เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 895,876 Views

  • 4,489 Comments

  • 8,080 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    52,996

    Overall
    895,876

ตอนที่ 226 : แตกสลายสู่เส้นทางแห่งเต๋า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 550 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

ตอนที่ 208

แตกสลายสู่เส้นทางแห่งเต๋า

 

                "อาจารย์ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังมากมายเลย ท่าน...ท่านจำเด็ก..."

 

                "อะ แฮ่ม" ฮัวเหวินเยื่ยนกระแอมไอขัดจังหวะหนิงเซียน พลางส่งสัญญาณเตือนหลงซานอี้ว่าข้อตกลงเมื่อสามปีก่อน ที่เขาเลือกจะจากไปนั้นยังคงอยู่

 

                "อ๋อ อาจารย์เองก็อยากคุยกับเจ้า แต่วันนี้อาจารย์มาในฐานะพันธมิตรร่วมสงคราม" หลงซานอี้เอ่ยพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้า

 

                "ท่าน..."ฮัวเหวินเยี่ยนรู้ดีว่าหนิงเซียนเทิดทูน และเคารพหลงซานอี้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อถูกหลงซานอี้ฉวยโอกาสเอ่ยคำ...พันธมิตร ซึ่งนางพยายามบอกปัดความหวังดีมาโดยตลอด ก็ถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูก ใบหน้างดงามกลับกลายเป็นเหยเกบอกบุญไม่รับ

 

                "ท่านอาจารย์กับท่านประมุขกำลังหารือข้อสงคราม เรื่องนั้นหนิงเซียนเข้าใจดี แต่ที่ข้าถือวิสาสะเข้ามา เพราะกลัวว่าเมื่อหารือจบ ท่านอาจารย์จะจากไปอีก ถ้าเช่นนั้น หนิงเซียนคง..." มีหรือที่หนิงเซียน ซึ่งเป็นเด็กฉลาดหัวไว จะไม่อาจคาดเดาข้อพิพาทในอดีตออก เมื่อมีโอกาสหนิงเซียนจึงเอ่ยย้ำ เพื่อป้องกันประมุขของนาง สั่งไม่ให้ผู้เป็นอาจารย์มาพบหน้ากับตนอีก

 

                "เด็กโง่ อาจารย์ยังไม่ไปไหนหรอก เดี๋ยวหลังจากหารือจบแล้ว อาจารย์เองก็ว่าจะไปหาเจ้าอยู่พอดี" คำกล่าวเพื่อเอาอกเอาใจเด็กสาวเท่านั้น แม้ฮัวเหวินเยี่ยนไม่เอ่ยห้าม แต่ใจจริงหลงซานอี้เองก็ยังรู้สึกผิดกับอุบัติเหตุในอดีตอยู่ไม่คลาย มีหรือที่เขาจะกล้าสู้หน้าหนิงเซียน แต่บัดนี้เรื่องราวนั้นได้กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว เพราะสิ่งที่หลงซานอี้เห็นในตอนนี้ พลังชีวิตของเด็กสาวกลับคืนเป็นปกติ แถมตนเองยังรู้สึกว่าหนิงเซียนเปี่ยมล้นด้วยพลังลึกลับบางอย่าที่แผ่ออกมาจากร่างกาย ซึ่งหลงซานอี้เองก็อธิบายไม่ถูก ที่สำคัญในตอนนี้หน้าตาของหนิงเซียนก็เปล่งประกายราวกับนางฟ้าเช่นแต่ก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

 

                "ท่านอาจารย์สัญญาแล้วนะ"

 

                "อืม"หลงซานอี้รับคำฉีกยิ้มกว้าง พร้อมส่งสัญญาณให้หนิงเซียนกลับออกไปก่อน เพราะหลงซานอี้รู้สึกได้ถึงความไม่พอใจของฮัวเหวินเยี่ยนที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนนี้

.

.

                เสวี่ยหมิงไม่รู้ว่ากาลเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด ไม่รับรู้กระทั่งร่างกายของตนเอง ที่หลงเหลืออยู่ในตอนนี้ มีเพียงจิตและความนึกคิดเท่านั้น

 

                ความคิดของเสวี่ยหมิงค่อย ๆ แจ่มใสขึ้นทีละน้อย เพราะเสียงของหยดน้ำที่กลั่นตัวไหลหยดลงมาจากการหมุนวนของจักรวาลน้อย เบื้องบนทะเลจิตวิญญาณ หยดน้ำล่วงลงสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณเบื้องล่าง ก่อเกิดอานุภาพแห่งจิตอันบริสุทธิ์ เป็นดั่งเส้นสายที่ปกป้องจิตวิญญาณและตัวตนส่วนหนึ่งของเสวี่ยหมิงเอาไว้ ยามที่ถูกยึดครองร่าง มายาภาพแห่งความชั่วร้ายที่ก่อเกิดจากพลังหยินแห่งความตาย ก็ถูกพลังของจิตเอกะขอบขั้นที่สี่ดูดกลืนและทำลายไปจนหมดสิ้น

 

                แม้จะสามารถดูดซับผลร้ายของมายาทำลายล้าง อันเกิดจากความชั่วร้ายมหาศาลที่ทะลักล้นออกมาจากดวงตาเทพมารบรรพกาล แต่ในตอนต้นทะเลสาบแห่งจิตที่ใสกระจ่างเองก็คลุ้มคลั่ง ก่อเกิดระลอกคลื่นสาดซัดไม่หยุดนิ่ง ราวกับจะแตกสลายเช่นกัน จนกระทั่งการย่อยสลายพิษมายาจบลง ทะเลสาบแห่งจิตจึงกลับมาสงบเงียบใสกระจ่างดังเดิมอีกครั้ง

 

                เมื่อทะเลแห่งจิตกลับคือสู่ภาวะปกติ พลังจิตวิญญาณของเสวี่ยหมิงจึงได้ฟื้นคืน และปลุกจิตใต้สำนึกที่ถูกปกป้องอยู่ภายในให้ฟื้นจากการหลับใหล

 

                เมื่อจิตฟื้น กายที่บอบช้ำแต่ไม่พังทลาย ก็กลับฟื้นคืนอยู่ก่อนแล้ว แม้จะยังหลงเหลือร่องรอยบาดแผล แต่ก็มิใช่อาการบาดเจ็บร้ายแรง เพียงแต่ในยามนี้ กายเนื้อของเสวี่ยหมิงนั้นยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่เช่นเดิม เพราะจิตสำนึกรับรู้ของเสวี่ยหมิงตอนนี้ไม่ได้อยู่ในที่ตั้งของตนเอง ซึ่งแยกออกจากจิตใต้สำนึกที่ถูกปกป้องอยู่ในจักรวาลน้อย แต่กลับหลุดลอดเข้าไปยังภายในดวงตาเทพมารบรรพกาลด้วยความบังเอิญเพราะความคิดสุดท้ายอันมุ่งมั่น

 

                ...ที่นี่มันที่ไหนกัน

                เมื่อจิตใต้สำนึกฟื้นคืน พลังแห่งสำนึกก็ตื่นขึ้นในเวลาเดียวกัน

               

                สองตาที่ยังคงพล่ามัวของเสวี่ยหมิง มองดูโดยรอบกลับไม่พบจักรวาลเวิ้งว้างก่อนหน้า แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นเส้นแสงแปลกประหลาดมากมาย ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไกลห่างออกไป และไม่ทันที่เสวี่ยหมิงจะขยับเคลื่อนไหว เส้นแสงต่าง ๆ ที่เคลื่อนไกล ก็ค่อย ๆ  จางหายลงไปในความมืดมิดด้านหน้า เหลือเพียงเส้นแสงสีแดงเพลิง เส้นแสงสีฟ้าคราม ที่ยังคงส่องสว่างเด่นชัดอยู่เช่นเดิม ราวกับว่ามันเกิดความผูกพันต่อเสวี่ยหมิง

 

                เมื่อเกิดความสงสัย เสวี่ยหมิงจึงใช้มือสัมผัสเข้ากับเส้นแสงสีแดงเพลิงก่อน และทันทีที่มือสัมผัสถูก ความรู้แจ้งแห่งเต๋าของเสวี่ยหมิงพลันสั่นสะท้าน ญาณรับรู้ที่สั่งสมมาในดวงตาเทพมารบรรพกาล แม้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยว แต่มันคือบันทึกรับรู้แห่งเต๋าอย่างไม่ต้องสงสัย

 

                จิตสำนึกของเสวี่ยหมิง แปรเปลี่ยนภาพรอบข้างกลายเป็นเปลวเพลิง และเปลวเพลิงก็หลอมรวมเข้ากับจิตสำนึก ยกระดับความรู้แจ้งแห่งเต๋าเปลวเพลิง เข้าสู่ขอบขั้นตัวตนไม่แยกจาก เพลิงคือข้า ข้าคือเพลิงหลมอรวมเป็นหนึ่งเดียว

 

                เมื่อรู้ว่าเส้นสายที่สัมผัสมอบพลังแห่งเต๋าให้เสวี่ยหมิงจึงไม่รั้งรอ รีบใช้มืออีกข้างยึดจับเส้นสายสีฟ้าคราม ซึ่งก็เป็นดังคาด เพราะว่าเส้นสายสีฟ้าครามนั้นมอบความรู้แจ้งแห่งเต๋าวารีให้กับเสวี่ยหมิงในขอบขั้นเดียวกัน

 

                ...เมื่อวาสนามาเยือน จำต้องตักตวงให้อิ่มหน่ำ

 

                เสวี่ยหมิงจดจำได้ว่าก่อนหน้านั้น ตนเองได้เห็นเส้นแสงมากมาย หากว่าทุกเส้นแสงที่สัมผัสโดน ล้วนมอบภูมิปัญญาแห่งเต๋าให้กับตนเอง เช่นนั้นที่นี่ก็คือคลังขุมทรัพย์อันสุดวิเศษดี ๆ นี่เอง

 

                แต่แล้วไม่ทันที่จะได้เริ่มทำการค้นหา กายแห่งจิตของเสวี่ยหมิงก็เริ่มปรากฏเค้าลางความไม่เสถียร ราวกับว่ามีพลังดึงดูดจากที่ไกลห่างออกไป กายจิตเริ่มเลือนราง จิตสำนึกเริ่มวูบไหวไม่มั่นคง

 

                ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าเมื่อเสวี่ยหมิงได้สติกลับคืน ดวงตาเทพมารบรรพกาลก็จะรับรู้เช่นกัน และพยายามส่งแรงต้าน ขับดันจิตที่รุกล้ำเข้ามาด้านในของมันให้กลับออกไป

 

                ขุมทรัพย์ล้ำค่าปรากฏอยู่แค่เอื้อมแต่มิอาจเอื้อมมือคว้า ในใจเสวี่ยหมิงจึงพยายามดื้อดึงขัดขืน เมื่อแรงเกิดผลักให้เสวี่ยหมิงถอยหลัง เสวี่ยหมิงยิ่งพยายามฝืนดึงดันเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ในที่สุดความพยายามก็เอาชนะแรงผลักที่ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงไปพร้อมกับร่างจิตที่ค่อย ๆ ลางเลือนของเสวี่ยหมิง

 

                สภาพการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เสวี่ยหมิงพอจะคาดเดาได้ว่าตอนนี้ตนเองเป็นเพียงร่างจำแลงที่จิตสำนึกก่อขึ้นเท่านั้น แม้จะไม่แน่ใจว่าสถานที่นี่คือดวงตาเทพมารบรรพกาลทั้งสิบส่วน แต่ก็มั่นใจเกินกว่ากึ่งหนึ่งว่าที่นี่คือภายในดวงตาเทพมารบรรพกาล

 

                เมื่อเป็นร่างที่จิตสร้างขึ้น ความมุ่งมั่นและสมาธิจึงเป็นสิ่งกำหนด หาใช้พลังลมปราณ เมื่อเกิดความดื้อรั้นอย่างถึงที่สุด แรงขับเคลื่อนของร่างจำแลง จึงพุ่งทะยานตรงดิ่งเข้าไปยังส่วนในลึกที่สุด ตามเจตจำนงของเสวี่ยหมิง

 

                ...เร็วขึ้นอีก เร็วขึ้นอีก

                เสวี่ยหมิงเร่งร้อนแข่งกับเวลา เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ร่างจำแลงของเสวี่ยหมิง แทบจะจางจนโปร่งแสงอยู่รอมร่อ แต่แล้วในที่สุด เสวี่ยหมิงก็มองเห็นเส้นแสงทั้งสีทอง สีเขียว สีดำ ทั้งที่มีลวดลายหลากหลาย รูปร่างแปลกตา ปะปนกันอยู่ที่เบื้องหน้าหลายสิบเส้น

 

                ...ไม่ทันแล้ว

                เมื่อพบว่าไม่อาจประคองร่างจำแลงของจิตสำนึกที่สั่นไหว ราวกับม้าป่าที่พยายามสลัดผู้ที่อาจหาญควบขี่มันต่อไปได้อีก เสวี่ยหมิงจึงหวังเพียงในใจลึก ๆ ว่าตนอาจจะมีโชควาสนาคว้าจับเส้นแสงมาได้สักหนึ่งเส้น ความคิดชั่วแล่นไวราวสายฟ้า การกระทำตอบสนอง เสวี่ยหมิงยื่นมือสองข้างที่กำลังจางหายอย่างรวดเร็วออกไปจนสุดเหยียด ไขว่คว้าสะเปะสะปะราวกับคนที่กำลังจะจมน้ำ แม้สิ่งที่พบเจอจะเป็นเพียงฟางเส้นเดียว ก็หมายคว้ายึดจับเอาไว้ให้จงได้

 

                เพล้ง !!!

                กายาจำแลงสูญสลาย จิตสำนึกของเสวี่ยหมิงถูกดึงรั้งกลับไปรวมกับจิตใต้สำนึกของตนเองอีกครั้ง

 

                เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ นิ้วมือที่ชาด้าน นิ่งงันราวกับรูปสลัก กระตุกเบา ๆ สองสามครา ค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับสู่ความมีชีวิตอีกครั้ง ร่างที่หลับใหลปรากฏท่วงท่าตะกายไปมา ในรูปแบบเดียวกับที่ร่างจำแลงของเสวี่ยหมิงกระทำก่อนหน้า เมื่อเสวี่ยหมิงซึ่งฟื้นคืนสติสัมปชัญญะสมบูรณ์อีกครั้ง เสวี่ยหมิงก็ทะลึ่งตัวพรวด ดันตัวเองขึ้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน

 

                ดวงตาทั้งสองข้างยังคงใช้การได้ ทุกส่วนของร่างกายยังคงครบถ้วนและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เสวี่ยหมิงแบมือทั้งสองข้างออก ก่อนจะจ้องมองไปบนฝ่ามือทั้งสองด้วยใจที่เต้นรัว

 

                สายตาทั้งสองนิ่งงันจับจ้องไปบนฝ่ามือทั้งสองของตนเองอยู่นานสองนาน จนในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มด้วยความปลาบปลื้มขึ้นบนใบหน้าของเสวี่ยหมิง

 

                "ในที่สุด ก็ค้นพบวิธีออกไปจากเส้นทางแห่งการทดสอบเฮงซวยนี่เสียที"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 550 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #3403 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 19:48
    กำลังจะไปช่วยแล้วเพื่อน แต่ขอแวะเก็บเรดแปป
    #3403
    0
  2. #3383 k.am. (@kam0) (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 14:46
    เติมทรูนานเกิ๊น ออกสักทีหลายตอนละ
    #3383
    0
  3. #3248 KAYOURVOIL (@aiyaya) (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 00:06
    บรรยายการฟามตั้งนานออกมากะโดนตบควำอยู่ดี เมื่อไหร่มันจะเก่ง
    #3248
    1
    • #3248-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 226)
      28 สิงหาคม 2561 / 13:02
      มันเก่งมากแล้วนะ แต่ศัตรูมันไต่ไปถึงจุดสุดท้ายของภาคแล้ว(พวกประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์อะ)
      #3248-1
  4. #3061 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 23:22
    จะได้ออกมาซักที
    #3061
    1
    • #3061-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 226)
      20 สิงหาคม 2561 / 20:33
      ออกแล้วลบะ แต่รอบทเปิดตัวก่อน ^ ^
      #3061-1
  5. #3056 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 18:52
    จะออกมาแล้ว เดี่ยวเจอกัน
    #3056
    0
  6. #3055 ยังไม่นอน (@Chai996) (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 18:48

    ออกไปเเตะขอบฟ้า!!!

    #3055
    0
  7. #3054 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 18:42

    ขอบคุณค่ะ

    #3054
    0
  8. #3053 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 226)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 18:36
    กลัวจะได้ออก...อาเตี่ยมารออยู่ข้างนอกแล้วนะ
    #3053
    0