เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,190 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,224

    Overall
    963,190

ตอนที่ 302 : มังกรเพลิงแห่งความโลภ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 353 ครั้ง
    19 พ.ย. 61

ตอนที่ 279

มังกรเพลิงแห่งความโลภ

 

                "เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่พลังของเจ้ากลับก้าวหน้าขึ้น จนข้าเองยังแปลกใจ" หลงเทียนหยูหยีตาจับจ้องเสวี่ยหมิงที่อยู่ห่างกันหลายร้อยวา พลางใช้ออกด้วยพลังจิตวิญญาณกดดัน แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผลกระทบต่อเสวี่ยหมิง  หลงเทียนหยูจึงได้หยุดการคุกคามทางจิตวิญญาณไว้เท่านั้น

 

                ดาบที่ใช้ออกไปก่อนหน้า ลอยกลับคืนมาอยู่ในมือขวา ส่วนมือซ้ายของหลงเทียนหยูยังคงกำหอกกระดูกเอาไว้แน่น "ด้วยฝีมือที่เพิ่มพูน เจ้าคงมั่นใจมากสินะ แต่ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น...หากเป็นเมื่อครั้งก่อนที่ปะทะกัน ข้าเองคงไม่มั่นใจว่าจะเอาชัยได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันแตกต่างออกไปแล้ว" สิ้นคำรอยยิ้มบิดเบี้ยวก็ปรากฏบนใบหน้าของหลงเทียนหยู เพลิงไฟสามสีที่อาลูอาโปเคยใช้พลันแตกออก ศาสตราทั้งสองหมุนวนอยู่รอบกายของหลงเทียนหยู ไอมารหยินจากศาสตราในมือทั้งสอง แผ่ออกห่อหุ้มร่างของหลงเทียนหยูราวกับรังไหม ควันสีดำแผ่กระจายออก แม้แต่ร่างจำแลงของมังกรโลกันตร์ก็พลอยถูกรังไหมจำแลงห่อหุ้มตามไปด้วย

 

                "แย่แล้ว นี่มันอะไรกัน..." มู่หยงเฉินที่อยู่ห่างออกไป พุ่งพลังจิตวิญญาณเข้าสำรวจรังไหมประหลาด กลับถูกพลังงานลึกลับผลักกระเด็นออกมา กลับต้องสูญเสียพลังจิตวิญญาณจากแรงกระแทกสะท้อน "แย่แล้ว...พลังของหลงเทียนหยูเกินกว่าลมปราณสวรรค์ขั้นที่หก แถมยังเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ นี่มัน..." มู่หยงเฉินยิ่งมายิ่งตื่นตระหนก แต่ด้วยประสบการณ์ต่อสู้ที่มากล้น มู่หยงเฉินจึงไม่รีรอ สั่งผู้ฝึกตนที่ตั้งแถวหน้ากระดานเรียงกันให้หุบแคบเข้ามารวมตัว พร้อมส่งคำสั่งถอยห่างจากสมรภูมิ แถมยังสั่งการณ์ให้กางม่านป้องกันแน่นหนาใว้ที่แนวหน้า แม้ไม่อาจคาดเดาผลสุดท้ายของสถานการณ์ แต่มั่นใจว่าการปะทะกันของเสวี่ยหมิง และหลงเทียนหยู ต้องรุนแรงเกินกว่าการปะทะครั้งใดที่ตนเคยประสบมาก่อน

 

                ..."ประมุขเสวี่ยหมิงหากไม่มั่นใจ ท่านหลบกลับมาก่อนดีหรือไม่"

 

                ..."ขอบคุณรองรองประมุขมู่หยงที่เป็นห่วง แต่แค่นี้ข้ายังเชื่อว่าจัดการได้"

 

                เสวี่ยหมิงส่งข้อความทางลมปราณเรียบร้อย ก็ทะยานขึ้นสูงสู่ชั้นฟ้า อาศัยการโคจรลมปราณจากเบื้องบน ดึงดูดเมฆขาวมารวมตัว ก่อเกิดชั้นน้ำแข็งปกคลุมจากเบื้องสูง

 

                ...เต๋าแห่งสมดุล ที่ใช้เพื่อถ่วงดุลพลังในร่างของเสวี่ยหมิง พลันหยุดลง ทำให้พลังที่เก็บซ่อนพลันปะทุออก

 

                พลังมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้า...ลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้าถูกใช้ออกอย่างสุดรั้ง เพียงพริบตา...มวลเมฆสูงเหนือศีรษะเสวี่ยหมิง พลันก่อตัวเป็นน้ำแข็งยืดขยายลงมายังเบื้องล่าง ก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ของมังกรน้ำแข็งทั้งเก้าสูงสง่า

 

                "พลังลมปราณสวรรค์ขั้นที่หก !!!"หลงเทียนหยูมองดูพลังลมปราณที่สั่นไหวเพิ่มขึ้นในพริบตาของเสวี่ยหมิงด้วยความตกใจ "ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก เจ้าเด้กผู้นี้ซุกซ่อนพลังได้แนบเนียนยิ่งนัก" ใบหน้าที่หมองคล้ำพลันปรากฏร่องรอยแห่งความหวังขึ้นมา

 

                ผนึกเก้ามังกรทำลายล้าง...ผนึกเก้ามังกรแต่เดิมเป็นเพียงเสาน้ำแข็งที่มีพลังมังกรซ่อนแฝงภายใน แต่เมื่อเสวี่ยหมิงบรรลุพลังลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้า จากเสาที่ผนึกพื้นที่ ก็แปรเปลี่ยนเป็นร่างของมังกรซึ่งเคลื่อนที่ได้แทนเสาทื่อ มังกรน้ำแข็งทั้งเก้า ทะยานลิ่วตรงเข้าหาศัตรูตามคำสั่งของเสวี่ยหมิง

 

                มังกรน้ำแข็งพวยพุ่งเหินลงมาจากท้องฟ้า ก่อนจะทะยานเลียบขนานไปกับพื้นปฐพี แยกย้ายออกเป็นเก้าทิศทางแตกต่าง พุ่งเข้าหารังไหมที่ขยายออกและกำลังปริแตกอยู่ในขณะนี้

 

                บรึ้ม !!!

                เสียงของรังไหมที่แตกระเบิดดังสะท้านก่อนที่ผนึกเก้ามังกรทำลายล้างจะเข้าถึง แต่แรงระเบิดนั้นเบาบางเกินกว่าจะบิดผันทิศทางการโจมตีของเสวี่ยหมิงได้ แม้ผนึกพลังที่อัดแน่นจะถูกลดทอน แต่มังกรทั้งเก้ายังคงทะยานตรงเข้าหาหลงเทียนหยู

 

                กำเนิดมังกรเพลิงแห่งความโลภ...รังไหมแตกออกเผยให้เห็นมังกรในสภาพโครงกระดูกติดเนื้อเน่าเปื่อย ดวงตาลึกโบ๋ ปรากฏเพลิงไฟทมิฬสถิตอยู่ภายใน หอกและดาบกระดูก หลอมรวมยึดติดกลายเป็นส่วนหนึ่งของแขนซ้ายขวา ร่างของหลงเทียนหยูเบ่งพองด้วยมัดกล้ามเนื้อจนผิดรูป เส้นโลหิตสีแดงในกายแปรเปลี่ยนเป็นโลหิตดำเข้ม แผ่กระจายมองเห็นเป็นเส้นสายด้วยตาเปล่าบนผิวกายอย่างเด่นชัด

 

                ทันทีที่มังกรมารแห่งความโลภตนนี้ถือกำเนิด มันก็อ้าปากกว้างในทันที ก้อนพลังงานสีดำที่ห้อมล้อมไปด้วยเพลิงดับวิญญาณ ซึ่งผสานรวมจากพลังเพลิงสามสาย (เพลิงมังกรโลกันตร์ เพลิงวิคอมตะ เพลิงทมิฬ) พวยพุ่งเข้าปะทะกับผนึกเก้ามังกรทำลายล้าง

 

                กาซซซซ !!!

                ทันทีที่เพลิงดับวิญญาณเข้าปะทะ ร่างจำแลงมังกรเหมันต์พลันส่งเสียงร้องดังด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะถูกเพลิงดับวิญญาณหลอมละลายกลายเป็นไอขาว พลังลมปราณแหลกสลาย ร่างจำแลงดับสูญ

 

                ลูกกลมสีดำที่พ่นออก ไม่ได้ตรงเข้าโจมตีเสวี่ยหมิงในทันที แต่กลับวิ่งวนล้อมรอบร่างวิปริตของหลงเทียนหยู ทำหน้าที่ราวเกราะกำแพง ปกป้องหลงเทียนหยู จากผนึกมังกรเหมันต์ทำลายล้างอีกแปดสายที่พุ่งตามหลัง

 

                เสวี่ยหมิงมองดูเหตุการณ์ที่เกิด พลางสูดลมหายใจหนาวเหน็บเข้าไปเต็มปอด คู่ต่อสู้ไม่เพียงมีระดับพลังลมปราณสวรรค์สูงส่งถึงขั้นที่เจ็ด แต่พลังแปลกประหลาดของเพลิงไฟดับวิญญาณ เป็นพลังที่เสวี่ยหมิงยังคงจดจำไม่ลืมเลือน เพราะมันคือพลังั้กัดกินร่างของผู้คน ก่อนจะหลอมรวมเป็นพลังให้ผู้ใช้  

 

                เสียงร้องโหยหวนของหลงต้าซินแว่วดังขึ้นในความคิดของเสวี่ยหมิง เพลิงไฟมารเช่นนี้...ล้วนหวาดเสียวอันตรายยิ่งนัก

 

                ...เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด เห็นทีเราคงไม่อาจเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงได้อีก

 

                แม้การตัดสินใจของเสวี่ยหมิงจะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แต่การโจมตีตอบโต้ของหลงเทียนหยูอย่างทันทีทันใด กลับว่องไวยิ่งกว่า ทันทีที่ร่างจำแลงผนึกมังกรเหมันต์ทำลายล้างตนสุดท้ายถูกทำลาย ลูกกลมสีดำก็หุบเก็บเข้าสู่ปากของมังกรเพลิงแห่งความโลภอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่ปากของมันจะหุบงับสนิท หลงเทียนหยูก็ประสานดาบกับหอกชี้ตรงไปยังร่างของเสวี่ยหมิง พลังทั้งร่างรวมรั้งเข้าหาส่วนปลายของศาตรา ร่างของมังกรเพลิงแห่งความโลภพลันทะยานพุ่งเฉียงตามออกไป กลับกลายเป็นเส้นสายสีดำ ตัดกับภาพความสว่างไสวของแสงแดดอ่อน รวดเร็วจนแม้แต่มู่หยงเฉินยังไม่อาจเห็นเหตุการณ์ได้ชัดตา

 

                เสวี่ยหมิงที่เหินร่างลงต่ำสู่พื้นยังไม่ทันตั้งตัว

                ...แย่แล้ว

 

                พลังงานที่สั่นไหว แลความรู้สึกอันตรายจากการโจมตีครั้งนี้ รุนแรงเกินกว่าที่เสวี่ยหมิงคาดเอาไว้ เต๋าแห่งมิติถูกเร่งใช้ในพริบตา เสวี่ยหมิงเอนร่างล้มหายลงไปในช่องว่างที่มืดมิดด้านหลังเพียงชั่วเสี้ยวกระพริบตา ก่อนที่พลังโจมตีครั้งนี้ของหลงเทียนหยูจะพุ่งมาถึง

 

                วูบ...บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม !!!

                ชั้นเมฆที่ยังคงจับตัวแข็งบางส่วน แต่ระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้าเบื้องบนเกิดมวลอากาศปั่นป่วนขึ้นแทนที่ ก่อนที่พลังงานซึ่งแตกระเบิดออกของมังกรเพลิงแห่งความโลภ จะกลับกลายเป็นควันดำฟุ้งกระจายกินบริเวณกว้าง เสียงคำรามของท้องฟ้าที่ไม่ยินยอมให้พลังชั่วร้ายปกคลุม พลันก่อเกิดกลุ่มเมฆดำเข้าต่อต้าน สายฟ้าแลบแปลบปลาบวิ่งไว ส่องประกายจ้าแวววับไปมา บรรยากาศของสมรภูมิยามเช้า กลับกลายเป็นเหตุการณ์วิปริตสุดเปรียบ

 

                ช่องว่างมิติเปิดออกที่เบื้องล่าง เสวี่ยหมิงที่ปรากฏตัวขึ้น แหงนหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบน ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองยังร่างของหลงเทียนหยู ที่บัดนี้ถูกเพลิงทมิฬที่ลามเลียออกมาจากศาสตรากลืนไปเข้าไปจนลำตัวท่อนบนกลายเป็นสีดำสนิท

 

                "ไอ้หนู แกหลบเก่งนักนะ คราวนี้มาดูกันว่าแกจะหลบไปไหนได้อีก" ใบหน้าบูดเบี้ยว ปากอ้ากว้างเกินกว่าผู้คนทั่วไป เผยยิ้มผิดรูปพิกลพิการน่าขยะแขยง หลงเทียนหยูแยกสองแขนออกจากกัน จ่อศาสตรามารทั้งสองขนานไปกับพื้นดิน จี้ตรงมายังเสวี่ยหมิง และกองทัพของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอัดกันอย่างแน่นขนัดที่เบื้องหลัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 353 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4097 นัทจัง (จากตอนที่ 302)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 18:13

    ทำไมเสวี่ยหมิงชอบกั๊กพลังในขณะที่เจอคู่ต่อสู้ที่สูสี ทำไมต้องรอจวนตัวทุกครั้ง ไม่เข้าใจ (อินหนักมาห)

    #4097
    1
    • #4097-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 302)
      29 พฤศจิกายน 2561 / 18:44
      เสวี่ยหมิงมันจะ นอย ๆ ตามคำสั่งของอาจารย์ตั้งแต่บทแรก ๆ ที่ฝังหัวว่าอย่าเปิดพลังทั้งหมด ให้กั๊ก ไว้บ้าง เด่นเกินมันจะไม่งาม 555+
      #4097-1
  2. #4087 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 302)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 07:46
    ขอบคุณครับ
    #4087
    0
  3. #4086 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 302)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 06:02

    หมิงๆ สู้ๆ เขานะลูก
    #4086
    0
  4. #4085 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 302)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 19:39
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #4085
    0
  5. #4084 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 302)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 18:36
    ขอบคุณค่ะ
    #4084
    0