เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,057 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,401 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,091

    Overall
    963,057

ตอนที่ 299 : พลังที่แท้จริงของวาสนาบรรลุเซียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 336 ครั้ง
    12 พ.ย. 61

ตอนที่ 276

พลังที่แท้จริงของวาสนาบรรลุเซียน

 

                ภายในวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ โดยรอบใจกลางผนึกปฐพี ล้วนปรากฏลมปราณธรรมชาติบริสุทธิ์หนาแน่นกว่าในบริเวณอื่น ทำให้เสวี่ยหมิงและรองประมุขทั้งสี่ เห็นพ้องในการสร้างสถานที่ฝึกฝนพิเศษไว้รอบข้าง แบ่งเป็น 5 ห้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นตกเป็นของเสวี่ยหมิง ส่วนอีกสี่ห้องเป็นของรองประมุขทั้งสี่

 

                เสวี่ยหมิงซึ่งปิดด่านภายในห้องฝึกฝนพิเศษของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่รอช้าดึงดูดพลังของ...แก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ ที่เก็บเอาไว้มาหลอมรวมในทันที พลังชีวิตที่อันแน่นอยู่ภายในมากมายเหลือคณา ไม่เพียงชำระล้างเส้นโลหิตที่ปนเปื้อนของมังกรในร่างของเสวี่ยหมิงให้บริสุทธิ์ขึ้น แต่ยิ่งเสวี่ยหมิงดึงดูดพลังที่ซ่อนอยู่ในแก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ ไขสันหลังของเสวี่ยหมิงก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น แม้ว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าจะก่อเกิดไขสันหลังชุดใหม่ให้เสวี่ยหมิงเมื่อครั้งอดีต แต่ยังไม่อาจเทียบกับไขสันหลังใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในครั้งนี้

 

                สามวันสามคืนผ่านพ้นไป ไขสันหลังชุดใหม่ที่กำเนิดจากแก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ก็ลุล่วง ทำให้รัศมีไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเสวี่ยหมิงอยู่ตลอดเวลา

 

                ...พลังงานไอเย็นที่แผ่ออกมาเองเช่นนี้ คลับคล้ายกับพลังที่กระจายออกมาจากจี้หยดน้ำยามยิ่งนัก

 

                ไขสันหลังก่อเกิดเป็นคำรบแรก กระดูกในส่วนอื่น ๆ จึงค่อยแปรเปลี่ยนตาม จนกระดูกทั่วทั้งร่างของเสวี่ยหมิง เปี่ยมล้นไปด้วยพลังของมังกรเหมันต์ ขั้นตอนทั้งหมดจึงยุติลง พร้อมแก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ที่เหือดแห้งไปจนหมดสิ้น

 

                แม้จะได้รับกระดูก และไขสันหลังของมังกรมาแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้าเท่านั้น เสวี่ยหมิงท่องเคล็ดความของวิชาจนขึ้นใจอยู่ก่อน เมื่อทุกอย่างพร้อมลมปราณภายในร่างก็โลดแล่นไปตามทิศทางที่ต้องการ กระดูกมังกรที่เพิ่งก่อเกิด กลับกลายเป็นใสราวกับแก้ว ไอเย็นหนาที่แผ่ออกจากร่าง พลันหลุบหายกลับคืน ความเย็นเยือกภายนอกไม่หลงเหลืออยู่อีก แต่ความเย็นเยือกภายในล้วนสูงล้ำกว่าแต่ก่อนชนิดที่มิอาจเปรียบ แม้แต่เพลิงวิหคที่บริเวณหัวใจยังถูกชั้นน้ำแข็งลมปราณในร่างผนึกให้อยู่แต่ในที่ตั้ง ไม่อาจเคลื่อนผ่านเส้นชีพจรที่ผนึกแข็งด้วยลมปราณมังกรเหมันต์ยะเยือกสุดขั้วในตอนนี้

 

                เมื่อเสวี่ยหมิงโคจรพลังอย่างต่อเนื่องตามเคล็ดวิชามังกรเหมันต์ขั้นที่เก้าราวครึ่งเดือน พลังลมปราณภายในก็สูงขึ้นจนมาจ่ออยู่ที่สุดปลายของลมปราณสวรรค์ระดับที่สอง แต่พลังที่เพิ่มพูนอย่างรวดเร็วพลันหยุดชะงักลง

 

                ...หากเราจะทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับลมปราณสวรรค์ขั้นที่สาม คงต้องอาศัยผลของการปะทุจากการสำเร็จเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้าหนุนเสริม

 

                ตอลดเวลากว่าครึ่งเดือนเสวี่ยหมิง ยังไม่เร่งร้อนที่จะบรรลุพลังมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้า ตามคำแนะนำของหลงซานอี้ เพราะผู้เป็นลุงรู้ดีว่าการทะลวงผ่านระดับชั้นของลมปราณสวรรค์ จำเป็นต้องอาศัยการเพิ่มขึ้นของพลังลมปราณจำนวนมหาศาลอย่างเฉียบพลันในการทะลวงผ่านคอขวด ไม่สามารถอาศัยเพียงการฝึกฝนทั่วไปในการข้ามระดับได้เช่นเดียวกับขอบขั้นของลมปราณเที่ยงแท้

 

                ทำให้เสวี่ยหมิงตัดสินใจ อาศัยเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้า ช่วยดึงดูดพลังจากภายนอก แต่ยังไม่ฝึกฝนจนถึงขั้นตอนสุดท้าย และอาศัยพลังวิเศษที่เกิดจากไขกระดูกมังกรเหมันต์ในร่าง ผสานรวมกับมุกวาสนาบรรลุเซียนที่กลายเป็นก้อนพลังงานวิเศษอยู่ภายในทะเลลมปราณบริเวณตันเถียน เพื่อเพิ่มระดับลมปราณให้สูงที่สุดก่อน

 

                และในตอนนี้เมื่อระดับพลังลมปราณมาติดอยู่ที่คอขวดแล้ว เสวี่ยหมิงก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องระดับความเข้มข้นของลมปราณในร่างอีก พลังลมปราณมังกรที่อัดแน่นอยู่ในเส้นชีพจรแตกระเบิดออก เงาร่างของมังกรเหมันต์ปรากฏขึ้นที่เบื้องหลัง น้ำแข็งที่ผนึกเอาไว้ในร่าง ปรากฏออกมาภายนอก ก่อเป็นเสามังกรน้ำแข็งทั้งห่อหุ้ม และยกร่างที่ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ของเสวี่ยหมิงให้ลอยสูงขึ้น เส้นสายลมปราณรอบกายก่อตัวเป็นลำแสงรูปมังกรแหวกว่ายไปมาภายในเสาน้ำแข็ง ห้องฝึกตนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสั่นสะท้าน มวลความเย็นที่กระจายออกพยายามผลักดันผนึกที่หานเฟิงสร้างเอาไว้ เพื่อป้องกันการพังทลายของผนังห้องจนเอนโย้ไปมาตามแรงของเสวี่ยหมิง

 

                แม้ร่างจะถูกแช่งแข็งอยู่ภายในเสามังกรน้ำแข็ง แต่จิตวิญญาณยังคงรับรู้สภาพรอบข้างได้อย่างแจ่มชัด เสวี่ยหมิงรู้ดีว่าหากไม่ควบคุมพลังที่กระจายออก วังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์อาจจะถูกพลังที่ล้นเกินของตนเองในตอนนี้ก่อให้เกิดความเสียหายอีก เสวี่ยหมิงจึงจงใจลดระดับพลังของตนเองให้เข้าสู่พลังแห่งสมดุล ใช้เพลิงไฟถ่วงดุลพลังของน้ำแข็งเอาไว้ ประคองตัวฝึกฝนเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ในขั้นที่เก้าต่อไป

 

                เวลาผ่านพ้นไปนับจากวันแรกที่เสวี่ยหมิงปิดด่านฝึกฝนครบหนึ่งเดือน ในที่สุดร่างที่ถูกผนึกอยู่ภายในน้ำแข็งก็ลืมตาตื่นขึ้น ลมปราณที่อัดแน่นของเคล็ดวิชามังกรเหมันต์ซึ่งถูก พลังของเต๋าแห่งสมดุลควบคุมเอาไว้ รอคอยการปลดปล่อยจากเสวี่ยหมิงเท่านั้น ก็พร้อมจะทะยานขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้า

 

                ...ได้เวลาแล้ว

                ดวงตาข้างขวาของเสวี่ยหมิง กลับกลายจากสีดำเป็นสีฟ้าอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ เข้มขึ้น ปลดผนึกเต๋าแห่งสมดุล...พลังมังกรเหมันต์ขั้นที่แปด ไอเย็นสุดขั้วกระจายออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเสวี่ยหมิงส่องประกายสีฟ้าครามเจิดจ้า ทั่วทั้งร่างก่อเกิดม่านพลังไร้สภาพ เสียงปริแตกของผนึกตราที่หานเฟิงขีดวาดเอาไว้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แท่งผนึกที่ปักแน่นเริ่มปรากฏรอยร้าว เสวี่ยหมิงไม่มีทางเลือกอื่นอีก อาศัยพลังลมปราณสุดขั้วเหินทะลุขึ้นไปยังด้านบน ทะลวงผ่านหลังคาโปร่ง ลอยเหินขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนปรากฏเด่นอยู่กลางท้องฟ้า

 

                ผู้คนโดยรอบที่ได้ยินเสียงดังมาจากใจกลางวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์พลันแตกตื่น เงยหน้ามองไปยังทิศทางที่เสวี่ยหมิงทะยานขึ้น...และสิ่งที่ผู้ฝึกตนทั้งหมดเห็นคือมังกรสีฟ้าครามตัวหนึ่งที่ทะยานหายลับขึ้นไปบนชั้นเมฆขาว ท้องฟ้าเบื้องบนพลันผนึกแข็ง แม้แต่แสงอาทิตย์ยังมิอาจเล็ดลอดลงมา ก่อนจะเกิดเสียงแตกระเบิดของพลังงานธรรมชาติดังสนั่น เงามังกรผลุบโผล่ไปมาจากทุกสารทิศ ก่อนที่ทั้งหมดจะวิ่งไปรวมกันยังร่างของเสวี่ยหมิง

 

                "ลูกหมิงบรรลุพลังลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่เก้าแล้ว รัศมีแห่งราชันย์มังกร ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก" หลงซานอี้เป็นผู้เดียวที่รับรู้เรื่องราว มองดูเสวี่ยหมิงด้วยความปลื้มปิติ

 

                แม้การเปลี่ยนแปลงของพลังในขั้นสูงสุดของสายโลหิตศักดิ์สิทธิ์จะยิ่งใหญ่อลังการ แต่ยังไม่อาจเทียบกับพลังของมุกวาสนาบรรลุเซียนภายในร่างของเสวี่ยหมิง ที่ยามนี้เต้นเร่าด้วยความยินดี เพราะผู้ที่ครอบครองมันสามารถทะลวงผ่านสู่ขอบขั้นของลมปราณสวรรค์ขั้นที่สามเรียบร้อยแล้ว พลังลมปราณเทวะที่ถูกบีบอัดด้วยผนึกตราบรรพกาลของทวยเทพผู้สร้างแตกสลาย พลังลมปราณก่อเกิดเส้นสายภายในร่างของเสวี่ยหมิง สายเลือดมังกรเหมันต์ที่สูงส่งกลับพัฒนาขึ้นไปได้อีกขอบขั้น พลังน้ำแข็งที่เย็นเยียบยิ่งกว่าลมปราณของมังกรที่แท้จริง พลันก่อกำเนิดขึ้นในจิตใต้สำนึกของเสวี่ยหมิง...แม้ในตอนนี้มันจะเป็นเพียงเกล็ดหิมะใสบางเล็กจิ๋วก็ตาม

 

                ...เส้นทางสู่ผนึกเหมันต์สวรรค์ จุดสูงสุดของพลังแห่งเหมันต์ ซึ่งเสวี่ยหมิงรับรู้ได้ทันทีว่าพลังนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเต๋าสุดขั้วหยินหยาง

 

                วาสนาบรรลุเซียนไม่เพียงช่วยให้ผู้ครอบครองได้รับพลังในการช่วยทะลวงผ่านไปสู่ขอบขั้นบรรลุเซียน แต่ยังช่วยยกระดับเคล็ดวิชาที่อยู่ในขอบขั้นสูงสุดขึ้นไปเทียบชั้นกับเหล่าเทวะบรรพกาลอีกด้วย

 

                ...ลมปราณเหมันต์สวรรค์ พลันก่อตัวขึ้นในร่างของเสวี่ยหมิงทันที เคล็ดวิชาที่ผนึกซ่อนเอาไว้ถูกถ่ายทอดมายังจิตสำนึกของเสวี่ยหมิงโดยตรงในทันที

 

                ...ขอบขั้นที่หนึ่งเสียงคำรามของราชันย์ พลังแห่งการสะกดสรรพสิ่ง เอาชนะโดยมิต้องลงมือ ผนึกได้แม้แต่ภูตผีวิญญาณ

                ...ขอบขั้นที่สองผนึกฟ้าทัณฑ์สวรรค์ เสาผนึกสภาวะขั้นสูงสุด เป็นพลังที่รวมพลังแห่งราชันย์เข้าเป็นหนึ่ง ผสานเสริมกับพลังแห่งน้ำแข็งแห่งหยาง ผนึกสิ่งชั่วร้ายทั้งมวลให้หยดนิ่ง

                ...ขอบขั้นสูงสุดเทวะเหมันต์ทำลายล้าง สภาวะเหมันต์เดือดดาลทำลายล้าง ทุกสรรพสิ่งล้วนหยุดนิ่งและแตกสลาย

 

                "นี่มันเกิดอะไรขึ้น" ผู้ฝึกตนที่เบื้องล่างบ้างคนยังมองค้างอยู่ที่ภาพของเสวี่ยหมิงบนท้องฟ้า แต่บางคนกลับพบว่าเกิดความผิดปกติขึ้นที่รอบข้าง พลังลมปราณธรรมชาติของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ล้วนตกวูบลงไปอย่างเฉียบพลัน ผู้ที่มีสัมผัสอ่อนด้อยย่อมไม่อาจหาคำตอบของเหตุการณ์ แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับลมปราณเชื่อมฟ้าดินขึ้นไป ย่อมจับสัมผัสของทิศทางที่พลังลมปราณธรรมชาติถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบขึ้นไปได้ และจุดศูนย์กลางของแรงดึงดูดจะเป็นอื่นไปได้นอกจาก ร่างที่กำลังลอยค้างอยู่เหนือวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ของเสวี่ยหมิง


               *ปล.เพิ่งกลับมาเมื่อวานงานกองอยู่เพียบ อาทิตย์นี้อาจจะลงวันเว้นวันไปก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะกลับมาลงวันละตอนอาทิตย์หน้าจ้า ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 336 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #4072 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 299)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 15:01

    งื้อออ..คิดถึงเธอเเทบจ้ายจะขาดดด~~~
    #4072
    0
  2. #4071 Witaya_l (@Witaya_l) (จากตอนที่ 299)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 09:40
    สนุกมาก ขอบคุณครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
    #4071
    0
  3. #4070 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 299)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 07:21

    ขอบคุณ
    #4070
    0
  4. #4069 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 299)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 07:17

    เย้ กลับมาแล้ว คิดถึงหมิงหมิงอ่ะ
    #4069
    0
  5. #4068 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 299)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 07:01
    ขอบคุณครับ
    #4068
    0
  6. #4067 AlZhaiMerS (@AlZhaiMerS) (จากตอนที่ 299)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 04:25
    แรกๆสนุกนะ หลังๆมายืดเรื่องเกินไป พอแค่นี้ละ บายคับ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านคับ
    #4067
    0