เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,987 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,403 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,021

    Overall
    962,987

ตอนที่ 337 : ลมปราณอเวจี 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

ตอนที่ 310

ลมปราณอเวจี 2

 

                ย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้าที่กลุ่มผู้หลบหนีจะถูกจับกุม เสวี่ยหมิงสัมผัสได้ถึงความคิดมุ่งร้ายของกลุ่มยักษ์ที่มาพร้อมกับอาฉี บวกกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่าน ๆ มา เสวี่ยหมิงเองก็รู้สึกสงสัยในพลังของอาฉีอยู่ก่อน จึงลองเสี่ยงวัดดวงกับความคิดของหลี่จิ้น

 

                "ท่านพี่หลี่จิ้น ตอนนี้พวกท่านกำลังมีภัย"เสวี่ยหมิงเอ่ยเสียงเรียบ อย่างสงวนท่าที

 

                "น้องเสวี่ยหมิง สัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรรึ"

 

                เสวี่ยหมิงส่ายหน้า "ไม่ใช่สัตว์อสูรแต่เป็นผู้คน"

 

                "ผู้คน"หลี่จิ้นเอ่ยด้วยความสงสัย "น้องเสวี่ยหมิงหมายความเช่นไร"

 

                "แม้ข้ากับท่านจะพึ่งรู้จักกัน แต่ท่านกลับมากน้ำใจ และไม่รังเกียจผู้ที่มีฝีมือต่ำต้อยเช่นข้า" เสวี่ยหมิงเอ่ยพลางอมยิ้ม "เมื่อสหายเช่นท่านพี่กำลังจะมีภัย ข้าจึงมิอาจนิ่งเฉย" เสวี่ยหมิงเอ่ยพลางเร่งเร้าพลังจิตวิญญาณแผ่ขยายออก ลำพังเพียงรัศมีสะกดข่มที่แผ่ออกมา โดยมิต้องอาศัยลมปราณหนุนเสริม ก็เพียงพอจะทำให้หลี่จิ้นเข่าอ่อน

 

                "นี่เจ้า..." หลี่จิ้นดวงตาเบิกค้าง แม้มันจะมีระดับฝีมือเพียงแค่ลมปราณเที่ยงแท้ แต่ด้วยฐานะนายน้อยของผู้นำเผ่ามนุษย์เขตตะวันออกของดินแดนอเวจี มันย่อมจะพบเห็นผู้ฝึกตนระดับสูงมากมาย แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่มีผู้ใดมีพลังจิตวิญญาณเทียบเท่ากับชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูจะอายุน้อยกว่ามันเสียอีก

                ...ผู้ฝึกตนลมปราณสวรรค์ขั้นสูง ไม่สิ นี่มันเกินกว่านั้นขึ้นไปอีก

 

                "ท่านอย่าได้เป็นกังวล ภัยร้ายมิได้เกิดจากข้า แต่เป็นท่านพี่อาฉีของพวกท่าน"

 

                "เหลวไหล เหตุใดผู้ที่ช่วยนำพาพวกเราออกมาจากเงื้อมมือของพวกยักษ์จะกลายเป็นคนร้ายไปได้"

 

                "หากท่านไม่เชื่อ ข้าก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดของท่านพี่ แต่อีกเดี๋ยวเรื่องราวทั้งหมดก็จะถูกเปิดโปง"

 

                หลี่จิ้นมองดูเสวี่ยหมิงด้วยความคิดซับซ้อน ยิ่งตอนนี้เสวี่ยหมิงลดระดับพลังจิตวิญญาณลงไปจนว่างเปล่า ยิ่งทำให้มันคิดหนักมากยิ่งขึ้น เพราะหากเสวี่ยหมิงมีระดับพลังลมปราณเฉกเช่นที่แสดงออก การจะสังหารหรือจับกุมพวกมันทั้งหมด รวมถึงตัวอาฉีเองที่เสวี่ยหมิงเจาะจงบอกออกมาว่าคือคนร้าย ก็มิใช่เรื่องยากเย็น แต่ทำไมกันคนที่มีพลังฝีมือสูงส่งเช่นนี้ ต้องมาเล่นบทคนอ่อนแอเพื่อปะปนกับพวกมันด้วย "ข้าไม่เข้าใจ ว่าคนที่มีพลังระดับเจ้าถึงทำเช่นนี้"

 

                เสวี่ยหมิงเผยยิ้มกว้าง "เพราะพลังของข้ายังไม่ฟื้นคืน ข้าไม่อาจดึงดูดพลังลมปราณจากดินแดนอเวจีได้"

 

                "พลังยังไม่ฟื้นคืน ไม่อาจดึงดูดพลังลมปราณจากดินแดนอเวจี เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

 

                "ข้าไม่ใช่คนของดินแดนอเวจี"

 

                หลี่จิ้นตกใจ ระคนสงสัย และไม่คิดจะเชื่อเสวี่ยหมิงทั้งหมด แต่ด้วยความรู้สึกถูกชะตาอย่างแปลกประหลาด มันจึงไม่คิดจะสะบัดหน้าหนี "ตกลงหากข้าเชื่อเจ้า แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด"

 

                "ท่านต้องอธิบายเคล็ดวิชาให้ข้าฟังว่าดินแดนแห่งนี้ ฝึกฝนพลังลมปราณจากการดึงดูดลมปราณอเวจีจากเจ้าผลึกโลหิตนี่ได้ยังไง"

 

                หลี่จิ้นมองดูเสวี่ยหมิงด้วยความงุนงง เคล็ดวิธีการดึงดูดพลังจากผลึกโลหิตนั้นเป็นพื้นฐานที่แม้แต่เด็กห้าขวบในดินแดนอเวจียังรับรู้ หรือสิ่งที่เสวี่ยหมิงเอ่ยว่าตนเองเป็นคนจากสถานที่อื่นจะเป็นเรื่องจริง เมื่อตัดสินใจเช่นนั้น หลี่จิ้นก็เร่งอธิบายขั้นตอนในการฝึกฝนต่อเสวี่ยหมิงในทันที

 

                หลังจากฟังจบไปรอบหนึ่ง เสวี่ยหมิงก็ไม่มีข้อสงสัยอีก แม้วิธีการฝึกฝนจะแตกต่างจากบนพื้นปฐพีเล็กน้อย แต่ก็นับว่าสมเหตุผล ดังนั้นเสวี่ยหมิงจึงไม่รอช้า ทดลองเคลื่อนลมปราณเพื่อดึงดูดผลึกโลหิตที่หลี่จิ้นมอบให้ก่อนหน้า ก้อนผลึกสีแดงเข้มบนมือขาวซีดของเสวี่ยหมิง พลันระเหิดกลายเป็นกลุ่มไอสีแดงซึมลงไปในมือของเสวี่ยหมิงภายในพริบตา

 

                หลี่จิ้นที่ยืนดูอยู่ในฝั่งตรงข้าม เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างชัดเจนทุกขั้นตอน ปากที่เม้มแน่นก่อนหน้า ถึงกับไม่อาจควบคุมบังคับตกห้อยลงมากลายเป็นอ้ากว้างด้วยความตกตะลึง ลมหายใจที่เร่งร้อนซึ่งแฝงความรู้สึกไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยก่อนหน้า กลายเป็นชะงักค้างติดขัด สายตาที่เบิกอ้ามองดูเสวี่ยหมิงด้วยความรู้สึกราวกับเห็นภูตผี

 

                "นี่เจ้าดึงดูดผลึกโลหิตระดับเชื่อมฟ้าดินหมดเกลี้ยงในชั่วลมหายใจเดียว" เสวี่ยหมิงพยักหน้ารับ "ที่เจ้าพูดมาเจ้าไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม" เสวี่ยหมิงพยักหน้ารับอีกครั้ง "ตกลง ข้าจะเดิมพันกับเจ้าดูสักครั้งหนึ่ง" หลี่จิ้นยกมือขึ้นตบพาดไปที่ไหล่ของเสวี่ยหมิงอย่างลืมตัว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเสวี่ยหมิงมีพลังน่ากลัวขนาดไหน ใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเหยเก พลางชักมือกลับโดนไว

 

                เสวี่ยหมิงมองดูท่าทางของหลี่จิ้น พลางส่ายศีรษะไปมาด้วยความขบขัน ก่อนจะดึงมือหลี่จิ้นกลับมาพาดที่ไหล่ตนเองเช่นเดิม "ในเมื่อท่านคิดว่าข้าเป็นสหาย ก็อย่าได้คิดเล็กคิดน้อย" เสวี่ยหมิงจ้องกลับไปที่หน้าของหลี่จิ้นด้วยใบหน้าจริงจัง ทำเอาหลี่จินตกใจมากกว่าเก่า ก่อนที่เสวี่ยหมิงจะหลุดหัวเราะออกมา และต่อจากนั้นก็เป็นเสียงของหลี่จิ้นที่หัวเราะดังตามมาติด ๆ ก่อนที่หลี่จิ้นจะพร่ำพรรณนาว่าวันนี้ช่างโชคดียิ่งนักที่ได้รู้จักและเป็นสหายกับน้องเสวี่ยหมิง

 

                หลังจากเสียงหัวเราะของทั้งสองจางหายไม่นาน อาฉีที่มาพร้อมกับเหล่ายักษ์ ก็เผยธาตุแท้ ทำให้ทุกคนรับรู้โฉมหน้าที่แท้จริงของพ่อค้าทาส และเป็นถึงรองหัวหน้ากลุ่มโจรใบไม้แดง แต่ที่ทุกคนมิได้แตกตื่นก็เพราะคำเตือนก่อนหน้าของเสวี่ยหมิง และคำสั่งของหลี่จิ้น ซึ่งตอนนี้มันกำลังกังวลกับความเป็นตายของหงตง แต่ยังดีที่เสวี่ยหมิงเอ่ยกับมันว่า หงตงน่าจะยังมีชีวิตอยู่ เพราะหากอาฉีเป็นพ่อค้าทาส คงไม่สังหารสินค้าที่ทำเงินให้กับตนเองอย่างแน่นอน

 

                ซึ่งทุกอย่างที่เสวี่ยหมิงคาดการณ์ล้วนถูกต้องทั้งหมด ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว เพราะจุดประสงค์ที่อาฉีต้องการ คือตัวของหลี่จิ้น ลูกชายเพียงคนเดียวของผู้นำเผ่ามนุษย์เขตตะวันออกของอเวจี เพราะสายข่าวที่แทรกซึมอยู่ของอาฉี รายงานมาว่าที่หลี่จิ้นเดินทางไกลออกจากเผ่ามาก็เพราะว่า มันได้รับแผนที่สมบัติโบราณมาแผ่นหนึ่ง และจากการยืนยันระบุว่าสมบัตินั้นน่าจะมีมูลค่ามหาศาล และอาจจะล้ำค่าเทียบเท่าสมบัติในตำนาน ทำให้อาฉีจำต้องวางแผนการซับซ้อนขึ้นมา เพราะว่าเผ่ามนุษย์เขตแดนตะวันออกมีวิชาพิสดารที่ใช้ในการจดจำข้อความ หรือลายแทงต่างเอาไว้ในได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน (ปรับปรุงเพราะเผ่าตะวันออกเป็นเผ่าของเกษตรกรรมและพ่อค้า) เพื่อป้องกันการถูกขโมยหรือลักลอบทำซ้ำ

 

                ทำให้อาฉีไม่อาจแย่งชิงแผนที่นั้นมาได้ด้วยกำลัง จนใช้แผนขายเส้นทางออกล่าสมบัติของคณะค้นหาของหลี่จิ้นไปยังพวกยักษ์ ก่อนที่จะแสร้งเข้าช่วยเหลือเพื่อหวังผลตีสนิท แต่จนแล้วจนรอดหลี่จิ้นก็มิเผยพิรุธ หรือคายความลับใด ๆ ออกมา แม้ว่ามันจะทำดีด้วยเท่าใดก็ตาม ซ้ำยังมิยินยอมทำการเดินทางต่อไปเพื่อค้นหาสมบัติตามที่ได้รับข่าวสารมา ได้แต่ร้องขอให้ส่งมันกลับไปยังเขตแดนของตนเอง ทำให้อาฉีจำต้องอนุมานเรื่องราวโกหกเพื่อเบี่ยงเบนว่าจะพาทั้งหมดเดินทางไปยัเผ่ามนุษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน ซึ่งมันรู้จักดี เพราะอาฉีจำต้องเปลี่ยนแผนจาก...ไม้อ่อนเป็นการใช้ไม้แข็ง ตระเตรียมใช้ชีวิตตัวประกันคนอื่นเพื่อข่มขู่ พร้อมกับการลงทัณฑ์ทรมาน เพื่อรีดเร้นความลับออกมา ทำให้เมื่อถูกจับตัวมาถึงหลี่จิ้นก็ถูกแยกออกไปขังเดี่ยว แต่ยังนับว่าโชคดีที่ก่อนหน้าคำขอของหลี่จิ้น ซึ่งอ้อนวอนต่ออาฉีว่าอยากจะพบหน้าหงตงเพื่อยืนยันความปลอดภัยนั้นสำเร็จ ทำให้มันได้พบหน้ากับหงตงก่อนที่จะถูกแยกตัวออกไป ซึ่งถ้อยคำที่หลี่จิ้นลอบถ่ายทอดให้กับหงตงก็มีเพียงแค่ข้อความสั้น ๆ เท่านั้น

 

                ...จงปฏิบัติตามคำขอของน้องเสวี่ยหมิงทุกคำ โดยไร้ซึ่งคำถามใด ๆ และอย่าได้ทำให้ข้าผิดหวัง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #4247 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 337)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 01:06
    ขอบคุณครับ
    #4247
    0
  2. #4244 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 337)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 12:21

    ยังไม่โชว์เมพอีกหรอหมิงๆ ฮึก..เดาผิด..เเต่ตอนหน้ามันต้องมาเเล้ว.. คิดว่านะ#เริ่มหมดความมั่นใจ
    #4244
    1
    • #4244-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 337)
      15 มกราคม 2562 / 21:54
      จำไม่ได้ว่าตอนไหน แต่โชว์เทพรัว ๆ อะภาคนี้ เพราะจะจบแล้ว
      #4244-1