เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 911,752 Views

  • 4,525 Comments

  • 8,252 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    68,872

    Overall
    911,752

ตอนที่ 287 : กลับมายังด่านกักมังกรอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 380 ครั้ง
    15 ต.ค. 61

ตอนที่ 265

กลับมายังด่านกักมังกรอีกครั้ง

 

                "นี่มันที่ไหนกัน" หนิงเซียนถูกประตูวิเศษดึงดูดเข้ามายังด่านกักมังกรโดยบังเอิญ มองสำรวจซ้ายขวาด้วยความงุนงง

 

                "ข้า...ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน" เฟยเซียงเองแตกตื่นไม่ต่างกัน ส่ายศีรษะไปมาไล่ความงุนงงจากการย้ายข้ามมิติ เอ่ยพลางหลบสายตาไร้เดียงสาของหนิงเซียน แม้เรื่องราวความรักจะสะสางแล้ว แต่กระจกที่เคยแตกต่อให้ประกอบกับคืน ก็ยังคงหลงเหลือรอยร้าวติดอยู่ จะให้ยอมรับหนิงเซียนโดยสนิทใจนั้นมิใช่เรื่องง่าย

 

                "แต่ข้ารู้" จิวซินที่ได้ยินเสียงสนทนาของสองสาว ทะลึ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้เตี้ยที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ใบหน้างามเผยแววมาดมั่นราวผู้ชนะ "ที่นี่คือด่านกักมังกร และข้าเคยเข้ามาแล้วครั้งหนึ่ง" จิวซินลุกขึ้นปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ออก พลางเดินมารวมกับสองสาวที่พยักหน้ารับคำของตนเอง "ด้วยระดับพลังของพวกเรา สถานที่แห่งนี่ก็เป็นได้แค่สนามเด็กเล่นเท่านั้นละ" จิวซินพยายามลดเสียงตนเองให้ทุ้มต่ำดูน่าสนใจ "แต่เป็นสนามเด็กเล่นที่มีสิ่งของวิเศษซ่อนอยู่ หากเป็นไปตามรูปแบบเดิม หลังจากที่พวกเราเข้ามาแล้วหนึ่งเดือน ด่านกักมังกรก็จะส่งพวกเรากลับออกไปเอง ดังนั้นหนึ่งเดือนนี้ ข้าจะเป็นผู้นำทางเด็กหลงทั้งสองออกไปล่าสมบัติกัน"

 

                หนิงเซียนได้ฟังคำล่าสมบัติ ดวงตาพลันลุกวาว พยักหน้ารับจิวซินโดยไว แต่เฟยเซียงสหายรักกลับบุ้ยหน้าเหยเก ราวกับไม่ต้องการให้จิวซินนำทาง แต่จนแล้วจนรอดเฟยเซียงก็มิได้เอ่ยอันใดออกไป เพียงยินยอมทำตามโดยฝืนใจ

.

.

                เสวี่ยหมิงเพราะแหวกมิติด้วยพลังของตนเอง ทำให้ต้องเผชิญกับแรงต่อต้านของ...ค่ายกลวิเศษเก้าประตูสวรรค์ มิติบิดเบี้ยวที่ฝืนรอดผ่านบีบรัดร่างจนแทบจะเอาตัวไม่รอด ยังดีที่หลายเดือนมานี้ พลังเต๋ามิติของเสวี่ยหมิงมีความรุดหน้าอยู่บ้าง เมื่อเข้าสู่มิติเบื้องหลัง เสวี่ยหมิงยังสามารถควบคุมบังคับร่างตนเองได้อยู่บ้าง จึงเร่งความไวในการทะลวงผ่าน สุดท้ายจึงหลุดรอดจากมิติบิดเบี้ยวออกไปได้อย่างทุลักทุเล

 

                แม้จะหลุดออกจากมิติบิดผัน แต่ภายใต้แรงกดดัน และพลังทำลายของมิติล้วนสาหัส ยังดีที่เสวี่ยหมิงมีผิวหนังที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการฟื้นตัวล้ำเลิศ แถมยังได้เต๋าแห่งมิติหนุนเสริม ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงใด ๆ มีเพียงเรี่ยวแรง และพลังลมปราณที่เหือดแห้งจากการฝืนใช้เต๋าแห่งมิติอย่างต่อเนื่อง

 

                "ที่นี่มัน" เสวี่ยหมิงตะลึงงันกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง เพราะที่นี่คือจุดประตูหลัก อันเป็นทางเข้าของมิติแห่งนี้ ซึ่งสภาพที่เห็นแตกต่างจากสิ่งแวดล้อมที่เสวี่ยหมิงเคยพบไปอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่เป็นถ้ำทึบไร้แสง ซึ่งผู้เปิดใช้ค่ายกลย่อมรู้ดีว่าที่นี่คือประตูหลัก จึงได้สร้างถ้ำพักอาศัยปิดทับเอาไว้ เสวี่ยหมิงมองดูข้าวของเครื่องใช้โบราณอันเรียบง่าย ตะเกียงลมปราณ และอุปกรณ์หลาย ๆ สิ่งล้วนพังเสียหายไปตามกาลเวลา

 

                เสวี่ยหมิงใช้เวลาสำรวจภายในถ้ำไร้แสงอยู่นาน สุดท้ายพบกับช่องลับซึ่งเจ้าของถ้ำแห่งนี้นอนทอดร่างไร้วิญญาณอยู่บนแท่นศิลาเตี้ย ด้านล่างปรากฏเบาะสามเหลี่ยมให้โขกศีรษะ แต่จากการสังเกตเสวี่ยหมิงพบว่าที่ตัวเบาะมีรอยปริแตกจากการโขกคำนับอยู่ก่อน แต่เพื่อคลายความสงสัยจึงใช้มือแกะรอยปริของเบาะออก จึงพบว่าสิ่งของที่อยู่ด้านในถูกผู้คนนำกลับออกไปแล้ว เสวี่ยหมิงจึงมิได้ให้ความสนใจอีก เมื่อช่องลับที่ซ่อนอยู่ไม่มีสิ่งน่าสนใจหลงเหลือ เสวี่ยหมิงจึงลงมือรื้อค้นสิ่งของที่อยู่ในถ้ำหลัก หลังจากใช้เวลาพักใหญ่ในการรื้อค้น ก็ยังคงคว้าน้ำเหลว สุดท้ายเสวี่ยหมิงจึงได้ล้มเลิก

 

                เมื่อไม่มีสมบัติหลงเหลือ เสวี่ยหมิงจึงมิได้ใส่ใจถ้ำโบราณนี้อีก แต่เพราะวันนี้เสวี่ยหมิงอ่อนล้าจนเกินไป จึงได้ใช้โอสถฟื้นฟูลมปราณที่ได้รับมาจากรองประมุขฮัวเหวินเยี่ยน ซึ่งมอบให้เป็นของกำนัลก่อนออกเดินทาง โอสถเพลิงวิเศษหลอมรวมว่องไว เสวี่ยหมิงรู้สึกถึงขุมพลังอุ่นสบายแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่กล้าชักช้านั่งทำสมาธิชักนำพลังอุ่นร้อนให้ไหลเวียนไวขึ้น หมายมือฟื้นฟูพลังที่เหือดแห้งให้เต็มเปี่ยมโดยไว เพื่อเตรียมพร้อมในการออกไปยังดินแดนไร้ชีวิตอีกครั้ง

.

.

                สามสาวที่ถูกความผิดพลาดของค่ายกลดูดเข้ามายังด่านกักมังกร บริเวณใกล้เคียงกับจุดทดสอบเดิมของสำนักเก้ามังกร ออกเดินทางจากจุดที่ถูกส่งเข้ามา โดยการนำทางของจิวซิน ตรงเข้าไปยังหุบเขามังกร ซึ่งจิวซินมั่นใจว่าเป็นสถานที่ซึ่งศิษย์ทั้งหลายของสำนักเก้ามังกร ไม่กล้าเข้าไปสำรวจ เมื่อทั้งสามเดินทางผ่านไปยังถ้ำเก่า จิวซินพลันส่งสายตาอาวรณ์มองทอดอาลัยหวนคิดถึงอดีต แต่เพียงชั่วแวบเดียวใบหน้าที่หวนระลึก ก็เปลี่ยนเป็นแย้มยิ้ม พร้อมเสียงหัวเราะหยันอดีตที่ผ่านเลย

 

                ...แม้เรื่องราวจะหนาหนักเพียงใด แต่เมื่อกาลเวลาผ่านพ้น ล้วนจืดจางและกลับกลายเป็นเพียงจุดแต้มเล็ก ๆ ให้หวนคิดเท่านั้น

 

                เสียงหัวเราะที่ไร้ต้นสายปลายเหตุ ชักนำให้สองสาวเกิดคำถาม แต่ไม่ว่าจะคาดคั้นเพียงใด จิวซินก็มิยอมปริปากเอ่ย แม้ไร้คำตอบ แต่เรื่องราวที่เกิดกลับชักนำให้หนิงเซียนซึ่งไร้เดียงสาที่สุดในกลุ่ม รู้สึกถึงความสนิทสนมกับสองสาวมากขึ้นไปกว่าแต่ก่อน

 

                จิวซินยิ่งเดินยิ่งคึกคัก ยิ่งพูดคุยยิ่งฮึกเหิม เมื่อหนิงเซียนถามถึงสัตว์อสูรที่ผูกพันธะ จิวซินก็เร่งนำออกมาแสดงในทันที พร้อมอวดอ้างสรรพคุณสารพัด ของเจ้าจิ้งจอกสีขาวปลอดตัวน้อย จิ้งจอกหิมะของจิวซินแม้ขนาดตัวเล็กกว่าสุนัขทั่วไปอยู่บ้าง แต่ความไวนั้นกลับสูงล้ำ ที่สำคัญมันมีจมูกในรับรู้กลิ่นที่เป็นเลิศ จิวซินรู้ถึงข้อดีนี้ตั้งแต่ที่ได้รับมันมาไม่นาน ทำให้นางพยายามเร่งฝึกฝนให้เจ้าจิ้งจอกหิมะตัวนี้คุ้นชินกับกลิ่นของสมุนไพรวิเศษล้ำค่า

 

                "พวกเจ้าทั้งสองเห็นเพียงแค่ความน่ารัก และพลังลมปราณเชี่อมฟ้าดินของมัน แต่เจ้าทั้งคู่ต้องตกตะลึงกับความสามารถลับ...หนึ่งเดียวที่ข้าฟูมฟักให้กับเจ้าตัวเล็ก...ฉูซิง" จิวซินยิ่งมายิ่งเอ่ยอวดโอ่ด้วยความภาคภูมิ

 

                หนิงเซียนเองก็พยักหน้ารับ สายตาจับจ้องไปที่จิ้งจอกหิมะด้วยแววตาลุกวาว แตกต่างจากเฟยเซียงที่รู้จักนิสัยใจคอของจิวซินมายาวนาน ทำได้เพียงใช้มือเรียวปิดปากกลั้นหัวเราะ พลางส่ายศีรษะไปมา สายตาที่มองดูจิวซินราวกับจ้องมองเด็กน้อยผู้หนึ่ง

 

                "ฉูซิง...ตามกลิ่น!!!" จิวซินทางหนึ่งใช้พลังจิตวิญญาณสั่งการ อีกทางเอ่ยออกมาด้วยเสียง เพื่อให้สองสาวได้ยิน

 

                จิ้งจอกหิมะฉูซิง เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนาย หูยาวสีขาวพลันยกตั้งขึ้นด้วยความกระตือรือร้น วิ่งวนไปมาก่อนจะยกสองขาหน้าขึ้น ยืนเด่นด้วยขาหลังทั้งสองข้างแทนที่ ก่อนจะใช้สองขาหน้าที่ยกค้างตะกุยไปที่ชายเสื้อของจิวซิน

 

                สองสาวที่จับจ้องเรื่องราว พากันหัวเราะร่าด้วยท่าทางน่าเอ็นดูของเจ้าจิ้งจอกหิมะ บวกกับอาการเขินอายของจิวซินที่เจ้าจิ้งจอกหิมะ ไม่ยินยอมทำตามคำสั่ง

 

                "นี่แหนะ" จิวซินใช้กำปั้นเคาะไปที่ศีรษะของเจ้าฉูซิงเบา ๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีฮึดฮัด "เจ้านี่ชักเอาใหญ่ ยังไม่มีผลงาน แต่กลับจะขอรางวัลล่วงหน้า ขายขี้หน้าผู้คนยิ่งนัก" ปากเอ่ยทางหนึ่ง แต่การกระทำกลับตรงข้าม จิวซินหยิบเนื้อบางตากแห้งสองชิ้นป้อนเจ้าฉูซิงด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลูบไล้ไปที่ขนขาวนุ่มหลังคอเบา ๆ หลายครา เมื่อเนื้อตากแห้งไม่เหลืออีก เจ้าจิ้งจอกหิมะ ก็วิ่งวนรอบตัวของจิวซินด้วยความเริงร่า ก่อนจะพุ่งทะยานล้ำสามสาวเข้าไปยังส่วนลึกของหุบเขามังกร พลางหยุดชะงักเป็นจังหวะ รอคอยผู้คน ทำหน้าที่ราวกับพรานป่าผู้ชำนาญในการนำทาง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 380 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #3991 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 12:31

    น่ารักจัง
    #3991
    1
    • #3991-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 287)
      16 ตุลาคม 2561 / 23:58
      และแล้วหมิงก็หายไปอีก *-*
      #3991-1
  2. #3989 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 11:52
    น่าร้ากกกกก ขอบคุณงับ
    #3989
    1
    • #3989-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 287)
      16 ตุลาคม 2561 / 23:58
      หมิงหายไป เป็นบทของสามสาวละ
      #3989-1
  3. #3988 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 11:13

    ช่วงนี้อาจจะกดให้กำลังใจอย่างเดียวไม่ได้มาเม้น ไม่ค่อยสบายค่ะ ยังไงก็สู้ๆเหมือนเดิมเนอะ
    #3988
    1
    • #3988-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 287)
      15 ตุลาคม 2561 / 11:14
      ไม่เป็นไรจ้า แค่เข้ามาตามอ่านก็ดีใจแล้วครับ ปล.พักเยอะ ๆ หายไว ๆ ครับ
      #3988-1
  4. #3987 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 287)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 11:12
    ขอบคุณครับ
    #3987
    0