เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,193 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,227

    Overall
    963,193

ตอนที่ 329 : ดินแดนอเวจี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

ตอนที่ 302

ดินแดนอเวจี

 

                ย้อนกลับมาเมื่อหินหยกเคลื่อนย้ายแตกสลาย พลังชีวิตของเสวี่ยหมิงดับลงในวินาทีนั้น...พลังแห่งธรรมชาติกำเนิดยุติ

 

                แม้พลังชีวิตแตกดับ แต่จิตใต้สำนึกยังมิสูญสลาย กลับเป็นการกระตุ้นพลังที่อยู่เหนือกว่าธรรมชาติเดิมของเสวี่ยหมิงให้สำแดงเดช...เมล็ดพันธุ์อมตะที่ถูกผนึกของเพลิงวิหคแห่งหยาง เมื่อไร้การสะกดข่มของพลังแห่งมังกรเหมันต์ และพลังอันชั่วร้ายของดวงตาเทพมารบรรพกาล เมล็ดที่ฝังตัวอดทนรอคอยฝนแรกของฤดูกาล เมื่อได้รับน้ำชุ่มช่ำก็ถึงเวลางอกเงย เพลิงไฟอมตะลุกห่อหุ้มร่างที่ไร้เนื้อหนัง กระดูกมังกรเหมันต์เมื่อไร้เชื้อไฟแห่งชีวิตและพลังลมปราณหนุนเสริมยังคงเย็นเยียบ และไร้ซึ่งพลังแข็งขืนต่อต้าน ได้แต่คล้อยตามยอมรับการปกป้องของเพลิงวิหคอมตะแห่งหยาง

 

                ตามตำนานเพลิงแห่งวิหคอมตะสามารถชุบฟื้นเฟิ่งหวงขึ้นมาจากซากเถ้าถ่าน ดังนั้นสำหรับเสวี่ยหมิงที่กายเนื้อยังไม่ทันมอดไหม้ การฟื้นคืนย่อมรวดเร็วกว่า หากไม่ติดว่าภายนอกม่านพลังเพลิงวิหคอมตะ มีพลังเพลิงอเวจีกัดกร่อน เสวี่ยหมิงคงฟื้นคืนสติดังเดิมแล้ว

 

                ...หนึ่งต่อต้านหนึ่งทำลาย

 

                แม้ร่างกายไม่ได้ถูกซ่อมสร้างโดยสมบูรณ์ แม้พลังชีวิตมิได้กลับคืนมาเต็มเปี่ยม แม้สติจะยังหลับใหล แต่ความตายนั้นถูกกลบทับ แปรเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตริบหรี่ จิตสำนึกยังมิรู้ตัว แต่จิตใต้สำนึกอันมุ่งมั่นก่อนความตายจะมาเยือน ได้ก่อเกิดพลังขับเคลื่อนเต๋าซึ่งคงอยู่มิให้แตกสลาย

 

                เต๋าแห่งมิติ...เร่งการตกลงสู่ก้นบ่ออเวจี

 

                ร่างของเสวี่ยหมิงบัดนี้ เริ่มก่อเกิดผิวหนังซีดเซียวห่อคลุมเอาไว้  ตุบ !!!...เสียงดังสะท้อนภายในร่างที่ยังคงหลับใหล เมื่อกายเนื้อที่ยังมิสมบูรณ์ตกลงกระแทกกับก้นบ่อ

 

                แสงของค่ายกลที่เทพมารจัดตั้งขึ้น แฝงพลังชั่วร้ายพิสดาร วิ่งเข้าใส่สิ่งแปลกปลอมที่ตกกระทบ ด้วยปรารถนาจะทำลายล้างให้สิ้น แต่ไม่ทันที่พลังปกป้องของค่ายกลจะได้สัมฤทธิ์ผล ร่างของเสวี่ยหมิงพลันจางหายไปจากก้นบ่อเสียก่อน

 

                ฟุบ !!!

                ร่างที่ลุกไหม้เปลวเพลิง ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เหนือท้องฟ้าของดินแดนอเวจี ก่อนที่จะถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลของดินแดนแห่งนี้ ดึงรั้งให้ร่างเปลือยเปล่านั้นร่วงหล่นทะลุชั้นฟ้าสีแดงฉาน ตกลงสู่พื้นดินสีเทาหม่น

 

                ตูม !!!

                เสียงแตกระเบิด ของวัตถุที่ตกกระทบพื้น จนก่อเกิดหลุมใหญ่ เรียกความสนใจจากสิ่งมีชีวิตในบริเวณใกล้ ๆ ที่มีทั้งกลุ่มซึ่งต้องการหลีกหนี และอีกกลุ่มที่ต้องการจะค้นหาว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้นกันแน่

 

                คราบเลือดสดที่เกิดจากการสร้างกายเนื้อ ยังคงเปรอะเปื้อนผิวหนังชั้นนอกของเสวี่ยหมิง แม้ชีวิตจะถูกเก็บกู้เอาไว้สำเร็จ แต่พลังในร่างกลับกลวงโบ๋ สติลางเลือนกลับคืนมา แต่เรี่ยวแรงยังคงสิ้นสูญ ราวกลับมิใช่ร่างของตนเอง แม้แต่จะสั่งให้ปลายนิ้วขยับเขยื้อนยังยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ต้องหวังจะค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น หรือตนเองกำลังอยู่ที่ใด

 

                กรรรรร !!!

                เสียงของสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายสุนัข คล้ายเสือ ดวงตาสีแดงเพลิงลุกไหม้ด้วยลมปราณร้อนแรง จ้องมองร่างของเสวี่ยหมิง กลิ่นเหม็นสาบของสัตว์อสูรโชยกระทบจมูกของชายหนุ่ม พร้อมเสียงขู่คำรามต่ำในลำคอแทงทะลุผ่านโสตประสาทที่กำลังฟื้นคืนมาทีละน้อย

 

                เสวี่ยหมิงฝืนผงกศีรษะที่ปวดร้าว ดวงตาข้างขวาแม้เห็นภาพของอสูรร้ายชัดเจน แต่ดวงตาข้างซ้ายกลับไม่อาจเห็นสิ่งใด มีเพียงความมืดมิด หากแต่ไร้ซึ่งความเจ็บปวด

 

                ...นี่ข้าตาบอด

                ความคิดวิ่งไวหาคำตอบ ภาพที่โดนเทพมารควักดวงตาเทพมารบรรพกาลออกไป ยังคงประทับแน่นอยู่ในความทรงจำ แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้ เพราะดูเหมือนว่า สัตว์อสูรที่หิวกระหาย กำลังมองว่าเสวี่ยหมิงคือเหยื่ออันโอชะที่จะมาเติมเต็มกระเพาะที่หิวโหยของมัน

 

                สัตว์อสูรหมอบต่ำ ตระเตรียมกระโจนขย้ำเหยื่อที่ไร้ทางสู้ กรงเล็บแหลมที่อาบไล้ด้วยเพลิงอเวจี ยืดยาวราวกับมีดสั้นของยอดฝีมือ พร้อมที่จะฉีกร่างของเหยื่อให้ฉีกขาดออกจากกันในทันทีที่มันกรีดเฉือน

 

                โจมตี !!!

                เสียงตะโกนสั่งดังแว่วมาจากพุ่มไม้ หอกสีเงินสามเล่ม ทะยานตรงเข้าหาร่างของสัตว์อสูรที่กำลังกระโจนเข้าหาเสวี่ยหมิง ความไวของสัตว์อสูรที่อยู่ใกล้ เกินกว่าที่ผู้เขวี้ยงหอกจะคาดถึง แต่การต่อสู้ล้วนฝังแน่นในสัญชาตญาณ สถานที่แห่งนี้ผู้อ่อนแอย่อมเป็นได้เพียงเหยื่อ ผู้คนทั้งสามส่งลมปราณไปตามเส้นเชือกลมปราณ บิดม้วนทิศทางของหอก ด้วยเชือกลมปราณที่ร้อยเข้ากับปลายด้ามของหอกวิเศษตั้งแต่ต้น ส่งแรงบังคับหอกเงินให้เคลื่อนออกจากจุดเดิม ตรงเข้าปักที่หลังของอสูรร้ายอย่างถนัดถนี่ โลหิตสีแดงฉานทะลักอาบลงบนร่างของเสวี่ยหมิงที่ยังคงนิ่งงัน

 

                "พวกเรามาช้าไปก้าวหนึ่ง ดูท่ากรงเล็บของสัตว์อสูรจะถึงตัวของเขาก่อนหอกทั้งสามจะแทงถูก"

                ชายร่างกำยำในชุดหรู เอ่ยพลางเก้าเท้าเข้าหาซากของอสูรร้ายที่สิ้นลม

 

                "ท่านพี่อาฉี ท่านอย่าได้ตำหนิตนเองไป ท่านได้ทำดีที่สุดแล้ว" อาฉีทำหน้าที่นำทางผู้คนทั้งหมด

 

                ชายอีกคนที่ร่วมสังหารอสูรร้าย เอ่ยพลางหันกลับไปมองยังผู้คนนับสิบที่กำลังเร่งฝีเท้าตามมาจากด้านหลัง

                "หากไม่มีท่านพี่พวกเราสิบกว่าชีวิต..."  คำกล่าวยังไม่จบประโยคก็ชะงักค้าง เมื่อถูกน้ำเสียงระคนความแปลกใจของอาฉีแทรกขึ้นมา

 

                "ดวงแข็งยิ่งนัก ดูเหมือนว่ากรงเล็บจะพลาดเป้าในวินาทีสุดท้าย เขายังไม่ตาย" คำพูดที่โพล่งขึ้นของอาฉี ทำให้ผู้ร่วมสังหารอสูรร้ายทั้งสองเร่งฝีเท้าเข้าไปยังร่างของเสวี่ยหมิง

 

                เสวี่ยหมิงที่เรี่ยวแรงค่อย ๆ ฟื้นคืน พยายามออกแรงดันร่างของ สัตว์อสูรที่กดทับตนเองออกไปด้านข้าง แต่ดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงของเสวี่ยหมิงในตอนนี้ การจะออกแรงยกร่างที่หนักร่วมพันชั่ง (1ชั่ง เท่ากับ 600 กรัม) ให้พ้นตัวมิใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก

 

                "น้องชายท่านนี้ ข้าช่วยเจ้าเอง" ชายที่เดินล้ำเข้าไปหาเสวี่ยหมิงเผยรอยยิ้มกว้าง พลางยื่นมือออกแรงผลักร่างของอสูรร้ายที่ถูกหอกวิเศษแทงทะลุออกไป ง่ายดายราวกับกำลังปัดฝุ่นผงออกจากเสื้อ

 

                "ขอบคุณท่าน..."เสวี่ยหมิงน้ำเสียงแหบแห้ง

 

                "ใครมีน้ำบ้าง ส่งมาที่นี่หน่อย"

 

                เสวี่ยหมิงยิ้มรับความมีน้ำใจของชายในชุดสกปรกมอมแมม เพราะพลังฝีมือยังไม่อาจฟื้นคืน เรี่ยวแรงก็หดหาย มีเพียงพลังจิตวิญญาณที่ค่อย ๆ กระจ่างใส จากเคล็ดวิชาจิตเอกะที่ยังสามารถใช้ออก ทำให้เสวี่ยหมิง สำรวจกลุ่มคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือตนเอง

 

                ...พี่ท่านนี้แม้มีระดับฝีมือเพียงแค่ลมปราณเที่ยงแท้ แต่มีน้ำใจดียิ่งนัก ส่วนคนที่เดินเข้ามาเป็นคนแรกกลบสงวนท่าทีเอาไว้เมื่อรู้ว่าเรายังไม่ตาย ก็รีบซุกซ่อนพลัง แสดงออกถึงความระมัดระวังตัว คงจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะลมปราณระดับสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง คงมิใช่พบเจอได้ทั่วไป ส่วนคนหลังนั่นก็อยู่ในระดับลมปราณเที่ยงแท้ ไม่ถูกต้อง...เป็นผู้ฝึกตนระดับลมปราณเที่ยงแท้ แต่ทำไมชุดที่พวกเขาสวมใส่ถึงย่ำแน่เช่นนี้

 

                ระหว่างที่เสวี่ยหมิงพินิจผู้คนที่ยื่นมือช่วยเหลือ อาฉีที่เป็นผู้นำกลุ่มก็จับจ้องสำรวจเสวี่ยหมิงเช่นเดียวกัน แม้ตอนนี้มันจะไม่ได้มองไปยังร่างที่ถูกพยุงขึ้นมาจากหลุมกว้าง เพราะอาฉีกำลังจับจ้องไปที่อุ้งเท้าที่ใหญ่เท่าศีรษะมนุษย์ของสัตว์หมาในอเวจี ซึ่งเขามั่นใจว่าหอกทั้งสมาที่ขว้างออก ไม่มีอันใดที่พุ่งทำลายกรงเล็บของอสูรร้ายแม้แต่เล่มเดียว แล้วเหตุใดกรงเล็บของหมาในอเวจีตัวนี้ถึงได้หักสะบั้นลงก่อนที่จะเฉือนเนื้อของเหยื่อ แต่เมื่อมันตรวจสอบระดับพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงอีกหลายรอบ มันก็มั่นใจว่าตนเองคงคิดมากไปเอง เจ้าหมาในอเวจีตัวนี้อาจจะบาดเจ็บอยู่ก่อน ยามที่ถูกสังหาร กรงเล็บที่บาดเจ็บอาจจะถูกแรงส่งของหอก ผลักให้กระแทกกับพื้นจนหักสะบั้น

 

                เมื่อผู้คนอีกสิบกว่าคนตามมาสมทบ อาฉีก็แจ้งให้ทุกคนออกเดินทางต่อ แม้ว่าจะมีบางคนที่ต้องการจะแล่เนื้ออสูรเพื่อเป็นเสบียงกรังระหว่างเดินทาง แต่ก็ถูกอาฉีห้ามไว้ เพราะกลัวว่าจะเสียเวลา เพราะจุดหมายปลายทางคือหมู่บ้านของมนุษย์นั้นอยู่อีกไม่ไกลแล้ว


     *ปล.ลงแถมให้ตามที่บอกแล้วนะครับ ^ ^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #4218 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 08:28

    รอดแล้ว ตอนพิเศษนั่น เค้ายังไม่ได้อ่านใช่ป่าว

    #4218
    1
    • #4218-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 329)
      8 มกราคม 2562 / 08:34
      ใช่จ้า ตอนพิเศษตอนใหม่ ย้อนกลับไปต้นตอของเรื่องก่อนที่เทพมารจะมาพันภูผาเลย T T จริง พล็อตมันพันกันเยอะมาก เอามาตัดเป็นท่อน ๆ ให้จิ้นกันเอง(ยิ่งย่อพล็อตอาจจะงง ๆ บ้าง)
      #4218-1
  2. #4217 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 23:33
    ขอบคุณครับ
    #4217
    0
  3. #4216 ~>white rose<~ (@giftaji) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:27
    ขอบคุณค่ะ
    #4216
    0
  4. #4215 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:09
    ขอบคุณมากครับ^^
    #4215
    0
  5. #4214 Tumbabycorn (@Tumbabycorn) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 20:38
    รู้สึกโล่งใจอย่างบอกมิถูกละไรท์จ๋าาาา รักไรท์
    #4214
    1
  6. #4213 Witaya_l (@Witaya_l) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:46
    ขอบคุณครับ
    #4213
    0
  7. #4212 ApichatSrikham (@ApichatSrikham) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:26
    ขอบคุณมากครับ
    #4212
    0
  8. #4211 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 329)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:22

    ขอบคุณคับบบบ ..งุ้ย..น้องหมิงน่าจะได้เพื่อนใหม่เเล้วคราวเน่~~
    #4211
    1
    • #4211-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 329)
      8 มกราคม 2562 / 08:31
      ตัวประกอบคนใหม่ ^ ^
      #4211-1