เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 895,855 Views

  • 4,489 Comments

  • 8,080 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    52,975

    Overall
    895,855

ตอนที่ 292 : หนทางรอดริบหรี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 298 ครั้ง
    23 ต.ค. 61

ตอนที่ 269

หนทางรอดริบหรี่

 

                แส้ภูตอเวจีพุ่งไวขยายขึ้นอีกหลายเท่าตัว หมายรัดไปที่ลำคอของมังกรเหมันต์ เพื่อปลิดชีวิตศัตรูตัวฉกาจในคราเดียว แต่ดูเหมือนมังกรเหมันต์เองจะระวังตัวอยู่ก่อน เมื่อเห็นภูตวิญญาณโหยเปลี่ยนกระบวนท่าพุ่งเข้าหาตนเอง มันก็ไม่กล้าประมาท เสี้ยววินาทีเป็นตาย มังกรเหมันต์ไม่กล้ารีรอ เอี้ยวลำคอบิดเอียงพ่นปราณมังกรเหมันต์จากปากเข้าปะทะ แม้พลังของปราณมังกรเหมันต์ที่เร่งใช้ไม่อาจต้านทานแส้ภูตอเวจี แต่ก็ช่วยซื้อเวลาให้มังกรเหมันต์ขยับเบี่ยงร่างมหึมาของตนเองไปเสี้ยวหนึ่ง ทำให้แส้ที่พุ่งเข้ามาร้อยรัดพลาดเป้าหมาย จากลำคอเปลี่ยนเป็นปีกใหญ่ที่อยู่ถัดไปแทน แส้ภูตอเวจีเป็นศาตราที่หลอมสร้างขึ้นจากพลังแห่งมิติ เมื่อร้อยรัดเป้าหมาย พลังแห่งมิติที่บิดเบี้ยว ก็บดทำลายปีกมหึมาของมังกรเหมันต์ในพริบตา โดยไม่สนใจต่อลมปราณคุ้มกายอันแข็งแกร่งแม้แต่น้อย

 

                มังกรเหมันต์ที่ปีกซ้ายแหลกเละ โลหิตแดงหลั่งนองไม่ร่วงหล่นหยุดยั้ง ร่างมหึมาเสียหลักเซถลาตกลงกระแทกพื้นดังโครมใหญ่

 

                สามสาวเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชัดตา ล้วนสำนึกขอบคุณ แม้อยากจะไปช่วยรักษามังกรเหมันต์ แต่ยามนี้แม้แต่ตัวเองยังเอาตัวจะไม่รอด

 

                "พี่จิวซินท่านช่วย เฝ้าระวังให้ข้าสักยี่สิบลมหายใจทีค่ะ"

 

                จิวซินที่เช็ดปาดน้ำตา พยักหน้ารับ รวมรั้งสมาธิ ใช้พลังกวาดต้อนฝุ่นผงจนคละคลุ้ง หมายบดบังสายตาของศัตรู ช่วยซื้อเวลาแม้สักเสี้ยววินาทีก็ยังดี "ฉูปิง ช่วยด้วยละ" แม้ฉูปิงจะยังคงบาดเจ็บไม่ฟื้นคืน แต่การร่วมมือแค่การสร้างความสับสนย่อมเป็นไปได้ จิ้งจอกหิมะรับรู้ความคิดผู้เป็นนาย วิ่งทะยาน กระแทกต้นไม้ ก่อเสียงดัง ทางนู้นทีทางนี้ที

 

                ...อัคคีฟื้นร่าง แม้จะเป็นท่าวิชาพื้นฐานที่ทรงพลัง ซึ่งสามารถฟื้นคืนลมปราณให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลายาวสั้นไม่แน่นอน แต่ผลกระทบของเคล็ดวิชาที่จะทำให้ไม่อาจรักษาตัวเองได้ ก็ร้ายแรงอย่างยิ่ง หากผิดพลาดไปอาจถึงแก่ชีวิตได้

 

                เฟยเซียงที่ยังคงเจ็บปวดจากการหล่นกระแทกพื้น รู้ดีว่าสถานการณ์ยังคับขัน ไม่กล้าร้องโอดโอย ได้แต่ฝืนสังขาร กัดฟันทะยานตรงไปยังร่างของมังกรเหมันต์ด้วยแรงทั้งหมดที่มี

 

                ...ขอให้เป็นไปดังที่ท่านประมุขบอกเราด้วยเถอะ

                ในใจคิดถึงแต่คำของหานเฟิง ที่อธิบายความสามารถของกำไลพันธะอสูรที่ตกทอดมาแต่บรรพกาล        

 

                แม้กระบวนท่าจะรุนแรงสุดเปรียบ แต่การใช้แส้สังหารแต่ละที ภูตโหยย่อมต้องสูญเสียพลังจิตวิญญาณไปไม่น้อย แต่จากผลงานในการทำลายปีกของมังกรเหมันต์ลงได้ ก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่าไม่น้อย ในสมองของมันจึงไม่หลงเหลือความกังวลอีก รับรู้เพียงว่าจะช้าเร็วทั้งสี่ชีวิตที่เข้ามาในอาณาเขตไร้ชีวิตของมันย่อมต้องตกตาย ทุกชีวิตต้องกลายเป็นพลังงานธาตุหยินอันสมบูรณ์ที่เติมเต็มให้กับตัวมันทั้งสิ้น แถมยังสามารถทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายลุล่วง ทำให้มันสามารถหลุดออกจากคำสัญญาบรรพกาลไปได้

 

                แต่แล้วพลังงานบางอย่างที่เอ่อล้นออกมาจากหญิงสาว ซึ่งทะยานตรงไปยังร่างมหึมาที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ ก็ทำให้ภูตโหยรู้สึกถึงอันตราย เพราะพลังที่แผ่ออกมาจากกำไลบรรพกาลนั้น ไม่ใช่พลังลมปราณฟ้าดิน แต่เป็นพลังลมปราณเทวะ พลังที่หลั่งไหลออกมาเพราะพันธะสัญญาแห่งอดีตกาล ที่ครั้งหนึ่งทวยเทพเคยใช้ในรบเคียงคู่กับสัตว์อสูรสายเลือดศักดิ์สิทธิ์

 

                ภูตโหยหาได้สนใจม่านควันและเสียงโหวกเหวกที่เกิดขึ้นจากฉูซิง เลือกที่จะพุ่งตรงไปจู่โจมเฟยเซียง แต่เพราะศัตรูอ่อนแอมันจึงไม่ได้ใช้แส้ภูตอเวจีในครั้งนี้ แต่เลือกที่จะใช้เพลิงทมิฬที่โจมตีระยะไกล พ่นออกจากปากตรงเข้าหาเฟยเซียงแทน

 

                เฟยเซียงเองก็รับรู้ว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายในการสังหาร แต่เรื่องราวมาไกลถึงเพียงนี้ หากจะต้องจบชีวิตลง ก็คงเป็นเพราะโชคชะตาขีดเขียนให้ออกมาเป็นเช่นนี้

 

                "อย่าหวังว่าแกจะสังหารใครได้อีก !!!" หนิงเซียนที่ฟื้นคืน ดวงตาลุกโชติช่วงด้วยเพลิงไฟเต็มเปี่ยม ใช้ออกด้วยเพลิงวิหคเก้าตะวัน นับสิบสายสกัดเพลิงทมิฬที่พุ่งเข้าหาเฟยเซียง

 

                เฟยเซียงรับรู้ว่าผู้ที่ช่วยชีวิตตนเองคือหนิงเซียน แต่ไม่มีเวลาให้หันกลับไปขอบใจ เพราะยามนี้สำหรับนาง การใช้กำไลบรรพกาลกับมังกรเหมันต์ล้วนสำคัญกว่า

 

                ..."ท่านมังกรเหมันต์โปรดรับการทำพันธะสัญญาจากข้าด้วย" เฟยเซียงทะยานจนสุดรั้งเอื้อมมือไปแตะยังร่างที่สั่นเทาด้วยความเจ็บปวดของมังกรเหมันต์

 

                ..."พันธะสัญญา มนุษย์เจ้าพูดเรื่องตลกร้ายอะไรกัน จะให้ข้าที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ลดตัวไปเป็นสัตว์อสูรติดตามของเจ้าเนี่ยนะ" มังกรเหมันต์ฝืนเปิดตาออกมามองดูเด็กสาวที่ยังคงล้มลงอยู่ข้างกายตนเอง แขนที่เอื้อมเหยียดจนสุด ปรากฏร่องรอยฟกช้ำ และบาดแผลหลายจุด ใบหน้างามเปรอะเปื้อนเลอะเทอะ แม้ดวงตาจะเอ่อนองไปด้วยน้ำใส แต่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมาดมั่นและคาดหวัง

 

                ..."ข้าสัญญาว่าเมื่อจบศึกครั้งนี้แล้ว พันธะสัญญาจะไม่ผูกมัด หากท่านประสงค์จะไป ข้าก็จะไม่ห้าม และจะทำลายกำไลอันนี้เสีย" เฟยเซียงชูแขนข้างที่สวมกำไลบรรพกาลให้มังกรเหมันต์เห็น

 

                ฟืด ฟืด !!!

                มังกรเหมันต์พ่นลมหายใจเย็นยะเยียบออกมา ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

 

                เฟยเซียงที่หยุดรอคอย ทำได้เพียงนิ่งเฉยรอคำตอบ แม้ว่ากำไลอันนี้อาจจะบังคับให้มังกรเหมันต์ที่บาดเจ็บหนัก จำต้องทำพันธะสัญญาได้ก็ตาม แต่นางเลือกที่จะได้รับพันธะจากความยินยอมมากกว่า

 

                ..."ยังไม่รีบดำเนินการอีก" มังกรเหมันต์เอ่ยออกมาด้วยเสียงเนิบช้า

 

                "ขอบคุณ ท่านผู้อาวุโส" เฟยเซียงจงใจเรียกให้เกรียติมังกรเหมันต์ที่มีอายุนับพันปี ซึ่งดูจากท่าทีสงบไร้การตอบกลับของมังกรเหมันต์ เฟยเซียงก็คิดว่ามังกรตนนี้ก็น่าที่จะพอใจในคำเรียกหาที่ตนเองใช้

               

                เฟยเซียงใช้เลือดที่เปรอะเปื้อนของตนเอง วาดอักขระไปบนกำไล "โลหิตแห่งข้าโปรดเป็นเครื่องสังเวย" คำกล่าวหลุดออกจากปาก อักขระที่ขีดวาดพลันเรืองรองเป็นเส้นสายสีทอง อาคมที่ผนึกเอาไว้แต่บรรพกาลพลันพวยพุ่งเข้าใส่ร่างของหญิงสาว ร่างอันบอบบางถูกพลังของอักขระยกลอยขึ้นเหนือพื้น อักขระอาคมเรืองแสงหลากสีแห่งธาตุทั้งห้าสลับกันไปมา วิ่งวนรายล้อมกายเฟยเซียง มังกรเหมันต์ที่เป็นคู่พันธะผงกเงยศีรษะขึ้นมองดู

 

                "ข้าขอทำพันธะสัญญาผูกพันด้วยโลหิต และคำมั่นแห่งบรรพกาล..." ถ้อยคำของเฟยเซียงถูกถ่ายทอดไปยังมังกรเหมันต์ ที่เอ่ยตามด้วยเสียงทางลมปราณของตน "...ตราบกาลสิ้นสลายพันธะผูกพันไม่สิ้นสูญ" ถ้อยคำอันเกิดจากอาคมถ่ายทอดจบลง แสงเรืองรองพลันห่อหุ้มร่างทั้งสองเข้าเป็นหนึ่งเดียว กำไลบรรพกาลกลืนหายเข้าไปที่แขนซ้ายของเฟยเซียง เหลือเพียงรอยอักขระที่รอยรัดเป็นขีดเส้น อยู่รอบแขนขาวผ่องของนาง

.

.

                บรึ้ม !!!

                เพลิงอมตะลูกแล้วลูกเล่า ถูกภูตโหยหวดทำลาย แต่หนิงเซียนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการโจมตีระยะไกล หมายยืดระยะห่างถ่วงเวลารอคอยปาฏิหาริย์...ปาฏิหาริย์ที่เสวี่ยหมิงเป็นผู้นำมาในทุกครั้ง

 

                แต่การฝืนใช้พลังออกไปอย่างคลุ้มคลั่ง แถมสถานที่ยังเป็นเขตแดนไร้ชีวิต ระยะเวลาที่ควรจะยืดยาวออกของอัคคีฟื้นร่าง จึงลดลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับจากที่หนิงเซียนเริ่มใช้วิชาอัคคีฟื้นร่าง ก็เพิ่งผ่านพ้นไปยังไม่ถึงห้าสิบลมหายใจด้วยซ้ำ ทั่วทั้งร่างของหนิงเซียนก็ปวดร้าว จนสุดทานทน แม้ระดับพลังลมปราณมิได้ตกลงเพราะผลของวิชาอัคคีผลาญร่าง แต่สภาพร่างกายที่ไร้การฟื้นฟู ดูเหมือนจะไม่อาจรองรับผลสะท้อนของการฝืนใช้ลมปราณรุนแรงต่อเนื่องได้อีกต่อไป

 

                ภูตวิญญาณโหยเห็นทุกสิ่งอยู่ในกำมือ จึงไม่เร่งร้อนเอาชัยด้วยแส้ภูตอเวจี แต่เมื่อเห็นพลังที่จู่โจมเข้ามาอย่างบ้าคลั่งของหนิงเซียนชะงักลง มันก็ไม่คิดจะปราณี ตระเตรียมพุ่งเข้าสังหารเด็กสาวผู้นี้เป็นคนแรก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 298 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #4024 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 292)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 11:55
    ขอบคุณค่าาา
    #4024
    0
  2. #4023 AiAilada (@AiAilada) (จากตอนที่ 292)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 05:58
    ไรท์ค่ะ 3-4ตอนที่ไม่มีพระเอก เค้าขอโทษนะ เค้าอ่านข้ามหมดเลย ไม่มีพระเอกมันก่เหมือนน้ำแกงไม่มีเนื้อเลยค่ะ แถมโดนแย่งมังกร อีก
    แต่ก่จะรออ่านจนกว่าหมิงจะกลับมา
    ขอบคุณค่ะ สู้ๆนะคะ
    #4023
    1
    • #4023-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 292)
      23 ตุลาคม 2561 / 18:23
      ขอบคุณครับ เรื่องนี้ทดลองหลาย ๆ อย่างสำหรับไรท์ครับ เรื่องหน้าถ้าจะเขียนอีก คงไม่ใส่พล็อตแบบนี้ละ เอาตัวเอกเดินเรื่องเดี่ยว ๆ สนุกกว่าทั้งคนเขียนคนอ่านเลย 555+
      #4023-1
  3. #4022 Moveup (@Moveup) (จากตอนที่ 292)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 03:20
    โอ้ยคืนนานมาแท้พ่อคูณ
    #4022
    0
  4. #4021 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 292)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:14
    ขอบคุณครับ
    #4021
    0