เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 899,505 Views

  • 4,495 Comments

  • 8,132 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    56,625

    Overall
    899,505

ตอนที่ 191 : เคล็ดวิชาแท้จริงของผู้ปลดแอกแห่งยักษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 609 ครั้ง
    17 ก.ค. 61

ตอนที่ 177

เคล็ดวิชาแท้จริงของผู้ปลดแอกแห่งยักษา

               

                เคล็ดความของวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่สาม ซึ่งกล่าวว่าจำเป็นต้องใช้โลหิตศักดิ์สิทธิ์ในการฝึกฝน กลับค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป ตัวหนังสืออธิบายความที่ติดตรึงอยู่ภายในดวงตาเทพมารบรรพกาล ปรากฏเด่นขึ้นตรงหน้า ตัวหนังสือที่เคยประทับแน่นอยู่กับที่ พลันหมุนวนสับเปลี่ยนตำแหน่ง กลายเป็นข้อความส่งถ่ายจากรุ่นสู่รุ่น

 

                ...เผ่ายักษ์กำเนิดมาจากเลือดเนื้อของมารร้ายใต้อเวจี แม้มีพละกำลังมหาศาลติดตัว แต่ไร้ซึ่งลมปราณ ถูกหยามเหยียดกดขี่จากเผ่าพันธุ์อื่นที่แข็งแกร่งกว่า จวบจนถึงค่ำคืนที่สวรรค์ล่มสลาย นรกอันเป็นหน้าด่านปั่นป่วนวุ่นวาย ข้าฉางเหมาเซี่ยง ราชาแห่งยักษ์ในเหมืองศิลาโลหิต ล้วนฉกฉวยโอกาสหลบหนี แม้ระหว่างทางสูญเสียพวกพ้องตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่กลับพบวาสนาซุ่มซ่อนอยู่ภายใต้ความโกลาหล บังเอิญหลุดเข้าไปสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์ของหมู่มารซึ่งว่างกลวงไร้คนอารักษ์ จนได้พบเจอคัมภีร์บรรพกาลที่ซุกซ่อนอยู่ภายในโดยบังเอิญ ด้วยเคล็ดความที่แปลกประหลาดแต่กลับเหมาะสมกับเผ่าพันธุ์ของเหล่ายักษ์โดยบังเอิญ เพราะเคล็ดล้วนฝึกฝนได้โดยมิจำเป็นต้องอาศัยลมปราณ เน้นฝึกฝนพลังกายาให้กล้าแกร่งกว่าจนถึงขั้นไร้เทียมทาน แม้มิได้ช่วยยืดอายุขัย แต่ยังนับว่ามีประโยชน์มหาศาลต่อเผ่ายักษ์

 

                เมื่อครอบครองสิ่งของล้ำค่าเกินประมาณ เพราะกลัวว่าในอนาคตวิชาอาจจะตกอยู่ในมือของเผ่าพันธุ์อื่น หลังจากที่ฝึกฝนจนสามารถนำพาเหล่าทาสยักษ์ปลดแอกจากการกดขี่ ตั้งตนปกครองอาณาเขตหนึ่งในอเวจีใหม่ได้ จึงได้ทำลายเคล็ดความเดิมทิ้งไป หลังจากที่ทำลายของเดิม จึงได้ปรับปรุงเขียนตำราขึ้นมาใหม่ โดยให้หมอผีลงอักขระซ่อนเร้นปิดซ่อนเคล็ดวิชาที่แท้จริงเอาไว้ หากผู้ที่ฝึกฝนประกอบด้วยชีพจรลมปราณที่กลวงว่าง ซึ่งในอเวจีแห่งนี้มีเพียงเผ่าพันธุ์ของยักษ์เท่านั้น เคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่สามอันจริงแท้จึงจะปรากฏขึ้น หากผู้ที่ครอบครองเป็นเผ่าพันธุ์อื่นที่มีพลังลมปราณในกายล้วนไม่อาจฝึกฝนได้เกินกว่าขอบขั้นที่สอง

 

                แต่เพราะเคล็ดวิชาล้วนกระหายโลหิตจนเกินไป ข้าจึงได้กำชับปิดผนึกตำราเอาไว้ในวิหารแห่งพลัง หากวันใดที่ลูกหลานจำเป็นค่อยเปิดใช้ จึงได้รับข้อความที่ข้าใช้จิตร่วมกันผนึกเอาไว้ด้วยวิธีลับส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น...ย้ำเตือนว่าวิชานี้หากไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าได้ฝึกฝนหรือเปิดเผย เพราะไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดสงครามแย่งชิง และชักพาเภทภัยมาสู่เผ่าพันธุ์ เพราะผู้ฝึกฝนหากต้องการแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น จำเป็นต้องก่อสงครามล่าสังหารเพื่อพัฒนาพลังไปตามกัน

 

                หลังถ้อยคำย้ำเตือนถ่ายทอดหมดสิ้น ภาพเส้นชีพจร การเคลื่อนพลังลมปราณในการฝึกฝนกลับสูญสิ้น มีเพียงเคล็ดความใหม่ที่ปรากฏว่า...กลืนกินโลหิตหล่อเลี้ยงกายา เติบโตแกร่งกล้าไร้ผู้ต้านทาน

 

                ...เคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่สาม กลืนกินโลหิตศักดิ์สิทธิ์หล่อเลี้ยงกายา จนกว่ากายาเดิมจะปริแตก เมื่อนั้นร่างกายเลือดเนื้อที่ก่อเกิดใหม่ล้วนไม่ต่างจากกายาศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งหลอมรวมมากเผ่าพันธุ์ยิ่งแข็งกล้าขึ้นตามกัน

 

                เสวี่ยหมิงที่ยังคงอ่อนล้ากลืนน้ำลายเหนียวเข้าไป เขาเข้าใจคำเตือนของฉางเหมาเซี่ยงดี หากผู้ฝึกฝนต้องการจะก้าวหน้าจำต้องล่าสังหารผู้คนแย่งชิงโลหิต ซึ่งคำกลืนกินนั้นหาใช่ความหมายเดียวกับการดื่มเลือดกินเนื้อ แต่เป็นการใช้ทักษะของเคล็ดวิชาดึงดูดพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในเลือดของศัตรูที่สังหาร ซึ่งก็คล้ายคลึงกับการดูดกลืนวิญญาณหยินของดวงตาเทพมารบรรพกาล

 

                แม้เสวี่ยหมิงจะไม่แน่ใจว่าโลหิตศักดิ์สิทธิ์ในความหมายของฉางเหมาเซี่ยง ที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาในตำราเดิมจะเกี่ยวข้องกับโลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวเองถือครองอยู่หรือไม่ แต่เมื่อยามนี้เส้นชีพจรถูกทำลาย หนทางฟื้นฟูในรูปแบบเดิม ๆ ก็ดูจะมืดบอด ทำให้เสวี่ยหมิงตัดสินใจทดสอบเสี่ยงดู

 

                หลังจากที่พักจากอาการมึนงง และอ่อนเพลียเพราะทักษะเทพมารครองร่าง จนสติกลับมาแจ่มใสในระดับหนึ่ง เสวี่ยหมิงจึงตัดสินใจกรีดโลหิตของตนเองออกมา ใช้พลังจิตวิญญาณบังคับให้โลหิตแดงฉานของตนเองลอยเด่นอยู่กลางอากาศ แม้ไร้พลังลมปราณแต่เมื่อทดลองฝึกฝนตามเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าใหม่ร่างกายจู่ ๆ ก็เกิดอาการร้อนลวก ปรากฏลูกพลังงานสีดำลอยเด่นเข้าไปรวมกับเลือดที่รีดเร้นเอาไว้ก่อนหน้า โลหิตที่ลอยเด่นพลันแตกกระจายแปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายหมุนวนเป็นละอองสีแดงห่อหุ้มร่างของเสวี่ยหมิงเอาไว้ โลหิตสีแดงเข้มล้วนระเหยเป็นไอไปกลับอากาศธาตุ มีเพียงแค่ธาตุพลังศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าอ่อนสายหนึ่งวิ่งกลับเข้าสู่ร่างของเสวี่ยหมิง

 

                แต่แล้วยังไม่ทันที่จะหยุดยั้งการฝึกฝน ปากแผลที่เปิดอ้าเพราะการรีดเร้นโลหิตก่อนหน้า พลันถูกแรงดึงรั้งของลูกกลมพลังงานสีดำ ฉีกกระชากจนปากแผลเปิดออก โลหิตในกายพลันไหลทะลักออกจากร่าง เสวี่ยหมิงตกใจรีบปิดผนึกเคล็ดวิชาฝึกฝนให้หยุดยั้ง โลหิตที่ทะลักออกจึงหล่นล่วงลงกับพื้นจนเปียกนอง

 

                เสวี่ยหมิงปรากฏความอ่อนล้าจากการสูญเสียโลหิตจำนวนมาก ทำให้เขาเหม่อมองดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ เพราะหากเสวี่ยหมิงไม่อาจหยุดยั้งเคล็ดวิชาที่ฝึกฝนได้ทัน ตนเองอาจจะถูกพลังดึงดูดที่เกิดขึ้น สูบโลหิตออกจากร่างจนหมดสิ้น แม้จะไม่แน่ใจว่าผลของมันจะออกมาในรูปแบบไหน แต่เสวี่ยหมิงก็เลือกที่จะไม่เสี่ยงทดลอง

 

                หลังจากเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งวัน บาดแผลที่เปิดกว้างล้วนสมานติดกันเรียบร้อยด้วยพลังในการฟื้นตัวที่สูงส่ง และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเสวี่ยหมิงได้แต่ครุ่นคิดวิธีการฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขั้นที่สาม ที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งจากการทดลองฝึกในครั้งแรก ทำให้เสวี่ยหมิงมั่นใจว่าโลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่ฉางเหมาเซี่ยงเอ่ยถึง น่าจะเป็นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ในความเข้าใจเดียวกับที่เสวี่ยหมิงรับรู้

 

                ...เมื่อโลหิตอยู่ในตัว และถูกกลืนกินไปเฉพาะธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้น หากเราย้ายวิธีการฝึกฝน ทำการส่งพลังงานดูดกลืนเข้าไปดึงรั้งโลหิตจากจุดใดจุดหนึ่งภายในร่างตัวเองละ มันจะเกิดอะไรขึ้น

 

                ความคิดถูกเรียบเรียงและกำหนดแผนการอีกหนึ่งวัน เสวี่ยหมิงจึงได้ลงมือฝึกฝนเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขั้นที่สามอีกครั้ง แต่ควบคุมพลังของลูกกลมสีดำให้กลับเข้ามาดูดกลืนภายในร่างกายของตนเอง

 

                ฟู่ ฟู่...เสียงโลหิตในกายที่เดือดพล่าน แขนขวาที่สมบูรณ์ของเสวี่ยหมิงเกิดอาการปวดร้าวจนสุดระงับ ก่อนที่กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลีบเหลวและหดตัวลงจนแห้งเหี่ยว พลังชีวิตล้วนถูกสูบกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว เสวี่ยหมิงพยายามหยุดยั้งการฝึกฝนอีกครั้ง แต่ครานี้เพราะพลังในการดูดกลืนสถิตอยู่ในร่างฝั่งขวาของตนเอง จึงกระทำการได้ช้ากว่าการที่พลังดึงรั้งอยู่ภายนอกตัว สุดท้ายไม่ทันที่จะหยุดยั้งสติพลันเลอะเลือน ดวงตาแจ่มใสกลับกลาสยเป็นพล่ามัวล้มพับลงไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

                แม้สติจะขาดลงแต่พลังในการดูดกลืนกลับไม่หยุดตาม จิตสมาธิที่ใช้สะกดลูกพลังไม่อาจควบคุมบังคับได้อีก ลูกพลังดึงรั้งโลหิตทุกหยดของเสวี่ยหมิงเข้าไปแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นธาตุพลังส่งกลับคืนสู่เสวี่ยหมิง แม้ธาตุพลังศักดิ์สิทธิ์จะสูงส่งล้ำค่า แต่หากพลังชีวิตมอดดับลงล้วนหมายถึงความตายของผู้คน ดังนั้นวิธีการที่เสวี่ยหมิงทดลองใช้นั้นจึงเป็นวิธีการที่ผิดพลาดอย่างมหันต์

 

                เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ร่างกายของเสวี่ยหมิงก็กลับผอมแห้งลงไปจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก สัญญาณชีวิตล้วนปลิดปลิวไปพร้อมกับร่องรอยอักขระที่ผนึกแน่นอยู่บนหน้าอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 609 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #2669 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 08:23
    อ้าววววว
    #2669
    0
  2. #2668 khungeang (@khungeang) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 04:49
    ค้างมากครับ !!! ชอบ เรื่องนี้ !! จริงๆๆ Like !!
    #2668
    0
  3. วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 20:27
    สนุกมากกกก
    #2648
    0
  4. #2644 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 19:06
    กะจะดองไว้สักห้าตอนค่อยอ่าน สุดท้ายเห็นอัพเดท ทนไม่ไหวเข้ามาอ่าน...หึ เป็นไงล่ะ ค้างเลยกรู x_x
    #2644
    1
    • #2644-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 191)
      17 กรกฎาคม 2561 / 20:14
      ใกล้จบภาคแล้ว ทน ๆ หน่อย ถ้าดองก็อย่าดองนานจ้า แวะเข้ามาแวบ ๆ ก็ยังดี *-*
      #2644-1
  5. #2643 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 18:40
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #2643
    0
  6. #2642 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 17:47
    จะทำยังไงดีเนี่ย ค้างสุดๆ
    #2642
    1
    • #2642-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 191)
      17 กรกฎาคม 2561 / 20:15
      ตอนหมดอะ มะมีให้แถม
      #2642-1
  7. #2641 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 17:25
    จากนั้นก้อพื้นสินะ
    #2641
    1
    • #2641-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 191)
      17 กรกฎาคม 2561 / 20:15
      ฟื้น ๆ แต่ไม่มีเรื่องราวอธิบายยืด ๆ เพราะเรื่องของวิชานี้ไรท์วางเอาไว้อีกเรื่องหนึ่งเลย
      #2641-1
  8. วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 12:38
    โปรดติดตามตอนต่อไป
    #2639
    1
    • #2639-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 191)
      17 กรกฎาคม 2561 / 20:16
      ใกล้จบภาคละอีก 20 + ตอนก็จะค้าง ๆ นิดหนึ่ง แต่เดี๋ยวก็มีเบรคยืด ๆ ก่อนนิดหนึ่ง
      #2639-1
  9. #2638 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 11:31
    อ่าว เพราะตายไปแล้ว อักขระ จึงลบ ซะงั้น
    #2638
    1
    • #2638-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 191)
      17 กรกฎาคม 2561 / 20:17
      ถ้าไม่ลบเดี๋ยวเรื่องจะยิ่งยืด ^ ^ เลยหาทางลบไปเลย
      #2638-1
  10. #2637 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 191)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 11:30
    เหมือนกับช่วงแรก ๆ ที่กินยาเพื่อฝึกวิชาเอกะเลยแฮะ
    #2637
    1
    • #2637-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 191)
      17 กรกฎาคม 2561 / 20:18
      ช่านแล้ว เพราะคิดมุกมะออก 555+ แต่วิชานี้ที่วางเอาไว้เป็นแบบนี้ละ เพราะมันจะเป็นวิชาหลักในอีกเรื่องหนึ่ง
      #2637-1