เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,719 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,397 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,753

    Overall
    963,719

ตอนที่ 298 : อานุภาพเหนือจินตนาการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

ตอนที่ 275

อานุภาพเหนือจินตนาการ

 

                คมกระบี่ไร้สภาพยืดขยายออก แต่กลับไม่ได้ตรงเข้าสังหารเสวี่ยหมิง ปราณไร้สภาพพุ่งไวข้ามผ่านไหล่ของเสวี่ยหมิงไป ก่อนจะแตกระเบิดออกที่เบื้องหลังไกลจากเสวี่ยหมิง กระบวนท่ากระบี่แตกกระจายต่อเนื่อง กลายเป็นปราณกระบี่มากมายสุดคณานับ พุ่งออกในทุกทิศราวกับมีดวงตาสถิตอยู่ ตรงเข้าสังหารอสูรร้ายจากอเวจีราวตกตายราวไฟที่ลุกลามติดไหม้กองฟางขนาดใหญ่ เพียงพริบตากองฟางก็หลงเหลือเพียงกองเถ้าถ่านที่ปลิวลอยไปตามสายลมเท่านั้น

 

                อสูรนับแสนตนตกตายภายใต้กระบี่เดียว แต่กระบี่ไร้สภาพที่แท้จริงยังคงอยู่ ปราณกระบี่ไร้สภาพประสานเข้ากับหญิงสาวปริศนาที่ยังคงสภาวะแหลมคมแผ่กระจายออกจากร่าง ส่งพลังบังคับกระบี่จากระยะไกล บังคับกระบวนท่าสุดท้ายแทงเข้าใส่มิติปริแตกที่อยู่ไกลออกไปจากตนเองนับร้อยลี้

 

                บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม !!!

                เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมร่างที่ร่วงหล่นลงของหญิงสาวปริศนา เมื่อสติของหญิงสาวปริศนาดับลงไปอีกครั้ง สภาวะสะกดข่มพลันจบลงตามกัน

 

                เสวี่ยหมิงที่รอดผ่านจากความตายอย่างฉิวเฉียด ยังคงมีสติแจ่มใสกว่าผู้อื่น ทะยานผ่านมิติไปรับร่างของหญิงสาวปริศนาผู้นี้ได้ทันก่อนที่จะหล่นกระแทกพื้น

 

                "ข้าเคยเจอนางมาก่อน" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นกับสามสาวที่กำลังเดินตรงมาหาตัวเอง ด้วยสีหน้าสงสัยระคนกับความตื่นตะลึงในพลังของหญิงสาวปริศนา เพราะกระบี่ไร้สภาพไม่เพียงพุ่งไปด้านหน้า แต่ปราณกระบี่รอบตัวของหญิงสาวปริศนา ยังกระจายออกไปพร้อมกัน พุ่งกระจายรอบทิศสังหารอสูรร้ายในป่าอสูรนับหมื่นตัวไปในคราวเดียว

 

                "ท่านรู้จักนาง"เฟยเซียงมองดูสาวงามในอ้อมแขนของเสวี่ยหมิงด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

 

                "อย่าบอกนะว่าสาวงามผู้นี้ก็..."จิวซินกำลังจะเอ่ยออกไป แต่ถูกเฟยเซียงสะกิดเอาไว้ก่อน จึงได้ชะงักคำเอาไว้ เพราะเห็นว่าหนิงเซียนนั้นอยู่ที่ด้านข้าง

 

                "ข้าไม่รู้จักนาง แต่เมื่อห้าปีก่อนตอนที่ข้ายังอยู่ในตระกูลหย่ง ข้าเคยเห็นนางแวบหนึ่ง และนางก็แหวกท้องฟ้าออกมาเช่นเดียวกับในวันนี้ เพียงแต่ว่าวันนั้น นางยังไม่ทันได้ออกมาจากมิติผันผวน มิติที่เปิดออกก็ปิดตัวลงเสียก่อน ส่วนข้า..." เสวี่ยหมิงมีหน้าหน้าตึงเครียด เพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวปริศนาผู้นี้ปรากฏขึ้นเพราะเหตุใด

 

                "ถ้าเช่นนั้น เราจะเอายังไงกันดี" จิวซินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

                เสวี่ยหมิงหันมองไปรอบ ๆ ศพของสัตว์อสูรล้มตายมากมายภายใต้คมกระบี่เดียวของหญิงสาวปริศนา ช่างเป็นฝีมือที่เกินกว่าจินตนาการยิ่งนัก และจากคำ...มารร้ายจากอเวจี ที่หญิงสาวเอ่ยออกมาก่อนจะสิ้นสติ น่าจะยืนยันได้ว่าหญิงสาวย่อมมิใช่พวกเดียวกับ...อาลูอาโป

 

                "ตอนนี้นางสิ้นสติไป คงไม่อาจซักถามอะไร แต่อย่างไรนางก็เป็นผู้สังหารอสูรร้ายเหล่านี้ แถมยังปิดผนึกมิติที่ปริแตก ดังนั้นข้าว่าเราควรพานางกลับไปรักษา เพียงแต่..."

 

                "พี่เสวี่ยหมิงมีอันใดไม่สบายใจก็เอ่ยออกมาได้เลย" หนิงเซียนเอ่ยพลางเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้า

 

                "ข้าเองก็ไม่มั่นใจว่านางเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่" ความรู้สึกขัดแย้งที่เกิดขึ้นในใจของเสวี่ยหมิง เพราะก่อนการโจมตีของหญิงสาวปริศนาวูบหนึ่ง เสวี่ยหมิงนั้นรู้สึกได้ถึงความเป็นอริของดวงตาเทพมารบรรพกาลของตนเอง แม้ว่าตอนนี้มันจะไร้ซึ่งพลัง แต่ความแหลมคมของสัมผัสรับรู้ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ "แถมข้าเองก็ไม่มั่นใจว่าโอสถที่มีในตอนนี้จะสามารถรักษาอาการของนางได้" เสวี่ยหมิงเอ่ยพลางมอบร่างไร้สติของหญิงสาวปริศนาให้กับหนิงเซียน ก่อนที่เฟยเซียงจะเดินเข้ามาตรวจสอบอาการของนาง

 

                "น่าแปลกนางคล้ายกับคนที่ชีพจรขาดสะบั้น พลังชีวิตภายในกลวงว่าง แต่พลังลมปราณกลับสมบูรณ์ดี"

 

                เสวี่ยหมิงสูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยตอบ "ข้ารู้สึกได้ว่า นางเป็นเซียนอมตะ"

 

                เซียนอมตะ !!!

                สามสาวเอ่ยขึ้นพร้อม ๆ กัน

 

                เสวี่ยหมิงพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งหมดจะหารือกันอีกครู่ใหญ่ และตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเมืองหยกม่วงเพื่อสมทบกับหานเฟิงที่เพิ่งจะติดต่อสื่อสารกันได้

 

                ภายหลังจากที่เสวี่ยหมิงหารือกับหานเฟิง หานเฟิงก็ตกตะลึงกับเรื่องราวของหญิงสาวปริศนาจนนิ่งงันไปครู่ใหญ่ สุดท้ายจึงตัดสินใจร่วมกันกับเสวี่ยหมิง ให้สามสาวนำตัวหญิงสาวปริศนากลับไปยังวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก่อน เพื่อหารือแนวทางรักษาอาการของนางให้ฟื้นคืน เพราะหานเฟิงเชื่อว่าหากได้นางมาเป็นกำลังรบก็จะเป็นผลดีอย่างยิ่งยวด

 

                ส่วนเสวี่ยหมิง หานเฟิง และฉิงหลงที่ยังรั้งรออยู่ก็เพื่อ ทำการปิดผนึกรอยปริแตกเล็ก ๆ ทั้งหลายที่กระจายออกในหลายจุด ซึ่งหลังจากที่รอยปริแตกใหญ่ถูกหญิงสาวปริศนาทำลาย จำนวนสัตว์อสูรที่ออกมาจากรอยปริแตกย่อย ๆ ทั้งหลายก็ลดลงไปกว่าครึ่ง ทำให้การปิดผนึกที่เหลือทั้งหมด ใช้เวลาอีกเพียงแค่ครึ่งเดือนก็เสร็จสิ้น

 

                แม้เรื่องราวรอยปริแตกทางทิศตะวันออกเสร็จสิ้น แต่ปัญหาของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยังคงไม่จบ หลังจากภารกิจปิดผนึกจบลง หานเฟิงก็หารือกับเสวี่ยหมิงในเรื่องของ...ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ ซึ่งเมื่อเกือบหนึ่งเดือนก่อน มู่หยงเฉินต้องนำกำลังรบของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เข้าต่อต้าน และจากการคาดการณ์ของหานเฟิง รอยปริแตกของมิติไม่น่าจะเกิดแค่ที่ทิศตะวันออกเท่านั้น แต่น่าจะเกิดขึ้นกับเขตแดนชายขอบของทิศทั้งสี่ ทำให้หานเฟิงเลือกที่จะเดินทางลงใต้ เพื่อสร้างค่ายกลผนึกปกป้องเอาไว้ก่อน และมอบหมายให้ฉิงหลงเดินทางขึ้นเหนือ เพื่อแจ้งข่าวในการเฝ้าระวังป้องกัน กับผู้คนที่รั้วตัวอยู่ในวังจ้าวสมุทร

 

                เมื่อหานเฟิงและเสวี่ยหมิงจากไปแล้ว เสวี่ยหมิงจึงเดินทางไปร่ำลาผู้คนในเมืองหยกม่วง ก่อนจะเร่งเดินทางกลับไปยังวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อหารือเรื่องราวกับหลงซานอี้ และฮัวเหวินเยี่ยน รวมถึงรับฟังข่าวสารต่าง ๆ ของสงครามที่เกิดขึ้นทางทิศตะวันตก ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำเช่นไรต่อไป

.

.

                หลังจากเสวี่ยหมิงกลับมาถึงวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ หนิงเซียนและพี่สาวร่วมสาบานทั้งสอง ต่างก็เดินทางลงใต้ เพื่อไปยังภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับร่างที่หลับใหลอยู่ของหญิงสาวปริศนา ตามคำบอกกล่าวของฮัวเหวินเยี่ยนว่า เพลิงวิเศษของภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ นั้นสามารถฟื้นฟูรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้ทุกชนิด อีกทั้งความลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่ภายในอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ ยังเกี่ยวพันกับพลังวิหคเพลิงอมตะของหนิงเซียนโดยตรง ดังนั้นการเดินทางไปของหนิงเซียนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของหญิงสาวปริศนา แต่ยังไปเพื่อค้นหาความลับที่ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งอาจจะเพิ่มพูนระดับฝีมือของหนิงเซียนให้สูงขึ้นในเวลาอันสั้นอีกด้วย

 

                หลังจากการหารือจบลง เสวี่ยหมิงที่ได้รับพลังของ...แก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ มาแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการฝึกฝนและหลอมรวมพลังให้สมบูรณ์ เมื่อปรึกษากับหลงซานอี้ และสอบถามเรื่องราวของสงครามกับมู่หยงเฉิน ที่แจ้งว่ายังสามารถคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามได้ แม้ไม่อาจเอาชนะหลงเทียนหยู แต่ก็สามารถป้องกันอีกฝ่ายมิให้ยกกองกำลังลุกคืบขึ้นหน้าได้ เมื่อประสานรวมสองเรื่องเข้าด้วยกัน เสวี่ยหมิงจึงเลือกที่จะปิดด่านฝึกฝนเคล็ดวิชาลมปราณมังกรเหมันต์ให้ทะลวงเข้าสู่ขั้นที่ 9 ให้ได้เสียก่อน ที่จะตามไปสมทบกับมู่หยงเฉิน เพื่อลงมือเผด็จศึกดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์


               *แจ้งข่าวจ้า ไรท์หนีเที่ยว 1 สัปดาห์จ้า กลับมาก็เที่ยงคืนวันอาทิตย์หน้าเลย เดี๋ยวหลังจากกลับมาจะลงชดเชยให้ตามจำนวนตอนนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4065 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 298)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:24
    รอค่าาา
    #4065
    0
  2. #4064 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 298)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 08:26
    ขอบคุณครับ
    #4064
    0
  3. #4063 jksghost (@jksghost) (จากตอนที่ 298)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:45

    ไรท์ทำแบบนี้ได้ไง555 ไม่ชวนเลย

    #4063
    0
  4. #4062 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 298)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 13:52
    รอครับไรท์^^
    #4062
    0
  5. #4061 _NUENG (@_NUENG) (จากตอนที่ 298)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:19

    ค้างอีกแล้ว

    #4061
    0