เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,057 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,401 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,091

    Overall
    963,057

ตอนที่ 29 : ผิดหวังละสิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1000 ครั้ง
    9 มี.ค. 61

ตอนที่ 27

ผิดหวังละสิ

 

                เสวี่ยหมิงใบหน้ายังคงซีดเผือดลืมตาฟื้นขึ้นมาอย่างช้า ๆ สายตากลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง ค่อย ๆ ไล่มองดูสีหน้าของผู้ที่รอลุ้นผลการทดสอบอยู่ภายในห้องอาคมมายา แม้จะยังไม่รู้ว่าผลที่ออกมาเป็นเช่นไร แต่เมื่อดูจากสีหน้าของจื่อฮุย เสวี่ยหมิงก็หวั่นไหวในใจอยู่บ้าง แต่เพราะประสบการณ์ต่อสู้ รวมถึงพลังประหลาดจากดวงตาข้างซ้ายที่ปรากฏขึ้นมาโดยบังเอิญล้วนเป็นผลพลอยได้ที่เกินคาดในครั้งนี้ ต่อให้เขาไม่ผ่านการทดสอบเสวี่ยหมิงก็หาได้ย่อท้อ เขาได้ตัดสินใจเลือกที่จะเดินหน้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตนที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้ว และไม่มีวันหันกลับไปสู่เส้นทางอื่นอีก แม้จะไม่ได้เข้าสู่สำนักมังกรฟ้า ก็ยังมีสำนักผู้ฝึกตนอื่นในเมืองหยกม่วงอยู่อีก

 

                ...ธูปยังคงเผาไหม้อยู่ และเพิ่งจะดับลงไปต่อหน้าเสวี่ยหมิง

                ความเงียบงันเกาะกุมในจิตใจของเสวี่ยหมิง ผู้คนส่วนใหญ่ในห้องเองก็ล้วนเงียบงัน เพราะเข้าใจความรู้สึกที่อีกนิดเดียวธูปก็จะหมดลง

 

                แต่ความเงียบดังอยู่ได้แค่อึดใจเดียว เสียงหัวเราะของหลี่เปียวก็ดังขึ้น

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า สวะก็ย่อมเป็นสวะวันอย่างค่ำ" แม้คำพูดนั้นดูจะเป็นการพูดลอย ๆ ขึ้นมา แต่เสวี่ยหมิงรู้ดีว่าคนโฉดชั่วเช่นหลี่เปียวนั้นจงใจเอ่ยขึ้นเพื่อทำร้ายจิตใจของเขา

 

                "อืม...เจ้าหนูเจ้าชื่ออะไร" แต่เมื่อเสียงของผู้อาวุโสปู้เจินดังขึ้น ทุกการกระทำในห้องต่างก็นิ่งเงียบลงในทันทีอีกครั้ง

 

                "เออ..." เสวี่ยหมิงยังคงผิดหวัง และงุนงงกับเหตุการณ์อยู่ จึงตอบคำถามช้าไปอยู่บ้าง "หลง...หลงเสวี่ยหมิงครับ"

 

                "อืม" ผู้อาวุโสปู้เจินครางต่ำในลำคอ "เจ้าไม่ธรรมดาเลย ทั้งที่มีระดับฝึกตนเพียงแค่ลมปราณพื้นฐานขั้นที่สอง กลับสามารถสังหารสัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่งลงได้"

 

                ..."คำสังหารสัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่งลงได้"...ของผู้อาวุโสปู้เจิน ดังก้องเต็มสองรูหูของทุกผู้คนที่อยู่ในห้อง ทำเอาหลี่เปียวเข่าแทบจะทรุดลงกับพื้น จื่อฮุยที่คิดว่าเสวี่ยหมิงต้องพบกับความผิดหวังกลับเปลี่ยนเป็นกระโดดโลดเต้น วิ่งเข้ามามายินดีกับเสวี่ยหมิงในทันที

 

                ผู้อาวุโสปู้เจินที่เอ่ยปากเช่นนั้น จึงอธิบายเหตุผลรองรับ และจริง ๆ การดูว่าสังหารได้หรือไม่ได้นั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่อักขระแสดงผลไม่ได้มอดดับแสงหลังจากที่ผู้ทดสอบฟื้นตื่น นั่นหมายถึงผู้นั้นสามารถสังหารอสูรร้ายได้ แต่ครานี้ทุกคนมัวแต่จับจ้องก้านธูป รวมถึงตั้งเป้าว่าเสวี่ยหมิงทำได้แค่ยื้อเวลาเท่านั้น จึงได้มองข้ามข้อแตกต่างที่เด่นชัดนี้ไป

 

                หลี่เปียวที่เห็นว่าเหตุการณ์นั้นผิดพลาด หมายจะพลิกผลการตัดสินเอ่ยปากประท้วง แต่เมื่อมองไปยังหงคุนที่เป็นผู้ควบคุมแท่นทดสอบ ก็พบว่าหงคุนมองดูเสวี่ยหมิงด้วยอาการตกตะลึง เมื่อหลี่เปียวสบตากับมัน หงคุนก็รับรู้ความคิดมันได้ทันที จึงส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปทันควัน เพราะหงคุนเป็นเพียงคนเดียวในห้องที่รู้ว่าเสวี่ยหมิงมิได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 แต่เป็นการต่อสู้กับสัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 และที่สำคัญที่สุดคือเสวี่ยหมิงสามารถสังหารมันลงได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป อนาคตของเสวี่ยหมิงต้องกลายเป็นบุคคลยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย

                ...เด็กคนนี้มันปีศาจ ปีศาจชัด ๆ

 

                เมื่อเห็นท่าทางของหงคุนที่ตีตัวออกห่าง หลี่เปียวเองที่อยากจะเข้าไปทวงถามเหตุผลว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น  แต่ในตอนนี้ทุกคนในห้องล้วนอยู่ภายใต้หูตาของผู้อาวุโสปู้เจิน ทำให้มันไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม เพราะมันรู้ดีว่าด้วยสถานะศิษย์ในนั้น ยังคงห่างชั้นจากระดับของผู้อาวุโสของสำนักอยู่อีกขั้นหนึ่ง แต่หากเป็นศิษย์หลักของสำนัก เช่นนั้นเขาก็จะมีสิทธิ์ในการทักท้วงผู้อาวุโสของสำนักได้อยู่

 

                เมื่อเห็นว่าเรื่องราวไม่เป็นไปดังคาด หลี่เปียวก็ขบฟันกรอด ระบายความโกรธใส่สมุนบริวาร ซึ่งต่างโดนดีกันถ้วนหน้า ก่อนที่มันจะเลือกหันกลับตระเตรียมสะบัดหน้าจากไป

 

                "เดี๋ยวก่อน !" แต่แล้วเสียงของเสวี่ยหมิงก็ดังไล่หลังมา

 

                หลี่เปียวรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นน้ำเสียงของเสวี่ยหมิง มันก็มิอาจปั้นสีหน้าเย็นเยียบได้อีก ใบหน้าบูดเบี้ยวด้วยความโกรธา ก่อนจะหันกลับมาตวาดด้วยสียงดัง "สวะอย่างแก ไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยคำพูดกับข้า...!"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" จู่ ๆ เสวี่ยหมิงก็หัวเราะขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำเรียบสั้นเพียงหนึ่งประโยค "ผิดหวังละสิ" ดวงตาเจิดจ้าของทั้งคู่จับจ้องมองซึ่งกันและกัน เป็นที่รับรู้ของทุกคนรอบข้างว่าทั้งสองประกาศตัวเป็นคู่แค้นต่อกันอย่างแจ่มแจ้ง แต่เพราะมีเรื่องราวของมู่จินหลันเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ชนวนความแค้นถูกโยงไปถึงเรื่องของหญิงสาวแทน ทั้งที่ความจริงหาใช่ดังที่ข่าวลือแพร่สะพัดออกไป เพราะสำหรับเสวี่ยหมิง เรื่องราวของมู่จินหลันนั้นจบลงไปตั้งแต่ที่เสวี่ยหมิงออกจากเมืองวิหคทองแล้ว แต่ความแค้นของเสวี่ยหมิงนั้นมาจากเรื่องราวสดใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองหยกม่วงทั้งสิ้น

 

                หลังคำ..."ผิดหวังละสิ" ของเสวี่ยหมิงกระทบถูกหู เส้นเลือดที่ปูดโปนออกของหลี่เปียวก็แทบจะแตกระเบิดออก แต่เพราะตอนนี้มันไม่อาจทำอะไรเสวี่ยหมิงได้ จึงได้แต่เก็บความแค้นแล้วสะบัดหน้าเร่งฝีเท้าจากไปโดยพลัน

 

                "เจ้านี่ปากร้ายใช่เล่น" จื่อฮุยที่พูดกึ่งหัวเราะเอ่ยขึ้นกับเสวี่ยหมิงด้วยท่าทีผ่อนคลาย

 

                "..."เสวี่ยหมิงไม่ตอบคำเพียงอมยิ้มส่งกลับไปให้ ก่อนจะเอ่ยกับจื่อฮุย "จื่อฮุยเจ้ารู้ไหมใครคือผู้ที่ควบคุมข่ายอาคมแห่งนี้"

 

                จื่อฮุยพยักหน้ารับ เพราะจากน้ำเสียงของเสวี่ยหมิง จื่อฮุยก็พอจะเดาได้ว่าในข่ายอาคมต้องมีเรื่องราวไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นอย่างแน่นอน "โดยปกติกลไกต่าง ๆ ในสำนักมังกรฟ้า ล้วนเป็นศิษย์พี่อาวุโสของสำนักมังกรฟ้าเป็นผู้ควบคุม ส่วนชื่ออะไรนั้นข้าไม่แน่ใจ" จื่อฮุยพูดพลางหันไปชี้ที่หงคุน เมื่อเสวี่ยหมิงหันมองไปตามนิ้วของจื่อฮุยสายตาก็พลันประสานเข้ากับหงคุนพอดิบพอดี

 

                เสวี่ยหมิงมิได้เอ่ยวาจาใด ๆ ต่อหงคุน เขาเพียงใช้สายตาเย็นเยียบจับจ้อง ก่อนจะยกยิ้มเย็นชาที่มุมปากส่งให้ เพียงเท่านั้นหงคุนก็รู้สึกเหมือนตัวเองตกลงไปในหล่มน้ำแข็ง ไม่มีคำใดจะเอ่ยต่อความโง่เขลาที่ตนเองก่อขึ้น เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองได้ไปหาเรื่องกับบุคคลที่ไม่ควรจะตอแยเข้าแล้ว แต่เพราะความสามารถที่ลื่นไหลไปตามน้ำของมัน ที่ทำให้หงคุนอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ เมื่อคิดได้ดังนั้น มันก็สาบานกับตนเองว่าเมื่อใดก็ตามที่เสวี่ยหมิงเข้าเป็นศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าแล้ว มาใช้บริการใด ๆ ที่มันเป็นผู้ควบคุมดูแล มันจะบริการเด็กหนุ่มคนนี้อย่างดีเป็นกรณีพิเศษ เพื่อชดเชยความผิดพลาดที่ได้ก่อขึ้นในวันนี้

               

                หลังจากการทดสอบในรอบนี้เสร็จสิ้นลง ก็เข้าสู่การทดสอบในรอบสุดท้าย ซึ่งจื่อฮุยได้บอกกับเสวี่ยหมิงว่า การทดสอบในรอบนี้นั้นไม่มีผลต่อการรับเข้าเป็นศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าอีก นั่นก็แปลว่าทุกคนที่ผ่านการทดสอบในรอบที่ 2 ล้วนได้เข้าเป็นศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าแล้ว เพียงแต่ต้องรอให้จบการทดสอบในรอบที่ 3 เสียก่อน จึงจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

 

                การทดสอบในรอบที่ 3 นี้ถูกจัดขึ้นภายในโถงกลางของสำนัก และที่นี่ไม่ได้มีผู้อาวุโสปู้เจินเป็นผู้ควบคุมอีก แต่ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมคือรองประมุขของสำนักมังกรฟ้านาม...จิวอิง

 

                รองประมุขจิวอิงรูปร่างสูงใหญ่ ผมสีเงินยาวปกลงจนถึงกลางหลัง คิ้วยาวประดับอยู่บนใบหน้ายาวแหลม ปกคลุมสอดรับกับดวงตาเล็กเรียวคมกล้า รองประมุขผู้นี้ยามจ้องมองผู้คนราวกับเหยี่ยวที่จับจ้องเหยื่อ ยามนั่งแลมีสง่าราศีของผู้สูงศักดิ์ ยามยืนแข็งแข็งกร้าวดุจอาชาพยัคฆ์ เพียงบุคลิกที่กล่าวมาล้วนเหนือกว่าขุนพลแม่ทัพในเมืองหยกม่วงอีกหลายช่วงตัว ลักษณะเหนือผู้คนของจิวอิง ก็แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของสำนักมังกรฟ้า และเป็นเครื่องยืนยันว่า สำนักมังกรฟ้าคือขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหยกม่วงแห่งนี้

 

                "คารวะท่านรองประมุขจิว" ผู้อาวุโสปู้เจินที่เดินนำหน้าเหล่าผู้ที่ผ่านการทดสอบร้อยเจ็ดสิบเอ็ดคนเข้ามาน้อมกายคารวะนำ ก่อนที่ผู้ติดตามมาจะย่อกายคารวะตามหลัง

 

                จิวอิงแม้มากความสามารถ แต่นิสัยหยิ่งยโสเย็นชา เจ้าเล่ห์เพทุบาย ด้วยพรสวรรค์มากล้นแต่เยาว์วัย ทำให้พลังฝีมือสูงส่งโดดเด่น สามารถก้าวเข้าสู่ระดับลมปราณเหนือธรรมขาติขั้นกลางได้ตั้งแต่ก่อนอายุ 50 ปี และเป็นเหตุผลหลัก ที่ทำให้มันรั้งตำแหน่งรองประมุขของสำนักมังกรฟ้ามาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน

 

                "ไม่ต้องมากพิธี"จิวอิงเอ่ยเสียงเรียบแข็ง ก่อนจะใช้ให้ศิษย์นอกยกตะกร้าใส่หินสีดำออกมา พร้อมเดินแจกผู้ที่เข้าร่วมทดสอบทั้ง 171 คน คนละ 1 ก้อน

                "สิ่งที่พวกเจ้าได้รับไปมีชื่อเรียกว่าหินทดสอบปราณ" เสียงคล้ายเบาคล้ายดัง แต่กลับทรงพลังของจิวอิง ถ่ายทอดออกไปยังทุกซอกทุกมุมของห้องโถงอย่างขัดแจ้งในทุกถ้อยคำ

                "พวกเจ้าที่ยังคงอยู่ไม่เกินระดับพื้นฐานลมปราณระดับที่ 4 ล้วนแล้วแต่ยังไม่อาจค้นพบพรสวรรค์ลมปราณของตัวเอง ดังนั้นหินที่เจ้าได้รับจึงเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อทดสอบว่าพวกเจ้ามีพรสวรรค์ลมปราณระดับไหน และคุ้มค่าต่อทรัพยากรที่สำนักมังกรฟ้าจะทุ่มเทให้หรือไม่" สายตาคมกล้าของจิวอิงมองกวาดไปทั่ว "สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำก็คือตั้งสมาธิชักนำลมปราณที่ตัวเองรู้สึกได้เข้าไปสู่ในหินที่แจกไป หินสีดำจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมต่อกับตัวพวกเจ้า ดึงดูดพลังลมปราณธรรมชาติให้เข้ามาเกาะกุม หลังจากนั้นหินสีดำก็จะแตกออกตามระดับความสามารถในการดึงดูดลมปราณของแต่ละคน โดยถือเอาจำนวนชิ้นของหินที่แตก ในการบ่งบอกระดับของพรสวรรค์ของพวกเจ้าออกมา ซึ่งพรสวรรค์ที่แสดงนั้นจะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ทักษะยุทธ์ และความรวดเร็วในการฝึกฝนของระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 ขึ้นไป"

                ระหว่างที่จิวอิงกล่าว ศิษย์นอกก็ไล่แจกหินสีดำไปจนเกือบจะครบจำนวนคนแล้ว "โดยหลักเกณฑ์การวัดผลก็คือ ผู้ไม่สามารถทำให้หินสีดำแตกออกน้อยกว่าสี่ส่วนถือว่ามีพรสวรรค์ระดับทั่วไป และจะได้บรรจุเข้าเป็นศิษย์นอกระดับสอง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด ส่วนผู้ที่ทำให้หินสีดำแตกได้สี่ส่วนขึ้นแต่ไม่ถึงหกส่วนจะได้รับบรรจุเป็นศิษย์นอกระดับหนึ่ง ส่วนผู้ที่ทำให้หินดำแตกได้มากกว่าห้าส่วนขึ้นไปจะได้เข้าเป็นศิษย์ในของสำนักทันที"

 

                หลังสิ้นคำกล่าวของรองประมุขจิวอิงทั้งห้องก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นในทันที เพราะการที่สามารถทำให้หินดำแตกออกได้ 6 ส่วนจะทำให้พวกมันก้าวกระโดดขึ้นไปเป็นศิษย์ในนั้น นับเป็นโอกาสทองของพวกมันเลยทีเดียว แต่ใครจะรู้บ้างว่าตั้งแต่ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้ามามีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เคยทำให้หินดำแตกออกเกิน 5 ส่วน และผู้นั้นก็มิใช่ใครอื่น นอกจากหลานสาวของจิวอิง...นามจิวซิน...หนึ่งในสองบุหงาหยกม่วงเคียงคู่กับนางงามน้อยแห่งสมาคมหอการค้าเฟยเซียงนั่นเอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1K ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #3276 WayooSreebuarom (@WayooSreebuarom) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 15:24
    ป่นเป็นผงไปเลย จบปิ๊ง
    #3276
    0
  2. #146 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 11:03
    เพิ่มเสวี่ยหมิงไปอีกคนเลย
    #146
    0
  3. #110 dogkao_ai (@aajung403) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 02:45
    qwq~ omg! just only That girl!!
    #110
    1
    • #110-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 29)
      10 มีนาคม 2561 / 13:20
      Don't only but two beauty...
      #110-1
  4. #109 หน้ากากมรณะ (@G-47) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:23
    ง่อววว
    #109
    0
  5. #108 nmnasaty32 (@nmnasaty32) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:05
    อับลัวๆได้ปะ
    #108
    1
    • #108-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 29)
      9 มีนาคม 2561 / 22:17
      แค่วันละตอน แล้วมีแถมตอนบ้าง ก็แทบแย่แล้วครับ ไรท์ไม่ได้พิมพ์ทุกวันอะ ถ้าพิมพ์ได้เยอะมากจริง ๆ แล้วจะอัพรัว ๆ ให้นะครับ
      #108-1
  6. #107 Zensiki HazenTech (@TunvaJunyongyod) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 21:54
    คือแบบว่า ถ้า นามจิวซิน เขามาพูดคุยหรือดูการทดสอบ ในเวลานี้ ใช้เลยนะครับ เดี๋ยวมันจะเหมือนกัน มากไปนะครับ
    #107
    3
    • #107-2 Zensiki HazenTech (@TunvaJunyongyod) (จากตอนที่ 29)
      10 มีนาคม 2561 / 00:12
      เนื่อเรื่องของออเจ้า ใกล้เคียง พี่หมิง ของอีกเรื่องนะ ออเจ้าครับ
      #107-2
    • #107-3 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 29)
      10 มีนาคม 2561 / 13:19
      บอกชื่อตัวละครจำไม่ได้อะ ชื่อตัวละครจำได้แค่พี่เมิ่งกะเนี่ยหลี่ อันอื่นจำได้แต่ชื่อเรื่อง ^ ^ แต่เรื่องนี้ร่างพล็อตหยาบผมเอาแนวจากหลายเรื่องมาผสมกันละ ถ้าบางช่วงจะคุ้น ๆ บ้างก็ไม่แปลกจ้า
      #107-3
  7. วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 20:55
    ขออีกกกกกกกก
    #106
    1
    • #106-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 29)
      9 มีนาคม 2561 / 21:12
      วันนี้ 2 ตอนละครับ ลงอีกไรท์พิมพ์มะทัน ^ ^
      #106-1