เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,475 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,509

    Overall
    963,475

ตอนที่ 301 : เหนือชั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 342 ครั้ง
    16 พ.ย. 61

ตอนที่ 278

เหนือชั้น

 

                รุ่งสาง...เสียงเป่าหลอดเขาสัตว์วิเศษ ปลุกเร้าผู้ฝึกตนจนเลือดในกายเดือดพล่าน แม้กองทัพจะยังคงตั้งสงบนิ่ง อยู่ในแถวแนวเรียงหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ

 

                เสียงตะโกนปลุกใจที่ส่งออก ผสานตามเสียงหลอดเขาดังกึกก้อง...หากว่าศัตรูนั้นคือมนุษย์ทั่วไป เสียงที่ดังสะท้านเช่นนี้ คงโจมตีขวัญกำลังใจของพวกมันจนระย่นย่อไปเสียหลายส่วน แต่ศึกครั้งนี้ ผู้ฝึกตนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ เพียงตั้งมั่นอยู่ที่ด้านหลัง ปล่อยหน้าที่รุกรานในแนวหน้า ให้ตกเป็นของอสูรร้ายจากอเวจีเพียงลำพัง

 

                ปลดผนึกม่านพลัง !!!

                เสียงตะโกนสั่งการของนายกอง ที่ได้รับคำสั่งจากมู่หยงเฉิน ดังไล่เรียงกันไปตามแถวแนว  เสียงขานรับ ดังจนครบทุกกองกำลังที่ตั้งมั่น

 

                ...สิ้นเสียงขาน ลมเย็นก็พัดโชย หอบเอากลิ่นอายสงครามครามแรกของวันเข้าปะทะหน้าเหล่าผู้ฝึกตน

 

                ทันทีที่ม่านพลังยุบตัวลง สัตว์อสูรจากอเวจี ที่มีเพียงความหิวกระหายในการฆ่า และกลืนกินพลังธาตุหยินของดวงวิญญาณที่ตกตายเป็นอาหารบำรุงตน ต่างก็ยื้อแย่งเบียดเสียดกัน ตรงเข้าใส่กองทัพของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ราวกับว่ามันเห็นเหล่าผู้ฝึกตนเป็นเพียงอาหารที่วางรออยู่บนโต๊ะ ซึ่งหลายวันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ม่านพลังป้องกันพังทลายหรือถูกปลดออก การปะทะก็จะเกิดขึ้นในรูปแบบซ้ำ ๆ เริ่มต้นด้วยเหล่าอสูรร้ายใช้จำนวนที่มีมากมายเหลือคณานับ เข้าสะกดข่มพลังความสามารถของผู้ฝึกตน และเมื่อการปะทะยืดยาวออก ปริมาณที่มากล้นก็เริ่มจะเอาชนะคุณภาพของฝั่งวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนั้นเหล่าผู้ฝึกตนที่เหนือชั้น รวมถึงมู่หยงเฉินเอง ก็จะออกมาช่วยกันผลักดัน และกางม่านพลังป้องกันที่แนวหลัง พลางถอยร่นกองกำลังที่บอบช้ำให้ได้มีเวลาพักหายใจ และฟื้นฟูพลังลมปราณ

 

                ที่กล่าวมาทั้งหมดคือการทำสงครามตลอดหนึ่งสัปดาห์อันหนักหนาของมู่หยงเฉินเพียงลำพัง แต่วันนี้ผู้นำทัพนั้นเปลี่ยนมือ แม้วันนี้กองทัพจะเริ่มสงครามด้วยรูปแบบเดิม ๆ แต่เสวี่ยหมิงมั่นใจว่าทุกสิ่งจะไม่เหมือนเดิม

 

                เสียงสั่งการปลดม่านพลังยังไม่ทันจางหาย การโจมตีของเหล่าอสูรร้ายยังไม่เกิดขึ้น ร่างของเสวี่ยหมิงในชุดเรียบหรู ซึ่งหลงซานอี้และผู้อาวุโสตระกูลหลงเหมันต์มอบให้ ก็ทะยานล้ำโดดเด่นไปยังเบื้องหน้าของกองกำลังที่ตั้งเป็นแถวแนวยาวทอดไกลไปหลายลี้ ความไวของเสวี่ยหมิง สุดที่สายตาของผู้ฝึกตนระดับล่างจะตามติด มีเพียงแต่เหล่าแม่ทัพนายกอง รวมถึงมู่หยงเฉินเท่านั้น ที่กำลังอ้าปากค้าง...ตกตะลึงกับความมุทะลุของประมุขวัยเยาว์ผู้นี้

 

                "เสวี่ยหมิงอย่าเพิ่งวู่วาม !!!" มู่หยงเฉินเอ่ยโดยเร่งรีบ พลางทะยานตามหลังเสวี่ยหมิงไปด้วยพลังทั้งหมดที่มี แม้ความไวของมู่หยงเฉินจะนับว่าเป็นอันดับหนึ่งของกองทัพปกป้องตะวันตก แต่ยิ่งมายิ่งถูกเสวี่ยหมิงทิ้งห่างไปไกล

 

                ...รัศมีราชันย์มังกร

                ...เขตแดนมังกรเหมันต์ เพียงแค่แรกปะทะเสวี่ยหมิงก็ไม่เก็บออมวิชาที่เพิ่งเรียนรู้ พลังของเขตแดนมังกรเหมันต์ ขยายออกจากร่างของเสวี่ยหมิงในชั่วพริบตา ไอเย็นพัดแตกกระจาย ปลิวต้านกระแสลม จู่ ๆ หิมะเบื้องบนก็โปรยปรายโดยไร้ที่มาให้สืบสาว สรรพสำเนียงอึกทึกดังก้องก่อนหน้า พลันเงียบสงบ เพียงแค่ไม่ถึงห้าลมหายใจ พื้นที่โดยรอบข้างเสวี่ยหมิงนับสิบลี้ กลับกลายเป็นเพียงทุ่งน้ำแข็งสีขาวโพลน สัตว์อสูรอเวจีที่พลังต่ำกว่าเชื่อมฟ้าดินล้วนตกตายตั้งแต่ไอเย็นเข้าแทรกซึม ส่วนระดับที่สูงกว่านั้น แม้ไม่ตายแต่ยังถูกแช่แข็งผนึกค้าง มีเพียงสัตว์อสูรลมปราณเที่ยงแท้ไม่กี่ตน ที่ทำหน้าที่ราวกับผู้นำกองทัพ ที่ยังคงขยับร่างกายได้ แต่จากไอเย็นที่แทรกซึม พวกมันคงมิอาจใช้ความเร็วของท่าร่างหลบรอดเงื้อมมือมัจจุราชเยาว์วัย ที่ยังคงก้าวเท้าผ่านทุ่งสังหารอันเย็นเยือกด้วยความปลอดโปร่ง ราวกับว่าการปลิดชีวิตกองทัพอสูรหลายหมื่นตนในครั้งนี้ ง่ายดายไม่ต่างจากการล้วงหยิบผลส้มในตะกร้าของตนเอง

 

                หลงเทียนหยู !!!...หลงเทียนหยู !!...หลงเทียนหยู !!!

                เสียงตะโกนของเสวี่ยหมิงแฝงพลังทำลายของรัศมีแห่งราชันย์มังกร ดังกึกก้องสะท้อนไกล ไม่เพียงแต่ส่งสารข้อความไปถึงศัตรูตัวฉกาจ แต่แรงสั่นสะเทือนของคลื่นเสียง ยังมีผลต่อร่างที่ถูกผนึกแข็งเพราะความเย็นสุดขั้วก่อนหน้า ให้พังทลายลง เกล็ดน้ำแข็งที่อาบย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิต แตกกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง อสูรหลายพันตนที่เหลือรอดจากการลงมือในครั้งแรก ล้วนตกตายไปอย่างเลอะเลือน ภาพความยิ่งใหญ่อลังการของการสังหารในครั้งนี้ ทำเอาผู้ฝึกตนของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ส่งเสียงตะโกนก้อง ขานคำ...ประมุขเสวี่ยหมิง !!! ด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม ดังกระหึ่ม

 

                แม้แต่มู่หยงเฉินยังต้องขยี้ตาตัวเอง มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว

                ...หลงเสวี่ยหมิง เจ้าช่างเป็นบุคคลที่เกินกว่าความคาดคิดของข้าได้ตลอดเลยสินะ

                ความบูดบึ้ง ตึงเครียดบนใบหน้า ที่ปรากฏมาหลายวันของมู่หยงเฉิน พลันจางหายไปพร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ออกจากปาก...ประมุขเสวี่ยหมิง !!!

 

                ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!

                ครู่เดียว เสียงหัวเราะตอบรับของหลงเทียนหยู ก็ดังสะท้อนกลับมาราวกับลูกธนูขนาดยักษ์ การโจมตีระยะไกลที่ผสานลมปราณเช่นนี้ แม้ไม่มีผลต่อเสวี่ยหมิง แต่หากไม่ต้านรับเอาไว้ เชื่อว่าคงต้องมีผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านหลังไกลออกไป ได้รับบาดเจ็บบ้าง เสวี่ยหมิงจึงไม่ลังเลที่จะสร้างแผ่นน้ำแข็งบางงอกเงยขึ้นจากพื้น  กลายเป็นม่านใสกำบังคลื่นเสียงที่ส่งเข้ามาของหลงเทียนหยู

 

                เพล้ง !!!

                หนึ่งทำลายหนึ่งปกป้องหักหาญ สองพลังต่างแตกสลายหักล้าง

 

                ทันทีที่ม่านน้ำแข็งแตกกระจาย ร่างที่พวยพุ่งราวกับดาวตกสีเขียวแสบตา ก็ทะยานตรงเข้าหาเสวี่ยหมิง พร้อมด้วยศาสตรารูปลักษณ์คล้ายกระดูก

 

                ...หนึ่งหอก หนึ่งดาบ ศาสตรามาร หมุนควงขนาบซ้ายขวาอยู่ข้างกายของหลงเทียนหยู

 

                "สวรรค์มีทางเดิน เจ้าไม่ไป กลับเลือกเดินเข้าหานรกเช่นนี้ ช่างโง่เง่ายิ่งนัก" หลงเทียนหยูสะบัดดาบด้วยจิต พลังลมปราณในร่างพลันวูบไหวขึ้นสูง ดาบวิเศษเล่มนี้ หลงเทียนหยูได้รับมาจากแหวนมิติบนซากศพหลงอู่ ไม่เพียงเป็นศาสตรามารในระดับสวรรค์ แต่มันยังมีพลังงานชั่วร้ายของอเวจีแฝงอยู่ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลงเทียนหยูสามารถบังคับเหล่าอสูรร้ายจากอเวจีให้ฟังคำสั่งตนเอง

 

                ดาบกระดูกมารอเวจี...ดาบวิเศษสะบัดฟาดจากบนลงล่าง ใช้ออกด้วยท่ามังกรสะบัดหาง เพลิงไฟสีเขียวสดที่ห่อหุ้มตัวดาบพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเย็น วูบไหวราวกับวิญญาณหลอน ปราณดาบฟาดสะบัดไว ก่อนรูปราวกับแส้อสรพิษ ลมปราณโจมตีแหลมคมกัดกร่อน ส่ายสะบัดไปมาไม่อาจคาดเดาจุดหมายปลายทางแน่ชัด

 

                แม้ท่าโจมตีดุดันเกรี้ยวกราด จนผู้คนของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ล้วนลืมหายใจด้วยความตระหนก แต่เสวี่ยหมิงที่เป็นคู่ปะทะกลับมิได้หนักใจ เพียงหยีตาลงจนเล็กเรียวคมกล้า มือขวายกกรีดออก ไอเย็นสุดขั้ว ถูกบีบอัดผ่านสองนิ้วที่จีบเข้าหากัน ก่อเกิดสภาวะแหลมคมเป็นเส้นสาย ก่อนจะสะบัดส่ายถักสานกันไปมาราวกับตาข่าย พร้อมกระแทกออกต้านทาน ส่วนกำปั้นซ้ายที่ดึงรั้งเข้าแนบเอว ดึงดูดรวมรั้งไอเย็นจากเขตแดนเหมันต์ที่ขยายออกก่อนหน้าเข้ามารวมตัว จนเลือดเนื้อกลับกลายเป็นแก้วใส

 

                เปรี้ยง !!!

                เสียงปะทะครั้งแรกสั่นสะท้าน มวลอากาศเวิ้งว้างแตกระเบิด ส่งกระแสลมคมกล้าสะท้อนออกโดยไร้ทิศทาง เฉือนทำลายพื้นผิวปฐพีรอบข้าง พังทลาย แต่การโต้กลับของเสวี่ยหมิง มิได้มีเพียงหนึ่ง หมัดซ้ายที่รวมรั้ง พลันพุ่งทะยานซ้ำ ก่อเกิดเป็นเงาร่างของมังกรน้ำแข็ง ทะยานตามติดการปะทะแรก ตรงเข้าหาหลงเทียนหยู

 

                "เจ้าเองก็มีดีเหมือนกันสินะ" หลงเทียนหยูปากเอ่ยตอบโต้ แต่มือขวาเอื้อมไปกระชับหอกโครงกระดูกที่ลอยอยู่มากระชับมั่นในมือ ก่อนจะเสือกแทงออกไปพร้อมเพลิงมังกรโลกันตร์ขั้นที่แปด แต่ไม่ทันที่เพลิงมังกรสีแสดร้อน จะพวยพุ่งออกไป ร่างจำแลงของมังกรโลกันตร์กลับถูกพลังหลอนวิญญาณของหอกมารกัดกินจนเหลือแต่โครงกระดูก พลังที่ทะยานออกไปจากปลายหอก แปรเปลี่ยนจากเพลิงร้อน กลายเป็นร่างจำแลงของโครงกระดูกมังกรมารที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงไฟทมิฬวูบไหว

 

                หนึ่งมังกรเหมันต์ หนึ่งมังกรมาร ปะทะกันที่กลางอากาศ ในตอนแรก แรงผลักดันจากมังกรเหมันต์ดูจะพุ่งทะยานรุนแรงได้เปรียบ แต่แล้วเมื่อร่างจำแลงของโครงกระดูกมังกรมารแตกสลาย เพลิงทมิฬสีฟ้าหลอน กลับแตกระเบิดออกไปพร้อมกัน สกัดกั้นพลังของเสวี่ยหมิงให้หยุดอยู่ที่จุดปะทะ

 

                การปะทะระลอกแรกจึงยุติลงด้วยผลที่คู่คี่ก่ำกึ่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 342 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #4081 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 301)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 01:47
    ขอบคุณครับ
    #4081
    0
  2. #4080 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 301)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 21:22

    สวรรค์มีทางเดินเจ้าไม่ไป...

    ประโยคสุดคลาสสิค 5555
    #4080
    0
  3. #4079 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 301)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 21:18

    น่าาาาาา อลังมะละ//หมิงๆไปเย้ยยย ข้าเลือกเจ้า?!
    #4079
    0