เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 904,948 Views

  • 4,506 Comments

  • 8,185 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62,068

    Overall
    904,948

ตอนที่ 245 : กำลังเสริม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 477 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

ตอนที่ 227

กำลังเสริม

 

                บรึ้ม !!!

                เสียงแตกระเบิดของเพลิงไฟ มาพร้อมแสงสว่างกระจายออกไปทุกทิศ ควันขาวจากการแรงทำลายแผ่กระจายบดบังวิสัยทัศน์ผู้คน

 

                แม้ไม่อาจมองเห็น แต่เสวี่ยหมิงยังสัมผัสได้ว่าหนิงเซียนยังคงปกติดีอยู่ และไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย จึงคลายใจลงไปได้บ้าง แต่สิ่งที่สงสัยอยู่ในตอนนี้ คือใครกันที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

 

                "กรอด...!"ผู้คุมกฎของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ แยกเขี้ยวยิงฟันก่อนจะคำรามลั่นด้วยความไม่พอใจ "หลงซานอี้ !!!" เสียงตวาดดังเรียกขานผู้ที่ขัดขวางตนเอง พลางใช้ออกด้วยเพลิงไฟมังกรโลกันตร์ที่บีบอัดเป็นเกลียวคลื่นหมุนวน ก่อนจะซัดออกไปด้วยกรงเล็บที่หันข้อมือทั้งสองประชิดกัน ใช้ออกด้วยกระบวนท่า...คลื่นพายุมังกรเพลิงคำราม ตรงเข้าทำลายล้างหลงซานอี้ ที่ยืนขวางกั้นอยู่ด้านหน้าของหนิงเซียน

 

                หลงซานอี้ยังคงนิ่งรอรับการโมตีของผู้กฎหลู่ด้วยท่าทีไม่ครั่นคร้ามต่อการโจมตีที่กำลังใกล้เข้ามาแม้แต่น้อย

 

                "ผู้คุมกฎหลู่ การที่ข้าขัดขวางเจ้าในครั้งแรกนั้นเพราะเจ้ากำลังจะรังแกเด็กรุ่นหลัง และที่สำคัญเด็กหญิงผู้นี้ นั้นเป็นลูกศิษย์ของข้าเอง"

 

                "เหลวไหล ตระกูลมังกรเหมันต์จะไปเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์คนสำคัญของดินแดนวิหคเพลิงอมตะได้ยังไงกัน"

 

                "เชื่อไม่เชื่อก็เป็นสิทธิ์ของเจ้า แต่ว่าตอนนี้ข้ายังอารมณ์ดีอยู่ จึงอยากจะย้ำเตือนความทรงจำของเจ้าสักนิดว่า...ข้าคือคนที่สังหารผู้อาวุโสสูงสุด...หลงจิ๋นเกอ !!!" เสียงที่เอ่ยออกมาของหลงซานอี้ในครานี้ แฝงไว้ด้วยอำนาจของมังกรเหมันต์อย่างเต็มเปี่ยม ไม่เพียงเสียงที่ก้องกังวานหนักแน่นสั่นสะเทือนจิตใจผู้ที่ได้ยิน แต่ที่เบื้องหลังยังปรากฏเงาจำแลงของมังกรเหมันต์ลอยเด่นอยู่ที่ด้านหลัง

 

                เพียงชั่วพริบตาด้านหน้าของหลงซานอี้ ก็ก่อเกิดเสามังกรน้ำแข็ง ขนาดมหึมาขึ้นขวางกั้นเพลิงพายุมังกรคำรามของผู้คุมกฎหลู่

 

                ตูม !!!

                หลังเสียงแตกระเบิดของการปะทะกันระหว่าง...คลื่นพายุมังกรเพลิงคำราม กับ เสาผนึกมังกรเหมันต์ที่ทำหน้าที่ต่างโล่สงบลง ผลการข่มขู่ของหลงซานอี้ก็ดูเหมือนจะผลิดอกผล เพราะยามที่ม่านควันจากการปะทะกันของหนึ่งร้อน หนึ่งเย็นจางหายไป ก็ไม่ปรากฏเงาร่างของผู้คุมกฎหลู่อีกต่อไป

 

                หลงซานอี้ไม่รีรอสั่งให้หนิงเซียนเร่งเข้าไปยังเขตชั้นนอกของวังสวรรค์สยบมารในทันที ก่อนจะหันกลับมากวักมือเรียกเสวี่ยหมิงที่ยังคงตะลึงงันให้ตามติดเข้าไปในวังสวรรค์สยบมารด้วยกัน

.

.

                วังสวรรค์สยบมารถูกก่อสร้างตามรูปแบบผนึกธาตุฟ้าดิน โดยการเรียงตัวกันของกฎแห่งการเคลื่อนไหว หาใช่กฎของธาตุทั้งห้า ก่อกำเนิดผนึกตราทั้ง 8 ถ่ายเทพลังซึ่งกันและกัน โดยมีผนึกสุดท้ายซุกซ่อนอยู่ภายในวังสวรรค์สยบมารเป็น ผนึกพลังเทวะสู่ศูนย์กลาง ทำหน้าที่รองรับทุกสรรพสิ่งเป็นตำแหน่งที่เก้า

 

                ซึ่งผนึกฟ้าดินนี้ ไม่เพียงทำหน้าที่ปิดกั้นโลกจากมิติอเวจีแล้ว ยังทำหน้าที่ในการปิดกั้นพลังลมปราณที่สมบูรณ์ของพื้นพิภพแห่งนี้เอาไว้เพื่อเหตุผลบางอย่าง และการปรากฏขึ้นของวังสวรรค์สยบมารในครานี้ ก็ส่งผลทั้งด้านดีและด้านร้าย

 

                ซึ่งเรื่องดีที่เกิดขึ้น ก็คงหนีไม้พ้นการปลดผนึกของพลังงานสวรรค์ที่มีต่อพื้นพิภพ ทำให้พลังลมปราณฟ้าดินที่เข้มข้นแผ่กระจายออกมาจากเขตชั้นนอกของวังสวรรค์สยบมาร ส่งผลให้ทุกผู้คนบนพื้นพิภพ มีโอกาสทะลวงฝ่าขึ้นไปยังขอบขั้นพลังลมปราณที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเหล่าผู้นำของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การที่จะก้าวไปถึงขั้นบรรลุเซียนก็จะมีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้นด้วย

 

                แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมิได้ส่งผลแต่มนุษย์เท่านั้น พืชพรรณ สัตว์อสูรเองก็ล้วนได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ทั้งสิ้น เพียงแต่เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงมิได้เกิดชั่วข้ามคืน คงต้องใช้เวลาหลายสิบปี หรือหลายร้อยปี เพื่อเปลี่ยนแปลงระดับชั้นพลังปราณทั้งหมดของพื้นพิภพ

 

                แต่นั้นเป็นเพียงแค่ผลที่เกิดจากพื้นที่ชั้นนอกของวังสวรรค์สยบมารเท่านั้น ส่วนเขตพื้นที่ชั้นใน ซึ่งเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เทพบรรพกาลผู้ร่วมกันสร้างผนึกหลงเหลือไว้ สำหรับสายเลือดที่เหล่าเทพเลือกเฟ้น และมอบพลังปราณเทวะของตนเพื่อก่อกำเนิดเป็นตระกูลผู้ปกปักษ์ผนึกตรา โดยทั้งสามเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ถูกยกเป็นสายเลือดดั้งเดิมจากสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริงของสวรรค์ ล้วนแต่ถือครองพลังลมปราณ และตราผนึกที่ครบสมบูรณ์ เว้นเพียงแค่สายเลือดโลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่รังสรรค์ขึ้นบนพื้นโลกเท่านั้น ที่เหล่าเทพมอบพลังศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เพียงครึ่งเดียว เนื่องจากสถานการณ์และเวลาในตอนนั้นไม่อำนาย ทำให้ผนึกของวิหคอมตะก่อเกิดขึ้นเพียงธาตุหยิน โดยพลังของผนึกอีกครึ่งหนึ่งนั้นได้ซ่อนแฝงเอาไว้ภายในมิติพิเศษ มิได้ก่อกำเนิดขึ้นมาบนพื้นพิภพในเวลานั้นพร้อมกับตราผนึกอื่น ๆ จนกระทั่งเสวี่ยหมิงได้รับถ่ายทอดพลังของวิหคแห่งหยาง ซึ่งถือเป็นกุญแจที่ปลุกพลังของตราผนึกสุดท้ายให้เกิดขึ้น

 

                เมื่อตราผนึกสมบูรณ์พร้อม...วังสวรรค์สยบมารจึงปรากฏขึ้น แต่สิ่งที่เหล่าเทพบรรพกาลวาดหวังเอาไว้ ว่าให้วังสวรรค์สยบมารปรากฏขึ้นตั้งแต่บรรพกาลนั้น มิใช่เป็นเช่นที่ปรากฏในตอนนี้ เหล่าเทพหวังเพียงเพื่อให้เหล่าสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ ได้ใช้วังสวรรค์สยบมารเป็นสถานที่บ่มเพาะผู้นำในรุ่นต่าง ๆ ของแต่ละเขตแดน หรือก็คือการอนุญาตให้ผู้ที่ถูกเลือกของแต่ละเขตแดน สามารถเข้าไปยังวังสวรรค์สยบมารชั้นที่สองได้ ในทุกรอบหนึ่งพันปี เพื่อค้นหาเส้นทางบรรลุเซียน ที่สั่งสมเอาไว้ภายใน ตามวาสนาของแต่ละบุคคล

 

                แต่ในอดีต กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก่อนที่ตราผนึกทั้งเก้าจะก่อเกิด และทำหน้าที่ของตราผนึกได้สมบูรณ์ กลับมีผู้คนกลุ่มหนึ่งแหวกฝ่ามิติปิดกั้นออกมา ทำให้สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายซึ่งแฝงเร้นตัวหลุดรอดออกมาด้วย แต่เหล่าสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายมิได้กลับออกมาตัวเปล่า พวกมันยังนำเจตจำนงที่หลงเหลือของมารฟ้าบรรพกาลแยกชิ้นส่วนกลับขึ้นมา หมายทำลายผนึกทั้งสี่ เปิดประตูเชื่อมระหว่างพิภพและแดนอเวจี ก่อสงครามสั่นคลอนเหล่าทวยเทพอีกครั้ง

 

                ในอดีตหลายพันปีก่อน เพราะการฉวยโอกาสโจมตีอย่างไม่ทันระวังป้องกัน ทำให้มารร้ายสามารถทำลายผนึกของสายเลือดมังกรจนพังพินาศ แต่ยังนับว่าโชคดีที่ผู้นำของเผ่าพยัคฆ์สายฟ้าในเวลานั้นไหวตัวทัน สับเปลี่ยนโยกย้ายตราผนึกของตนเองเอาไว้ในสถานที่พิเศษ จึงสามารถรอดพ้นจากวิกฤตถูกทำลายไปได้

 

                แต่เหตุการณ์ยังไม่จบ เรื่องราวของตราผนึก ถูกส่งต่อไปยังเขตแดนของจ้าวสมุทร ประมุขของวังใต้สมุทรเสวี่ยนอู่ในเวลานั้น ไม่ได้บอกเล่าสั่งความใด ๆ ต่อชนรุ่นหลัง เพราะเกรงว่ามีไส้ศึกแอบแฝง เพียงประกาศคำสั่งเด็ดขาด ปิดกั้นผู้คนภายนอก ป้องกันผนึกของตนเองถูกทำลาย ก่อนจะสั่งเสียทิ้งท้ายเอาไว้ว่า...ยามใดที่วังสวรรค์ในตำนานปรากฏ จึงให้เหล่าศิษย์ของวังใต้สมุทรเสวี่ยนอู่ สามารถเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

 

                ส่วนดินแดนวิหคเพลิงอมตะ เพราะตราผนึกไม่สมบูรณ์ ในเวลานั้นเหล่ามารจึงมิได้สนใจ เพราะมิต้องทำลาย เพียงแค่ทำลายตราผนึกที่เหลืออีกสามแห่ง วังสวรรค์สยบมารก็จะปรากฏขึ้น และเมื่อสามารถทำลายตราผนึกสุดท้ายลงได้ ผนึกที่ปิดกั้นเส้นทางเชื่อมต่อของแดนอเวจีกับพื้นพิภพก็จะสูญสลายไป

 

                มีเรื่องดีมักมีเรื่องร้ายคู่กัน เนื่องจากผนึกชิ้นสุดท้ายที่เกิดขึ้นเพราะเสวี่ยหมิงมาช้าไป จึงทำให้ตราผนึกที่ก่อกำเนิดไว้แต่อดีตไม่สมบูรณ์เช่นที่ทวยเทพต้องการ แม้วังสวรรค์สยบมารปรากฏ แต่พลังที่อัดแน่นภายในสำหรับเหล่าสายเลือดศักดิ์สิทธิ์กลับรั่วไหลออก ทำให้เหล่ามารที่แฝงตัวออกมาตั้งแต่บรรพกาล หรือแม้แต่ผู้คนทั่วไป ก็สามารถที่จะเพิ่มระดับพลังของตนเองได้สูงกว่าขีดขั้นที่เหล่าเทพตั้งใจเอาไว้บนพื้นพิภพ เพราะว่าพลังบรรลุเซียนเป็นขอบขั้นที่สามารถทำลายตราผนึกสุดท้ายที่ซ่อนแฝงอยู่ภายในวังสวรรค์สยบมาร และหากตราผนึกสุดท้ายถูกทำลายด้วยน้ำมือของผู้ใดก็ตาม ยามนั้นประตูแห่งดินแดนอเวจีย่อมจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง

.

.

                "พลังปราณฟ้าดินที่เนืองแน่นนี่มันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก" เสวี่ยหมิง หนิงเซียน และหลงซานอี้ เอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่เขตแดนชั้นนอกของวังสวรรค์สยบมาร

 

                สายตาของทั้งสามกวาดมองเหล่าผู้ฝึกตนภายใน ที่ปฏิบัติตัวต่างกับภาพความวุ่นวายภายนอกวังสวรรค์สยบมารอย่างสิ้นเชิง ผู้ฝึกตนที่อยู่ภายในไม่มีการทะเลาะแก่งแย่งกันอีก แต่ละคนล้วนสนใจเพียงการฝึกฝนบ่มเพาะพลังลมปราณเพื่อยกระดับตนเอง แยกย้ายกันไปฝึกฝนตามขอบมุม นั่งลงทำสมาธิฝึกบ่มเพาะลมปราณราวกับว่าทั้งโลกมีเพียงแต่ตนเอง และวังสวรรค์สยบมารเท่านั้น

 

                แม้ในใจเสวี่ยหมิงอยากที่จะทดลองฝึกฝนดึงดูดลมปราณธรรมชาติที่หนาแน่นเช่นนี้บ้าง แต่นั่นหาใช่จุดประสงค์ที่ตนเองมายังที่นี่ เพราะเป้าหมายแรกนั้น เสวี่ยหมิงตั้งใจว่าต้องพาหนิงเซียนไปส่งยังประตูจูเชวี่ย เขตแดนชั้นที่สองของวังสวรรค์สยบมารให้ได้เสียก่อน

 

                ทั้งสามเดินผ่านผู้ฝึกตนจำนวนหลายสิบคน ยิ่งเข้าใกล้เขตแดนชั้นที่สอง จำนวนผู้ฝึกตนก็ยิ่งน้อยลง ผกผันกับระดับลมปราณที่หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยิ่งเข้าใกล้ประตูจูเสวี่ย ดูเหมือนวังสวรรค์สยบมารแห่งนี้จะมีแรงผลักดันผู้คนที่ไม่ได้มีสายโลหิตศักดิ์สิทธิ์ให้ออกห่าง จึงทำให้ผู้ฝึกตนที่เหลืออยู่แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ล้วนเป็นผู้ฝึกตนลมปราณเที่ยงแท้ขึ้นไปทั้งสิ้น

 

                ในที่สุดสีหน้าของทั้งสามปรากฏแววผ่อนคลาย หลงซานอี้ที่เป็นผู้อาวุโสเอ่ยขึ้นพลางชี้นิ้วไปที่ประตูขนาดมหึมาที่มีสีแดงชาดทั้งบาน "ถึงแล้วนั่นคือ...ประตูจูเชวี่ย หนิงเซียนเจ้ารีบเข้าไปเถอะ เมื่อเข้าไปแล้วพวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ก็จะไม่สามารถรบกวนเจ้าได้อีก"

               

                หนิงเซียนหันกลับมาย่อกายคารวะขอบคุณผู้เป็นอาจารย์ ก่อนจะหันไปหาเสวี่ยหมิง "พี่เสวี่ยหมิงท่านก็เข้ามาด้วยกันสิ ท่านเองก็มีสายเลือดวิหคอมตะไหลเวียนอยู่" หนิงเซียนเอ่ยพลางฉีกยิ้มกว้างส่งให้เสวี่ยหมิง

 

                "เออ..." ตลอดเส้นทางเสวี่ยหมิงลืมนึกถึงตัวเองไปเสียสนิท จนเมื่อได้ยินคำเอ่ยชวนของหนิงเซียน เสวี่ยหมิงที่เพิ่งนึกได้ว่าตนเองก็มีสายเลือดของวิหคเพลิงเช่นกันจึงมีท่าทีลังเลครุ่นคิด

 

                "ไม่ต้อง !!!"หลงซานอี้เอ่ยเสียงเข้ม พลางยกมือขึ้นขวางหน้าเสวี่ยหมิง " ตามบันทึกบรรพกาลที่ข้าเคยอ่านผ่านตามานั้น ผู้ที่ได้รับพลังแท้จริงจากวังสวรรค์สยบมาร มีได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากปล่อยให้หนิงเซียนเข้าไปเพียงผู้เดียว ย่อมมีโอกาสได้รับพลังนั้นมากกว่า"

 

                "แต่ว่า..."หนิงเซียนมีสีหน้าหมองเศร้า มีหรือที่นางจะไม่เข้าใจการกระทำซึ่งดูเหมือนเป็นการเห็นแก่ตัวของผู้เป็นอาจารย์ แต่เมื่อเห็นเสวี่ยหมิงพยักหน้าส่งให้ เด็กสาวจึงหันหลังกลับไป มุ่งหน้าตรงไปยังประตูสีแดงชาดบานนั้นเพียงลำพัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 477 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #3465 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:44

    อ้าว อดเข้า?
    #3465
    1
    • #3465-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 245)
      8 กันยายน 2561 / 19:45
      มันมีเหตุผลอยู่ ^ ^
      #3465-1
  2. #3464 NighthawkGolf (@l2ucisz) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:18
    ช่วงหลังๆ ฝีมือการแต่งลดลงป่าวหว่า หรือเราอ่านนิยายของ maoni มากเกินไป orz
    #3464
    1
    • #3464-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 245)
      8 กันยายน 2561 / 09:23
      ช่วงตั้งแต่ตอนที่ 220 เร่งแต่งมากมาย คุณภาพงานลดลงไปจริง ๆ ละ แต่เพราะบทมันดาวว์ลงด้วย เดี๋ยวจะกลับไปสนุกอีกราวตอนที่ 235 แต่ไรท์ยังไม่ได้อ่านของมาวนี่เลย สนุกไหมอะ สมัยก่อนชอบตามอ่านแบบรายเดือนเหมือนกัน แต่หลัง ๆ เปลี่ยนเป็นรอถอยหลังพิมพ์จบ เพราะจะเอากล่อง box set 555+
      #3464-1
  3. #3462 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 08:51
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #3462
    0
  4. #3460 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 06:58
    พระเอกจะได้พลังอะไรบ้างมั้ยยย
    #3460
    1
    • #3460-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 245)
      8 กันยายน 2561 / 08:33
      ต้องรอดู เพราะประตูไม่ได้มีบานเดียว ^ ^
      #3460-1
  5. #3459 contractor (@contractor) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 02:26
    พลังของเนตรเอาจริงๆเหมื่อนว่ายังใช้ได้ไม่ถึง30%เลยนะครับเนตรมารมันน่าจะเทพกว่านี้นะผมว่า แต่เนื้อเรื่องยังสนุกและน่าติดตามอยู่ครับ
    #3459
    3
    • #3459-2 contractor (@contractor) (จากตอนที่ 245)
      8 กันยายน 2561 / 18:19
      ขอบคุณครับที่แท้ใช้เต๋านี้เอง
      #3459-2
    • #3459-3 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 245)
      8 กันยายน 2561 / 19:49
      ดวงตาเทพมารบรรพกาล ไม่ได้มอบเต๋าให้เสวี่ยหมิงโดยตรง แต่เหมือนว่ามันเคยบันทึกเส้นทางแห่งเต๋าผ่านตามาแล้ว เสวี่ยหมิงมันเลยได้ประโยชน์ไปด้วย(แต่ตามตัวเรื่อง ผู้ฝึกตนจะเริ่มค้นหาเต๋าได้ต้องเป็นกึ่งเซียน หรือบรรลุเซียนเลยครับ)
      #3459-3
  6. #3455 manat0854626387 (@manat0854626387) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 18:02

    พระเอกจะกากไปถึงไหนภาค1-4ยังไปไม่ถึงไหน

    #3455
    0
  7. #3452 max_0075 (@max_0075) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 11:04
    ม่ายยยยยยยย....น๊าาาาา!!!!มานนนค้างงงง....
    #3452
    1
    • #3452-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 245)
      7 กันยายน 2561 / 23:07
      วันนี้ลงช้าเลย ขอโทษค้าบ
      #3452-1
  8. #3451 มงคล วัฒนาวรสกุล (@mooleang) (จากตอนที่ 245)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 08:19

    รอแล้วยังเฝ้านะ ตอนใหม่ ขอบคุณครับ
    #3451
    0