เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,089 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,401 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,123

    Overall
    963,089

ตอนที่ 295 : มิติแตกสลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 353 ครั้ง
    29 ต.ค. 61

ตอนที่ 272

มิติแตกสลาย

 

                แดดอ่อนของรุ่งอรุณลามเลียภูเขาสูงจากเบื้อบนสู่เบื้องล่าง เส้นแสงเข้มนวลทะลุผ่านช่องว่างของผาแกร่ง เล็ดลอดเข้าไปภายใน แม้ลำแสงที่แยงเข้ามาจะไม่ได้ตกกระทบร่างของเสวี่ยหมิงโดยตรง แต่แสงรำไรก็ส่องให้เห็นสภาพภายในของถ้ำได้ด้วยตาเปล่า บ่งบอกว่ารุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนอีกครั้ง

 

                เสวี่ยหมิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ ภวังค์แห่งสมาธิยุติลง ร่างกายที่อ่อนล้าจากการใช้เต๋าแห่งมิติ ฉีกผ่านเข้าสู่ด่านกักมังกรไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว พลังลมปราณในร่างเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ พร้อมสำหรับศึกใหญ่อันเป็นเป้าหมายหลักในการเข้ามายังด่านกักมังกรแห่งนี้แล้ว

 

                ...เจ้าภูตประหลาดที่อาศัยอยู่ในดินแดนไร้ชีวิต ครั้งที่แล้วเราทำได้เพียงแค่หลบหนีมันเท่านั้น แต่ครั้งนี้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีก

 

                ความคิดแล่นพร้อมร่างแกร่งพุ่งทะยานออกไป ด้วยจุดมุ่งหมายทะลวงผ่านผนังหินแกร่งโดยมิได้ใช้พลังลมปราณแม้แต่น้อย ร่างกายที่เหยียบย่างเข้าสู่กายาแห่งพระเจ้าขั้นที่ 4 ของเสวี่ยหมิง เพียงแค่การชนปะทะทางเข้าที่ถูกหินใหญ่ปิดซ่อนเอาไว้ ก็ถล่มลงในพริบตา เสียงดังตูมใหญ่เมื่อกายเนื้อกระแทกผ่านจนเกิดรูโหว่ แม้ร่างของเสวี่ยหมิงจะหลุดออกจากถ้ำลับไปแล้วก็ตาม แต่แรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการปะทะ ยังส่งให้เกิดมวลอิฐหินที่ถล่มไหลตามลงมา สุดท้ายปากถ้ำที่พึ่งจะเกิดช่องว่าง ก็ถูกปิดทับซ่อนเร้นเอาไว้ดุจเดิม

 

                เสียงดังโครมครามที่เบื้องหลังยังไม่ทันสงบลง สองเท้าของเสวี่ยหมิงพลันอาบเคลือบไปด้วยมวลลมปราณหนาแน่น จิตสมาธิแผ่พุ่งไกลออกไปสำรวจรอบอย่างรวดเร็ว ยามที่ทะยานเหินขึ้นสู่เบื้องบน จิตวิญญาณที่แผ่ขยายออก พลันรับรู้จุดหมายปลายทางได้ในจังหวะเดียวกัน

 

                ...มุ่งหน้าสู่ดินแดนไร้ชีวิต

 

                เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ สายตาอันคมกล้าของเสวี่ยหมิง ซึ่งกำลังเหินบินอยู่บนท้องฟ้า ก็มองเห็นเขตแดนพื้นดินสีดำเทา เสวี่ยหมิงจึงได้ลดระดับลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง

 

                กาซซซซ !!!

                แต่ไม่ทันที่จะพบเจออสูรร้าย เสียงคำรามลั่นก็ดังขึ้นข่มขวัญ

 

                ...มังกรเหมันต์

                ภาพมังกรเหมันต์ในอดีตลอยขึ้นมาในความคิดทันที เสวี่ยหมิงไม่รอช้าตรงไปตามเสียงร้อง จนในที่สุดเสวี่ยหมิงก็มาถึงบริเวณที่เปรียบดั่งแอ่งน้ำกลางทะเลทรายกว้างใหญ่...ซากกระดูกมังกร

 

                "พวกเจ้า ทำไมมาอยู่ที่นี่" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นก่อน

                ...รึว่านี่คือภาพหลอนของเจ้าอสูรร้ายตนนั้น ไม่ใช่ความรู้สึกนี้ทั้งหมดมิใช่ภาพลวงตา

 

                สามสาวหนึ่งมังกรที่กำลังจับจ้องไปยังซากกระดูกด้วยความอาลัย หันขวับมาตามเสียงของเสวี่ยหมิง

 

                "พี่หญิงทั้งสอง ท่านพี่เสวี่ยหมิงมาแล้ว" หนิงเซียนเอ่ยขึ้น แม้พลังลมปราณของเด็กสาวจะยังคงถูกสะกดอยู่เพราะผลจากการใช้ทักษะลับ...อัคคีฟื้นร่าง แต่หลังจากที่พักผ่อนไปเพียงสองชั่วยาม โลหิตวิหคเพลิงอมตะก็ช่วยฟื้นฟูอาการเหนื่อยล้าจนสิ้น

 

                เสวี่ยหมิงเกาศีรษะตนเองด้วยความงุนงง...คำพี่หญิงทั้งสองสร้างความสับสนให้กับเสวี่ยหมิงยิ่งนัก

 

                "อา..."จิวซินที่ทำตัวเป็นพี่ใหญ่เดินมาโอบไหล่หนิงเซียน "เสวี่ยหมิง เจ้านี่มาช้าจริง ๆ ดูสิ" จิวซินชี้ให้เห็นสภาพสะบักสะบอมของทุกคน

 

                เสวี่ยหมิงกวาดตามองไปยังทุกคน พลางใช้พลังจิตวิญญาณตรวจสอบอาการบาดเจ็บไปพร้อมกัน "นี่ข้าพลาดอะไรไปใช่มั้ย"

 

                "ใช่...พี่เสวี่ยหมิงพลาดเรื่องราวไปมากมายเลยทีเดียว"หนิงเซียนผละจากจิวซิน ตรงไปคล้องแขนเฟยเซียง พลางชี้นิ้วไปที่มังกรเหมันต์ "พลาดเรื่องราวสนุกสนาน และการตามล่าสมบัติของพี่ใหญ่จิวซิน" หนิงเซียนกระตุกแขนของเฟยเซียง พลางบุ้ยปากไปยังจิวซิน ซึ่งกำลังกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางทำท่าจุ๊ปากส่งกลับคืน

 

                แม้เรื่องราววันก่อนจะหนาหนักรุนแรง จนความตายเฉียดใกล้แค่ปลายขนตา แต่เมื่อเรื่องราวผ่านพ้นไปแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่อดีต...เมื่อสองสาวเห็นท่าทีกลัวความผิดของจิวซิน จึงได้แต่หัวเราะร่วนขึ้นมาพร้อมกัน

 

                หลังจากเสวี่ยหมิงสอบถามเรื่องราวจนหมดสิ้น ก็ไม่มีคำใดจะกล่าว ได้แต่สั่นศีรษะไปมา เพราะเรื่องราวเหลือเชื่อจนเกินไป แม้จะไม่พอใจในสิ่งที่จิวซินพาผู้อื่นมาสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง แต่การรื้อฟื้นก็หาได้เกิดประโยชน์ในตอนนี้ ทำให้เสวี่ยหมิงตัดสินใจเข้าไปยังซากกระดูกมังกร เพื่อทำภารกิจให้ลุล่วงเป็นสิ่งแรก

 

                คราก่อนเสวี่ยหมิงไม่อาจเข้าใกล้...แก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ เพราะถูกพลังงานประหลาดผลักให้ออกห่าง แต่วันนี้พลังของแก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ กลับเกิดผลสะท้อนที่แตกต่าง มันไม่ผลักเสวี่ยหมิงออกไปอีก แต่กลับทำในสิ่งตรงกันข้าม เพราะเมื่อเสวี่ยหมิงก้าวเท้าเข้าไปยังอาณาเขตของแก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ พลังงานลึกลับนั้นกลับดึงดูดเสวี่ยหมิงเข้าไปหา ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ของมังกรเหมันต์ในอดีตล้วนถูกถ่ายทอดสู่เสวี่ยหมิง สายโลหิตของตระกูลหลงเหมันต์ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ถือเป็นสายเลือดที่วิญญาณมังกรเหมันต์ตนนี้จงรักภักดีในอดีต

 

                รัศมีราชันย์ที่กางออก พลันแตกสลาย พลังงานแห่งชีวิตรอบข้างถูกดึงกลับคืนสู่แก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์ เสวี่ยหมิง บอกต่อหญิงสาวทั้งสามให้ออกไปรอตนเองที่ด้านนอกหุบเขามังกร ก่อนที่จะกำชับกับจิวซินเป็นพิเศษว่า...อย่าได้หาเรื่องยุ่งยากเพิ่มขึ้นอีก

 

                เมื่อสามสาวจากไป เสวี่ยหมิงก็ไม่เสียเวลาอีก ดึงดูดแก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์เข้าสู่ร่าง ทันทีที่แก่นวิญญาณของมังกรเหมันต์หายเข้าไปสู่ร่างของเสวี่ยหมิง ผืนดินรอบข้างพลันสั่นไหว แม้ตัวของภูตวิญญาณโหยจะตายไปแล้ว แต่วงอาคมที่มันวางเอาไว้ยังคงทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อด่านกักมังกรไม่เหลือพลังต่อต้านค้ำยันกับอาคมของภูตวิญญาณโหยอีก ดินแดนไร้ชีวิตพลันยืดขยายออกอย่างไร้สิ้นสุด

 

                สามสาวที่นั่งอยู่บนหลังมังกรเหมันต์มองดูความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นโดยรอบ ก่อนที่เฟยเซียงจะตัดสินใจ สั่งให้มังกรเหมันต์บินกลับไปหาเสวี่ยหมิง

 

                แต่ไม่ทันที่จะเดินทางไปถึงซากมังกร เสวี่ยหมิงก็เหินตามมาสมทบก่อนแล้ว

 

                พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ มิติแห่งนี้กำลังจะแตกสลาย !!!

                เสวี่ยหมิงตะโกนลั่น พลางชี้ให้ทุกคนไปรวมกันที่ยอดเขาเตี้ยซึ่งอยู่ในระยะสายตาตอนนี้

 

                แม้จะไม่เคยชิน แต่เมื่อสถานการณ์บังคับ มังกรเหมันต์ก็จำยอมเข้าไปอาศัยอยู่ในมิติของรอยอักขระกำไลบรรพกาล เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เสวี่ยหมิงก็สั่งให้หญิงสาวทั้งสามเข้ามาใกล้กับตนเอง ก่อนจะหยิบกระถางกลั่นวิญญาณออกมาให้สามสาวเข้าไปนั่งอยู่ภายใน พลางใช้พลังทั้งหมดเปิดช่องว่างมิติขึ้น

 

                ช่องว่างมิติขนาดเล็กเพียงพอให้ผู้คนเบียดกายผ่านปรากฏ พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโป้งของเสวี่ยหมิง

                ...ตอนนี้เราคงทำได้ดีที่สุดเท่านี่ละ

 

                พลังแห่งมิติที่ใช้แหวกผ่าน...ค่ายกลวิเศษเก้าประตูสวรรค์ กินแรงเกินกว่าที่เสวี่ยหมิงคาด แม้จะใช้พลังทั้งหมดที่มียังคงทำให้เกิดช่องว่างได้เพียงเท่านี้ แต่สถานการณ์แตกดับของด่านกักมังกรยิ่งมายิ่งไวขึ้นเรื่อย ๆ เสวี่ยหมิงจึงตัดสินใจอุ้มกระถางกลั่นวิญญาณ พุ่งผ่านช่องว่างมิติออกไปในทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 353 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4049 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 10:08
    มังกรไปอยู่กัยเฟยเซียงซะแล้ว รอบนี้กมิงหมิงมาช้าอดโชคเลย
    #4049
    0
  2. #4047 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 01:01
    ขอบคุณครับ
    #4047
    0
  3. #4046 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:24
    ขอบคุณครับ
    #4046
    0
  4. #4045 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 13:10
    ถ้าหมิงหมิงมาเจอมังกรนี่ก่อนเฟยเซียงล่ะ จะเป็นหมิงหมิงที่ได้มังกรในครอบครองรึป่าวคะ
    #4045
    0
  5. #4044 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 13:06
    มาปุ๊บไปปั๊บ ไม่ต้องบู๊ใดๆ สาวๆจัดการไว้ละ5555
    #4044
    0