เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,183 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,217

    Overall
    963,183

ตอนที่ 30 : คำพิพากษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 960 ครั้ง
    10 มี.ค. 61

ตอนที่ 28

คำพิพากษา

 

                จิวอิงประกาศให้เวลาชั่วก้านธูปสำหรับการทดสอบแบ่งระดับของพรสวรรค์ลมปราณ ผู้ทดสอบหลายคนล้วนเคยทำการทดสอบเช่นนี้มาก่อนในตระกูลของตนเองมาแล้ว ทำให้พวกมันไม่ลังเลที่จะถ่ายเทลมปราณลงไปในหิน บางคนได้สองชิ้น บางคนทำให้หินแตกได้ถึงสามชิ้น ส่วนผู้ที่ทำให้หินดำแตกได้ถึงสี่ชิ้นนั้น ในตอนนี้มีไม่ถึงสิบคน และมีเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้หินดำในมือแตกได้ออกเป็นห้าชิ้น

 

                จิวอิงมองดูเศษหินที่แตกเป็นห้าชิ้นในมือของจื่อฮุยด้วยความพอใจ แต่ก็มิได้กล่าวชมอันใดออกมา ตอนนี้ผู้ทดสอบเกินกว่ากึ่งหนึ่งล้วน ทดสอบในขั้นที่สามเสร็จสิ้นแล้ว

 

                ...ทำไมหินในมือเราถึงไม่ยอมแตกออกเลย

                เสวี่ยหมิงเองในวัยเด็กก็เคยได้รับการทดสอบเช่นนี้ในตระกูลหย่ง และผลก็คือเขาสามารถทำให้หินสีดำแตกออกได้ถึงสี่ส่วน แม้หินดำที่ใช้ในตระกูลหย่งจะมีความแม่นยำต่ำกว่าของสำนักมังกรฟ้าก็ตาม แต่ก็คงไม่ให้ผลการทดสอบที่แตกต่างกันนัก ซึ่งในเวลานั้นผลการทดสอบนี้ก็เป็นเหตุผลที่เสวี่ยหมิงถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะน้อยของตระกูลหย่ง แต่เหตุใดในวันนี้เขาจึงไม่สามารถทำให้หินดำแตกออก

 

                เสวี่ยหมิงลอบคร่ำครวญในใจอยู่ตลอดเวลา กลืนน้ำลายลงคอไปก็หลายครา แม้เสวี่ยหมิงจะรู้จากจื่อฮุยว่าการทดสอบในรอบที่ 3 นี้ไม่มีผลต่อการเข้าเป็นศิษย์สำนักมังกรฟ้า แต่นั่นก็เพราะว่าทุกคนก่อนหน้าล้วนทำให้หินนั้นแตกได้มาโดยตลอด ในประวัติศาสตร์การรับศิษย์ของสำนักมังกรฟ้า ไม่เคยมีใครที่ประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกับเสวี่ยหมิงมาก่อน

 

                ดวงตาทั้งสองของเสวี่ยหมิงปิดสนิท มือขวาของเขากำหินสีดำเอาไว้แน่น เสวี่ยหมิงพยายามรีดเร้นลมปราณภายในกายให้เคลื่อนมารวมตัวกันที่บริเวณมือขวา แต่ทุกครั้งพลังงานความร้อนก็จะเคลื่อนตามมาด้วย ซึ่งเสวี่ยหมิงก็ไม่ได้ใส่ใจ แถมยังมองว่าพลังงานสายนี้อาจจะช่วยทำให้ระดับของพรสวรรค์ตัวเองเพิ่มขึ้น แต่ความเป็นจริงนั้นกลับแตกต่าง

 

                หินสีดำนั้นความจริงหาใช่ก้อนหิน แต่มันคืออวัยวะชนิดหนึ่งของสัตว์อสูรที่ชื่อว่ากิ้งก่าทมิฬ หินดำที่แท้จริงก็คือเกล็ดของเจ้าสัตว์อสูรกิ้งก่าทมิฬ ที่นำมาผ่านขั้นตอนอีกเล็กน้อย จนสามารถในวัดระดับการดูดซับของลมปราณ และไวต่อการแปรเปลี่ยนของพลังงานต่าง ๆ ในร่าง ยิ่งผู้ฝึกตนสามารถดูดซับลมปราณได้ไว นั่นก็หมายถึงว่าคนผู้นั้นจะสามารถฝึกฝนลมปราณได้ไวกว่าผู้อื่นในจำนวนทรัพยากรที่เท่ากัน ส่วนการแปรผันนั้น ถูกตีความไปว่าผู้ที่สามารถแปรผันลมปราณได้ดีกว่า ย่อมสามารถฝึกฝนทักษะยุทธ์ต่าง ๆ ได้ราบรื่นกว่า นั่นจึงเป็นที่มาของการทดสอบโดยใช้หินดำ

 

                แต่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดในการดูดซับลมปราณของเสวี่ยหมิง นั้นเป็นเพราะว่าหินดำนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิต ที่สามารถแปรผันและเชื่อมต่อเข้ากับผู้ที่ถือมันไว้ในมือได้อย่างกลมกลืน ราวกับกลายเป็นเลือดเนื้อของผู้ที่ถือมันไว้ นั่นจึงเป็นเหตุให้ลมปราณร้อนลวกที่มีความสามารถในการรักษา คงสภาพของหินดำในมือของเสวี่ยหมิงเอาไว้ ซึ่งในเวลานี้ลมปราณร้อนนั้นมีพลังเหนือกว่าลมปราณอันอ่อนแอในร่างของเสวี่ยหมิง เมื่อลมปราณของเสวี่ยหมิงพยายามจะดูดซับพลังจากภายนอกเข้าสู่หินดำเพื่อทำให้มันแตก ลมปราณร้อนลวกก็พยายามฟื้นคืนมันกลับมาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง กลายสภาพเป็นหนึ่งทำลาย หนึ่งซ่อมสร้าง และที่สำคัญพลังในการซ่อมสร้างนั้นดันมีมากกว่าพลังทำลาย จึงทำให้หินดำในมือของเสวี่ยหมิงนั้นไม่มีแม้แต่รอยร้าวมันยังคงสมบูรณ์เหมือนใหม่ทุกประการ

 

                ในที่สุดเวลาชั่วหนึ่งก้านธูปก็ผ่านพ้นไป...

 

                ผู้เข้าทดสอบที่สามารถทำให้หินดำแตกออกเป็น 5 ส่วน 2 คน คนแรกไม่เป็นที่น่าตระหนกนัก เพราะทุกคนในเมืองหยกม่วงล้วนรู้ดีว่าตระกูลจื่อ นั้นเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจแถมทายาททุกรุ่นล้วนมากด้วยพรสวรรค์ การที่จื่อฮุยทำให้หินสีดำแตกออกได้ถึง 5 ส่วน แม้จะนับว่าเป็นอัจฉริยะน้อยคนหนึ่ง แต่ล้วนไม่เกินความคาดหมาย ผิดกับเด็กหนุ่มนามว่า...ลี่ฝาง ซึ่งเดินทางมาจากเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันออก

 

                ...มองจากสีหน้าและแววตาของจิวอิง ดูเหมือนว่าเขาจะสนใจในตัวเด็กน้อยลี่ฝางอยู่พอสมควร

 

                ส่วนผู้ที่ทำให้หินสีดำแตกออกเป็น 4 ส่วน นั้นมี 12 คน ทุกคนล้วนจัดว่ามีศักยภาพพอที่จะก้าวขึ้นเป็นศิษย์ฝ่ายในของสำนักมังกรฟ้าในอนาคต แม้จิวอิงจะไม่ได้แสดงสีหน้าพออกพอใจ แต่ก็พยักหน้ารับอยู่หลายครา

 

                หลังจากนั้นก็เป็นผู้เข้าทดสอบที่ทำให้หินดำแตกออกได้ 3 ส่วน และ2ส่วนตามลำดับ ซึ่งจิวอิงหาได้เหลือบแล จนกระทั่งเหลือผู้ทดสอบเพียงคนเดียว

 

                "ผู้เข้าทดสอบที่ไม่สามารถทำให้หินดำแตกมี 1 คน..."

 

                "เจ้าว่าอะไรนะ !" ทันทีที่ศิษย์นอกซึ่งเป็นผู้รวบรวมผลการทดสอบเอ่ยขึ้น จิวอิงก็มองดูมันอย่างหัวเสีย "พูดใหม่อีกทีสิ"

 

                เมื่อเห็นปฏิกิริยาของรองประมุขสำนักมังกรฟ้า สีหน้าของเสวี่ยหมิงก็กลับกลายเป็นปั้นยาก

 

                "รายงานท่านรองประมุขจิว ปีนี้มีผู้เข้าทดสอบที่ไม่สามารถทำให้หินดำแตกครับ"

 

                "งี่เง่า งี่เง่าสิ้นดี"

 

                แม้จื่อฮุยจะบอกกับเสวี่ยหมิงมาก่อนการทดสอบในรอบนี้ว่า ทุกคนที่มาถึงรอบที่ 3 ล้วนการันตีว่าสามารถผ่านเข้าเป็นศิษย์สำนักมังกรฟ้าได้อย่างแน่นอน แต่นั่นเป็นเพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับเสวี่ยหมิงมาก่อน

 

                "ใครกันที่งี่เง่าเช่นนี้ จงก้าวออกมา !" รองประมุขจิวรู้ดีว่า การทดสอบในรอบที่ 3 ในอดีตตั้งแต่ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้ามา ไม่เคยมีการกำจัดผู้เข้าทดสอบออกแม้แต่คนเดียว เพราะถือว่าผู้ที่ผ่านทดสอบจาก 2 รอบแรกถือว่ามีคุณสมบัติที่เพียงพอแล้วสำหรับการเข้าเป็นศิษย์ในสำนักมังกรฟ้า ซึ่งในรอบที่ 3 นั้น ทำการทดสอบเพียงเพื่อช่วยในการจัดสรรทรัพยากรของสำนักมังกรฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด

 

                รวมถึงตัวของจิวอิงเองที่ครั้งหนึ่งมันเคยได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะน้อยในรุ่นของตัวเองมาก่อน ทำให้ติดนิสัยชอบความสมบูรณ์แบบ เมื่อพบว่ามีบุคคลไร้พรสวรรค์ขนาดไม่สามารถทำให้หินดำแตกออกได้ปรากฏผ่านเข้ามา แถมยังเป็นครั้งที่มันรับหน้าที่เป็นประธานในการับศิษย์รุ่นนี้อีก จิวอิงจึงรู้สึกหัวเสียเป็นอย่างยิ่ง

(ในทุกปีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานในการรับศิษย์ใหม่ จะถูกแต่งตั้งโดยประมุขของสำนัก แต่โดยส่วนใหญ่ประมุขก็จะแต่งตั้งรองประมุขทั้งสองสลับกันไปมา ยกเว้นปีที่รับรู้ข่าวมาก่อนว่าจะมีอัจฉริยะที่พิเศษกว่าคนอื่น ๆ มาสมัคร ประมุขของสำนักมังกรฟ้าก็จะสละเวลามาเป็นประธานเอง เช่นเมื่อปีที่แล้วซึ่งจิวซินมาเข้ารับการทดสอบ)

 

                เมื่อสลัดความกังวลออกไปได้ เสวี่ยหมิงจึงก้าวออกไปข้างหน้าด้วยความมาดมั่น หลังจากที่ผ่านความยากลำบากมาถึง 2 ด่านหากให้เขาต้องมาตกรอบเพราะเจ้าหินดำเพียงก้อนเดียว เสวี่ยหมิงย่อมไม่ยินยอมพร้อมใจเป็นแน่

 

                จิวอิงไม่แม้แต่จะชายตาเหลือบแลเสวี่ยหมิง มันกลับเรียกรายงานการทดสอบทั้ง 2 รอบของเสวี่ยหมิงขึ้นมาชมดู "น้ำหนักหมัด 1000 จิน" น้ำเสียงของจิวอิง เอ่ยขึ้นด้วยความดูแคลน เพราะน้ำหนัก 1000 จินถือเป็นน้ำหนักหมัดที่ต่ำที่สุดในการผ่านเกณฑ์ "รอบที่ 2..."จิวอิงแสดงสีหน้าไม่พอใจนัก "ผู้อาวุโสปู้..." จิวอิงหันไปสอบถามปู้เจิน "ท่านตัดสินว่าเจ้าเด็กงี่เง่าที่มีน้ำหนักหมัดเพียง 1000 จินคนนี้ สามารถที่จะสังหารสัตว์อสูรลมปราณพื้นฐานขั้นที่ 1 ได้เช่นนั้นรึ"

 

                เมื่อจิวอิงเรียกดูบันทึกการทดสอบของเสวี่ยหมิง ปู้เจินก็รู้ดีว่าเรื่องราวต้องส่งมาถึงรอบของตน จึงมิได้ตื่นตระหนก ปู้เจินยิ้มกว้างก่อนกล่าวด้วยความมั่นใจ เพราะปู้เจินเองก็รู้สึกถูกชะตากับเสวี่ยหมิงมิใช่น้อย "ข้ายืนยันว่านี่เป็นเรื่องจริง" ก่อนจะอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ในการทดสอบในรอบที่ 1 และรอบที่ 2 ตามความเป็นจริง

 

                แม้จิวอิงจะยังคงข้องใจ แต่ด้วยฐานะของผู้อาวุโส คำพูดของปู้เจินที่ยืนยันหนักแน่น ทำให้จิวอิงไม่อาจหาข้อขับไล่เสวี่ยหมิงให้ตกจากการทดสอบไปได้ จนเมื่อมันเหลือบมองมายังเสวี่ยหมิงที่ยังคงมีแววตาที่มาดมั่นไม่หวาดหวั่น ต่อมความหงุดหงิดของจิวอิงก็เหมือนถูกกระตุ้น "อืม แม้ว่าจะไม่เคยมีผู้ใดตกการทดสอบในรอบที่สามมาก่อน แต่นั่นก็เพราะก็ไม่เคยมีใครงี่เง่าไร้พรสวรรค์เช่นเจ้าเด็กคนนี้มาก่อน" ในที่สุดจิวอิงก็ไม่อาจควบคุมความคิดขับไล่เสวี่ยหมิงได้อีก มันเตรียมจะตัดสินความในประโยคต่อไป "ข้าในฐานะประธานควบคุมการรับศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าในปีนี้ขอตัดสินให้..."

 

                แต่ไม่ทันที่จิวอิงจะเอ่ยจบประโยค เสียงทรงอำนาจอีกสายก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน "หยุดก่อน !" สายตาเกือบทุกคู่ล้วนหันไปตามที่มาของเสียง เพราะผู้คนในสำนักมังกรฟ้าล้วนรู้ดี ว่าผู้ที่กล้าเอ่ยแทรกคำของจิวอิงในสำนักมังกรฟ้าแห่งนี้ มีจำนวนไม่เกินนิ้วบนฝ่ามือเพียงข้างเดียวเท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 960 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #4486 wastoo (@wastoo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:28
    ขำอีกรอบ5555
    #4486
    0
  2. #4445 Nista0227 (@Nista0227) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:47
    สำนักนี้รวบรวมคนโง่อ่อ ไปเข้าที่อื่นเหอะ
    #4445
    1
    • #4445-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 30)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:16
      สำนักนี้เล็กจิ๋วมาก ๆ
      #4445-1
  3. #3532 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 16:11
    ผลการสอบผิดปกติ -ก็ยังปล่อยผ่าน เป็นถึงรองอธิการแต่ดันมาโชว์โง่ นี่มันสถาบัณผลิตความโดยแท้ อย่าไปอยู่ที่นี่เลย เดี๋ยวจะเป็นควายอีกตัว
    #3532
    0
  4. วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:12
    <p>เพราะมีพลังพิเศษ... เลยวัดพลังแบบปกติไม่ได้</p>
    #1403
    0
  5. #1176 MongkolBoo (@MongkolBoo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:16
    ใครมาอ่ะ
    #1176
    0
  6. #147 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 11:08
    ใครมาช่วยไว้นะ
    #147
    0
  7. #116 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 17:35
    ค้างๆๆๆๆ
    #116
    0
  8. #115 dogkao_ai (@aajung403) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:23
    โอ้ะ...ค้างค่ะไรท์ =..=
    #115
    1
    • #115-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 30)
      11 มีนาคม 2561 / 11:54
      ^ ^ พิมพ์มะทันอะ เดี๋ยวต้อง Rewrite ด้วย 3 เรื่องรอปิดจบได้ซักเรื่องจะอัพให้รัว ๆ เลยจ้า
      #115-1
  9. #114 Zensiki HazenTech (@TunvaJunyongyod) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 15:32
    สรุป ทุกคนยังยืนที่เดิมขอรับ
    #114
    1
    • #114-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 30)
      11 มีนาคม 2561 / 11:55
      พล็อตมันก็ดึง ๆ มาจากความทรงจำไรท์ละ เพราะอ่าน ๆ ค่อนข้างเยอะ มันเลยจะคล้าย ๆ
      หลายเรื่องบ้างบางจุดครับ ^ ^
      #114-1
  10. #113 thavadg (@thavadg) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:35
    ต่ออีกตอนนะครับ
    #113
    1
    • #113-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 30)
      11 มีนาคม 2561 / 11:57
      ขอบคุณที่ติดตตามครับ ถ้าพิมพ์ได้เยอะ ๆ จะลงเพิ่มให้ครับ
      #113-1
  11. #112 nmnasaty32 (@nmnasaty32) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:47
    ต่อๆๆๆ
    #112
    0