เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 902,185 Views

  • 4,503 Comments

  • 8,167 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    59,305

    Overall
    902,185

ตอนที่ 202 : มาตัดสินกันเถอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 578 ครั้ง
    27 ก.ค. 61

ตอนที่ 187

มาตัดสินกันเถอะ


                สัตว์อสูรหินเพลิงตัวที่...99 ล้วนตกตายลงพร้อม ๆ กันทั้งของเสวี่ยหมิง และหนิงเซียน

 

                "เจ้านับถูกแน่นะ" เสวี่ยหมิงเป็นฝ่ายที่เอ่ยขึ้นก่อน

 

                "พี่เสวี่ยหมิงนั่นละ ไม่ได้โกงข้าใช่มั้ย"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่โกงอยู่แล้วละน่า แต่ถ้าเราทั้งสองฆ่าพวกมันได้เท่ากัน ก็เป็นอันว่าเสมอกัน..."เสวี่ยหมิงยังเอ่ยไม่ทันจบเสียงก็ดังมาจากทางด้านหน้า

 

                ใครบังอาจมาส่งเสียงดังในอาณาเขตของข้า !!!

                เสียงทุ้มเย็นที่แฝงไปด้วยอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว  โกเลมลาวาที่เพิ่งจะตื่นขึ้นใช้ดวงตาสีแดงของตนมองกวาดไปทั่วทั้งป่าหินลาวาในชั่วอึดใจ

 

                บังอาจ มนุษย์ผู้ต่ำต้อยกลับกล้าสังหารสมุนมากมายของข้า บังอาจจจจ!!!

                โกเลมลาวาตวาดลั่นจนป่าหินลาวาสั่นสะเทือนไปทั่ว เหล่าศิษย์สตรีทั้งห้าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะที่หยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าป่าหินลาวา ล้วนชะงักเท้า...กึก หยุดยืนมองหน้ากันไปมาอย่างอ่อนใจ แม้ทุกคนจะรับรู้ว่ายิ่งเดินลึกเข้ามาในเส้นทางวิหคเพลิงอมตะเท่าไหร่ ระดับการดูดกลืนพลังปราณฟ้าดินของพวกนางจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม แต่ยามที่ได้ยินเสียงอันดุร้ายของเจ้าแห่งป่าหินลาวาแห่งนี้ ความคิดเร่งรีบก่อนหน้าเพราะเห็นว่าเหล่าสัตว์อสูรหินเพลิงต่างตกตายจนสิ้น ก็พลันมลายหายไปในทันที

 

                "มาได้ดี" แม้ด้านหนึ่งจะตกอยู่ในความกลัว แต่อีกด้านหนึ่งกลับกำลังเริ่งร่า "ในเมื่อยังเหลืออีกหนึ่งตัว งั้นเราก็มาตัดสินกันเถอะ ว่าใครเป็นผู้ชนะ"

 

                "ได้เลย" หนิงเซียนรับคำพร้อมทะยานตรงไปยังที่มาของเสียงในทันที

 

                เสวี่ยหมิงที่มากประสบการณ์ในการต่อสู้กว่า กลับไม่เร่งร้อน เพราะเขาสัมผัสได้ว่า โกเลมลาวาตนนี้นั้นมีระดับบ่มเพาะสูงส่งกว่าสัตว์อสูรหินเพลิงอย่างเทียบไม่ติด แม้ใจยังมีความอยากชนะอยู่บ้าง แต่ความปลอดภัย ย่อมสำคัญกว่า เสวี่ยหมิงที่ทะยานตามหลังหนิงเซียนไปจึงตั้งใจว่าจะทำหน้าที่สนับสนุนหนิงเซียนไปก่อน เพื่อดูท่าที พร้อมเฝ้าระวังให้หนิงเซียนไปในตัว เพราะอย่างไร หากเกิดข้อผิดพลาด เสวี่ยหมิงก็มั่นใจว่าร่างกายของตนเองนั้นทนทานกว่าหนิงเซียนอย่างแน่นอน และพร้อมที่จะใช้ความทนทานนั้นกระโดดเข้าขัดขวางเจ้าอสูรร้ายตนนี้ในทันที

 

                เมื่อหนิงเซียนมาถึง นางก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือ เพราะอย่างไรสัตว์อสูรโกเลมลาวาตนนี้ ก็มีพลังเหนือล้ำกว่าตนเอง หากจะให้ปะทะหักหาญกันซึ่งหน้า เห็นทีจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ฉลาดนัก ทำให้เสวี่ยหมิงที่มาทีหลังต้องประเมินความคิดของหนิงเซียนเสียใหม่ จากที่มองว่านางเป็นเพียงเด็กสาวซุกซนที่ชอบเอาชนะ และเรื่องราวสนุกสนาน เป็นผู้ฝึกตนที่สุขุมรอบคอบไม่ต่างจากตนเอง

 

                "เห็นทีพี่เสวี่ยหมิงกับข้าคงต้องร่วมมือกันต่อสู้เสียแล้ว"

 

                "อืม เป็นความคิดที่ดี ส่วนเรื่องแข่งขันค่อยว่ากันทีหลัง" เสวี่ยหมิงเอ่ยพร้อมใช้...อัคคีดับสูญในทันที ปราณเหมันต์ในร่างพลันล้นทะลัก ก่อเกิดอาณาเขตความเย็นต่อต้านเพลิงร้อนระอุ ที่ปะทะเดือดขึ้นรอบ ๆ เพราะการปรากฏตัวของโกเลมลาวา หนึ่งร้อนหนึ่งเย็นแผ่อาณาเขตปะทะกันตลอดเวลา จนเกิดควันขาวลอยปกคลุมไปทั่วราวกับแดนสนธยา "หนิงเซียนน้องเคลื่อนไหวอยู่รอบนอก คอยหาจังหวะฉกฉวยจู่โจม ส่วนพี่เสวี่ยหมิงจะคอยสนับสนุน ใช้ปราณเหมันต์กดดัน ลดความแข็งแกร่งของเจ้าอสูรตนนี้เอง"

 

                "ตกลง" หนิงเซียนเหินร่างทะยานขึ้นฟ้า ปีกเพลิงงอกเงยงดงาม สองตาเจิดจ้าด้วยเพลิงไฟ จับจ้องไปยังร่างมหึมาราวทิวเขาเตี้ยที่เบื้องหน้าด้วยสมาธิจดจ่อ

 

                เสวี่ยหมิงที่ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยปราณเหมันต์ พุ่งเข้าหาร่างมหึมาอันทรงพลัง ในจังหวะเดียวกัน

 

                โกเลมลาวาสัมผัสได้ถึงพลังอันต่ำต้อยของเสวี่ยหมิง แต่เพราะมันเกรี้ยวกราดจากเรื่องราวก่อนหน้า มันจึงไม่คิดออมรั้งยั้งมือให้กับผู้บุกรุกทั้งสอง กำปั้นมหึมากลับกลายจากดำเป็นแดงส้ม ระอุร้อนไปด้วยเพลิงลาวา กำปั้นยักษ์เหวี่ยงวืดไปในอากาศ ก่อเกิดลูกไฟ มหึมาพวยพุ่งเข้าใส่เสวี่ยหมิงนับสิบลูก แต่นั่นเป็นเพียงท่วงท่าเริ่มต้นเท่านั้น

 

                เสวี่ยหมิงสัมผัสได้ถึงเพลิงไฟที่เหนือชั้นและกดดันตนเองเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่คิดประมาท ส่งหมัดลมปราณเหมันต์นับร้อยรัวทะยานขึ้นไปต่อต้าน

 

                เสียงการปะทะแตกระเบิดดังสะท้านไปทั่ว แม้จะเป็นเพียงแค่การโหมโรงเริ่มต้น แต่แรงปะทะกลับสั่นสะท้านไปทั้งเขตป่าหินลาวา

 

                หนิงเซียนที่ลอยตัวบินวนไปมาที่รอบนอก พลันแตกตื่นเมื่อเห็นเพลิงไฟลาวาราวกับดาวตกที่พุ่งเข้าหาเสวี่ยหมิง แต่เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งไม่ร้อนรนของเสวี่ยหมิง หนิงเซียนจึงไม่ได้คิดเข้าไปช่วย ยังคงทำตามแผนการที่นัดแนะกันก่อนหน้า บินวนเวียน คอยโจมตีจากระยะไกล หมายหาช่องว่างจุดอ่อนที่เกิดขึ้น ค่อยพุ่งเข้าไปใช้ออกด้วยท่าสังหาร

               

                โกเลมลาวาแสดงสีหน้าแปลกใจไม่น้อย ที่มนุษย์ตัวจ้อยที่มีระดับบ่มเพาะเพียงแค่เชื่อมฟ้าดินขึ้นต้นผู้นี้สามารถต้านทานพลังเจ็ดส่วนของตนเอง ซึ่งเป็นถึงสัตว์อสูรเชื่อมฟ้าดินขั้นสูงได้อย่างไม่สะทกสะท้าน แต่เมื่อมันคิดถึงทุ่งสังหารเบื้องหน้า คำตอบของคำถามที่เกิดขึ้นก็กระจ่างจ้าขึ้นในทันที

 

                "เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ตาเห็นไปมากมายทีเดียว แต่นั่นคงยังไม่พอที่จะข้ามผ่านข้าไปได้" โกเลมลาวาเอ่ยออกมาอีกครั้ง พร้อมหันกำปั้นยักษ์สองข้างเข้าหากัน ก่อนจะออกแรงสุดรั้งกระแทกหมัดที่ร้อนระอุหักหาญกันเองที่เบื้องหน้า มวลอากาศโดยรอบรัศมีพลันปั่นป่วนรุนแรงขึ้นมาทันตา เพลิงไฟที่ปะทุเดือดรอบ ๆ พลันรุนแรงขึ้น ส่งกระแสลาวาพวยพุ่งสูงถึงชั้นฟ้า "แต่เจ้าเลือกปะทะกับข้าผิดที่ผิดทางเสียแล้ว"

 

                ...หรือว่าสิ่งนี้คือพลังของเขตแดน

                เสวี่ยหมิงที่ได้รับทักษะเขตแดนทมิฬพลันเข้าใจโดยพลัน ว่าเหตุใดตอนที่ตนใช้พลังของเขตแดนทมิฬจึงไม่เกิดผลอันใด เพราะพลังของเขตแดนจำเป็นต้องได้รับการหนุนเสริมจากสภาวะแวดล้อมด้วยนั่นเอง

 

                ...หากเพลิงไฟของมันได้รับผลบวกงั้น ข้าก็ทำได้เช่นกัน

                ...เหมันต์ดับสูญ ความเย็นเยียบก่อนหน้าพลันอันตรธานหายไปในพริบตา เสวี่ยหมิงที่เปลี่ยนมาใช้ลมปราณเพลิงไฟ พลันรู้สึกได้ว่าทั้งร่างเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง ทั้งความไว และลมปราณร้อนในร่างล้วนสูงส่งขึ้นจนรู้สึกได้

               

                ...พลังของเขตแดนไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ รู้สึกได้เลยว่าลมปราณเพลิงในร่างของเรา กำลังเดือดพล่านด้วยความดีใจ

 

                "พี่เสวี่ยหมิงระวัง !!!"หนิงเซียนที่อยู่รอบนอกพุ่งตรงมาทันที เมื่อเห็นว่าเสวี่ยหมิงเหม่อลอยไปอึดใจหนึ่ง ยามที่พลังลมปราณในร่างกำลังแปรเปลี่ยนจากเหมันต์เป็นอัคคี ทำให้เสาเพลิงที่ลอยปะทุอยู่โดยรอบเคลื่อนตัวเข้าปิดล้อมเสวี่ยหมิงเอาไว้ทุกทิศทางราวกับกรงขังขนาดใหญ่

 

                ...แย่แล้ว ดวงตาเทพมารบรรพกาล

                สองตาของเสวี่ยหมิงทอประกายเจิดจ้า ทั่วร่างเร่งเร้าเพลิงไฟห่อหุ้มปกป้องตนเองเอาไว้อย่างแน่นหนา

 

                "สลายไปซะ"โกเลมลาวาที่เห็นช่องว่างตรงหน้า ไม่รั้งรอฉกฉวยโอกาสที่ปรากฏเด่นในทันที สองหมัดที่เพิ่งกระแทกเข้าหากัน ตอนนี้กลับผสานรวมกันจนเหลือเพียงหมัดเดียว เพราะเพลิงลาวาสีแดงดำพลันหลอมรวมแขนทั้งสองข้างของมันเข้าหากันจนกลายเป็นแขนขนาดยักษ์ที่กลางลำตัว ก่อนที่แขนอันใหม่ที่อาบไล้ไปด้วยเพลิงลาวาสุดร้อนแรง จะง้างตวัดฟาดลงมาราวกับแส้พุ่งเข้าหาเสวี่ยหมิงที่โดนปิดกั้นเส้นทางหลบหนีเอาไว้จนหมดสิ้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 578 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #2787 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 202)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 22:51
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #2787
    0
  2. #2786 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 202)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 16:41
    หมิงหมิง ระวัง แก้ทางให้ได้นะ
    #2786
    0
  3. #2785 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 202)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 15:48

    ขอบคุณครับ

    #2785
    0
  4. #2784 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 202)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 15:23
    สนุกมากกก
    #2784
    0
  5. #2783 ยังไม่นอน (@Chai996) (จากตอนที่ 202)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 14:09

    ......

    #2783
    0
  6. #2782 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 202)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 14:00
    ค้างตลอด -*-
    #2782
    0
  7. #2781 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 202)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 13:50
    อัดมันเลยจะรออะไรอยู่
    #2781
    0