เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,875 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,404 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,909

    Overall
    962,875

ตอนที่ 24 : สำนักมังกรฟ้า (ลงเพิ่ม..ขอบคุณผู้สนับสนุนตอนพิเศษครับ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 811 ครั้ง
    5 มี.ค. 61

ตอนที่ 22

สำนักมังกรฟ้า

 

                เสียงอึกทึกยังคงดังสนั่น ศิษย์สำนักมังกรฟ้ากว่าร้อยชีวิต วิ่งลงมาตั้งแถวเรียงรายอยู่ที่สองฟากฝั่ง ก่อนที่จะมีศิษย์อีกจำนวนห้าสิบคนแบกเสาศิลาแกร่งตามออกมา ทุกท่วงเท้าที่เคลื่อนไหวของทั้ง 50 คน ล้วนกระทืบทับจนผงคลี่ฟุ้งกระจายขึ้นมา ขบวนศิษย์สำนักมังกรฟ้าเคลื่อนเฉียดผ่านผู้คนที่ออกันอยู่อย่างหนาแน่น แยกย้ายไปยังเวทีทดสอบทั้งยี่สิบห้าเวที หลังจากนั้นผู้ที่แบกเสาศิลาทั้งหมด ก็รอสัญญาณก่อนจะลงมือปักเสาศิลาลงกับพื้นพร้อม ๆ กัน จนแผ่นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว ผู้คนที่มารอชมล้วนส่งเสียงฮือฮา

 

                หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ควบคุมการทดสอบซึ่งเป็นผู้อาวุโสของสำนักมังกรฟ้า ก็สั่งให้ศิษย์นอกทำการแยกกลุ่มผู้ร่วมการทดสอบกว่า 3000 คน ออกเป็น 25 กลุ่มตามจำนวนสนามทดสอบ โดยจากการจับสลากแบ่งกลุ่มเสวี่ยหมิงนั้นได้อยู่ในกลุ่มที่ 25 จื่อฮุยอยู่ในกลุ่มที่ 8 ส่วนสองพี่น้องตระกูลหย่งอยู่ในกลุ่มที่ 3 และ 12 สุดท้ายคือมู่จินหลันที่อยู่ในสนามทดสอบที่ 1

 

                หนึ่งในสมุนของหลี่เปียวซึ่งเป็นศิษย์นอกก็ส่งสัญญาณแจ้งต่อหลี่เปียวว่า เสวี่ยหมิงนั้นได้หมายเลขทดสอบเป็นหมายเลขที่ 25 หลี่เปี่ยวแสยะยิ้มด้วยความอาฆาตแค้น เดินตรงไปยังศิษย์นอกที่ทำการควบคุมสนามทดสอบที่ 25 ก่อนจะใช้อำนาจของศิษย์ในข่มขู่ เพื่อเปลี่ยนตัวผู้คุมสอบเป็นพรรคพวกของตัวเอง ซึ่งศิษย์นอกที่ควบคุมอยู่รู้ตัวดีว่าไม่ควรไปตอแยหลี่เปียวและพวก จึงยินยอมถอนตัวออกมาแต่โดยดี

 

                หลังจากนั้นหลี่เปียวก็ให้ลูกสมุนของมัน ใช้ของวิเศษชนิดที่ถูกเรียกว่าเกราะเสริมพลัง ซึ่งตัวมันได้รับมาจากเจี้ยนเฉิน ใส่เข้าไปให้กับเสาทดสอบของสนามทดสอบที่ 25 ซึ่งของวิเศษจำพวกนี้มักจะใช้กับพวกอุปกรณ์ในการทำสงครามโจมตี หรือป้องกันเมือง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งของมีราคาแพง แต่ที่สำคัญกว่านั้น เกราะเสริมพลัง เป็นสิ่งของที่หาซื้อได้ยาก เพราะถือเป็นอุปกรณ์ทางการทหาร ซึ่งไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้ปะทะกันของผู้ฝึกตน แม้จะหาได้ยากในตลาดทั่วไป แต่สำหรับตระกูลขุนนางเก่าแก่ เช่นตระกูลหลี่ ย่อมมีสิ่งของจำพวกนี้อยู่ในคลังตระกูลเป็นจำนวนมาก

 

                ...หึ ข้าจะดูสิว่าแกจะเอาปัญญาที่ไหนมาผ่านเข้ารอบไปได้

                "ผิงซิ่ว จางเหลียง พวกแกทั้งสองตามข้าไปยังสนามที่ 25 ข้าละอยากเห็นหน้าของไอ้สวะเสวี่ยหมิง ตอนที่มันรู้ตัวว่าไม่อาจผ่านการทดสอบไปได้ จะได้รู้จักเจียมกะลาหัว...ว่าคนอย่างมัน ! ก็เป็นได้แค่สวะชั้นต่ำเท่านั้น !"

 

                เมื่อผู้เข้าทดสอบต่างแยกย้ายไปประจำยังสนามของตัวเองแล้ว ผู้อาวุโสของสำนักมังกรฟ้า ก็เดินออกมาด้านหน้าเพื่อกล่าวต้อนรับผู้เข้าทดสอบทั้งหมด รวมถึงประกาศกฎเกณฑ์ในการทดสอบรอบแรก...การทดสอบด้านพละกำลัง...ซึ่งตามมาตรฐานของการเข้าเป็นศิษย์นอกของสำนักมังกรฟ้านั้น ต้องมีพลังหมัดไม่ต่ำกว่า 1000 จิน จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์การทดสอบ โดยผู้เข้าทดสอบจะมีโอกาสได้ชกศิลาทดสอบ ซึ่งตั้งอยู่บนสนามทั้ง 25 แห่ง จำนวนคนละ 3 ครั้ง โดยจะนับครั้งที่สามารถทำน้ำหนักหมัดได้มากที่สุด โดยผู้ที่สามารถผ่านรอบแรกไปได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ได้เข้าทดสอบต่อไปในด่านที่สอง

 

                หลังจากที่แจ้งกฎเกณฑ์ในการผ่านการทดสอบเรียบร้อยแล้ว ผู้อาวุโสของสำนักมังกรฟ้า จึงได้กล่าวเริ่มการทดสอบ สิ้นเสียงกล่าวเปิดการทดสอบ เสียงของผู้ชมต่างก็ตะโกนโห่ร้องส่งเสียงเชียร์ดังขึ้นตามมาในทันที

.

.

                สนามทดสอบที่ 8 ผู้เข้าทดสอบจื่อฮุย เมื่อชื่อของจื่อฮุยถูกขาน ผู้คนต่างก็หันมาสนใจเวทีที่ 8 ในทันที เพราะจื่อฮุยถือเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีพรสวรรค์สูงที่สุดในหมู่เด็กรุ่นเดียวกัน แถมจื่อฮุยยังควบตำแหน่งนายน้อยของตระกูลจื่อ ตระกูลของผู้ปกครองเมืองหยกม่วงอีก นี่ยังไม่นับรวมรูปลักษณ์ภายนอกอันหล่อเหลาสง่างาม การก้าวขึ้นบนเวทีของจื่อฮุย จึงเรียกเสียงเชียร์โห่ร้องได้ดังกว่าสนามอื่น ๆ ในเวลาเดียวกัน

 

                เมื่อจื่อฮุยก้าวขึ้นไปหยุดยืนที่หน้าศิลาทดสอบขนาดสูงกว่า 3 วา เสียงผู้ชมก็สงบลง

 

                จื่อฮุยหลับตาสนิทรวบรวมสมาธิ สองขาตั้งมั่นในท่านั่งม้า เกร็งลมปราณแน่นจนหน้าอกโป่งพองขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจผ่อนออกอย่างช้า ๆ เมื่อถึงจุดที่กะเกณฑ์เอาไว้ สองตาที่ปิดสนิทพลันเปิดออก ดวงตาส่องประกายเจิดจ้าแวบหนึ่ง ใช้ออกด้วยทักษะหมัดถล่มขุนเขา ซึ่งเป็นกระบวนท่าหนึ่งในวิชาเพลงหมัดหยกม่วง(เพลงหมัดประจำตระกูลจื่อ) สองเท้าที่หยั่งพื้นปรากฏเสียงแตกของพื้นหินเวที หมัดขวาที่รวมรั้งลมปราณเข้าด้วยกันพุ่งออกไปรวดเร็วราวกับลูกธนู เสียงหวีดแหวกอากาศดัง จนผู้ที่อยู่ใกล้เวทีบางคนถึงกับยกสองมือขึ้นอุดหู

 

                ตูม !!!

                เสียงแตกระเบิดดังสนั่นทันทีที่หมัดกระทบถูกกับศิลาทดสอบ

 

                ตัวเลขบนแป้นแสดงน้ำหนักหมัดวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                1000...

                2000...

                3500...

                4000...

                4100...

                4200...จนในที่สุดตัวเลขก็หยุดลง เสียงฮือฮาปรากฏขึ้นอีกครั้ง เพราะตัวเลข 4200 นั่นเป็นน้ำหนักหมัดของผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณ ขั้นที่ 3 ซึ่งใกล้จะทะลวงเข้าสู่ขั้นที่ 4 ได้แล้ว (ผู้ที่ทะลวงสู่ขั้นที่ 4 ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักหมัดอยู่ ที่ 4500 - 5000 จิน) แต่จื่อฮุยเพิ่งจะมีอายุเพียง 15 ปี หากว่าเขาสามารถทะลวงขึ้นสู่ขั้นที่ 4 ได้ก่อนอายุ 16 ปี เชื่อว่าบัลลังก์ของศิษย์หลักในสำนักมังกรฟ้าย่อมเกิดความสั่นสะเทือนขึ้นอย่างแน่นอน

 

                ในอดีตสถิติสูงสุดที่มีผู้เคยทำเอาไว้นั้นสูงถึง 6000 จิน ซึ่งจื่อฮุยก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำลายได้ เขาจึงขอสละสิทธิ์ที่จะต่อยต่อไปอีกสองหมัด และเดินลงมาจากเวทีด้วยใบหน้าเรียบเฉย

 

                "อืม..."จื่อเจิ้งที่นั่งชมดูอยู่ส่งเสียงแสดงความพอใจในพัฒนาการของลูกตัวเอง "ดูเหมือนว่าจื่อฮุยจะทำได้ดีกว่าคราวที่ลูกของท่านพี่เข้าทดสอบสินะ"

 

                "หึ...ครานั้นจื่อเจียงหาได้แสดงพลังที่แท้จริง เพราะเห็นว่าการทดสอบนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หลังจากเข้าไปในสำนักมังกรฟ้าแล้ว นั่นถึงจะเป็นการทดสอบที่แท้จริง" จื่อเลี่ยงจิน พ่อของจื่อเจียงและมีศักดิ์เป็นลุงของจื่อฮุยเอ่ยขึ้นอย่างมิสบอารมณ์นัก

 

                "..."จื่อเจิ้งหาได้ต่อล้อต่อเถียงกับจื่อเลี่ยงจิน เพียงฉีกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปชมดูการทดสอบต่อไป

 

                หลังจากที่จื่อฮุยผ่านการทดสอบ มู่จินหลันที่ทดสอบสนามที่ 1 ก็ผ่านการทดสอบเช่นกัน โดยเธอทำน้ำหนักหมัดได้ 1500 จิน ส่วนสองพี่น้องตระกูลหย่งก็สามารถผ่านเข้าไปได้ด้วยน้ำหนักหมัด 1100 และ 1200 จิน การทดสอบทุกสนามนั้นดำเนินไปอย่างราบรื่นมีทั้งผู้ที่ผ่านการทดสอบ และผู้ที่ตกรอบไปประมาณครึ่งต่อครึ่ง ยกเว้นเพียงแค่สนามทดสอบที่ 25 ซึ่งมีผู้ทดสอบผ่านไปแล้ว 17 คน แต่กลับไม่มีใครผ่านการทดสอบเลยแม้แต่คนเดียว แถมพลังหมัดที่ออกไปยังต่ำเตี้ยเสียจนน่าใจหาย แม้จะมีผู้ทดสอบบางคนโวยวายประท้วง แต่เพราะหลี่เปียวและสมุนได้เข้าควบคุมสนามทดสอบที่ 25 เอาไว้ เรื่องราวการประท้วงจึงถูกปกปิดเอาไว้ โดยไม่ลุกลามจนไปถึงหูผู้อาวุโสของสำนักมังกรฟ้า

 

                จื่อฮุยเมื่อรู้ว่าเสวี่ยหมิงกำลังจะขึ้นทดสอบ ก็ตรงมาชมดูที่ข้างสนาม เมื่อพบเห็นหลี่เปียวและพวกพ้องอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กับสนามทดสอบ เขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยพูดคุยกับเสวี่ยหมิง เสวี่ยหมิงก็ดันก้าวขึ้นไปบนเวทีเสียก่อน

 

                "เจี้ยนเฉิน...แกแน่ใจนะว่าเกราะเคลือบที่เอามาจากในคลังจะได้ผล" แม้หลี่เปียวจะเห็นผลจากการทดสอบของผู้ที่ตกรอบก่อนหน้ามาแล้ว ว่าค่าพลังที่ได้นั้นต่ำเตี้ยติดดินขนาดไหน แต่จากรายงานของนักฆ่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ที่ระบุว่าเสวี่ยหมิงมีพลังโจมตีรุนแรงไม่ต่างจากผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 หลี่เปียวจึงเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมา เพราะหากคำกล่าวของนักฆ่าเป็นจริง แสดงว่าพลังหมัดของเสวี่ยหมิงนั้นจะอยู่ในระดับ 4500 จินทีเดียว

 

                "นายน้อยมั่นใจได้ครับ เกราะเคลือบไม่ใช่ของวิเศษทั่วไป และตามการคาดการณ์ของบ่าว หากเจ้าเด็กที่ชื่อเสวี่ยหมิงจะผ่านการทดสอบไปได้ มันจำเป็นต้องมีน้ำหนักหมัดไม่ต่ำกว่า 6000 จิน "เจี้ยนเฉินเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ

                (ที่เจี้ยนเฉินมั่นใจเช่นนั้นก็เพราะว่า เกราะเคลือบนั้น มีความสามารถในการรับแรงกระแทกที่สูงกว่า 500 จินขี้นไป โดยจะสามารถลดทอนแรงปะทะทางกายภาพได้สูงถึง 11 เท่าของปกติ ซึ่งเจี้ยนเฉินนั้นได้อธิบายคุณสมบัติของมันให้แก่หลี่เปียวฟังไปแล้ว แต่เจ้าเกราะเคลือบนี้ก็มีข้อเสีย คือมันจะไปทำให้ความทนทานสูงสุดของอุปกรณ์ที่ใช้ลดลงไป เช่นศิลาทดสอบในครั้งนี้มีความทนทานสูงสุดที่ 15000 จิน เมื่อทำการติดตั้งเกราะเคลือบเข้าไปแล้วความทนทานจะลดลงมากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะทำให้ศิลาทดสอบมีความทนทานสูงสุดเหลือเพียงแค่  7500 - 8000 จินเท่านั้น)

 

                "หากเป็นเช่นนั้นก็ดี"หลี่เปียวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเข้ม พลางจ้องมองไปยังร่างของเสวี่ยหมิงที่ยืนทำสมาธิอยู่หน้าศิลาทดสอบ

.

.

                เสวี่ยหมิงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าศิลาทดสอบ เขาไม่กล้าประมาทแม้จะรู้ดีว่าตัวเองนั้นมีพลังหมัดสูงเกินกว่า 5000 จินไปแล้ว แต่เพราะเห็นผู้ทดสอบหลาย ๆ คนไม่ผ่านการทดสอบ แถมวายร้ายอย่างหลี่เปียว ยังนั่งดูการทดสอบอยู่ที่ด้านล่าง ห่างจากเวทีทดสอบที่ 25 ไปไม่ไกลนัก และแม้ว่าจื่อฮุยไม่ได้กล่าวเตือน เสวี่ยหมิงก็พอจะคาดเดาได้ว่า การทดสอบในสนามที่ 25 ต้องมีเรื่องราวไม่ชอบมาพากล  และจะมากน้อยย่อมต้องเกี่ยวข้องกับหลี่เปียวและพวก ซึ่งเหตุผลเรื่องราวก็คงไม่พ้นจากตัวของเสวี่ยหมิงนั่นเอง

 

                "เราจะประมาทไม่ได้" เสวี่ยหมิงเอ่ยพลางกดเท้าซ้ายลงแน่น และใช้ขาขวาสืบเท้าเข้าหาศิลาทดสอบ ก่อนจะยกขึ้นกระทืบลงจนพื้นหินแตกออก พร้อมกับเกิดเสียงดังสนั่น หมัดขวาที่งอหดเข้าอยู่ก่อน พุ่งควงออกไปด้วยท่าหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง ทันทีที่หมัดกระแทกเข้ากับศิลาทดสอบ เสวี่ยหมิงก็พบว่าผิดท่า หมัดที่แข็งกร้าวของเขา ค่อย ๆ ลดพลังลงไป ราวกับว่าหมัดนั้นซัดเข้าใส่ชั้นผิวที่อ่อนยวบก่อนจังหวะหนึ่ง พลังหมัดก็ถูกลดทอนลงไปอย่างมหาศาล ทำให้เมื่อหมัดแกร่งทะลวงผ่านไปถึงศิลาทดสอบ น้ำหนักที่ได้ก็แทบจะไม่เหลือหลอ

 

                ตัวเลขบนแป้นทดสอบน้ำหนักหมัดวิ่งไวในช่วงต้น ก่อนจะชะลอลงอย่างรวดเร็ว

 

                500...

                600...

                800...

                900...

                976...

 

                แต่แล้วตัวเลขก็หยุดลงที่ 976 หลี่เปียวระบายลมออกจากปากพร้อมยกมือขึ้นเช็ดปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาบริเวณหน้าผาก

 

                เจี้ยนเฉินที่มองดูแป้นทดสอบน้ำหนัก ล้วนปรากฏสีหน้าเหยเก เพราะในตอนแรกนั้นมันคิดว่าเจ้านักฆ่าที่หนีเอาตัวรอด ล้วนกล่าวความมั่วซั่วเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องราวความอ่อนด้อยของตัวเองที่จำต้องหลบหนีมา แต่เมื่อมาเห็นพลังหมัดของเสวี่ยหมิงกับตามันก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะจากตัวเลขที่แสดงนั้น เป็นที่ยืนยันได้ว่าน้ำหนักหมัดของเสวี่ยหมิงนั้นต้องไปไม่ต่ำกว่า 5000 อย่างแน่นอน และที่สำคัญเด็กหนุ่มยังมีระดับฝึกต้นเพียงแค่ลมปราณพื้นฐานขั้นที่ 2 เท่านั้น ซึ่งตามความคิดของมันน้ำหนักหมัดของเสวี่ยหมิงนั้น เกินกว่าความเข้าใจของมัน

 

                ส่วนจื่อฮุยที่ชมดูอยู่ก็มีสีหน้าโกรธเกรี้ยว เพราะเขามั่นใจแล้วว่าหลี่เปียวต้องใช้ลูกเล่นบางอย่างกับศิลาทดสอบอย่างแน่นอน ทำให้จื่อฮุยไม่คิดที่จะนิ่งเฉย รีบจ้ำหายลับตาไปจากเวทีทดสอบที่ 25 มุ่งตรงไปยังผู้อาวุโสของสำนักมังกรฟ้า หมายจะใช้ชื่อเสียงของตระกูลจื่อ ชักนำผู้อาวุโสที่ควบคุมการรับสมัครครั้งนี้ ให้มาตรวจสอบยังสนามที่ 25 ในทันที


     ****ปล.ขออธิบายเรื่องตอนพิเศษก่อนนะครับ ว่าจริง ๆ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะตั้งเปิดขาย แต่เพราะระบบเด็กดีที่ถ้าเป็นนิยายเปิดขาย ระบบจะช่วยโฆษณาเรื่องให้ ก็เปิดขายเลย เนื้อเรื่องในตอนพิเศษอาจจะดูรื่อย ๆ ไปหน่อย เพราะเป็นการบอกเล่าเหตุการณ์ช่วงก่อนว่าทำไมเสวี่ยหมิงถึงตาซ้ายบอด แต่พอเปิดขายแล้วมีผู้ให้การสนับสนุน...ไรท์ ก็ขอตอบแทนเป็นเพิ่มตอนลงในวันนี้ อีก 1 ตอนละกันนะครับ ^ ^

MoMiMarChi

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 811 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #4620 JiGKyy (@jigkyy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 16:58
    สนับสนุนอยู่แล้วตรับ สนุกดี
    #4620
    2
    • #4620-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 24)
      30 มีนาคม 2562 / 00:23
      ขอบคุณครับ ^ ^
      #4620-1
  2. #3228 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 12:21
    ดีแล้วจื่อฮุย ไหนๆก็มีพร้อมไปด้วยอำนาจและการเงินอยู่แล้ว งัดกับหลี่เปียวไปเลย ต้องนายนี่แหละถึงจะสมน้ำสมเนื้อ
    #3228
    0
  3. #1434 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:07
    ขอบคุณครับ
    #1434
    0
  4. #654 Natthanonmrt (@Natthanonmrt) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 10:40
    ผมสนับสนุนนักเขียน ขอแค่ไม่แพงเกินกำลัง ครับ และก็ขอให้สร้างผลงานดีๆต่อๆไปนะครับบ
    #654
    1
    • #654-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 24)
      6 เมษายน 2561 / 15:22
      ขอบคุณครับ ^ ^
      #654-1
  5. #653 Natthanonmrt (@Natthanonmrt) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 10:40
    ผมสนับสนุนนักเขียน ขอแค่ไม่แพงเกินกำลัง ครับ และก็ขอให้สร้างผลงานดีๆต่อๆไปนะครับบ
    #653
    0
  6. #412 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 10:44
    ส่วนตัวไม่มีปัญหากับตอนพิเศษที่ต้องใช้เหรียญเปิดอ่านนะคะ
    ถ้านิยายสนุกจริง เราก็เต็มใจจ่ายค่ะ ถ้าไม่แพงจนเกินไปเนอะ
    #412
    1
    • #412-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 24)
      31 มีนาคม 2561 / 11:08
      ขอบคุณครับ จริง ๆ ก็กะเก็บเหรียญนะครับแต่จะเก็บหลังจากที่จบภาคหลังเพราะตั้งใจจะให้คนอ่านที่ตามอ่านตลอดได้อ่านฟรีจนจบ แต่ที่ทำตอนพิเศษเก็บเหรียญตอนแรกไม่ได้กะเก็บหรอกครับ แต่จะใช้ระบบเด็กดีช่วยโฆษณานิยายให้ ^ ^ ก็เลยเก็บ แต่พอเปิดขายก็เกินคาดเพราะคนซื้อกันเยอะอะครับ ไม่ตั้งใจแต่ก็ดีใจนะ ^ ^
      #412-1
  7. #139 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 06:48
    มันน่าโดนลงโทษให้หนักจริงๆ
    #139
    0
  8. #70 NiparatKerdprom (@NiparatKerdprom) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 22:52
    ชีวิตลำเค็ญมากหมิงน้อยไรท์ใจร้ายมาก
    #70
    1
    • #70-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 24)
      6 มีนาคม 2561 / 11:18
      ม่าย ม่ายยยยยยย ไรท์มะได้ใจร้ายนะ พิมพ์ปฏิเสธ แต่ยังเขียนแกล้งเสวี่ยหมิงต่อไป ^ ^ เดี๋๋ยวผ่านจุดที่ตัวเอกเริ่มเปลี่ยนวิธีคิด ก็จะไม่ค่อยถูกแกล้งละครับ แต่อีก 10 ตอน++ ^ ^
      #70-1