เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 909,090 Views

  • 4,514 Comments

  • 8,221 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    66,210

    Overall
    909,090

ตอนที่ 330 : ความลับของสุสานกระบี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    8 ม.ค. 62

ตอนที่ 303

ความลับของสุสานกระบี่

 

                กองทัพของตำหนักอเวจีครองฟ้า ยกพลเรือนแสน ที่มีทั้งผู้ฝึกตนของแดนเซียน มารร้าย และสัตว์อสูรอเวจี(เผ่าวิญญาณ และภูต ผู้คนของพันภูผาหมื่นนทีล้วนจัดให้เป็นแค่สัตว์อสูรที่ทรงภูมิปัญญา ซึ่งแตกต่างจากดินแดนอเวจี ที่แยกสองเผ่านี้ออกจากสัตว์อสูร) กองทัพขนาดใหญ่ ไม่ได้ทรงพลังเพียงแค่จำนวนกำลังพล แต่ยังเพิ่มอานุภาพด้วยการเสริมทัพค่ายกลของแดนเซียนเดิม รวมถึง ค่ายกลย่อยของมารร้าย ที่สามารถอัญเชิญบ่ออเวจีขนาดเล็ก ซึ่งดึงพลังลมปราณอเวจีมาจากบ่ออเวจีที่ขยายใหญ่เพิ่มขึ้นทุกวันจากใจกลางหุบเหวอเวจี

 

                แม้กองทัพใหญ่จะยกพลมาถึงด้านหน้าม่านพลังหลักของสุสานกระบี่ตั้งแต่เมื่อวันก่อน แต่กองทัพยังคงแถวแนวเป็นระเบียบ และยังมิได้เริ่มเปิดฉากการรบพุ่ง เพราะพวกมันต่างรอคำสั่งของผู้นำสูงสุด ที่เปรียบประดุจเทพเจ้าในสายตาของมารร้ายทั้งปวง ซึ่งคำสั่งจะถูกถ่ายทอดโดยตรงมายังเทียนหลี่จวินที่นำทัพในครั้งนี้

 

                เทพมารลอยตัวอยู่เหนือบ่ออเวจี เมื่อหีบวิญญาณอมตะไม่ได้ดึงดูดพลังปราณอเวจีแล้ว การขยายออกของมิติที่เชื่อมต่อกับดินแดนอเวจีก็เร่งอัตราเร็วขึ้นหลายเท่า แต่นั่นก็ยังไม่เร็วเท่าที่ใจของเทพมารต้องการ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลซ่อนเร้น ของการยกทัพไปปะทะกับสุสานกระบี่ ก็เพื่อเร่งการเติบโตของไอวิญญาณหยิน ผลพลอยได้จากการตายของผู้ฝึกตนลมปราณเทวะพันภูผาหมื่นนทีมาหนุนเสริมการเติบโตของบ่ออเวจี ส่วนประเด็นสำคัญที่แท้จริงนั้นเพื่อลบล้างค่ายกลสุดท้าย ที่ยังคงผนึกดินแดนกึ่งเทวะแห่งนี้เอาไว้ไม่ให้ถูกครอบงำได้สมบูรณ์

 

                ...หากปล่อยไว้เช่นนี้ การจะเปิดประตูอเวจีคงต้องกินเวลาอีกราวสองปี แต่หากเรากวาดล้างสุสานกระบี่ได้ เวลาที่ใช้น่าจะลดลงไปถึงครึ่งหนึ่ง และหากข้าสังหารชีวิตที่ติดตามมาทั้งหมด เพื่อเป็นเชื้อพลังหยินแห่งความตาย เพียงแค่สองเดือน ประตูอเวจีก็น่าจะเปิดออก

 

                ..."เทียนหลี่จวิน ฟังคำสั่ง เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ให้เริ่มทำการโจมตีได้" เทพมารติดต่อผ่านการเชื่อมผสานจิตของเทียนหลี่จวินโดยตรง การผสานซึ่งถูกเชื่อมต่อมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน

 

                ..."ขอรับ นายท่าน"

 

                การสื่อสารผ่านจิตวิญญาณที่ยึดโยงกันแต่อดีตในครั้งนี้ยุติลง

 

                ...สงครามใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

.

.

                ภายในสุสานบรรพกาล หนิงเอ๋อที่เข้าใจพลังของขอบขั้นสำนึกกระบี่ปริศนาไปแล้วเกินกว่าแปดส่วน ลุกขึ้นจับกระบี่ ร่ายรำท่าร่าง ฝึกฝนทดสอบสิ่งที่พึ่งจะรู้แจ้ง

 

                กระบี่ในมือหนิงเอ๋อ ยามยก ตวัด เขี่ย แทง สภาวะกระบี่ล้วนก่อเกิดเป็นขอบเขตไร้สภาพ ไม่จำกัดทิศทางเพียงแค่คมกระบี่ หรือผู้ใช้กระบี่ เพราะสำนึกกระบี่ของหนิงเอ๋อนั้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ทำให้พลังกระบี่กลมกลืนยากตรวจจับ แถมยามโจมตียังรวดเร็ว ราวกับคมกระบี่ที่ใช้ สามารถพวยพุ่งออกมาจากมิติว่างเปล่าในทุกทิศทาง การหักเหของทิศทางล้วนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการโจมตีของผู้ที่เข้าถึงเต๋าแห่งความเร็ว

                (เต๋าในรูปแบบของกายภาพ ถือเป็นเต๋าระดับสอง ซึ่งพันภูผาหมื่นนทีกำหนดให้สูงส่งกว่าเต๋าแห่งฐานพื้นฐานทั้งห้า)

 

                ...ช่างน่าตกใจยิ่งนัก เพียงขอบขั้นแรกของท่านปรมาจารย์กระบี่(หนิงเอ๋อยกย่อง...หยางอี้เป็นปรมาจารย์กระบี่ของตนเอง) ก็ผลักดันวิชากระบี่ของเราให้สูงล้ำขึ้นไปในขอบขั้นที่เหนือกว่าเพลงกระบี่ห้าธาตุเสียอีก แม้เราจะยังไม่สำเร็จขอบขั้นสำนึกกระบี่โดยสมบูรณ์ แต่เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอต่อการศึกษาในขอบขั้นที่สอง...พลังกระบี่เหนือสำนึก

 

                หนิงเอ๋อสงบจิตเข้าสู่ภวังค์หลอมกลืนไปกับสำนึกกระบี่ เมื่อความมุ่งมั่นขึ้นถึงจุดสูงสุด ภาพมายาของเพลงกระบี่ที่สลักอยู่ในสุสานกระบี่ยักษ์พลันปรากฏ เส้นสายจางอ่อน ก่อเกิดเงาจริงซ้อนทับกับเงาลวง สองสิ่งผสมปนเปยากจำแนก หนิงเอ๋อไม่ทันที่จะดึงรั้งจิตตนเองกลับคืน สองเท้าที่มั่นคงพลันถอยหลังกลับครึ่งก้าวโดยมิรู้ตัว หญิงสาวถูกมายาแห่งกระบี่ของขอบขั้นที่สองกระแทกเข้าใส่ กระอักโลหิตแดงสดออกมาคำหนึ่ง

 

                แม้จะบาดเจ็บ แถมยังไม่อาจมองเห็นเคล็ดลับของกระบี่ที่สองซึ่งซุกซ่อนอยู่ แต่หนิงเอ๋อกลับมิได้แสดงสีหน้าท้อแท้ ตรงกันข้าม นางกลับยิ้มแย้มราวกับตนเองได้รับรู้บางสิ่งติดมือกลับมา

 

                ...การจะเข้าถึงขอบขั้นที่สองของท่านปรมาจารย์กระบี่ ข้าคงต้องเข้าถึงเต๋าที่มองทะลุมายาภาพก่อนสินะ

                เมื่อคิดได้ดังนั้น หนิงเอ๋อก็ออกจากการปิดด่านตรงไปหาฉินซู่ลี่ เพราะนางจำได้ว่าสุสานกระบี่ มีตำหนักมายา ที่ใช้เพื่อค้นหาและฝึกฝนวาสนาของเต๋าแห่งมายา เต๋าอันเป็นต้นกำเนิดของยอดนักกระบี่ทั้งหลาย...พลังที่มองทะลุมายาภาพ

.

.

                หนึ่งวันหลังจากฟื้นขึ้นมา เสวี่ยหมิงที่ร่วมขบวนผู้หลบหนี ซักถามเรื่องราวต่าง ๆ ของดินแดนแห่งนี้จากหลี่จิ้น(ชายที่เข้าไปช่วยเสวี่ยหมิงยกร่างของหมาในอเวจีออก) ซึ่งหลี่จิ้นรู้สึกถูกชะตากับเสวี่ยหมิงตั้งแต่แรกพบ จึงยินดีเล่าเรื่องราวให้ฟังโดยมิได้อิดออด ทำให้ทั้งสองกลายเป็นคู่หูที่เดินรั้งท้ายขบวนหลบหนีอยู่ตลอดเวลา

 

                ผลลัพธ์จากการสอบถาม ทำให้เสวี่ยหมิงรู้ว่าที่นี่คือดินแดนอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากทั้งพื้นพิภพ และพันภูผาหมื่นนที ที่แห่งนี้เรียกว่า...ดินแดนอเวจี พลังลมปราณที่นี่ล้วนแปลกพิสดารล้วนอุดมไปด้วยความรวดเร็ว รุนแรง แถมยังเจือปนไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่อบอวลอย่างน่าประหลาด ที่สำคัญมันเหมาะกับการฝึกฝนพลังแห่งเพลิงไฟเป็นที่สุด

 

                แม้เรื่องราวของพลังลมปราณจะฟังดูน่าสนใจ แต่เรื่องของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ในดินแดนอเวจีนั้นยิ่งน่าตื่นเต้นกว่า เพราะดินแดนแห่งนี้มีมนุษย์เป็นเพียงชนกลุ่มน้อยเท่านั้น หากไม่นับพวกเผ่าของภูตซึ่งมีอยู่ไม่มาก มนุษย์ถือว่ามีจำนวนน้อยที่สุด ส่วนเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คงไม่พ้นมารร้าย แต่ยังดีที่มารร้ายนั้นไม่ใช่ศัตรูโดยตรงของมนุษย์ เพราะพวกมันถือว่าตนเองสูงส่งกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นสูงที่ผู้ปกครองดินแดนอเวจีมาช้านาน ซึ่งศัตรูที่แท้จริงของมนุษย์คือพวกยักษ์

 

                แม้ว่าหลี่จิ้นจะไม่รู้เรื่องราวในอดีตมากมายนัก แต่สำหรับเรื่องเล่าโบราณที่กล่าวถึงวีรบุรุษคนหนึ่งของมนุษย์เคยล้างสังหารพวกยักษ์ไปมากมายเหลือคณานับ เพื่อปลดแอกเผ่าพันธุ์จากการตกเป็นทาส ก่อให้เกิดความแค้นต่อกันมานับแต่นั้น ก็ถูกหลี่จิ้นถ่ายทอดให้เสวี่ยหมิงฟังอย่างออกรสออกชาติ

 

                การเดินทางล่วงเข้าวันที่สอง จู่ ๆ อาฉีซึ่งเสวี่ยหมิงมารู้ภายหลังว่า อาฉีคือคนที่ไปปล้นค่ายชั่วคราวของทาสมนุษย์ ซึ่งถูกพวกยักษ์กลุ่มหนึ่งจับตัวไป

 

                เสียงเล่าเรื่องราวยังคงพ่นออกจากปากของหลี่จิ้นอย่างไม่หยุดยั้งตลอดสองวัน ราวกับว่าหลี่จิ้นสามารถพูดคุยได้อย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย แต่สุดท้ายแล้วการเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของหลี่จิ้นก็ยุติลง เพราะถูกขัดจังหวะด้วยการส่งสัญญาณที่มาจากอาฉี ตอนนี้อาฉีต้องการให้ผู้คนอยู่ในความเงียบ และหยุดเดินหน้าพร้อมกับหมอบก้มลงไปเพื่อหลบซ่อนตัว

 

                แม้เสวี่ยหมิงทางหนึ่งจะรับฟังเรื่องราวจากปากของหลี่จิ้น แต่ตลอดสองวันที่ผ่านมาพลังจิตวิญญาณล้วนฟื้นสมบูรณ์ แม้พลังลมปราณจะยังไม่ฟื้นคืน เพราะไม่อาจดึงดูดลมปราณอเวจีมาใช้ได้ เมื่อจิตวิญญาณฟื้นคืนประสาทรับรู้ของเสวี่ยหมิงย่อมแหลมคมไม่ต่างจากเซียนวิเศษ การจะแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งเฝ้าระวังภัยย่อมมิใช่เรื่องยุ่งยาก และผลของการเฝ้าระวังก็ทำให้เสวี่ยหมิงรู้ว่าเส้นทางที่อยู่ห่างออกไปราวครึ่งลี้ มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นับสิบกำลังเคลื่อนที่ด้วยความไวอยู่บนหลังของสัตว์อสูรที่มีขนาดมหึมาไม่แพ้กัน

 

                (ลมปราณเรื่องนี้มี 3 แบบนะครับหนึ่งปฐพีซึ่งเป็นขั้นที่สูงกว่าลมปราณฟ้าดิน แต่เพราะเหตุผลบางอย่างในอดีตทำให้ทวยเทพผนึกไว้ในรูปของลมปราณฟ้าดินแทน อีกอันคือลมปราณเทวะ เป็นลมปราณของทวยเทพ ซึ่งมนุษย์สามารถเข้าถึงได้แล้วแต่วาสนา เนื่องจากเทพเป็นผู้สร้างมนุษย์ ส่วนอันสุดท้ายเป็นลมปราณอเวจีของเหล่ามารร้ายปฏิปักษ์โดยตรงของเหล่าเทพ)

 

                ...สิ่งมีชีวิตเช่นนี้ ยักษ์สินะ ส่วนพาหนะของพวกมันเป็นสัตว์อสูรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

               

                หลังจากหมอบซุ่มอยู่ราวครึ่งชั่วยาม จนพวกยักษ์ผ่านพ้นไปไกล อาฉีก็ส่งสัญญาณเดินเท้าต่อไป

.

.

                ผู้คนของสุสานกระบี่ต่างวุ่นวายร้อนรน หนิงเอ๋อที่เพิ่งออกจากการปิดด่านสับสนงุนงง เพราะทันทีที่นางกลับออกมาจากสุสานภายใน แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากถามถึงที่อยู่ของฉินซู่ลี่ ผู้ที่เฝ้ารอหนิงเอ๋ออยู่ที่ด้านหน้าทางเข้าสุสานภายใน ก็เร่งแจ้งเหตุการณ์ด่วนจากฉินซู่ลี่ พร้อมทั้งเร่งนำตัวหนิงเอ๋อไปพบฉินซู่ลี่ที่ตำหนักเทพกระบี่ ศูนย์กลางการบัญชาการหลักของสุสานกระบี่ สำหรับสงครามที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #4222 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 22:31
    ขอบคุณครับ
    #4222
    0
  2. #4221 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:37
    ขอบคุณครับ
    #4221
    0
  3. #4220 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 13:26

    หมิงหมิงตกนรกสินะ 55555
    #4220
    2
    • #4220-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 330)
      9 มกราคม 2562 / 00:09
      ต้องเรียกว่าแดนอเวจีจะตรงกว่า (นรกจะอิงกับแค่บทแรกเรื่องของหยางอี้ แต่รอเขียนใหม่ก่อน ^ ^)
      #4220-1
    • #4220-2 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 330)
      9 มกราคม 2562 / 13:11

      แซวเฉยๆ
      #4220-2
  4. #4219 ~>white rose<~ (@giftaji) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 12:20
    ขอบคุณค๊า อัพเรื่อยๆเลยน้า รักก
    #4219
    1
    • #4219-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 330)
      9 มกราคม 2562 / 00:10
      ภาคจบ ลงวันละตอนยาว ๆ ไป หรืออาจจะมีแถมได้จ้า ^ ^
      #4219-1