เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,108 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,401 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,142

    Overall
    963,108

ตอนที่ 290 : ผูกพันเป็นตาย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 372 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

ตอนที่ 267

ผูกพันเป็นตาย 2

 

                กลิ่นอายความตายโชยพัดใกล้เพียงปลายจมูก ทุกวินาทีที่วูบไหว รายรอบกายล้วนเคลื่อนช้า คมเล็บของภูตวิญญาณโหย บรรจงจิกกรีดลงไปที่ปลายซอกคอข้างซ้าย โลหิตสดซึมไหลตามรอยปริแยกของผิวหนังตามแรงขูดลาก

 

                เคร้ง !!!

                เฟยเซียงสัญชาตญาณเชื่องช้าไปวูบหนึ่ง แต่จิ้งจอกหิมะนั้นแตกต่าง ยิ่งจิวซินฝึกฝนให้มันไวต่อกลิ่น เมื่อพบกลิ่นผิดปกติเหม็นสาบที่วูบโชยมาจากด้านหลัง จิ้งจอกหิมะตัวน้อยก็ไม่ลังเล ทดแทนคุณเนื้อแห้งที่เฟยเซียงมอบให้เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้า กางกรงเล็บเงินแหลมคมพุ่งเข้าปะทะร่างที่ยังโผล่ออกยังไม่พ้นตัว แรงกระแทกสุดรั้งราวกับภูเขาหินถล่มของฉูซิง บวกกับกรงเล็บคมผลักร่างของภูตโหยจนเสียหลัก กรงเล็บที่หมายสะบั้นคอระหงพลันพลาดเป้า แต่เหตุการณ์เกิดระยะประชิด แม้รอดจากความตาย แต่กรงเล็บคมยังคงกรีดลากลงมาเฉือนปาดผ่านหัวไหล่ขาว เสื้อผ้าช่วงบนหลุดขาด โลหิตสาดไหลชโลมหลั่งทั่งทั้งแขนขวาแดงฉาน ร่างที่ยังไม่ทันหลุดออกจากมิติเบื้องหลัง พลันถูกแรงกระชากหมุนพลิกล้มกลิ้งออกไปอีกทาง

 

                การกระทำอุกอาจกล้าหาญของฉูซิง แม้ผลลัพธ์น่าพึงใจ แต่ด้วยระดับพลังที่แตกต่าง จำต้องแลกมาด้วยกรงเล็บทั้งสองข้างหักสะบั้น อุ้งเท้าหน้าทั้งสองแหลกและ แรงสะท้อนจากภูตวิญญาณโหย กระแทกซ้ำจนล้มนิ่งจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของเฟยเซียง

 

                เฟยเซียงใช้มือซ้ายกดปิดบาดแผล จ้องมองร่างขาวที่เปรอะไปด้วยโลหิตด้วยสำนึกขอบคุณ แต่ในความคิดงยังคงงงงันกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นชั่วพริบตาก่อนหน้า

 

                จิวซินดวงตาร้อนผ่าว คำรามเดือดดาล ใช้ออกด้วยพลังปราณสายฟ้าที่มีผลชาด้าน ซึ่งเป็นปราณวิเศษเฉพาะของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไป๋หู่ โจมตีภูตวิญญาณโหยจนเกินกำลัง พลางพุ่งเข้าไปหาเฟยเซียง และฉูซิงในคำรบเดียวกัน

 

                หนิงเซียนแม้อยู่ไกล แต่เป็นผู้เดียวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดชัดเจน ไม่กล้ารั้งรอ ปีกเพลิงงอกเงย ทะยานพุ่งราวพายุม้วน ก่อเกิดกระแสเพลิงไฟผลักดันร่าง เพียบพริบตาก็ไปหยุดสมทบอยู่ที่ด้านข้างจิวซิน

               

                "ท่านพี่ทั้งสอง เจ้าปีศาจตนนี้แข็งแกร่งเกินว่าที่ข้าจะเอาชนะ พวกเราคงต้องร่วมมือกันต่อสู้พลางหาทางหลบหนี" หนิงเซียนเอ่ยพลางหยิบโอสถสมานแผลชั้นสูงส่งมอบให้กับจิวซิน "พี่จิวซินช่วยทาโอสถให้พี่เฟยเซียงกับฉูซิง และคุ้มกันอยู่ที่นี่ก่อน ส่วนเจ้านั่น ข้าจะออกไปหาทางถ่วงเวลาต้านรับเอาไว้"

 

                จิวซินพยักหน้า พลางรับโอสถออกมาทาไปที่บาดแผลของเฟยเซียง เมื่อเห็นว่าเฟยเซียงสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว จึงละสายตาจากเฟยเซียง ก้มลงไปรักษาฉูซิงด้วยความห่วงใย

 

                กี๊ดดด กี๊ดดด !!!

                ภูตวิญญาณโหยแม้มีระดับพลังสูงส่ง แต่กลับไม่สามารถสื่อสารภาษา ได้แต่ใช้คลื่นเสียงแปลกพิกลแสดงความรู้สึกของตนเอง ซึ่งเสียงแหลมสูงเสียดแก้วหูที่มันกำลังปลดปล่อยออกมา หมายถึงว่าตอนนี้มันกำลังโกรธอย่างเต็มที่แล้ว

 

                หนิงเซียนไม่กล้าเก็บออมกำลัง ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาโจมตีขั้นสูงสุดของวิหคเก้าตะวัน...เก้าตะวันผลาญฟ้า เงาร่างจำแลงของวิหคเพลิงที่เบื้องหลังโผทะยานล้ำ ลอยเด่นอยู่ที่ด้านหน้าหนิงเซียน แพนหางทั้งเก้าเหยียดยาว แต่ละเส้นปรากฏเพลิงไฟทรงกลม เจิดจ้าราวดวงอาทิตย์ขนาดย่อมหมุนวนไปมา

 

                ภูตวิญญาณโหยที่ลอยตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาหลุบในสีดำส่องแสงเพลิงทมิฬวูบไหว มือที่หยาบแห้งประสานรวมเป็นกำปั้นเดี่ยว ปากที่ใช้เพียงคำรามร้อง กลับพรั่งพรูคาถาอาคมแปลกประหลาดออกมาไม่หยุดยั้ง ชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่พลังของหนิงเซียนจะบรรลุถึงขีดสุด กำปั้นประสานที่ยืดเหยียดอยู่ด้านหน้าของภูตโหย พลันขยับไว...วืดวาดไปมาที่เบื้องหน้า ทุกเส้นสายที่กรีดวาดล้วนเกิดรอยปริแตกของมิติเวิ้งว้าง จนเมื่อเส้นสายทั้งหมดถูกขีดวาด ภูตโหยที่อยู่ในอาการหอบเหนื่อยค่อยคลายมือทั้งสอง ก่อนจะใช้มือจับไปที่ปลายด้านหนึ่งของเส้นสาย พร้อมยกสะบัดไปมาจนเกิดเสียงก้องดังราวฟ้าผ่า...แส้ภูตอเวจี

 

                ภูตวิญญาณโหยถือเป็นสัตว์อสูรวิญญาณอเวจี จึงมิได้มีวิชายุทธ์มากมาย แต่เผ่าภูตเดิมล้วนเปี่ยมไปด้วยความสามารถหลากหลาย ซึ่งพลังดั้งเดิมของภูตวิญญาณโหยตนนี้คือการหลอมสร้าง ซึ่งพลังที่มันใช้ออกนั้นถือเป็นที่สุดของการหลอมสร้างของตนเอง...ศัสตราวุธในรูปแส้ ซึ่งใช้พลังของมิติบิดผันเป็นวัตถุดิบ

 

                เก้าตะวันผลาญฟ้า...ลูกกลมทั้งเก้าขยายขนาด จนแต่ละลูกใหญ่กว่าร่างของฉูซิงเสียอีก เมื่อพลังของบอลไฟทั้งแปดรวบรวมเสร็จสิ้น แต่ละลูกล้วนมีขนาดเท่าเทียมไม่ขาดไม่เกินไปกว่ากัน หนิงเซียนที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ทั่วร่างห่อคลุมไปด้วยเพลิงไฟราวกับราชินีแห่งเพลิง เด้กสาวสะบัดมือเพียงหนึ่งครั้ง เพลิงไฟทั้งแปดก็พร้อมใจกันพุ่งตรงเข้าใส่ภูตวิญญาณโหยในพริบตา

 

                ภูตวิญญาณโหยกำแส้พิสดารเอาไว้แน่น มองดูเพลิงไฟทั้งแปดด้วยความรังเกียจ แม้ตัวมันจะมีพลังสูงกว่าศัตรูถึงสองขั้น แต่ด้วยประสบการณ์ในอดีต มันรู้ดีว่าผู้ฝึกตนระดับสูงไม่อาจวัดคำนวณท่าโจมตีได้ด้วยระดับพลังลมปราณเพียงอย่างเดียว แม้แส้ในมือจะถือเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายกาจที่สุดของมัน แต่เพื่อความไม่ประมาท ภูตวิญญาณโหยอ้าปากกว้างปลดปล่อยเพลิงเพลิงไฟทมิฬ พุ่งเข้าปะทะกับบอลไฟทั้งแปดของหนิงเซียนเป็นด่านแรก เพลิงทมิฬที่ใช้ออกด้วยลมปราณสวรรค์ขั้นที่สอง พุ่งทำลายเพลิงไฟของเก้าตะวันผลาญฟ้าราวกับของเด็กเล่น แต่แล้วเมื่อเพลิงอัคคีสีดำซัดทำลายเพลิงวิหคไปแล้วหกลูก เพลิงไฟสีขาวลูกสุดท้าย ที่ลอยตามหลังมาด้วยความไวที่ต่ำกว่าแปดลูกแรกราวครึ่งส่วน เพิ่งจะเข้าสู่เขตปะทะ พลังของเพลิงไฟลูกสุดท้ายสมชื่อของพลังของวิหคเพลิง ซึ่งถูกขนานนามด้วยคำ...อมตะ เพราะมันไม่ได้ส่งผลทำลายล้าง แต่กลับชุบฟื้นเพลิงไฟหกลูกแรกที่ถูกทำลายไปแล้วด้วยลมปราณฟ้าดินรอบข้างผสานกับพลังวิเศษที่เป็นแกนกลางของตนเอง

 

                เพลิงไฟที่ชุบฟื้นราวกับมีชีวิตรับรู้ พุ่งตรงเข้าประหัดประหารกับอัคคีทมิฬทันที เสียงระเบิดของการปะทะกันดังสนั่นต่อเนื่อง เมื่อเพลิงอัคคีวิหคฟื้นคืนเป็นรอบที่สาม อัคคีทมิฬก็สูญสลาย แม้พลังของเพลิงลูกที่เก้าจะลดต่ำลงจนเกือบสูญสลาย แต่นับว่าเป็นวิชาที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ความยินดีและตื่นตะลึงปรากฏแก่สายตาของสองสาวที่พยายามหลีกห่างอยู่ด้านหลัง แต่หนิงเซียนที่เป็นผู้ใช้พลังนั้นแตกต่าง ใบหน้าของเด็กสาวแสดงออกถึงความเหน็ดเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่แห่งนี้แปลกประหลาด ระดับลมปราณธรรมชาติกลับต่ำเตี้ยจนแทบจะเป็นศูนย์ ยิ่งใช้พลังในการโจมตีมาก ลมปราณในกายที่ขาดการชดเชยยิ่งอ่อนแอลง และยิ่งไปว่านั้นสายตาของหนิงเซียนยังมองทะลุผ่านเพลิงไฟทั้งเก้าของตนเองที่พุ่งเข้าหาภูตวิญญาณโหย...เพราะปีศาจร้ายหาได้เกรงกลัวเพลิงไฟของตนเอง และกำลังทะยานตรงเข้าหาหนิงเซียน หมายโจมตีสวนกลับคืน

 

                เปรี้ยง !!!

                เสียงแส้ที่หวดฟาดผ่ามวลอากาศจนแตกดัง แต่ยามที่สัมผัสเข้ากับเพลิงไฟทั้งแปดกลับไร้สำเนียง แต่กลับทำลายเพลิงไฟจนหายวับในคราเดียวทั้งแปดลูก

 

                เมื่อเห็นเพลิงไฟทั้งแปดถูกทำลายด้วยการฟาดแส้เพียงครั้งเดียว หนิงเซียนได้แต่สูดลมหายใจลึก รู้ดีว่าครานี้คับขันเป็นตาย ไม่กล้าเก็บออมพลังที่เหลือ แม้ร่างกายเริ่มอ่อนล้า แต่ยังคงกัดฟันเร่งประสานมือเข้าหากันในท่าพุทรา เพลิงไฟที่เพิ่งจะก่อกำเนิดใหม่ทั้งแปดลูก ไม่ทันที่จะพุ่งเข้าสกัดภูตวิญญาณโหย กลับถูกดึงรั้งกลับเข้าหาเพลิงไฟลูกที่เก้า หนิงเซียนกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง ใบหน้าเผยเค้าอิดโรย

 

                ...วิหคจำแลงทำลายล้าง กระบวนท่าจู่โจมขั้นสูงสุดของหนิงเซียน และถือเป็นเคล็ดวิชาลับของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ถูกใช้ออกเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปี ทันทีที่เพลิงทั้งเก้าประสานรวม หนิงเซียนก็ไม่อาจบังคับร่างให้ลอยค้างดุจเดิม ตกวูบลงมากองกับพื้น เฟยเซียงและจิวซินที่ถอยห่างออกไปก่อนหน้า ไม่ลังเลทะยานกลับมาประคองร่างของหนิงเซียนเอาไว้

 

                เพลิงไฟทรงกลมที่รวมรั้งพลังทั้งเก้าสาย บวกกับเจตจำนงแห่งวิหคเพลิงอมตะที่หนิงเซียนใช้ออก กลายเป็นดวงอาทิตย์ขนาดย่อม ส่องแสงสีขาวนวลที่รอบนอก แต่หากเพ่งดูให้ชัดตา จะเห็นว่าภายในมวลแสงร้อนแรง มีเงาร่างสีแดงแสดของวิหคตนหนึ่งขดม้วนอยู่ ยามที่ดวงตาทั้งสองของวิหคภายในเปิดขึ้นสีแดงสดเจิดจ้า พลันแตกกระจายออกไปทั่วสารทิศ

 

                คว้างงงงง !!!

                วิหคจำแลงกลับกลายเป็นกลายเป็นมีชีวิต ตรงเข้าจู่โจมภูตวิญญาณโหยในทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 372 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4016 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 290)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 21:11
    สู้เค้าาาาา
    #4016
    0
  2. #4015 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 290)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 11:46

    ลุ้นมากๆ หนิงเซียนสู้ๆ หมิงหมิงจะมาช่วยไหมนี่
    #4015
    0
  3. #4014 PoositSeatiw (@PoositSeatiw) (จากตอนที่ 290)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 11:29

    คว้างงงงง!! ไม่ใช่หล่ะ ค้างงงงง!!มากกว่า
    #4014
    0
  4. #4013 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 290)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 08:05
    จะรอดใช้ไหมง่ะ..-แล้วหมิงๆจะมาช่วยไหมเอ่ย
    #4013
    0
  5. #4011 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 290)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:49
    ขอบคุณครับ
    #4011
    0