เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,789 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,404 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,823

    Overall
    962,789

ตอนที่ 21 : ปลอมแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1012 ครั้ง
    4 มี.ค. 61

ตอนที่ 20

ปลอมแปลง

 

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะประตูห้องประมูลวีไอพีของเสวี่ยหมิงดังขึ้นอีกครั้ง เสวี่ยหมิงจำต้องใช้ความพยายามสงบใจให้นิ่งเฉยเอา เพราะไม่รู้ว่าสมาคมพ่อค้านั้นจับพิรุธอะไรตัวเองได้อีกหรือไม่ แต่เมื่อประตูเปิดอ้าออก กลิ่นหอมจรุงที่เพิ่งจากไป ก็ถูกสายลมจากประตูที่พัดกระชาก พัดหอบเข้ามาอีกครั้ง แม้ในแวบแรกเสวี่ยหมิงจะตกใจ แต่เมื่อมองไปยังผู้ที่เดินเข้ามาเขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเข้าหากัน

 

                "เจ้า..."เสวี่ยหมิงชี้มือขาวผ่อง และตึงแน่นของวัยหนุ่มตรงไปยังเฟยเซียง "เจ้าปลอมตัวทำไม"

 

                เพียงประโยคแรกเสวี่ยหมิงก็เอ่ยเปิดโปง ว่าเด็กหนุ่มในชุดพนักงานทั่วไปของสมาคมพ่อค้าผู้นี้คือ...เฟยเซียงที่ปลอมแปลงโฉมมา

               

                แม้จะถูกเปิดโปง แต่เด็กสาวก็หาได้ใส่ใจ กลับตรงกันข้ามเมื่อถูกจับได้ก็ไม่จำเป็นต้องซุกซ่อนอีก กระตุกดึงเชือกที่มัดม้วนปอยผมยาว ซึ่งรวบรั้งขึ้นซุกซ่อนเอาไว้ในหมวกผ้าสีเทาหม่นลง ผมงามดำขลับสยายตกห้อยลงมา ยิ่งกระจายกลิ่นหอมจรุงให้หนาหนักกว่าเก่า จนจิตใจของเสวี่ยหมิงถึงกับไหววูบไปตามแรงลมที่ไหวปลิว ก่อนที่เฟยเซียงจะใช้มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อยาวขึ้นปัดป่ายไปที่ใบหน้า ขัดถูเครื่องประทินโฉมที่จงใจตกแต่งเพื่อปลอมแปลงตัวเอง พร้อมเอ่ยคำด้วยความเรียบเฉย "ก็ในเมื่อท่านยังปกปิดตัวตน ใยเมื่อข้ากระทำบ้างท่านจึงเอ่ยปากเปิดโปงเล่า"

 

                "ข้า...ข้า" เฟยเซียงเอ่ยขึ้นเช่นนี้ ทำเอาเสวี่ยหมิงถึงกับพลิกตำรารับมือมิทัน ต้องอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะสวนกลับไป "เพราะข้ามีใบหน้าอัปลักษณ์น่ากลัว จากเหตุการณ์ผิดพลาดยามปรุงกลั่นยา ใบหน้าแท้จริงจึงไม่น่าชมนัก" แม้ในใจลึก ๆ เสวี่ยหมิงจะอยากอยู่สานความสัมพันธ์ต่อ แต่หากได้รับเงินแล้ว สำหรับนักปรุงยากำมะลอเช่นตัวเอง การกลับออกไปโดยเร็วนั้นย่อมประเสริฐกว่า ดังนั้การเอ่ยวาจาตัดสัมพันธ์กับหญิงสาวจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้

 

                คำขู่เพื่อให้หญิงสาวเลิกสนใจ กลับมิได้ทำให้จิตใจของเฟยเซียงหวั่นไหว นางกลับถือวิสาสะ เดิน..ฉับ ฉับ มานั่งลงที่เก้าอี้ว่างตัวเดิม "แล้วเหตุใดท่านจึงจับพิรุธข้าได้ว่องไวนัก" เฟยเซียงใช้ตากลมโตซุกซน จับจ้องไปยังใบหน้าของเสวี่ยหมิง ราวกับจะมองให้เห็นทะลุถึงเบื้องลึก

 

                ยามกระวนกระวายใจ เสวี่ยหมิงไม่อาจมีสติแจ่มใสปั้นแต่งถ้อยคำ จึงได้แต่กล่าวตามจริงออกไปก่อน "กลิ่นของเจ้า"

 

                "กลิ่น..."เฟยเซียงอมยิ้ม เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่านั่นหมายถึงสิ่งใด "ทำไมท่านถึงจดจำกลิ่นของเฟยเซียงไว้กัน..." ยามเอ่ยใบหน้าพลันแดงซ่านขึ้นวูบหนึ่งด้วยความขวนเขิน

 

                กริยาที่เกิดขึ้น รวมถึงถ้อยคำ ที่เอ่ยยิ่งมายิ่งทำให้เสวี่ยหมิงหัวหมุน เขาจึงเลือกทางออกที่คิดขึ้นได้โดยเฉียบพลัน

 

                ตุบ !

                เสวี่ยหมิงใช้ฝ่ามือตบลงบนโต๊ะ แม้ไม่ได้รุนแรง แต่เสียงตุบ...ก็พอจะทำให้เฟยเซียงหยุดชะงัก พร้อมส่งสายตาค้อน ส่วนเสวี่ยหมิงเองก็หลุดรอดจากสภาวะมือไม้ปั่นป่วนรับมือยากเย็นออกมาได้ "ทารกหญิงผู้นี่ กลับกล้ากล่าวอ้างเป็นนักปรุงยา เจ้ามิรู้รึว่าการดมกลิ่น ถือเป็นความสามารถที่นักปรุงยาพึงฝึกฝน" คำพูดตำหนิที่แล่นวาบ ผสมผสานได้อย่างกลมกลืน เมื่อหลุดออกจากปากไป เสวี่ยหมิงยังอดชื่นชมตัวเองมิได้ และหมายว่าการกระทำเสียมารยาทต่อหน้าหญิงงามเช่นนี้ จะทำให้นางมิพอใจ จนต้องเอ่ยขอตัวจากไป

 

                แต่ความคิดคาดเดาของเสวี่ยหมิงล้วนพลาดเป้า เพราะสิ่งที่เสวี่ยหมิงยกอ้างขึ้นมาแบบมั่วซั่ว กลับจี้ตรงใจของสาวงามผู้ซึ่งงมงายในศาสตร์ปรุงยาอย่างลึกซึ้ง "ขอบคุณ...ผู้อาวุโสอี้เฟยที่สอนสั่ง" ปากเอ่ย พร้อมใช้ดวงตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกจับจ้องไปยังเสวี่ยหมิง...ยิ่งมาความรู้สึกดีที่เฟยเซียงมีต่อนักปรุงยาอี้เฟยยิ่งถลำลึก

 

                เสวี่ยหมิงกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ฝืนบังคับตัวเองไม่ให้หลุดลอยไปกับอารมณ์ชั่ววูบ เพราะอาจจะทำให้เสียการใหญ่ "เจ้ามาหาข้าอีก มีธุระอันใด" จึงพยายามเอ่ยออกไปด้วยเสียงห้วน

 

                "ขออภัยผู้อาวุโส เฟยเซียงกลับมาครานี้ เพื่อทำหน้าที่พนักงานของสมาคมพ่อค้าเพียงเท่านั้น" ก่อนจะยื่นตั๋วเงินจำนวน 15000 เหรียญทองวางไว้ตรงหน้าเสวี่ยหมิง

 

                แต่เพราะต้องอยู่ต่อหน้าหญิงงาม บวกกับคำเรียกผู้อาวุโสที่ยิ่งมายิ่งรู้สึกสมจริง เสวี่ยหมิงจึงวางมาดสวมรอย ยังไม่ยื่นมือออกไปแตะต้องตั๋วเงิน "หากมีแค่นี้ที่นี่ก็หมดธุระของเจ้าแล้ว" คำเอ่ยตัดบทส่งท้ายนำมาซึ่งความโล่งใจแก่เสวี่ยหมิง และเขาคาดหวังว่าเมื่อเฟยเซียงกลับออกไป เขาจะไม่รอดูการประมูลอีก จะรีบชิ่งหนีไปให้ไกลเสียจากงานประมูลหอไม้ดำเป็นคำรบแรก

 

                "ยังมี..." เสวี่ยหมิงถึงกับหัวหมุนมึนงง เพราะเขาคิดว่าทุกอย่างน่าจะจบได้เสียที แต่แล้วเฟยเซียงยังคงมีกระบวนท่าตามหลัง "ข้าเห็นท่านใช้..." เฟยเซียนชี้นิ้วเรียวงามตรงไปยังกระเป๋ามิติใบเก่าที่อยู่ข้างเอวของเสวี่ยหมิง "บังเอิญว่าสมาคมพ่อค้าของเรานั้นมีแหวนมิติมากมาย เฟยเซียงก็เลยเห็นว่าในเมื่อผู้อาวุโสจำต้องเดินทางท่องเที่ยว การเดินเหินไปกับกระเป๋าย่อมไม่สะดวกเท่าแหวนมิติ และแน่นอนว่าสำหรับผู้อาวุโสอี้เฟย สมาคมล้วนจัดสินค้าพิเศษให้แก่ท่าน รวมถึงจะขายให้ผู้อาวุโสในราคาย่อมเยาอีกด้วย" แม้คำเอ่ยต่าง ๆ นา ๆ จะยังคงทำให้เสวี่ยหมิงลังเลอยู่บ้าง แต่เมื่อถึงคำ...ราคาย่อมเยา เสวี่ยหมิงก็หูผึ่งขึ้นมาทันที

 

                "ตกลงข้าชอบข้อเสนอนี้ แล้วไอ้แหวนมิติที่เจ้าเสนอมันราคาเท่าใดกัน"

 

                เฟยเซียงยิ้มหวาน เพราะหล่อนเริ่มจับความได้แล้วว่าผู้อาวุโสอี้เฟยนั้น เป็นประเภทงกเงินทองมิต่างจากบิดาของนาง ซึ่งนางก็มิได้รังเกียจนิสัยเช่นนี้ แต่ออกจะคุ้นชินมากกว่าเสียด้วยซ้ำ "แหวนมิติระดับมนุษย์ นั้นแม้แต่ในตลาดใหญ่ยังถือว่าหายากยิ่ง ราคาที่วางขายกันก็ไม่ต่ำกว่า 10000 เหรียญทอง"

 

                คำหนึ่งหมื่นเหรียญทองของเฟยเซียง ทำเอาเสวี่ยหมิงลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอไปอีกครั้ง พร้อมนึกในใจ...มิน่าเอ่ยถามราคากับนางเลย ควรปฏิเสธไปแต่แรกคงจะดีกว่านี้

 

                "แต่ว่าเพื่อสัมพันธภาพที่ดี ระหว่างผู้อาวุโสกับสมาคมพ่อค้า ทางสมาคมยินดีจะขายให้ท่านในราคา 5000 เหรียญทองเท่านั้น"

 

                "5000 เหรียญทอง" เสวี่ยหมิงไม่คิดว่าสมาคมจะลดราคาให้เขามากมายขนาดนี้ ในเมื่อเขามี 15000 เหรียญทอง การเสียเงินไป 5000 เหรียญทอง เพื่อแลกกับแหวนมิติที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ย่อมอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ "ตกลง ตกลง" เสวี่ยหมิงคว้าหยิบตั๋วแลกเงินใบราคา 5000 เหรียญยื่นส่งให้กับเฟยเซียง พร้อมรับกล่องสี่เหลี่ยมหรูหรา ซึ่งด้านในวางไว้ด้วยแหวนมิติวงหนึ่ง ซึ่งที่หัวแหวนมีอัญมณีสีน้ำเงินเข้มโดดเด่นสวยงาม

 

                เมื่อได้รับแหวนแล้ว เสวี่ยหมิงก็ไม่ลืมว่าเขาต้องรีบหาทางจากไป ทำทีทดลองเก็บสิ่งของลงไปในแหวน ซึ่งรวมถึงตั๋วแลกเงินบนโต๊ะด้วย "เจ้ายังมีธุระอีกไหม พอดีว่าข้าจำเป็นต้องรีบไป" ครานี้เสวี่ยหมิงได้บทเรียนจากคราก่อน ว่าหากเปิดช่องให้นางงามน้อยผู้นี้อีก การสนทนาย่อมถูกนางลากออกไปให้ยืดเยื้ออีกเป็นแน่ เสวี่ยหมิงจึงจงใจกล่าวปิดช่องมันเสียเลย

 

                เฟยเซียงเองก็ทราบดีว่าเสวี่ยหมิงคิดเช่นใด จึงได้แต่ก้มหน้างุด กัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างอ่อนใจ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มพลางเชิดหน้าขึ้นอีกครั้ง "แล้วมีช่องทางใดที่ข้าพอจะสามารถติดต่อกับผู้อาวุโสได้บ้าง..."

 

                "ไม่มี หากข้าอยากติดต่อจะมายังสมาคมพ่อค้าเอง"เสวี่ยหมิงเอ่ยเสียงห้วน

                คำขอร้อง...ที่เอ่ยจากปากของเฟยเซียง หากเป็นชายหนุ่มจิตปกติสมบรูณ์ดี ย่อมมิมีผู้ใดกล้ากล่าวปฏิเสธ  แต่เสวี่ยหมิงกลับปฏิเสธออกไปอย่างไร้เยื่อใย

 

                "แล้วเมื่อใดกันที่ข้าจะมีโอกาสได้พบกับผู้อาวุโสอีก"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า"เสวี่ยหมิงหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเดินอย่างช้า พลางตอบคำ "เมื่อใดก็เมื่อนั้น หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก" กล่าวจบเสวี่ยหมิงก็ไม่รั้งรอ ย่างเท้าตรงไปที่ประตูในทันที

 

                เฟยเซียงที่เห็นดังนั้นก็ทะลึ่งตัวพรวดขึ้นจากเก้าอี้ นางไม่เคยได้รับความกระทบกระเทือนใจเช่นนี้มาก่อน ยิ่งเป็นบุรุษที่ผ่านมายิ่งแล้วใหญ่ แค่เพียงนางชายตามอง พวกมันก็แทบจะสุขอุราจนวิญญาณแทบจะโบยบินออกจากร่าง แต่กับชายวัยกลางคนตรงหน้าที่แม้แต่หน้าตาแท้จริงยังมิอาจเห็น แถมอายุอานามอาจจะแตกต่างจากนางมากมายนัก แต่เฟยเซียงยิ่งมายิ่งไม่อาจสลัดภาพของนักปรุงยาอี้เฟยออกจากใจไปได้ เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินจากไป โดยที่มิอาจพบเจอ จิตใจล้วนกระสับกระส่ายวุ่นวายอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน "เดี๋ยวก่อน...!" เมื่อใช้อุบายความคิดมิอาจหยุดยั้ง จึงต้องปล่อยให้อารมณ์ชี้นำ "ก่อนท่านจากไป ช่วยตอบคำถามเฟยเซียงสักข้อได้ไหม"

 

                ...คำถามอีกแล้ว

                เสวี่ยหมิงลอบคร่ำครวญในใจ เพราะหากเป็นเรื่องของการปรุงยาอีก ใยมิใช่เท่ากับเขาเพิ่งจะพาตนขึ้นจากหลุมทราย แล้วยังจะกระโดดกลับลงไปในหลุมอีกทำไม

                "หากเป็นเรื่องการปรุงยาอีกขออย่าได้เอ่ย" เอ่ยกลับพร้อมกำลังจะเคลื่อนเท้าเดินต่อไป

 

                "เรื่องที่เฟยเซียงจะเรียนถาม นั้นหาได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการปรุงยาไม่"

 

                เมื่อมิใช่การปรุงยาอย่างที่คิด เสวี่ยหมิงที่เอ่ยคำออกไปแล้วก็จำต้องชะงักเท้าอีกครั้ง เพื่อรอรับฟัง แต่ก็มิได้หันหน้ากลับมา "เชิญกล่าว"

 

                เมื่อเอ่ยคำ...ไม่เกี่ยวกับการปรุงยาออกไปแล้ว...เฟยเซียงก็พบว่าผิดท่า และเริ่มจะลังเลว่าควรจะกล่าวสิ่งที่อัดอั้นอยู่ออกไปดีไหม แต่ในเมื่อมาถึงครานี้แล้ว แถมตอนนี้ก็มีเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่ในห้อง กระจกสื่อสารก็ถูกปิดใช้ไปตั้งแต่ที่เฟยเซียงกลับออกไปในคราแรกแล้ว ดังนั้นหล่อนจึงเลือกที่จะเอ่ยมันออกไป "ตัวข้านั้นมีอันใดด้อยไปกว่า...แม่นางมู่ เช่นนั้นหรือ"

 

                คำถามนี้กระแทกใส่จนเสวี่ยหมิงมึนงง แม้เขาเองยังไม่เข้าใจความในของมัน แม้จะยังสงสัย แต่ก็ยังคงวางท่าทีของผู้อาวุโสได้อยู่ "แม่นางมู่...แม่นางมู่ใดกัน"

 

                เมื่อเอ่ยคำรบแรกไปแล้ว การเอ่ยเพิ่มเติมก็หาใช่ปัญหาอีกต่อไป "แม่นางมู่จินหลัน"

 

                คำ...มู่จินหลัน ทำเอาเสวี่ยหมิงกระอักกระอ่วนในใจ แม้แสวี่ยหมิงเองเคยเอ่ยอ้างว่าลืมเลือนมู่จินหลันได้แล้ว แต่แท้จริงเขาลืมเลือนนางได้หมดสิ้นจริงหรือ แม้ยามที่เหม่อมองนางแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองหลี่เปียวนั่นใช่เป็นการที่เขาเอาความรักที่หลงเหลืออยู่ในใจ แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นแล้วมุ่งเป้าไปที่ลงที่หลี่เปียวหรือไม่ เสวี่ยหมิงเองก็ไม่แน่ใจ เพราะเขาก็ไม่มีวิธีพิสูจน์ได้ว่าอันใดคือเหลือเยื่อใย อันใดคือตัดได้ขาด เพียงรู้ว่าตอนนี้เขาสนใจเพียงมรรคายุทธ์ และเส้นทางสู่ความเข้มแข็งแค่เพียงนั้น หาได้เก็บเรื่องความรักเก่าก่อนมาใส่ใจ

 

                "ใยเจ้าถึงถามคำถามที่แปลกพิกลนี้ แต่เอาเถอะตามความเห็นของเราผู้อาวุโส เด็กน้อยเจ้ายังงดงามกว่านางมากนัก" เอ่ยจบเสวี่ยหมิงที่ยังคงครุ่นคิดถึงคำถามที่เกิดขึ้นในใจ แต่ในใจหาได้ปรากฏเพียงภาพของมู่จินหลัน แต่ยังคงมีภาพของเด็กสาวหนิงเซียน รวมถึงเฟยเซียง ความคิดแม้วุ่นวาย แต่สองเท้าก็ยังคงก้าวเดินจากไป ซึ่งครั้งนี้หาได้มีเสียงเรียกให้สะดุดเกิดขึ้นอีก

 

                เฟยเซียงชำเลืองมองแหวนมิติแวบหนึ่ง ก่อนจะใช้สายตาอาลัยมองดูเงาร่างของเสวี่ยหมิงไกลห่างออกไปทีละน้อย ตอนนี้หล่อนมิอาจเอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ได้อีก รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้ในใจเกิดระลอกคลื่นความร้อนระอุอุ่นขึ้นขุมหนึ่ง ปรางค์แก้มเนียนใสปรากฏแต่งแต้มแดงงามเด่นขึ้นทั้งสองข้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.012K ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #3644 -Hattori (@-Hattori) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 18:33
    ชอบความมองค้อน 😂
    #3644
    1
  2. วันที่ 15 กันยายน 2561 / 21:10
    ด้นสดเก่งจริงๆ
    #3599
    3
    • #3599-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 21)
      16 กันยายน 2561 / 01:14
      หมายถึงเสวี่ยหมิง หรือ ไรท์อะ ^ ^
      #3599-1
    • #3599-3 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 21)
      16 กันยายน 2561 / 09:05
      เรื่องนี้ด้นน้อย เรื่องแรกด้นทั้งเรื่อง ด้นจนไปต่อไม่ถูกเลย ลงทะเล 555+
      #3599-3
  3. วันที่ 12 กันยายน 2561 / 02:33
    ปักธงเฉยเลย
    #3537
    0
  4. #3328 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 16:41
    ตอแยมากนักก็แกล้งทำท่าจะกระซิบบอกอะไร พอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆได้ก็งับหูไปทีนึงสิ แล้วระหว่างที่นางยังติดสตั๊นท์อยู่ก็รีบชิ่งโลด ^^
    #3328
    0
  5. #3227 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 12:05
    ง่ายๆว่าใครสวยกว่าก็จำได้มากกว่านั่นเอง
    #3227
    0
  6. #3069 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 18:33
    แอร๊ยย
    #3069
    0
  7. #2349 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 16:08
    ชอบคนแก่สินะ ฮุๆๆ
    #2349
    0
  8. #1374 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 20:56
    ขอบคุณครับ
    #1374
    0
  9. #1174 MongkolBoo (@MongkolBoo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 22:09
    ป๊าด พระเอกท่าจะมีดวงนารีนะ
    #1174
    0
  10. #409 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 10:08
    นังหนูนี่ชอบคนแก่รึ 55555
    #409
    0
  11. #128 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 17:21
    มีสาวมาติดใจสเน่ห์ในภาพลักษณ์หนุ่มใหญ่ด้วย ร้ายจริงๆ
    #128
    0
  12. วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 04:42
    ขอบคนสูงอายุสินะ
    #62
    0
  13. #61 omy008 (@omy008) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 00:44
    สนุกครับ
    #61
    1
    • #61-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 21)
      4 มีนาคม 2561 / 09:04
      ขอบคุณครับ
      #61-1