เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 896,049 Views

  • 4,490 Comments

  • 8,082 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    53,169

    Overall
    896,049

ตอนที่ 286 : รอยปริแตกลามเลีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 332 ครั้ง
    14 ต.ค. 61

ตอนที่ 264

รอยปริแตกลามเลีย

 

                ภายหลังจากที่เสวี่ยหมิงและหานเฟิง ใช้เวลาในการสำรวจผนังหน้าผาราวหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดหานเฟิงก็กำหนดเขตแดนที่เป็นทางเข้าศูนย์กลางของมิติพิสดาร ซึ่งเกิดจาก...ค่ายกลวิเศษเก้าประตูสวรรค์ ในอดีตสำเร็จ หลังจากนั้นหานเฟิงจึงเป็นผู้ลงมือขีดวาดอักขระอาคมบนผนังด้วยตนเอง ก่อนจะกำชับเสวี่ยหมิงว่าให้รอเวลาที่อยู่ที่หน้าวงเวทอาคม หากเกิดรอยแยกของประตูมิติจนเต็มภายในวงอาคมอักขระเสวี่ยหมิงจึงค่อยเข้าไปยังภายใน ก็จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากพลังมิติที่บิดเบี้ยวของค่ายกลวิเศษเก้าประตูสวรรค์ ซึ่งหานเฟิงนัดหมายเวลากับเสวี่ยหมิงและคนอื่น ๆ เอาไว้ในอีกยี่สิบกว่าวันข้างหน้า และแน่นอนว่าหานเฟิงไม่ลืมที่จะมอบยันต์สื่อสารเฉพาะให้แก่เสวี่ยหมิง

 

                หลังจากกำชับเรื่องราวต่อเสวี่ยหมิงเสร็จสิ้น หานเฟิงจึงเดินทางไปยังจุดวางอักขระอาคมอีกสี่จุด เพื่อตรวจสอบ และช่วยให้คำแนะนำในการฝึกฝนต่อคนอื่น ๆ

 

                จนกระทั่งเวลาผ่านพ้นไปเข้าสู่วันที่สิบ ทุกคนต่างฝึกฝนการวางเขตอาคมจำเพาะได้สำเร็จ ขาดแต่เพียงความแม่นยำ และความชำนาญอีกเล็กน้อยเท่านั้น แต่เพื่อป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น หานเฟิงจึงไม่คิดที่จะเร่งเปิดทางลอดเข้าสู่ด่านกักมังกร แต่เลือกที่จะยึดถือตามวันเวลาเดิม

 

                แต่แล้วกลับเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงไม่คาดฝันขึ้นแทรกซ้อนขึ้นเสียก่อน เมื่อสายข่าว และผู้เฝ้าพิทักษ์เดิมขอดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไป๋หู่ ซึ่งประจำการอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของเขตแดนทางทิศตะวันออก ส่งข่าวด่วนเข้ามารายงานต่อหานเฟิงว่า เกิดปรากฏการณ์รอยปริแตกของมิติขึ้นที่หมู่บ้านชายขอบของเขตแดนตะวันออก ผู้คนตกตายและสูญหายเป็นจำนวนมาก หานเฟิงที่ได้รับรายงานเรื่องราวถึงกับหน้าถอดสี เร่งส่งข้อความต่อเนื่องกลับไปยังวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอกำลังช่วยเหลือจากมู่หยงเฉิน แต่กลับได้รับข่าวร้ายซ้ำสอง เพราะมู่หยงเฉินนั้นไม่ได้อยู่ ณ วังสวรรค์สยบมาร แต่จำต้องนำทัพของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เคลื่อนพลออกไปยังทิศตะวันตก เพื่อเผชิญหน้ากับกองกำลังก่อกวนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ที่เงียบหายไปหลายเดือนก่อนหน้า

 

                เมื่อหานเฟิงจำเป็นต้องออกไปแก้สถานการณ์ที่แทรกซ้อนขึ้น ตนเองจึงไม่อาจอยู่ควบคุมพลังหลักของการเปิดประตูลอดของค่ายกลวิเศษเก้าประตูสวรรค์ตามกำหนด แต่เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างเปิดประตูก่อนกำหนด กับขาดผู้ควบคุมอยู่เบื้องหลัง หานเฟิงจึงเลือกอย่างหลัง และแจ้งข่าวผ่านยันต์สื่อสารไปยังทั้งห้าคน โดยจงใจปกปิดเรื่องราวแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ด้วยเกรงว่าจะทำให้หนุ่มสาวทั้งหลายเสียสมาธิ และส่งผลต่อการเปิดประตูลอดเข้าไปยังด่านกักมังกร

 

                เมื่อกำหนดการถูกเลื่อนเข้ามาเป็นวันรุ่งขึ้น วันนี้ทุกคนที่ฝึกฝนค่ายอาคมจำเพาะในส่วนของตัวเอง จึงพักผ่อนไวกว่าปกติ เพื่อตัวร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับเรื่องราวในวันพรุ่งนี้

 

                "ตะวันตกย้อนทวน" เสียงของหานเฟิงที่ยืนอยู่บนแท่นอาคทสื่อสารแบบพิเศษ ซึ่งส่งข้อความไปถึงผู้คนพร้อม ๆ กันในเวลาเดียว ซึ่งข้อความแรกเป็นการส่งไปยังยังจิวซินที่ประจำอยู่ทางทิศตะวันตกเป็นคนแรก

 

                อักขระที่ขีดวาดตระเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า ถูกจิวซินเติมเต็มเพียงบางส่วนเพื่อให้สมบูรณ์พร้อม ลมปราณไป๋หู่อันเป็นตัวเชื่อมโยงหลักของค่ายกล วิ่งวนทวนเข็มนาฬิกา ก่อเกิดเป็นพายุขนาดย่อม สูบปราณฟ้าดินรอบ ๆ ประตูวิเศษ จนประตูทางทิศตะวันตกเกิดประกายเจิดจ้าเรืองรอง "ตะวันตกย้อนทวนเรียบร้อยค่ะ"

 

                "ใต้ดับแสง" คนที่สองคือหนิงเซียน ที่กระทำเช่นเดียวกับจิวซิน แตกต่างเพียงพลังที่ใช้ขับเคลื่อนคือลมปราณวิหคเพลิงอมตะ

 

                "ตะวันออกจางหาย" เฟยเซียงขีดเขียนอักขระคล่องแคล่วที่สุด เพียงแต่หญิงสาวไม่มีพลังลมปราณมังกร จึงได้แต่หยิบยืมสัตว์อสูรสายพันธุ์มังกรมาจากหานเฟิง เพื่อใช้ในการนี้ชั่วคราว ซึ่งพลังลมปราณที่ใช้ในการร่ายอักขระเป็นเพียงลมปราณน้อยนิดเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและขยายใหญ่จนก่อพายุม้วน ล้วนเป็นผลของอักขระอาคมที่ขีดเขียนลงไปเป็นพิเศษของหานเฟิงทั้งสิ้น

 

                "ทิศเหนือเจิดจ้า"

 

                ฉิงหลงเป็นคนสุดท้ายที่ใส่พลังลงไปในประตูวิเศษ อักขระเรืองรอง แต่กลับหมุนวนไม่เสถียรเช่นเดียวกับอีกสามประตูวิเศษก่อนหน้า เพราะพลังเสวียนอู่ของฉิงหลงนั้นไม่แข็งแรงเช่นเดียวกับวิชากายา รวมถึงสติปัญญาในการเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ ของฉิงหลงก็ดูเหมือนจะทื่อทึบกว่าผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ  

 

                ฉิงหลงเพียงมองเห็นแสงรอบประตูสว่างเรืองรอง แต่ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ ก็เอ่ยขึ้นในทันที"ทิศเหนือเจิดจ้าสำเร็จแล้วขอรับ"

 

                "ดี" หานเฟิงส่งคำชมเชยไปยังทุกผู้คน ก่อนจะปักเสาคำนวณเวลา ซึ่งได้คาดคะเนเอาไว้ก่อนหน้า เมื่อถึงกำหนดที่ตั้งใจเอาไว้ จึงได้เอ่ยส่งไปยังผู้คนทั้งสี่พร้อม ๆ กัน "ย้อนทวนค่ายกลได้ !!!"

 

                ...การย้อนทวนที่ต้องทำพร้อม ๆ กัน ผิดพลาดห่างกันได้เพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น จึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่แท้จริงของการเปิดประตูลอดเข้าไปยังด่านกักมังกรในครั้งนี้

 

                ...ทิศเหนือดำมืด

                ...ตะวันออกสูงเด่น

                ...ใต้ร้อนแรงเจิดจ้า

                ...ตะวันตกเก็บงำ

 

                "เสวี่ยหมิง !!!" หานเฟิงตะโกนส่งข้อความไปยังเสวี่ยหมิงที่นั่งทำสมาธิอยู่ตรงหน้าวงอักขระที่ขีดเขียนยนผนังผา

 

                "แกนกลางก่อกำเนิด" เสวี่ยหมิงสาดโลหิตของตน เปิดใช้วงเวทอาคมตามจังหวะของเสียงที่หานเฟิงส่งมา

 

                ...ห้าธาตุหมุนวน สับเปลี่ยนรองรับ แกร่งกล้าจึงแตกหัก อ่อนหยุ่นพลิกแปร ไร้จุดแต้มให้สืบสาว

 

                พลังจากประตูทั้งสี่วิ่งตรงเข้าสู่ศูนย์กลางพร้อม ๆ กัน ไม่เร็วช้าไปกว่ากัน เมื่อถึงจุดกึ่งกลางจึงไม่เกิดการปะทะ แต่กลับกลายเป็นหนุนเสริมหมุนวน รอยปริแตกของมิติบิดผันค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบที่จะเต็มอักขระอาคมที่หานเฟิงขีดวาด แต่แล้วพลังงานทางทิศเหนือกลับสั่นไหว เมื่อขาโต๊ะข้างหนึ่งโน้มเอียง โต๊ะที่เคยเรียบเสมอย่อมกลายเป็นเทลาด พลังงานที่เคยสมดุลกลับหักล้างกันจนวงมิติเริ่มหยุดการขยายตัว และมีทีท่าจะหดยุบกลับคืน

 

                "แย่แล้ว ค่ายอาคมเสียสมดุล ทุกคนหยุดมือรีบถอยออกมา...!!!" เสียงของหานเฟิงไม่ทันที่จะส่งไปถึง ผู้คนที่เฝ้าอยู่ตามประตูวิเศษก็ถูกพลังงานของประตูดึงดูดหายลับเข้าไปภายใน มีเพียงฉิงหลงที่ดูเหมือนว่าอายุจะเกิดเกณฑ์กำหนดที่ประตูวิเศษวางไว้แต่ต้น

 

                เสวี่ยหมิงเองรับรู้วิกฤตที่เกิดขึ้น ไม่กล้าชักช้า และหากปล่อยเลยไปอาจไม่มีโอกาสหนที่สองอีกก็เป็นได้ จึงฉวยโอกาสที่รอยปริแตกในวงอาคมยังคงอยู่ อาศัยเต๋าแห่งมิติแหวกฝ่าช่องว่างที่บิดผันทะลวงฝ่าเข้าไปได้ทัน ก่อนที่วงเวทอาคมจะเกิดการระเบิดพังทลาย...หน้าผายุบหาย อิฐหินถล่มทับลงมาจนวุ่นวายยุ่งเหยิง

 

                หานเฟิงที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงระเบิดรุนแรง จึงเร่งทะยานมายังใต้ผาวิญญาณเยือก แต่กลับไม่พบร่างของเสวี่ยหมิง มีเพียงแต่กองอิฐหินระเกะระกะ ยังดีที่...หยกวิญญาณ ซึ่งตนเองมอบเอาไว้ให้กับทุกคนยังสมบูรณ์ดี หานเฟิงจึงคลายใจลงได้บ้าง บวกกับก่อนที่จะเปิดด่านกักมังกร หานเฟิงได้สอบถามข้อมูลจากเหล่าประมุขทั้งหลายของสำนักเก้ามังกร ซึ่งล้วนรายงานตรงกันว่าภายในด่านกักมังกรล้วนไม่มีสัตว์อสูรที่มีระดับพลังเกินกว่าลมปราณเชื่อมฟ้าดินอาศัยอยู่ หานเฟิงจึงไม่กังวลในความปลอดภัยของทั้งหมด แต่เมื่อเตรียมที่จะเดินทางไปยังตะวันออกไกล ก็พบกับฉิงหลงที่ถูกพลังของประตูปฏิเสธเดินคอตกออกมา เพราะฉิงหลงรู้ดีว่า เหตุที่ค่ายกลเกิดข้อผิดพลาดเป็นเพราะตนเองวาดวงอักขระ และใช้พลังในการขับเคลื่อนไม่ดีพอ แต่เมื่อได้รับคำปลอบใจจากหานเฟิง ว่าทุกคนล้วนปลอดภัย และมีภัยร้ายใหม่คืบคลานเข้ามา ฉิงหลงจึงได้ร่วมเดินทางไปยังเขตแดนตะวันออกร่วมกับหานเฟิง...หมายใช้ความสามารถกอปรคุณงามความดีไถ่ข้อผิดพลาดในครั้งนี้

 

                แต่เมื่อเดินทางพ้นจากเมืองหยกม่วงได้เพียงไม่กี่ร้อยลี้ สายข่าวก็รายงานว่ารอยปริแตกนั้นขยายวงออกไปไวกว่าที่คาด จากแผนการต่อต้าน จึงกลายเป็นการช่วยเหลือผู้คนอพยพทางหนึ่ง ต่อต้านอสูรร้ายจากดินแดนลี้ลับอีกทางหนึ่งแทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 332 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3985 paiddna2 (@paiddna2) (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 16:56
    หน้าสงสารถึงกับเดินคอตกมาเลย
    #3985
    1
    • #3985-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 286)
      15 ตุลาคม 2561 / 11:11
      ไม่เข้าไปอะดีแล้วครับ ^ ^
      #3985-1
  2. #3984 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:20
    ขอบคุณครับ
    #3984
    0
  3. #3983 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:09
    ค้างๆๆๆ
    #3983
    1
    • #3983-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 286)
      15 ตุลาคม 2561 / 11:09
      ช้านิดหนึ่ง ไนท์เขียนไม่ทัน ตอนนี้บ้าแต่วาดรูป 555+
      #3983-1