เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 908,679 Views

  • 4,514 Comments

  • 8,216 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    65,799

    Overall
    908,679

ตอนที่ 223 : ผนึกเทพศักดิ์สิทธิ์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 552 ครั้ง
    16 ส.ค. 61

ตอนที่ 205

ผนึกเทพศักดิ์สิทธิ์ 1

 

                ดวงอาทิตย์ร้อนแรง สาดแสงจ้าไกลลิบตา แต่ด้วยท่าร่างผสานเข้ากับความร้อนใจของเสวี่ยหมิงที่เร่งความไวจนถึงขีดสุด โดยไม่เสียดายลมปราณที่ใช้ออก ในที่สุดเสวี่ยหมิงก็ทะยานเข้าสู่เขตแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลุ่มของแสงสว่างเจิดจ้า ที่เปรียบเสมือดวงอาทิตย์เทียมของมิติทดสอบแห่งนี้

 

                ...ไม่มีดวงอาทิตย์ มีเพียงแต่แสงสว่างไร้ที่สิ้นสุด เมื่อเข้าสู่กลุ่มแสง กลับไม่อาจระบุทิศทางแน่ชัด แต่ด้วยสัมผัสรับรู้ที่สูงส่งของดวงตาเทพมารบรรพกาล ทำให้เสวี่ยหมิงรู้สึก และรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แม้จะบินเหินไปในกลุ่มแสงสว่างอย่างไร้รู้ทิศทาง แต่ในสมองราวกับมีเส้นสายบางอย่างกำหนดจุดหมายเอาไว้

 

                เปรี๊ยะ !!!

                ความรู้สึกถึงความผิดปกติที่รุนแรง ปะทุขึ้นอย่างเฉียบพลัน เมื่อเสวี่ยหมิงเคลื่อนที่อยู่ภายในกลุ่มแสงกว่าสองชั่วยาม

 

                ...ม่านบางเบาที่ขวางกั้นข้างหน้านี่คืออะไรกัน

                เสวี่ยหมิงยื่นมือออกไปสัมผัส ม่านพลังโปร่งแสง แรงดีดสะท้อน ผลักจนมือที่แข็งกล้าของเสวี่ยหมิงชาด้าน

 

                แต่เมื่อคิดว่าไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่สามารถหลุดรอดออกไปจากมิติแห่งนี้ ไม่ต้องรออยู่อีกกว่าสิบปีจนกว่าประตูมิติจะเปิดออกเลยหรือ เมื่อเวลาที่จะใช้ในการหาคำตอบของปริศนากลุ่มแสงนี้มิใช่ปัญหา เสวี่ยหมิงจึงทดลองใช้ทุกอย่างเพื่อพังทลายม่านพลังเบื้องหน้า

 

                ...เทพมารครองร่าง

                เมื่อดวงตาเทพมารบรรพกาลเป็นสิ่งที่นำทางเสวี่ยหมิงมา เสวี่ยหมิงจึงมั่นใจว่าเรื่องราวจะมากน้อยย่อมต้องเกี่ยวพันกันบ้าง จึงไม่ลังเลที่จะใช้ทักษะลับ...เทพมารครองร่างในทันที

 

                พลังหยินแห่งความตายมหาศาลจากทักษะเทพมารครองร่าง ไหลบ่าทะลักไปตามเส้นชีพจร พลังลมปราณของเสวี่ยหมิงก็พุ่งสูงขึ้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ และหาใช่สิ่งที่เสวี่ยหมิงคาดหวัง

 

                วูบ วูบ !!!

                เมื่อพลังหยินชั่วร้ายในร่างของเสวี่ยหมิงสูงขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง ม่านพลังที่จากเดิมนั้นสงบนิ่ง เริ่มมีการตอบสนองต่อพลังของทักษะเทพมารครองร่าง มิติรอบข้างพลันหมุนวนจนบิดเบี้ยว บรรยากาศชวนอึดอัดเข้าปกคลุมพื้นที่ เมฆขาวที่อยู่เบื้องนอกกลุ่มแสง ส่งเสียงคำรามลั่น แม้เสวี่ยหมิงจะไม่อาจมองเห็น แต่เพียงฟังจากเสียงคำรามที่เกิดขึ้น ก็รับรู้ถึงความเกรี้ยวกราดของพลังงานที่เบื้องนอกได้เป็นอย่างดี

 

                เปรี้ยง เปรี้ยง !!!

                เสียงฟ้าผ่า ฟาด ส่งประกายแสงแลบแปลบปลาบของสายฟ้าอยู่ที่ด้านหลังของเสวี่ยหมิง แม้จะเกิดสายฟ้ามากมาย ขันแข่งกันฟาดผ่า แต่สายฟ้าทุกเส้น กลับไม่ได้ผ่าลงไปยังเบื้องล่าง แต่มันกลับฟาดซัดเข้าหากลุ่มแสง ประหนึ่งว่าพยายามจะทำลายพลังงานแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากร่างของเสวี่ยหมิง

 

                ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น

 

                แม้จะสงสัย แต่ในเมื่อสาดฟ้าไม่อาจผ่านเข้ามายังเขตแสงสว่างนี้ได้ มันจึงไม่อาจทำร้ายเสวี่ยหมิงได้แม้แต่น้อย ทำให้เสวี่ยหมิงตัดความกังวลเรื่องการโจมตีจากสายฟ้าออกไป แล้วพยายามมุ่งสมาธิไปยังม่านพลังเบื้องหน้า

 

                ...อัคคีดับสูญ

                ไอเย็นแผ่กระชากมวลอากาศ ก่อเกิดเกล็ดน้ำแข็ง ควบแน่นกระจายเต็มพื้นที่ เสวี่ยหมิงประกบมือเข้าหากัน บรรจงปลดปล่อยลมปราณเหมันต์เข้มข้น บีบอัดเป็นมวลทรงกลม ก่อนจะบรรจงผนึกก้อนพลังงานเอาไว้ติดกับม่านพลังไร้สภาพเบื้องหน้า

 

                เมื่อพลังลมปราณเหมันต์ถูกผนึกค้างเรียบร้อย เสวี่ยหมิงก็เหินกายถอยห่างออกไปจนชิดขอบกลุ่มแสงสว่าง แต่ไม่กล้าที่จะขยับไปไกลเกินกว่านั้น เพราะสายฟ้าที่เบื้องนอกยังคงกระหน่ำฟาดผ่าอย่างไม่ขาดสาย

 

                ...เหมันต์ดับสูญ

                เพลิงวิหคอมตะ ถูกปลดปล่อย แต่เพลิงไฟในครั้งนี้แตกต่างจากเพลิงไฟวิเศษที่เสวี่ยหมิงได้รับก่อนหน้า แม้พลังในการรักษาของเพลิงแห่งวิหคอมตะยังคงอยู่ แต่ก็ไม่ได้เปี่ยมล้นด้วยพลังแห่งชีวิตที่ช่วยฟื้นฟูได้เช่นเดิม แต่กลับปะทุร้อนลวกพลังแห่งธาตุหยางร้อนแรง จนเลือดลมของเสวี่ยหมิงถึงกับปั่นป่วน ราวกับว่าพลังของเพลิงแห่งหยาง ขัดแย้งกับพลังดำมืดของดวงตาเทพมารบรรพกาลที่เปี่ยมล้นอยู่ในตอนนี้ แต่ที่พลังทั้งสองสายยังคงดำรงอยู่ด้วยกันได้ เพราะเส้นชีพจร และโลหิตของเสวี่ยหมิงนั้นมีความสามารถแปลกประหลาดจากเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า ทำให้สามารถรองรับพลังหลายสายที่แตกต่างกันได้ แม้จะเกิดการหักล้างกันบ้างในบางจุด แต่ก็ไม่ถือว่ารุนแรง

 

                ยามที่ปลดปล่อยพลังเพลิงไฟจนสุดรั้ง ปีกเพลิงส่องประกายเจิดจ้า พลันปรากฏขึ้นกลางหลังของเสวี่ยหมิง ทันทีที่เสวี่ยหมิงสั่งปีกเพลิงทั้งสองข้างก็สลายกางออก แม้ปีกคู่นี้จะคล้ายกับปีกเพลิงที่ก่อเกิดจากเคล็ดวิชาวิหคเก้าตะวันของหนิงเซียน แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่า และไอร้อนที่ปะทุออกก็เป็นแนวร้อนแรงทำลายล้าง มิใช่เพลิงไฟที่สงบและเปี่ยมด้วยพลังชีวิต เช่นเดียวกับปีกที่เกิดจากเคล็ดวิชาวิหคเก้าตะวัน

 

                แม้เสวี่ยหมิงจะรู้สึกตื่นเต้นกับพลังใหม่ที่เพิ่งทดลองใช้อย่างสุดรั้ง แต่เวลาในการสร้างระเบิดหยินหยางมีจำกัด เมื่อเรียกสติกลับมาได้ เสวี่ยหมิงก็เร่งใช้ออกด้วยพลังปราณเพลิงอัคคีที่เท่าเทียมกับลมปราณเหมันต์ก่อนหน้า ซัดกระแทกเข้าหาผนึกปราณเหมันต์ที่เกาะแน่นอยู่กับม่านพลัง ก่อนจะซัดออกด้วยพลังเพลิงไฟอย่างสุดกำลังตามหลัง เพื่อจุดระเบิดลมปราณทำลายล้างของการผสานรวมหยินหยาง

 

                ลมปราณเพลิงไฟที่พุ่งตามหลัง แม้ในตอนแรกจะเป็นเพียงหมัดลมปราณไร้รูปร่าง แต่เมื่อหมัดลมปราณเพลิงหลุดออกจากร่างของเสวี่ยหมิง ยามที่มันเคลื่อนตัวผ่านอากาศ เพลิงร้อนแรงก็ดึงเอามวลอากาศรอบข้างมาหลอมรวม และเผาไหม้ ก่อนจะดึงรั้งลมปราณธรรมชาติที่อยู่โดยรอบให้เคลื่อนตัวไปพร้อมกัน ผสานก่อตัวเป็นรูปร่างของวิหคเพลิงขนาดมหึมา พุ่งตรงเข้าใส่ก้อนลมปราณเหมันต์ที่เพิ่งจะรวมตัวกับก้อนพลังงานเพลิงวิหคในเสี้ยววินาที

 

                บรึ้ม !!!

                เสียงปะทะสะท้านก้องกัมปนาท แรงระเบิดที่เกิดขึ้นสั่นไหวมวลอากาศโดยรอบ ก่อเกิดพายุ แรงลมอันบ้าคลั่งม้วนตัวกวาดออกจากจุดกำเนิดกระจายออกไปในทุกทิศทาง

 

                แม้เสวี่ยหมิงจะอยู่ห่างจากศูนย์กลางของแรงระเบิดไกลจนแทบจะสุดขอบเขตของแสง แถมเสวี่ยหมิงยังเร่งเร้าลมปราณป้องกันฝืนต้านเอาไว้ก่อนหน้า ยังเกือบจะถูกกวาดพัดจนหลุดออกไปยังทะเลสายฟ้าด้านนอก

 

                เสียงระเบิดยังไม่ทันจางลง ปีกเพลิงบนหลังของเสวี่ยหมิงกางออก กระพือส่งให้ร่างของเสวี่ยหมิงพุ่งตรงไปยังม่านพลังด้วยความไวสูงสุด แต่เมื่อไปถึงยังจุดที่กำหนดเอาไว้ ม่านพลังก็ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ก่อนที่เสวี่ยหมิงจะถอดใจหันหลังกลับไป เพื่อคิดหาวิธีอื่นในการทดสอบ สายตาพลันเหลือบไปเห็นจุดสีดำเท่าเมล็ดทั่วเขียว เป็นรอยปริแตกของมวลอากาศ

 

                จุดสีดำนั้นดูเหมือนจะกำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว เสี้ยววินาทีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ไม่มีเวลาให้ฉุกคิดไตร่ตรอง เสวี่ยหมิงพุ่งตัวตรงเข้าไปยังรอยปริแตกทันที

 

                แม้ด้านหน้ารอยปริแตกจะว่างเปล่า แต่ยิ่งใกล้ แรงกดดันยิ่งหนาแน่น จนเสวี่ยหมิงรู้สึกว่าทั้งร่างของตัวเองหนักอึ้ง ราวกับมีภูเขาสูงนับสิบลูกกดทับลงมา แต่ด้วยระยะห่างที่อยู่ใกล้กันแค่ไม่ถึงหนึ่งวา ในที่สุดเสวี่ยหมิงก็เอื้อมมือไปสัมผัสเข้ากับรอยปริแตกได้ทันก่อนที่มันจะปิดตัวลง

 

                เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ  เปรี๊ยะ !!!

                เสียงเลือดเนื้อทั้งร่างของเสวี่ยหมิงสั่นสะท้าน จิตสมาธิถูกพลังงานลึกลับเขย่าราวกับลูกเต๋าในถ้วยแก้ว สติรับรู้วูบไหวไปมาไม่หยุดยั้ง แม้จะมีวิชาจิตเอกะอยู่ในขอบขั้นที่สี่แล้ว แต่ยังไม่อาจต้านทานแรงกระชากของพลังวิญญาณที่แผ่กระจายออกมา

 

                เพียงชั่วกระพริบตา สติของเสวี่ยหมิงก็ค่อย ๆ กลายเป็นความว่างเปล่า แสงสว่างรอบข้างค่อย ๆ แตกออกช้า ๆ ราวกับกระจกใสที่ร้าวจากจุดกึ่งกลาง ก่อนที่รอยแตกจะแผ่ขยายออกไปที่ด้านข้าง จนในที่สุดทั้งโลกรอบตัวเสวี่ยหมิงก็ปริแตกออกโดยสมบูรณ์

 

                ไม่มีเบื้องบน ไม่มีเบื้องล่างอีก บัดนี้เสวี่ยหมิงถูกส่งมาอยู่ในมิติเวิ้งว้าง รอบข้างมีเพียงหมู่ดาวนับล้านดวง อาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะจินตนาการถึง ที่เบื้องหน้าเสวี่ยหมิงปรากฏลูกแก้วใสที่ส่งแสงเจิดจ้า ตั้งวางอยู่บนแท่นอาคม ฐานด้านล่างของแท่นอาคม ปรากฏรูปปั้นหงส์อัคคีสองตัวกอดรัดกวัดเกี้ยวกันอยู่ ในดวงตาของรูปปั้นทั้งสองยังส่งแสงสีแดงเพลิงเจิดจ้าออกมา

 

                ทันทีที่ลูกแก้วปรากฏเด่นในดวงตาข้างซ้าย ดูเหมือนว่าดวงตาเทพมารบรรพกาลเองก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ ทั้งแข็งขืน ตื่นเต้น และหวาดหวั่นไปพร้อม ๆ กัน อย่างน่าประหลาด

 

                 แต่แล้วความรู้สึกที่อัดแน่น พลันถูกถ่ายทอดออกมาจากดวงตาข้างซ้าย หาใช่การสั่งการของสมอง ทำเอาเสวี่ยหมิงถึงกับสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเมื่อเรียกสติได้อีกครั้ง ร่างของเสวี่ยหมิงก็เข้าสู่สภาวะไม่อาจควบคุมบังคับได้อีกต่อไป ราวกับว่าตนเองเป็นเพียงหุ่นเชิดที่มีชีวติเท่านั้น

 

                จากพลังของทักษะเทพมารครองร่าง...เส้นโลหิตรอบดวงตาข้างซ้ายก็ค่อย ๆ แตกระแหงลุกลามออกไป กลับกลายเป็นเส้นประสาทเข้าควบคุมร่างกายของเสวี่ยหมิง

 

                ทักษะเทพมารครองวิญญาณ...ประทุขึ้นเองโดยมิอาจควบคุมบังคับ พลังงานหยินแห่งความตายทะลักอบอวลไปทั่ว จักรวาลเวิ้งว้างเบื้องนอก ทั่วทั้งจักรวาลกลับกลายเป็นมืดมน ปีกเพลิงไฟที่เบื้องหลังของเสวี่ยหมิง ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นปีกเปลวเพลิงทมิฬหลอนประสาท หากผู้ที่มีระดับพลังจิตอ่อนด้อย เพียงจ้องมองปีกเพลิงหลอนวิญญาณนี้ ก็อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ภายในไม่กี่ลมหายใจ ในที่สุดเงาร่างของมารร้ายผู้เป็นเจ้าของดวงตาที่แท้จริงก็ สถิตทับอยู่ซ้อนไปบนร่างของเสวี่ยหมิงโดยสมบูรณ์

 

                "ไม่นึกเลยว่าผู้ที่นำพาข้ามายังผนึกอันแรก จะมิใช่เผ่ามารของข้า แต่เอาเถอะในเมื่อมาถึงแล้ว ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย รีบ ๆ ทำภารกิจให้มันจบ ๆ ไปเสียดีกว่า"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 552 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #3401 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 19:10
    เอาเข้าไป กว่าจะออกมาได้ก็รอให้ทวีปโดนยึดครอง หนิงเซียนลูก 2 แล้วค่อยออกมาก็ได้ (คนอ่านหัวร้อนนนนนนน) -*-
    #3401
    3
    • #3401-1 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 223)
      3 กันยายน 2561 / 19:15
      เพื่อนเปิดไมค์ถาม "เอ็งจะฟามจนบ้านแตกเลยรึไง ไม่ออกป่ามาช่วยกันบ้านซักทีล่ะเฮ่ยยยยย"
      #3401-1
    • #3401-2 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      3 กันยายน 2561 / 19:22
      ต้องเข้าใจเลือกตัวเลทเกมมา รอของครบ All cen ทีเดียวจบ (ไม่รู้ใครจบนะ T T)
      #3401-2
  2. #3060 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 20:55
    ทำเควสไปเรื่อย เดี๋ยวพอออกไปก็เป็นตอนหนิงหนิงกะลังจะพลาดท่าโดนเกรียนทำมิดีมิร้ายแหงมๆ >~<
    #3060
    1
    • #3060-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      20 สิงหาคม 2561 / 14:48
      555+ แม่นมากมาย
      #3060-1
  3. #3019 Notebook12 (@Notebook12) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 02:12
    ใส่ปมมากไป พอเวลาคลายปมจะกลายเป็นผูกเงื่อนตายนะคัฟ ยอมรับว่าสนุก แต่ถ้าใส่ปมมากๆจะหาที่ลงยากคัฟ
    #3019
    1
    • #3019-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:39
      ขอบคุณครับ คิดอยู่เหมือนกัน แต่วางไปแล้ว T T แถมหลายปมไม่จบพร้อมเนื้อเรื่องด้วย กลัวคนอ่าน งง เหมือนกัน เดี๋ยวดูอีกทีว่าอันไหนตัดได้จะ ลองปรับ ๆ ดู ^ ^
      #3019-1
  4. #3017 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 17:10
    โดนยึดร่างเฉยเลย
    #3017
    1
    • #3017-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:50
      มันเป็นพล็อทหลักของชื่อเรื่องเลย *-* เเต่ที่ งง ๆ เพระาเรื่องนี้มันเป็นบทตรงกลางที่วางไว้ละ ถ้าเขียนเรียงไปจะรู้หมดเลยว่าตาอันนี้มันคืออะไร
      #3017-1
  5. #3016 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 14:49
    เอ้า โดนยึดร่างไม๊นั่น
    #3016
    1
    • #3016-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:51
      เพื่อความเทพ และการย่อเรื่อง ก็มัดรวมแพ็คอุปสรรคทีเดียวจบเลย 555+ ออกไปเทพเลย
      #3016-1
  6. #3014 WiwatBoonsree (@WiwatBoonsree) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 12:42
    ได้เควสลับมาใหม่ด้วย ยุ้งยากไปอีก
    #3014
    1
    • #3014-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:54
      แปบเดียวเคลียร์เลย มัดรวมอุปสรรคทีเดียว ออกไปเทพเลย *-*
      #3014-1
  7. #3013 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 12:01
    เอาแล้วสิ ภารกิจอะไร เอาหมิงหมิงคืนมานะ
    #3013
    1
    • #3013-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:55
      มันคือต้นเรื่องอะ จำตัวจอมมารในคุกอนันตกาลของ หยางอี้ได้มะ มันคือเจตจำนงของตัวนั้นละ
      #3013-1
  8. #3012 521earl (@521earl) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 09:30
    มีฟ้าผ่าเปรี้ยงๆแล้ว 5555555555
    #3012
    1
    • #3012-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:55
      ยังไม่เท่ห์เดี๋ยวรอออกไปได้ก่อน 555+
      #3012-1
  9. #3011 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 09:16
    เอาแล้วไงเสวี่ยวหมิง หาทาวยึดกลับได้มั้ย
    #3011
    1
    • #3011-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 223)
      17 สิงหาคม 2561 / 09:56
      เควสสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ความเทพที่แท้ทรู
      #3011-1