เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,180 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,214

    Overall
    963,180

ตอนที่ 273 : คัดเลือกผู้นำวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 408 ครั้ง
    3 ต.ค. 61

ตอนที่ 253

คัดเลือกผู้นำวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ 1

 

                หลังจากหารือกับจื่อฮุยจนได้ข้อยุติในใจตนเอง เสวี่ยหมิงจึงได้ตัดสินใจเลือกกระทำในสิ่งที่ชัดเจน ทิ้งอดีตที่ค้างคาของตนเองกับเฟยเซียงเอาไว้ และสารภาพความในใจต่อหนิงเซียน พร้อมมอบของสำคัญแทนใจ เป็นมุกราตรีนิรันดร์ที่เก็บออกมาจากวังพิภพเชื่อมสวรรค์เป็นดั่งของแทนใจ ซึ่งเสวี่ยหมิงเชื่อมั่น พร้อมเอ่ยย้ำกับหนิงเซียนว่ามีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น

 

                แต่เรื่องราวเบื้องลึกซับซ้อน บวกกับข่าวลือเรื่องราวของเสวี่ยหมิงที่แพร่กระจายไปไกลสุดกู่ ซึ่งเจ้าตัวเองไม่รู้เรื่องด้วย กลับนำมาซึ่งความเข้าใจผิดของหนิงเซียน แต่ด้วยความที่เด็กสาวมิได้เห็นเฟยเซียงเป็นศัตรู รวมถึงตลอดหลายวันที่อยู่ด้วยกันในวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังก่อสร้าง หนิงเซียนก็รู้สึกดีที่มีเพื่อนพูดคุยด้วย โดยที่ไม่ได้หวั่นเกรงสถานะของตนเอง เช่นเดียวกับผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะในอดีต

 

                แม้ข่าวลือยิ่งมายิ่งแต่งแต้มสีสันให้เสวี่ยหมิง จนกลายเป็นดั่งคุณชายเจ้าสำราญที่ไปเยือนที่ใด ล้วนมีเรื่องราวของหญิงงามระดับล่มเมืองเคียงคู่ไปตลอด จนกลายเป็นบุรุษที่ถูกเหล่าชายโสดทั่วแผ่นดินอิจฉา แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องด้วยแม้สักนิด เพราะหลังจากที่เสวี่ยหมิงฟื้นจากอาการบาดเจ็บสมบูรณ์แล้ว หลงซานอี้ก็ปลีกตัวจากงานต่าง ๆ มาพาเสวี่ยหมิงไปรู้จักกับผู้คนของตระกูลหลงเหมันต์ในทันที

 

                แม้จะรู้สึกแปลกหน้าในแวบแรก แต่สายสัมพันธ์ทางสายเลือด บวกกับผู้คนของตระกูลหลงเหมันต์ที่โดนกดขี่เรื่องของการสืบทอดทายาทมานานหลายสิบปี เพียงแค่พบหน้าเสวี่ยหมิง เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลก็ต่างยินดีจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ ทั้งยังเอ่ยย้อนไปถึง...หลงหยางสือ ผู้เป็นบิดาของเสวี่ยหมิงด้วยความชื่นชม

 

                ทำความรู้จักเป็นเพียงแค่เหตุผลภายนอก แต่เบื้องลึกที่แท้จริงนั้น หลงซานอี้กลับคาดหวังเรื่องราวจากเหล่าผู้อาวุโสมากกว่านั้น หลงซานอี้ไม่รอให้ความยินดีจางหาย เอ่ยต้องการแต่งตั้งให้เสวี่ยหมิงเป็นผู้สืบทอดพิเศษ สามารถเข้าถึงวิชาและตำราลับทั้งหมดของตระกูลได้ ไม่ต่างจากตนเอง ซึ่งผลของการเลือกตีเหล็กตอนร้อนย่อมได้เปรียบไปกว่าครึ่ง แม้ผู้อาวุโสบางส่วนจะยังลังเล เพราะถือว่าขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติ แต่สุดท้ายก็ยินยอมทำตามข้อเสนอของหลงซานอี้

 

                เสวี่ยหมิงที่ยืนนิ่งยิ้มเพียงอย่างเดียว ไม่พูดจาตอบโต้แม้สักครึ่งคำ มิได้รู้เรื่องราวไปกับหลงซานอี้ด้วย แต่สุดท้ายเมื่อทุกสิ่งสำเร็จลุล่วง คนที่ได้รับผลประโยชน์จากการหารือครั้งนี้ กลับมีเพียงเสวี่ยหมิงแต่ผู้เดียวเท่านั้น ทำให้เสวี่ยหมิงยิ่งมายิ่งรู้สึกผูกพันกับหลงซานอี้มากขึ้นไปอีก รวมถึงความผูกพันที่เพิ่มขึ้น ต่อผู้คนของตระกูลหลงเหมันต์ทุกคนในห้องสนทนาครั้งนี้ด้วย

 

                หลังจากเรื่องราวหารือจบลง หลงซานอี้ก็ไม่รอช้า รีบนำพาเสวี่ยหมิงไปยังสถานที่พิเศษ ที่ก่อสร้างขึ้นเป็นสิ่งแรกตามคำขอของหลงซานอี้ต่อผู้นำทั้งหมดของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ห้องเก็บสมบัติที่ขนย้ายมา และห้องฝึกตน เรื่องราวการเตรียมพร้อมที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลงซานอี้ล้วนกระทำเพื่อชดเชยความผิดในใจตลอดมา ที่ไม่สามารถปกป้องน้องชายร่วมอุทรของตนเอง จากการตามล่าของตระกูลหลงโลกันตร์ได้ เมื่อรับรู้ว่าเสวี่ยหมิง คือเด็กชายซึ่งเป็นสายเลือดของหลงหยางสือ ที่ครั้งหนึ่งตนเองเคยออกตามหาแต่ไม่พบ กลับมายืนต่อหน้าตนเอง หลงซานอี้จึงพยายามทุ่มเทความสามารถทุกสิ่งอย่างที่มี มอบให้กับเสวี่ยหมิงทั้งหมด

 

                ภายหลังจากหลงซานอี้ทดสอบความสามารถในการประลองกับเสวี่ยหมิงในห้องฝึกตน ด้วยพลังลมปราณมังกรเหมันต์เพียงอย่างเดียว พร้อมกับสอบถามถึงพื้นฐานวิทยายุทธ์ต่าง ๆ ยิ่งทำให้หลงซานอี้รู้สึกตกตะลึงในความสามารถของหลานชายผู้นี้ยิ่งขึ้นไปอีก แม้จะรู้ว่าวิชาเกือบจะทั้งหมดที่เสวี่ยหมิงใช้ออกมานั้น ล้วนเกิดจากจินตนาการความคิดของเสวี่ยหมิงเอง ที่ใช้การผสมผสานกลมกลืนกัน โดยมีรากฐานจากกระบวนท่ากระแสน้ำที่เรียนรู้จาก โจวอู่เว่ย...ผู้เป็นอาจารย์คนแรกและคนเดียวของเสวี่ยหมิง

 

                ชื่นชมส่วนชื่นชม ส่วนความเป็นจริงตามที่หลงซานอี้รับรู้และวิเคราะห์ กลับพบว่าเสวี่ยหมิงเติบโตจากประสบการณ์ในการต่อสู้เอาตัวรอดเสียส่วนใหญ่ จึงทำให้ท่วงท่า และความคิดในการต่อสู้ ล้วนตั้งอยู่ความสุ่มเสี่ยง โดยเอาชีวิตตนเองเป็นเดิมพัน บวกกับพื้นฐานที่เรียนรู้จากค่ายสำนัก ล้วนไม่ถูกต้องทั้งหมด ตามหลักการของตระกูลใหญ่ หลงซานอี้จึงทำหน้าที่สั่งสอนและชี้แนะจุดบกพร่องต่าง ๆ ของเสวี่ยหมิง ทำให้ตลอดเวลาหลายวันมานี้ เสวี่ยหมิงจึงได้แต่เก็บตัวฝึกฝนอยู่ในห้องฝึกตน โดยมีหลงซานอี้แวะเวียนเข้ามาพบปะบ่อยครั้งที่สุด รองลงมาคือหนิงเซียน และตามมาด้วยพลพรรคเพื่อนเก่าทั้งสามของเสวี่ยหมิง

 

                หลังจากการเก็บตัวฝึกฝนอย่างขะมักเขม้น เสวี่ยหมิงที่มีความสามารถในการเรียนรู้สูงส่งอยู่แล้ว ก็สามารถซึมซับสิ่งที่หลงซานอี้เพียรสอนได้จนหมด แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ทำได้ดีเกินกว่าแปดส่วน หลงซานอี้จึงมอบตำราวิชาฝีมือที่บรรพบุรุษของมังกรเหมันต์มอบเอาไว้ให้ ซึ่งเป็นกระบวนท่าชั้นสูงที่ใช้ประสานเสริมกับพลังลมปราณมังกรเหมันต์ตั้งแต่ขั้นที่สี่เป็นต้นไป ทำให้เสวี่ยหมิงยิ่งมายิ่งจมจ่อมอยู่กับภวังค์ในการฝึกฝน จนลืมเลือนวันเวลาที่ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้น

.

.

                ในที่สุดหลังจากเหตุการณ์วังสวรรค์สยบมารถล่ม ผ่านพ้นมาได้ 2 เดือน วังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกสร้างจนแล้วเสร็จ เหล่าผู้นำทั้งสี่บวกกับรองประมุขของแต่ละฝ่าย ล้วนถูกเรียกตัวหารือเป็นการลับ ก่อนที่จะถึงกำหนดการนัดหมายเลือกตัวผู้นำคนแรกในอีกสิบห้าวันข้างหน้า

 

                ผู้นำของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องมากด้วยฝีมือ และสติปัญญา แต่หากให้ทั้งหมดออกเสียงยกมือ ด้วยความสนิทสนมกันของฮัวเหวินเยี่ยน และหลงซานอี้ ก็ทำให้ผู้นำที่เหลืออีกสองฝั่งไม่มั่นใจ สุดท้ายเมื่อหารือกับเหล่ารองประมุขของตนเอง จึงได้ข้อสรุปที่ไม่เหมือนในตอนต้น เพราะอย่างไร หากสองฝั่งจับมือซึ่งกันและกัน เสียงของแต่ละฝ่ายล้วนเท่าเทียม ดังนั้นยากที่จะตัดสิน

 

                เวลาล่วงเลยมาจนครบกำหนดที่ตกลงกัน ข้อเสนอที่สองฝั่งเก็บเอาไว้อยู่ในใจล้วนคล้ายคลึง การหารือจึงง่ายเข้า เมื่อทั้งหมดยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าจะใช้การประลองคัดเลือกเป็นตัวตัดสิน ในเมื่อผู้นำทั้งสี่ ต่างแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างเด่นชัด ทำให้การประลองจะจัดขึ้นเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น โดยให้ทั้งสองฝั่งส่งตัวแทนของตัวเองขึ้นต่อสู้ หากฝ่ายใดชนะการประลองก็ให้ผู้คนของฝ่ายนั้นเป็นผู้เลือกผู้นำคนแรกของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งครั้งแรกจะมีวาระแค่หนึ่งปีเท่านั้น ก่อนจะสลับเวียนกันใหม่

 

                การประลองคัดเลือกผู้นำในครั้งนี้ เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะอย่างไรภัยร้ายก็อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่ไม่จำเป็น การประลองจึงใช้การวัดความสามารถสามด้านโดยมิได้มีการปะทะโดยตรงแทน ประกอบด้วยการประลองกันด้านพลังทางกายภาพ ด้านพลังลมปราณ และสุดท้ายคือด้านกระบวนท่าในการต่อสู้ เป็นเครื่องตัดสินหาผู้ชนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 408 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #3884 521earl (@521earl) (จากตอนที่ 273)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 19:55
    การปะทะ*** มีคำผิดตอนท้ายด้วยนะไรท์จ๋า
    #3884
    1
    • #3884-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 273)
      3 ตุลาคม 2561 / 20:01
      ขอบคุณครับแก้ไขเรียบร้อยแล้วจ้า ^ ^
      #3884-1
  2. #3883 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 273)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 14:07
    ขอบคุณครับ
    #3883
    0
  3. #3882 หมีปุย (@tore55) (จากตอนที่ 273)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 13:25
    มาแววๆๆ
    #3882
    0
  4. #3881 F. sugarchan (@slp9011) (จากตอนที่ 273)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 13:09

    งื้อออออ
    #3881
    0
  5. #3880 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 273)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 13:07
    ตอนนี้ไม่รู้จะเม้นอะไรดี ..
    #3880
    1
    • #3880-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 273)
      3 ตุลาคม 2561 / 14:24
      555+ เมนต์มาแบบนี้ไรท์ก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกันอะ ^ ^ แต่ส่งมาเราก็ต้องเล่นหน่อยเนอะ ขอบคุณครับ
      #3880-1