เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 911,948 Views

  • 4,525 Comments

  • 8,254 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    69,068

    Overall
    911,948

ตอนที่ 271 : วังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    2 ต.ค. 61

เนตรมารสะท้านฟ้า 

(恶魔的眼睛) - The Eye of Devil

ภาค 5 พันภูผาหมื่นนที

 

ตอนที่ 252

วังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์

 

                ช่วงเวลาหลังจากที่วังสวรรค์สยบมารพังทลายลง โลกของผู้ฝึกตนล้วนเกิดความเปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้ง เริ่มจากข่าวการก่อตั้งของพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ ของขั้วอำนาจดินแดนศักดิ์สิทธิ์เดิมทั้งสาม กับตระกูลหลงเหมันต์ ซึ่งหลังจากก่อตั้งเรียบร้อย ก็เปลี่ยนชื่อเรียกพันธมิตรทั้งสี่เป็น...วังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ และกุมอำนาจสูงสุดของโลกแห่งนี้ไปโดยปริยาย

 

                ตามมาด้วยการก่อสร้างสถานที่ซึ่งถือว่ายิ่งใหญ่อลังการ จนเกิดการอพยพย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานของผู้คนในรัศมีหลายร้อยลี้ พร้อมด้วยสำนักบริวารดั้งเดิม ที่อพยพย้ายตามมาก่อสร้างในบริเวณรอบ ๆ จนราคาสินค้าต่าง ๆ ที่ขนถ่ายเข้ามาแลกเปลี่ยนในเขตนี้ถีบตัวสูงขึ้นไปหลายเท่าตัว

 

                แต่สิ่งปลูกสร้างยิ่งใหญ่ ล้วนเป็นเพียงแค่เปลือกนอก หาได้สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนที่ได้รับฟังเพียงเสียงเล่าลือ จนกระทั่งการเปิดตัวของหลงซานอี้ ขึ้นแทนที่ผู้นำดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ของหลงเทียนหยู พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นกองกำลัง...ชิงหลง ตามชื่อประตูทดสอบทิศตะวันออก

 

                เมื่อหลงซานอี้ประกาศจุดยืน ย่อมส่งผลถึงตระกูลหลงเหมันต์ที่อยู่ไม่ห่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์มากนัก แต่เพราะเรื่องราวมีการตระเตรียมอยู่ก่อน ทันทีที่ข่าวคราวแพร่ออกไป ตระกูลหลงเหมันต์ก็ถูกโยกย้ายมายังเขตแดนทางทิศตะวันออกของ...วังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ เรียบร้อยแล้ว ทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ที่เกรี้ยวกราด ทำลายได้เพียงแค่สิ่งปลูกสร้างที่ว่างเปล่า ของตระกูลหลงเหมันต์เท่านั้น

 

                ความตื่นตะลึงของการประกาศหักหน้าหลงเทียนหยูเช่นนี้ แม้จะสร้างความสะท้านสะเทือนไปทั่ว แต่ยังไม่เท่ากับเรื่องราวของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ที่ได้ชื่อว่าหวงแหนเขตแดนตนเองยิ่งนัก กลับยินยอมละทิ้งถิ่นฐาน โยกย้ายผู้คนเกือบจะทั้งหมดมารวมกันที่เขตแดนทิศใต้ของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้ชื่อใหม่เป็นกองกำลัง...จูเชวี่ย ตามประตูทดสอบทิศใต้ ส่วนพื้นที่รอบม่านพลังที่กางกั้นภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์เดิม ฮัวเหวินเยี่ยนได้แต่งตั้งผู้อาวุโสและทิ้งผู้คนอีกส่วนหนึ่งไว้ดูแล เพื่อใช้เป็นสถานที่ทดสอบ และแสวงหาวาสนาแห่งวิหคเพลิงอมตะในอนาคต

 

                แม้ผู้คนภายนอกจะไม่เข้าใจถึงเหตุผลการย้ายกองกำลังทั้งหมดของฮัวเหวินเยี่ยน แต่ฮัวเหวินเยี่ยนก็หาได้สนใจ เพราะในยามคับขันเป็นตายหลายระลอก ในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้นางรับรู้แล้วว่า...มิได้มีเพียงแค่อำนาจและชื่อเสียงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะเท่านั้น ที่สำคัญกับชีวิตของตนเอง เพราะตลอดเวลาที่นางเฝ้าดูการก่อสร้าง เคลื่อนย้ายสมบัติล้ำค่า และผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ฮัวเหวินเยี่ยนจะยืนดูเคียงคู่ไปกับผู้นำของกองกำลังชิงหลง ที่ตัดสินใจย้ายมาก่อนนางก้าวหนึ่งตลอดเวลา ราวกับว่าทั้งสองตัวติดกันก็มิปาน

 

                "ซานอี้ ท่านมาพบกับข้าเช่นนี้ทุกวัน แล้วผู้หญิงของท่าน นาง..."ฮัวเหวินเยี่ยนกัดริมฝีปากล่างที่กำลังสั่นเทา แม้นางจะเข้มแข็งในทุกเรื่อง แต่เมื่อเอ่ยถึงความรัก นางก็มิต่างจากดรุณีน้อยวัยแรกรุ่น คำถามง่าย ๆ เช่นนี้ฮัวเหวินเยี่ยนกลับใช้เวลาตรึกตรองอยู่นานสองนาน กว่าจะตัดสินใจเอ่ยถามออกมาเป็นคำพูดได้

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องราวของข้ากับเหมยฟาง เป็นเพียงแค่ความเห็นของผู้มีอำนาจในอดีต ผสานเข้ากับความเยาว์วัยและอ่อนแอต่อจุดยืนของตัวเองในยามนั้น" หลงซานอี้ไม่พูดเปล่า ถือวิสาสะยกมือลูบไล้เรือนผมงามที่สยายยาวของฮัวเหวินเยี่ยน ที่นับวันความงามซึ่งเคยถูกความเย็นชาปิดทับ จะค่อย ๆ หลอมละลายลงไป เผยให้เห็นความงดงามเมื่อวันวานอีกครั้ง

 

                "ท่านอย่าได้..."ฮัวเหวินเยี่ยนเขินอาย ยกมือปัดป่าย ก่อนจะส่งสายตาดุขึงตอบกลับ พลางชี้นิ้วไปที่เบื้องล่างให้หลงซานอี้ดู ว่ายังมีผู้คนสัญจรไปมาหลงเหลืออยู่

 

                "เห็นแล้วจะเป็นเช่นไร ไม่เห็นแล้วเป็นเช่นไร" รอยยิ้มกว้างอบอุ่นของหลงซานอี้มองทอดไปตามนิ้วเรียว "ตอนนี้ข้าคือผู้นำตระกูลหลง แถมยังควบตำแหน่งประมุขกองกำลังชิงหลง แม้จะเคยตกแต่งหญิงงาม แต่เหตุการณ์พลิกผัน ถูกผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์บังคับ แม้ผู้คนในตระกูลมิถูกฆ่าล้างตกตาย แต่กลับบีบบังคับให้ไม่อาจสืบทอดทายาท ยังดีที่ข้ามีพลังคุ้มกายที่ซุกซ่อนเอาไว้จึงยังปกปิดเรื่องราว ตบตาผู้อาวุโสที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ส่งมา แต่เหมยฟาง...นางกลับแตกต่างจึงไม่อาจหลีกพ้นชะตากรรม ไม่อาจมีทายาทสืบสกุล" แม้หลงซานอี้มิได้รักผู้หญิงของตน แต่ก็มิได้หมางเมินทำร้ายจิตใจ เมื่อเอ่ยถึงชะตากรรมอันน่ารันทดของนาง หลงซานอี้จึงได้แต่ส่ายศีรษะไปมา แต่ก็เป็นเพียงการแสดงความรู้สึกเพียงแวบเดียวเท่านั้น "ในเมื่อนางมิอาจมีผู้สืบทอดให้ข้า เหล่าผู้อาวุโสย่อมมิขัดข้องหากข้าจะ..."

 

                "หยุดคำกล่าวของท่านก่อน..." ฮัวเหวินเยี่ยนยกมือแตะไปที่ริมฝีปากของหลงซานอี้ที่เคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าของนางด้วยความแผ่วเบา ดวงตาหวานหยดย้อย สองแก้มแดงเรื่อด้วยความเขินอาย ก่อนจะปรับสีหน้าเข้าสู่ภาวะปกติในพริบตา

 

                ชั่วอึดใจต่อมาเรื่องราวหวาบหวามของทั้งสองจำต้องยุติลง...เมื่อมู่หยงเฉินทะยานเข้ามาเพื่อหารือกับคนทั้งสอง เนื่องจากหมายกำหนดเดิม อีกไม่กี่วันวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก็สมควรจะก่อตั้งเสร็จสิ้น หากไม่เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ แทรกซ้อนขึ้นมาเสียก่อน มู่หยงเฉินจึงได้นัดหมายกับฮัวเหิวนเยี่ยน และหลงซานอี้ ว่าจะทำการเลือกผู้นำรุ่นที่หนึ่งของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในอีก 15 วันข้างหน้า ซึ่งทั้งหมดล้วนเห็นชอบ ส่วนหานเฟิงนั้น มู่หยงเฉินได้สอบถามเจ้าตัวก่อนที่จะเดินทางมาพบกับทั้งสอง จึงเป็นอันว่าผู้นำทั้งสี่ล้วนเห็นพ้องกันในหมายกำหนดการครั้งนี้

.

.

                เรื่องราวของผู้นำล้วนดำเนินการเป็นเส้นตรง แม้วุ่นวาย แต่ไม่ซับซ้อน แตกต่างจากเด็กหนุ่มวัยสิบแปด ซึ่งโดดเด่นขึ้นมาราวกับพลุไฟยามเที่ยงคืน ตั้งแต่ที่ข่าวคราวเรื่องของวังสวรรค์สยบมารเผยแพร่ออกไป แม้ฝีมือของเสวี่ยหมิงจะสามารถปิดซ่อน จนไม่มีผู้ใดกล้ายืนยันพลังที่แท้จริงของเสวี่ยหมิงได้อย่างแน่ชัด แต่วีรกรรมที่สามารถเอาชนะมารร้ายที่ปรากฏขึ้นอย่างง่ายดาย รวมถึงการต่อสู้ต้านทานการจู่โจมอันบ้าคลั่งของหลงเทียนหยูอย่างไม่เป็นรอง ทำให้เชื่อของหลงเสวี่ยหมิง ซึ่งกลายเป็นทายาทอันชอบธรรมของตระกูลหลงแห่งเหมันต์ ในทันทีที่หลงซานอี้หารือกับเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเรียบร้อย พร้อมประกาศเรื่องราวออกไปให้คนภายนอกรับรู้ ในวันเดียวกับที่ตระกูลหลงเหมันต์ประกาศเข้าแทนที่ตระกูลหลงโลกันตร์ และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวังสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะสายโลหิตศักดิ์สิทธิ์ของมังกร

 

                แม้จะโด่งดังในด้านหนึ่ง แถมยังสามารถปกปิดเรื่องราวส่วนตัว และพลังฝีมือตนเองเอาไว้ จะเป็นเรื่องดี แต่นั่นก็เป็นแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อบุคคลใดกลายเป็นจุดสนใจ และผู้คนอยากรู้ สายข่าวทั่วพิภพย่อมเสาะแสวงหาเรื่องราวของคนผู้นั้นขึ้นมาจนได้ เพราะทุกเรื่องราวที่ดำมืด และถูกพวกมันค้นพบได้ก่อนผู้อื่น ย่อมหมายถึงความมั่งคั่งของตัวสายข่าวเอง

 

                เสวี่ยหมิงที่บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ภายในที่พักชั่วคราว ยังคงไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งเป็นเรื่องราวและสถานการณ์ที่เสวี่ยหมิงจำเผชิญหน้าในอนาคต แต่ตอนนี้เสวี่ยหมิงกลับต้องคอยแก้ปัญหาที่รบกวนจิตใจของตนเอง ระหว่างหญิงสาวสองคน ที่แวะเวียนกันมาพุดคุยกับตนเอง แม้ทั้งคู่จะไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่เป็นเสวี่ยหมิงเองที่กังวล ว่าหากไม่แก้ไขเรื่องราวให้ถูกต้องอาจจะเกิดปัญหาลุกลามขึ้นในภายหลังได้ ครั้นจะไปปรึกษาหลงซานอี้ผู้เป็นลุง ก็พบว่าหลงซานอี้นั้นแทบจะทำตัวติดกับฮัวเหวินเยี่ยน ซึ่งเสวี่ยหมิงเองนั้นไม่ค่อยถูกชะตาอยู่แล้ว ส่วนอีกเหตุผลนั้นเสวี่ยหมิงก็มิอยากไปขัดความสุขของผู้เป็นลุง หลายวันมานี้จึงต้องเผชิญแต่สถานการณ์ เช้าหนิงเซียน บ่ายจิวซินที่ลากตัวเฟยเซียงมาทิ้งไว้ก่อนจะจากไป ให้เสวี่ยหมิงได้อยู่กับสาวงามตามลำพัง

 

                แต่แล้วเรื่องราวก็พลิกเปลี่ยนเมื่อข่าวของเสวี่ยหมิง กระจายไปจนถึงเมืองหยกม่วง

 

                "เสวี่ยหมิง เป็นเจ้าจริง ๆ รึนี่"เสียงจากยันต์สื่อสารที่เสวี่ยหมิงเพิ่งจะได้รับมาจากตระกูลหลง เมื่อไม่กี่วันนี้ดังขึ้น

 

                "เสียงนี้ อย่าบอกนะว่า"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเอง จื่อฮุย"

 

                "จื่อฮุย ข้าดีใจจริง ๆ ข้าคิดถึงเจ้ายิ่งนัก" สองสหายรักไม่ได้พูดคุยกันเป็นเวลาเนินนานหลายปี เมื่อได้สนทนากันอีกครั้ง ย่อมมีเรื่องราวมากมายให้ระบายออก ทำให้จากฟ้ามืดจวบจนกระทั่งฟ้าสางของวันใหม่ปรากฏ การสนทนาของทั้งคู่จึงได้ยุติลง



          *ปล.แจ้งข่าวนิดหนึ่ง คือตอนนี้ไรท์ลงทดสอบลงนิยายไวขึ้นที่ เวปกวีบุ๊คเป็นตอนใหม่ที่ลงก่อนจะเป็นแบบเก็บเหรียญ แต่จะปลดฟรีพร้อม ๆ กับที่ลงให้อ่านในเด็กดี (ตอนนี้แค่ทดสอบก่อนนะลงไวกว่านิดเดียว แต่ถ้าคนสนใจเยอะ ๆ อาจจะเร่งพิมพ์ให้ในอนาคต) ถ้าใครสนใจก็แวะไปลองดูได้ครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับผม ^ ^

https://www.kawebook.com/story/view/213


     ปล.2 แพ๊คตอนพิเศษไม่มีบทสู้กันนะครับ เป็นขยายความเนื้อเรื่องช่วงที่เสวี่ยหมิงฟื้น มีบทจื่อฮุยเจรจากันนิดหน่อย เป็นเรื่องความรัก (งานทดลองนะ) ท่านใดสนใจก็ขอบคุณครับ

MoMiMarChi


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #3878 สุราไม่มาย (จากตอนที่ 271)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 12:11

    รับวาสนามากมาย ผ่านเป็นตายหลายครั้ง แต่ทำไม

    หมิงยังด้อยนัก ไม่เทพเลย ยืดเยื้อและวกวนไปมา ทำท่าจะไกลนะท่าน

    #3878
    1
    • #3878-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 271)
      3 ตุลาคม 2561 / 13:01
      ไม่ไกลหรอกครับ ยังไงก็จบที่ 7 ภาค ไม่มียืด แต่เสวี่ยหมิงมันไม่ใช่บทที่เก่งที่สุดที่ผมวางไว้เท่านั้นเอง เรื่องแรกของพล็อตทั้งหมดที่วางแค่เริ่มมาก็จะเก่งกว่าเสวี่ยหมิงตอนนี้แล้วอะ ^ ^ แต่รับรองไม่มียืดเรื่องจ้า
      #3878-1
  2. #3877 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 271)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 09:16

    จื่อฮุยเป็นนายเอกนี่เอง 5555

    เค้ารอไรท์ลงในกวีล่วงหน้าหลายๆตอน มานานแล้ว อิอิ
    #3877
    1
    • #3877-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 271)
      3 ตุลาคม 2561 / 13:01
      ทดลองดูเฉย ๆ ยังพิมพืได้ไม่ถึงไหนเลย
      #3877-1
  3. #3876 521earl (@521earl) (จากตอนที่ 271)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 08:20
    นางเอกมาแล้ว จื่อฮับของพี่หมิง 5555555555 ได้เพื่อนละลืมหญิงเลย 555555
    #3876
    1
    • #3876-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 271)
      3 ตุลาคม 2561 / 13:01
      เขาเรียกได้หลังลืมหน้า อุปป์ ไม่ใช่ละ
      #3876-1
  4. #3874 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 271)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 17:29
    ขอบคุณครับ
    #3874
    0