ ถูกพลังความร้อนลมปราณของอเวจีเข้าแทนที่ ความเจ็บปวดแล่นจู่โจมราวกับทั้งร่างถูกค้อนทุบ เพลิงสีแดงสดกลายเป็นสีเข้มขึ้นจนสุดท้ายลมปราณสายแรกที่ทดสอบก็สูญสลายไปจากการปะทะกันเอง และหัวใจวิหคเพลิงอมตะที่เกิดใหม่ก็กลับคืนมาเป็นสีแดงสดอีกครั้ง พร้อมกับเสวี่ยหมิงที่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความผิดหวัง...ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หงตงแสดงบทบาทเกินเลย จนเกือบจะยั่วยุอาฉีให้ตบะแตก เสวี่ยหมิงที่เพิ่งจะแผ่พลังจิตวิญญาณออกไปตรวจสอบจึงไม่มีทางเลือก ได้แต่เข้าไปคว้าไหล่ของหงตงเอาไว้ เพื่อห้ามปราม

 

                อาฉีมองดูเสวี่ยหมิงในแวบแรก แม้ความรู้สึกสงสัยยังคงค้างคา...ว่าเสวี่ยหมิงอาจจะเป็นยอดฝีมือแฝงตัวเข้ามา แต่เมื่อเสวี่ยหมิงถูกจับกุมได้อย่างง่ายดาย มันจึงคลายความสงสัยลงไป แถมวันนี้มันยังมีภารกิจที่สำคัญกว่ารออยู่ จึงไม่อยากจะเสียเวลากับทาสที่รอคอยวันขายทำกำไรเหล่านี้ และเลือกที่จะจากไป

 

                หงตงเห็นการฝึกฝนของเสวี่ยหมิงก่อนหน้า เมื่อเห็นว่ามือที่ห้ามตนเองไว้คือเสวี่ยหมิง ท่าทีที่เคยเย็นชาก็เปลี่ยนเป็นพินอบพิเทาจนเสวี่ยหมิงเองยังแปลกใจ แต่ทุกการกระทำของเสวี่ยหมิงในตอนนี้ จำต้องแข่งกับเวลา เสวี่ยหมิงจึงร้องขอผลึกโลหิตทั้งหมดจากหงตงในทันที

 

                เมื่อได้รับคำขอจากเสวี่ยหมิง ครั้งนี้หงตงไม่กล้าเย็นชาอีก ไม่เพียงเอาผลึกโลหิตที่ตนเองซุกซ่อนเอาไว้ แต่หงตงยังไปสั่งผู้คนทั้งหลายว่าใครที่มีผลึกโลหิตติดตัวอยู่ ให้รีบนำมามอบให้ ทำให้เสวี่ยหมิงได้รับผลึกโลหิตในมือถึงสิบกว่าก้อน แม้ทุกก้อนที่ได้รับจะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าก้อนผลึกที่หลี่จิ้นมอบให้ก็ตาม

 

                เมื่อได้รับผลึกโลหิตมาแล้ว ครั้งนี้เสวี่ยหมิงยังไม่เร่งรีบฝึกฝน แต่กลับใช้พลังจิตวิญญาณสำรวจดูสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในผลึกโลหิตเพื่อทำความเข้าใจกับรูปแบบของลมปราณอเวจีที่ซุกซ่อนอยู่ภายในผลึกจนละเอียก ก่อนจะทดสอบเดินลมปราณอเวจีที่หลงเหลืออยู่ในร่างอีกหลายครั้ง จนมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองนั้นคาดเดานั้นถูกต้อง จึงได้ยุติการทดสอบ และรอให้ถึงเวลายามค่ำคืน เพื่อความปลอดภัยว่าอาฉีจะไม่กลับมาเยือนอีก ก่อนจะเริ่มทำการฝึกฝนที่แท้จริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #4249 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 338)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 15:57
    ฮึๆๆๆๆ ฉีเอ๋ย~~เเกไม่รู้ซะเเล้ววว ว่าไผเป็นไผ
    #4249
    1
    • #4249-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 338)
      17 มกราคม 2562 / 22:23
      สุดท้ายมันก็ไม่รู้อยู่ดี
      #4249-1
  2. #4248 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 338)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:01
    พลังจะกลับมาแล้ววว
    #4248
    1
    • #4248-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 338)
      17 มกราคม 2562 / 22:23
      พลังใหม่แกะกล่อง ^ ^
      #4248-1