เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,180 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,214

    Overall
    963,180

ตอนที่ 288 : ผูกพันเป็นตาย 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 375 ครั้ง
    16 ต.ค. 61

ตอนที่ 266

ผูกพันเป็นตาย 1

 

                หลังจากที่ไล่เก็บสมุนไพรจนเต็มสองมือ สองสาวยิ่งมายิ่งชื่นชอบเจ้าจิ้งจอกน้อยของจิวซิน พากันขอส่วนแบ่งเนื้อตากแห้งมอบให้ฉูซิงกับมือบ้าง จิ้งจอกหิมะก็สุขใจ เจ้าของเองก็ยิ้มแก้มปริ แต่แล้วจู่ ๆ ฉูซิงก็ยกสองหูตั้งชันขึ้น ดวงตาทอประกายเจิดจ้า วิ่งวนไปมาไม่หยุดนิ่ง ราวกับค้นพบเรื่องราวใหญ่โต

 

                "จริงรึ" จิวซินเป็นเพียงผู้เดียวที่สื่อสารฉูซิงได้ จึงรับรู้เรื่องราวที่เจ้าจิ้งจอกน้อยสื่อสารเพียงผู้เดียว "พวกเราเจอโชคใหญ่เข้าแล้ว ฉูซิงน้อยบอกว่า มันได้กลิ่นสมุนไพรวิเศษ ชนิดที่หญ้าน้ำค้างฟ้าไม่อาจเทียบเทียม" จิวซินมองดูสมุนไพรหญ้าน้ำค้างฟ้า ซึ่งเป็นวัตถุดิบในระดับสูงสำหรับทำโอสถบำรุงธาตุวารีในมือด้วยความคาดหวัง

 

                "ถ้างั้นพี่จิวซินก็สั่งให้ ฉูซิงนำไปเลยสิคะ" หนิงเซียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

 

                จิวซินที่ยังคงไม่อาจหุบยิ้ม พยักหน้าตอบรับในทันที

 

                "เดี๋ยวก่อน" เฟยเซียงเอ่ยดึงสติทั้งสอง "สมุนไพรวิเศษส่วนใหญ่มักขึ้นในพื้นที่พิสดาร และมักจะมีสัตว์อสูรปกป้องวนเวียนอยู่รอบ ๆ เพื่อดูดซับลมปราณในระหว่างที่มันเติบโต ข้าเกรงว่าสมุนไพรที่ฉูซิงค้นพบ อาจจะ..."

 

                "เฟยเซียง..." จิวซินเอ่ยพลางเดินสองมือไขว่หลัง วนเวียนรอบกายเฟยเซียง ราวกับอาจารย์กำลังสั่งสอนศิษย์ "ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้ากังวลนะ แต่ด่านกักมังกรข้าเองก็เคยเข้ามาก่อน ถือเป็นผู้มีประสบการณ์ สัตว์อสูรภายในแม้แข็งแกร่งเมื่อสามปีก่อน แต่ตอนนี้ดูข้าสิ" จิวซินโชว์พลังระดับเชื่อมฟ้าดินของตนเองออกมา" ก่อนจะชี้ไปที่หนิงเซียน "ไหนจะยังมีเด็กน้อยหนิงเซียนผู้เก่งกล้าร่วมทาง ต่อให้ศัตรูเป็นสัตว์อสูรลมปราณเที่ยงแท้ พวกเราสามคนก็มิต้องกลัว" จิวซินจงใจใช้มือแตะไปที่ไหล่บางของเฟยเซียง "หรือว่าเจ้าไม่กล้า ถ้าเช่นนั้น เจ้ารออยู่ที่ด้านนอกหุบเขาก็ได้..."

 

                "ตกลงข้าจะไป" แม้เฟยเซียงจะชักสีหน้าบูดบึ้ง แต่ยังคงยินยอมทำตาม

 

                "ให้มันได้ยังงี้สิ" เมื่อเฟยเซียงเอ่ยคำร่วมด้วย จิวซินก็ไม่ลังเล หันขวับกลับไปหาฉูซิง "ฉูซิงตาเจ้าแล้ว" จิ้งจอกหิมะได้รับคำสั่งของจิวซินก็ทะยานเป็นเส้นสายสีขาว ตัดผ่านผืนหญ้าเขียว มุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของป่าในพริบตา จิวซินที่อยู่ใกล้กับฉูซิงที่สุด ก็ทะยานตามติด เพียงเฟยเซียงที่พยักหน้าฉีกยิ้มมุมปากส่งให้หนิงเซียนทะยานตามติดเป็นคนที่สอง ส่วนหนิงเซียนรู้ดีว่าตนเองพลังฝีมือสูงส่งที่สุด ค่อยทะยานตามหลังทำหน้าที่คุ้มกันสองสาวด้วยรอยยิ้ม

 

                แต่แล้วเมื่อฉูซิงทะยานลัดเลาะผ่านไปเพียงแค่ชั่วก้านธูป ท้องฟ้าที่สดใสเบื้องบน พลันหมองแสงลง มวลเมฆดำลอยต่ำแปลกพิกล ปกคลุมผืนป่าที่แปรเปลี่ยนจากทิวไม้ กลับกลายเป็นแท่งหินสูงชัน และกว่าที่สามสาวจะรู้สึกตัว ก็หลุดเข้าสู่เขตแดนสนธยาที่เต็มไปด้วยหมอกหนาแห่งนี้เสียแล้ว

 

                "ฉูซิงเกิดอะไรขึ้น" จิวซินเอ่ยขึ้นทันที เมื่อฉูซิงที่วิ่งไวตลอดมา กลับหยุดนิ่งไม่ไหวติง ยิ่งมองสำรวจรอบ จิวซินยิ่งพบว่าเรื่องราวผิดเพี้ยน บรรยากาศรอบข้างกลับกลายเป็นไม่ปกติอย่างยิ่ง

 

                "ลมปราณฟ้าดินที่นี่บางเบายิ่งนัก" หนิงเซียนที่ตามมาถึงทีหลังเอ่ยขึ้น สองสาวด้านหน้าก็พยักหน้าเห็นด้วย หนิงเซียนจึงได้เอ่ยต่อไป "พื้นดินสีเทาดำนี่ก็แปลกประหลาด ข้าว่าพวกเรากลับออกไปก่อนดีไหม"

 

                "อืม ข้าเห็นด้วยกับหนิงเซียน" เฟยเซียงยิ่งมายิ่งรู้สึกไม่ดี จึงเอ่ยสนับสนุนความคิดของหนิงเซียน

 

                "แต่ว่า..." จิวซินลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อคิดถึงภาพรวมทั้งหมดจึงได้แต่เก็บคำโต้แย้ง เปลี่ยนเป็นพยักหน้าเห็นพ้อง หันกลับตระเตรียมเดินทางออกจากเขตสนธยาแห่งนี้ "ฉูซิงนำทางกลับ"

 

                กรร !!!!

                คำสั่งไม่ได้รับการตอบสนอง กลับเป็นเสียงขู่คำรามของฉูซิงที่ดังขึ้นแทน

 

                "ทุกคนระวังตัว มีบางอย่างกำลังมา" หนิงเซียนมีสัมผัสรับรู้สูงที่สุดในกลุ่ม แม้จะยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตของลมปราณสวรรค์ แต่ก็อยู่ที่สุดปลายของลมปราณเที่ยงแท้

 

                เพลิงวิหคอัคคี !!!

                หนิงเซียนที่อยู่รั้งท้ายตลอดไม่ลังเล ทะยานล้ำไปด้านหน้าในพริบตา สองมือขาวที่โผล่พ้นชายเสื้อ สะบัดกระพือราวปีกวิหคยามโผบิน ก่อเกิดระลอกคลื่นเพลิงไฟซัดออกไปที่ด้านหน้า แสงกระจ่างแดงฉาน ขับไล่ความมืดมัวรอบข้าง เงาเลือนลางที่หลบซ่อนอยู่ไม่ไกล พลันปรากฏเป็นร่างของ...วิญญาณโหย ภูตร้ายจากดินแดนอเวจี ที่ใช้พลังของมิติหลบซ่อนกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม เพื่อรอสังหารเหยื่อ และดูดกลืนพลังหยินแห่งความตาย

 

                ตูม !!!

                แม้พลังของเฟยเซียงจะรุนแรง แต่ภูตวิญญาณโหยตนนี้ ดั้งเดิมก็มีพลังระดับลมปราณเที่ยงแท้อยู่ก่อน ครั้นอยู่มานานหลายพันปี สังหารสิ่งมีชีวิตภายในด่านกักมังกร และผู้คนที่หลงเข้ามามากมาย จนตอนนี้มันสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตของลมปราณสวรรค์ขั้นที่สองเรียบร้อยแล้ว พลังโจมตีในระดับลมปราณเที่ยงแท้ของเฟยเซียง จึงมิอาจระคายม่านพลังปกป้องของมันแม้เพียงนิดเดียว

 

                "แย่แล้ว เจ้าตัวประหลาดนี้มันแข็งแกร่งเกินไป" หนิงเซียนเบิกตาโตมองดูพลังกว่าเจ็ดส่วนที่ปล่อยออก กลับไม่อาจทำอันตรายม่านคุ้มกันของภูตวิญญาณโหยได้แม้แต่น้อย "พวกท่านถอยไปก่อน" หนิงเซียนไม่กล้าประมาทปลดปล่อยพลังลมปราณทั้งหมดออกมาในทันที จากเด็กสาวไร้เดียงสา กลับกลายเป็นราชินีวิหคเพลิงอันเกรี้ยวกราด เบื้องหลังปรากฏเงาร่างของวิหคเพลิงเด่นชัด โดยเฉพาะแพนหางทั้งเก้าที่ยาวสยายงดงาม

 

                ...ลมปราณวิหคเก้าตะวันขั้นที่ 9

                เพลิงไฟขั้นสูงสุดของวิหคอมตะ ที่แม้แต่ฮัวเหวินเยี่ยนยังไม่อาจเหยียบย่างไปถึง แต่หลังจากที่หนิงเซียนได้รับวาสนาบรรลุเซียน บวกกับในร่างมีโลหิตวิหคเพลิงเข้มข้น ทำให้สามเดือนหลังจากการก่อตั้งวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ดรุณีน้อยผู้นี้ก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบขั้นวิทยายุทธ์เทียบเท่ากับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ

 

                ...เขตแดนเพลิงอมตะ

                ชุดยาวสีชมพูอ่อนโบกพลิ้ว ทั่วร่างห่อคลุมไปด้วยลมปราณสีแสดแดงของวิหคเพลิงอมตะ เงาร่างวิหคเบื้องหลังชูคอยืดขึ้น กู่ร้องเป็นสำเนียงวิหคสวรรค์ ก่อเกิดอาณาเขตเพลิงไฟรอบรัศมีหนึ่งร้อยวา ขับไล่ความขมุกขมัวที่ภูตวิญญาณโหยใช้ปิดซ่อนตัว ดวงตาสีน้ำตาลดำของหนิงเซียน บัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิม ปรากฏเพียงเพลิงไฟแดงฉานสถิตอยู่ภายใน

 

                โฮก !!!

                ภูตวิญญาณโหยคำรามก้อง ร่างกายที่ปิดซ่อนของมัน โผล่ออกมาจากมิติเบื้องหลัง เผยให้เห็นสรีระที่แปลกพิกล ศีรษะสีดำเลือนลางคล้ายแพะที่มีใบหน้ามนุษย์ซ้อนทับ กลางลำตัวกลวงโบ๋ ปรากฏเพียงซี่โครงที่ถูกเพลิงไฟสีดำทมิฬห่อหุ้ม ไม่มีขาแต่กลับล่องลอยเคลื่อนไหวได้ว่องไวราวกับสายลม สองแขนลีบเล็กราวกับไร้หนังหุ้มกระดูก ยืดเหยียดออกเบื้องหน้า พลันตะปบลงบนความว่างเปล่าจนเกิดเสียงดังราววิชชุ

 

                ปรากฏมวลอากาศสั่นไหว ทำเอาหนิงเซียนตกใจ ใช้ออกด้วยพลังวิหคเก้าตะวันปลดปล่อยคลื่นเพลิงวิหคเพลิงผลาญฟ้า กระจายเพลิงไฟโจมตีออกไปสกัดกั้นเป็นรูปพัดที่เบื้องหน้า

 

                แต่แล้วเรื่องราวกลับไม่เป็นไปดังคาด เพราะสิ่งที่ภูตวิญญาณโหยฟาดหวดลงไปหาได้ส่งพลังทำลายโจมตี แต่กลับเป็นการหวดฟาดทำลายมิติช่องว่าง รอยปริแตกสีดำของอากาศธาตุเป็นเพียงเส้นบางฝ่ามือรอดผ่าน แต่สำหรับภูตวิญญาณโหย รูเปิดเพียงนี้ ก็เพียงพอสำหรับมันแล้ว

 

                "อะไรกัน" หนิงเซียนที่อยู่ด้านหน้าเห็นเรื่องราวถนัดตา ศัตรูร้ายที่หมายสกัดยืดระยะห่างเอาไว้ กลับจมหายเข้าไปภายในช่องว่างทีแตกออก ไม่ต่างจากพลังของเสวี่ยหมิง "มันแหวกมิติได้" ความคิดเพิ่งมาถึง สมองพลันเร่งให้ร้องเตือนออกไป

 

                พี่สาวทั้งสองระวัง !!!

                หนิงเซียนพลิกร่างกลับหลัง เตรียมทะยานออกไปขัดขวาง แต่กลับช้าไปก้าวหนึ่ง มืออันแห้งเหี่ยวของภูตวิญญาณโหยยื่นโผล่ออกมาจากมิติเบื้องหลัง เล็บสีดำสนิทพลันยืดยาวออกราวคมมีด ตระเตรียมตวัดเกี่ยวลำคอขาวที่ตั้งชูเด่นของเฟยเซียง ซึ่งยังคงไม่รู้ตัวว่าบัดนี้ภัยร้ายอยู่ประชิดตนเองถึงเพียงนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 375 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #4012 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 288)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 02:50
    การที่ให้ความสำคัญกับบทอีควายนี่จะต้องโชว์โง่เพื่อสร้างสถานการณ์ แสดงให้เห็นว่านิยายเรื่องนี้ผู้แต่งทำได้แค่เขียนเรื่องโง่ๆโดยอาศัยตัวละครในเรื่องเป็นทางผ่าน วีรบุรุษที่สร้างจากสถานการณ์ โง่ๆแบบนี้ก็เป็นแค่ ไอ่โง่ตัวหนึ่งที่มาวุ่นวายกับEโง่อีกตัวหนึ่ง ......ไม่เข้าใจว่าแทนที่จะสร้างการพัฒนาของตัวละครผ่านเหตุการณ์ใหม่ๆโชว์ศักยภาพของงานเขียน กลับดีแต่สร้างสถานการณ์โง่ๆผ่านเหตุการณ์ซ้ำซาก มุกเดิมๆ ตัวละครโง่แบบไหนก็โง่แบบนั้นไม่มีการเรียนรู้ อาศัยโชคเอาตัวรอดไปเรื่อย ....แทนทีนิยายจะพัฒนาขึ้น เกรดแม้งก็ต่ำลงๆ เห็นชื่อ e จิวนี่โผล ออกมาจากประตูสวรรค์ก็อุสสาทำใจว่าผู้แต่งคนต้องการให้เห็นการพัฒนาของคน ต้องการให้ผู้อ่านเห็นว่าคนมันเปลี่ยนได้ แต่พออ่านถึงตอนนี้บอกเลยโคตรผิดหวังซ้ำซ้อน โง่ยังไงก็ยังโง่เหมือนเดิม ถ้าไม่มีความสามารถพอจะเล่นมุกอื่นต้องดึงเอามุก หญิงโง่ สร้างเรื่องมาใช้แบบนี้ตลอดลองหยุดแต่งแล้วย้อนกลับไปอ่านนิยายตัวเองดูบ้างก็ได้ อ่านแบบยาวๆให้มันต่อเนื่องเผื่อจะได้เห็นความโง่ที่ตัวเองเขียนผ่านบทตัวละครพวกนี้แล้วจะได้เอามาพัฒนาต่อยอดได้
    #4012
    4
    • #4012-3 AlsE (@deknoyalse) (จากตอนที่ 288)
      27 ตุลาคม 2561 / 18:08
      ผมเห็นด้วยกับการใช้เหตุการณ์ซ้ำๆ กับตัวละครเดิมๆ และพัฒนาการของตัวละครยังไม่ดีพอนะครับ เพียงแต่ว่าการวิจารณ์งานเขียนแบบที่คุณกำลังทำอยู่เป็นการให้คำแนะนำในแง่ลบ ติเพื่อก่อไม่ใช่ติแล้วใช้อารมณ์ ถ้าหากไม่ชอบหรือไม่พอใจในผลงานคุณก็ไม่ต้องอ่านต่อก็ได้ครับ เพราะว่าผมเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว คุณก็บอกว่าจะไม่ติดตามต่อแล้วหรืออะไรก็แล้วแต่เพราะว่าตัวละครตัวนึงไม่สบอารมณ์คุณ แต่หากเปิดใจดีๆ ก่อนที่จะอ่านงานเขียนแล้วละก็ควรทำใจให้เป็นกลางนะครับ ผมคนนึงก็อ่านงานเขียนมาเยอะ ถ้าเรื่องไหนอ่านแล้วไม่ถูกจริตหรือไม่น่าติดตามผมก็จะไม่ติดตามต่อ แต่จะแนะนำทิ้งท้ายไว้ตอนที่หยุดอ่าน หากคุณทนเห็นเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้ก็ไม่ควรจะอ่านต่อนะครับ การอ่านงานเขียนนึงไม่มีทางที่จะถูกใจทุกคน หรือไม่มีทางที่เรื่องนั้นทั้งเรื่องจะถูกใจทั้งเรื่อง แต่หากมองกลับกันผมมองว่าเหตุการณ์ซ้ำซากที่เกิดขึ้นนี้นั้นเป็นจากสันดานของตัวละคร ย้ำว่า “สันดาน” ของตัวละครนะครับ ผู้เขียนยังเขียนอยู่ว่า “ด้วยนิสัยมุทะลุ” คุณก็คงจะมองเห็น อันนี้แล้วแต่คนมองนะครับ ส่วนการป้ายสีดำในนิยายนี้ผมมองว่ามันเป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่งในงานเขียนซะมากกว่า หากไม่มีใครเกลียดตัวละครใดเลย ก็หมายความว่างานเขียนนั้นไม่มีความสมจริง ไม่มีอารมณ์ร่วม และไม่มีคุณค่า เหมือนอย่างที่คนทั้งหลายติดละครตามช่องต่างๆ กันถึงแม้จะเกลียดตัวละครนึงนักหนา แต่กลับติดหนึบไม่พลาดซักตอน ผมเองก็ไม่ได้ว่างานเขียนนี้ดีเลิศหรือดีเยี่ยมแต่ทว่าอยากให้คุณลองใช้คำพูดแนะนำติเพื่อก่อ ไม่ควรเอาอารมณ์เข้ามาร่วมในการวิจารณ์นะครับ เผื่อว่าอีกหน่อยคุณอาจมีงานเขียนของตัวเองจะได้รู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำอยู่ไม่ได้ส่งเสริมให้นิยายมันเป็นไปในแนวทางที่คุณต้องการ แต่งานเขียนนี้มาจากผู้เขียนครับ จะให้เอาตามคนอ่านที่เม้นท์ๆ กันทุกอย่างไม่ได้ทั้งหมดเสมอไป แล้วอีกอย่างนึงที่นี่เป็นที่สำหรับนักเขียนหน้าใหม่หรือมือใหม่ทั้งหลายที่อยากเดินเส้นทางนักเขียน ดังนั้นไม่ใช่มืออาชีพที่จะเขียนได้ดีเลิศเสมอไปนะครับ
      สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากถึงนักเขียนว่าสิ่งที่คุณทำอยู่แม้นจะมีสิ่งติดขัดไม่เป็นไปตามต้องการก็อย่าท้อนะครับ และอีกอย่างตอนที่ซื้อมาทั้งหลายเนี่ยผมไม่รังเกียจในการซื้อตอนมาอ่านเพียงแต่ว่าอยากให้ตรวจคำให้ดีเสียก่อนนะครับ เพราะว่านักอ่านหลายๆ ท่านคิดว่าเสียเงินแล้วต้องได้อะไรที่สมบูรณ์สักนิดเพื่อเวลาอ่านจะได้ไม่ต้องมานั่งเดาบางคำในบางสำนวนนะครับ
      #4012-3
    • #4012-4 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 288)
      29 ตุลาคม 2561 / 12:35
      ขอบคุณครับ ต้องบอกก่อนว่าจริง ๆ เรื่องนี้ยังทดลองเขียนอยู่เลย แม้จะเป็นคนที่อ่านนิยายและการ์ตูนเยอะมาก แต่เมื่อก่อนก็แค่อ่านเอาเพลิน ไม่ได้เขียน(พอเขียนเองถึงได้ตั้งใจอ่านเอาความรู้) ข้อมูลดิบในหัวไรท์เลยมีไม่มากเท่าที่ควร การเดินเรื่องเลยจะแคบอยู่ แถมเอาจริง ๆ เรื่องนี้ก็ยังฝึกหัดเขียนอยู่ และไรท์ตั้งกฏกับตัวเองในการเขียน บางช่วงมันเลยอาจจะไม่ถูกใจแต่ทุกอย่างมันถูกวางไว้ตามเส้นเรื่องที่ผมหัดร่าง(ย้ำว่าหัดร่างเพำราะเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ตั้งใจเขียนพล็อตเรื่องจริง ๆ จัง หลังจากเรื่องแรกด้นสดจนค้างออกทะเลไป แต่คาดว่าหลังเรื่องนี้จบจะไปลากกลับฝั่ง ส่วนเรื่องที่สองเป็นนิยายกำลังภายในเรื่องแรกที่แต่ง แต่พล็อตที่วางหลวมราวกับคำถามปลายเปิด แต่โชคดีว่าเพราะเป็นปลายเปิด พอเขียนไปช่วงหนึ่งเลยเห็นว่ามันมีจุดน่านำเสนอเยอะ เลยมาเขียนเรื่องนี้ ก่อนที่จะกลับไปแก้เรื่องเก่าครับ ที่เขียนยาวเพราะอยากจะบอกว่าไรท์เองก็ยังทดลองเขียนอยู่เลยครับ มีเบื่อบ้าง ขี้เกียจบ้างตามปกติ แต่ที่ยังเขียนอยู่เพราะหลาย ๆ เหตุผล ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือมีคนอ่านที่โต้ตอบกันนี่ละครับ ทั้งชมทั้งติ ไรท์อ่านหมดละครับ แต่บางคอมเมนต์ที่ไม่ตอบ บางทีก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน ^ ^ แต่อ่านหมดละครับ) ข้อแรกตอบจบก็ยาวเหยียดละ *-* ข้อสองเรื่องของคำผิดกับภาษาที่ งงๆ ซึ่งปนอยู่เยอะพอควร จริง ๆ ไรท์แก้เบื้องต้นใน E-book ไปน่าจะเกิน 95 % ไปละ แต่ที่เด็กดีจะไม่มีแก้(แต่ไม่ใช่จะไม่แก้ตลอดไปนะ) เพราะมีเหตุผลบางอย่างครับ ยังไงก็ต้องขอโทษนักอ่านทุกท่านด้วยจ้า เดี๋ยวจะเขียนชี้แจงทีเดียวในตอนที่เขียนเรื่องนี้จบอีกทีครับ ^ ^ ขอบคุณทุกท่านที่คอมเมนต์นะครับ
      #4012-4
  2. #4006 _xlYakolx_ (@_xlYakolx_) (จากตอนที่ 288)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 20:37
    จิวซินอีกแล้วไปฝึกวิชามาหลายปี-ยังโง่เหมือนเดิมอีบ้า
    #4006
    2
    • #4006-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 288)
      18 ตุลาคม 2561 / 08:10
      ตัวขัดใจคนอ่านแต่ไม่มีจิว ก็ไม่มีเรื่องจิ ไม่งั้นจะไม่เข้าสูตรสถานการณ์สรา้งวีรบุรุษ *-*
      #4006-1
    • #4006-2 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 288)
      19 ตุลาคม 2561 / 02:31
      ถ้าจะต้องมีตัวละครนี้เพื่อสร้างเรื่องก็เท่ากับว่าแสดงความโง่ของผู้แต่งออกมาผ่านคสามโง่ของตัวละครได้ชัดเจนมาก และวีรบุรุษที่ได้จากสถานการณ์นี้ก็จะเป็นตัวโง่ที่เข้ามาวุ่นวายกับตัวโง่กว่าอีกตัวเท่านั้นเอง...ไม่เข้าใจว่าจะเก็บอีเ-้ยนี้ไว้ดึงนิยายมห้ดู
      #4006-2
  3. #3996 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 288)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 11:36
    ซวยแล้ววว
    #3996
    0
  4. #3995 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 288)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 10:14
    หมิงหมิงมาช่วยด่วนเลย
    #3995
    0
  5. #3994 Leonidas's (@march666) (จากตอนที่ 288)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 05:58
    ผญ นี้พางานงอกตลอดดดด
    #3994
    0
  6. #3993 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 288)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 00:45
    ตื่นเต้นๆๆ
    #3993
    0