เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,848 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,404 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,882

    Overall
    962,848

ตอนที่ 190 : ดับสูญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 712 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

 ตอนที่ 176

ดับสูญ

 

                เปรี้ยง !!!

                ฝ่ามือเพลิงร้อนแรง ก่อเกิดลมปราณราวกับงูตัวเล็กจิ๋ว พวยพุ่งเข้าสู่เส้นชีพจรของเสวี่ยหมิง ทุกการเคลื่อนที่ของมันล้วนทำลายเส้นชีพจรในร่างของเสวี่ยหมิงไปตามกัน

 

                ระดับพลังลมปราณที่ใกล้จะบรรลุเข้าสู่ลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลายพลันตกต่ำลงเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง เมื่องูลมปราณที่ออกจากฝ่ามือของฮัวเหวินเยี่ยนทำลายเส้นชีพจรของเสวี่ยหมิงจนครบทั้งร่าง ระดับพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงก็แทบจะสูญสลายไปจนหมดสิ้น

 

                แต่เรื่องราวยังไม่จบสิ้น ฮัวเหวินเยี่ยนใช้พลังจิตวิญญาณยกร่างของเสวี่ยหมิงให้ลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะยืดเหยียดนิ้วชี้ปลดปล่อยดัชนีเพลิงไฟเผาไหม้เสื้อผ้าส่วนหน้าอกของเสวี่ยหมิง ทำการสลักอักขระโบราณด้วยโลหิตเพลิงของตนเอง ประทับลงไปผสานเสริมทั้งในนอกกับงูลมปราณที่อยู่ด้านในก่อเกิดเป็น...ยันต์เพลิงระเบิดร่าง...วิชาลับลงทัณฑ์ที่ใช้ควบคุมผู้คนมิให้คิดคดทรยศ

 

                "เท่านี้แม้เจ้าจะไม่ตาย แต่ก็ไม่มีพิษมีภัยต่อศิษย์ของข้า และผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะอีกต่อไป" แม้วิชายันต์เพลิงระเบิดร่างนั้น จะสามารถlสังหารผู้คนที่โดนผนึกอักขระยันต์เอาไว้ได้ แต่หากผู้ที่ถูกผนึกทักษะนี้มีระดับพลังลมปราณที่สูงส่งกว่าผู้ผนึก ก็สามารถจะไถ่ถอนยันต์ที่ผนึกออกได้เอง แต่ด้วยระดับพลังของฮัวเหวินเยี่ยนที่อยู่ในระดับลมปราณสวรรค์ เพียงใช้ผนึกยันต์เพลิงระเบิดร่างอย่างเดียวก็เพียงพอจะทำให้ผู้ฝึกตนในระดับลมปราณแรกธรรมชาติขั้นกลางเช่นเสวี่ยหมิง กลายเป็นลูกไก่ในกำมือ แต่ที่นางทำลายเส้นชีพจรกดระดับพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงจนแทบจะดับสูญ ก่อนที่จะผนึกยันต์เพลิงระเบิดร่างลงไปนั้น ล้วนเป็นเพราะความแค้นที่ตนเองมีต่อผู้คนของตระกูลหลงเหมันต์โดยแท้

.

.

                ก่อนจะถึงเวลาที่เส้นทางวิหคเพลิงอมตะจะเปิดออก ตลอดเวลากว่าแปดสิบวันหนิงเซียนจำต้องอยู่แต่ในผาสำนึกตน ทำให้ไม่อาจรับรู้เรื่องราวภายนอก แต่ยังนับว่าฮัวเหวินเยี่ยนใจดี ให้บ่าวรับใช้คนใหม่ของนางนาม...หลิงจือเข้าปรนนิบัติ ทำให้ทั้งสองนั้นสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และแน่นอนว่าหนิงเซียนย่อมใช้ให้หลิงจือออกไปสืบข่าวคราวของเสวี่ยหมิงที่เบื้องนอกให้กับตนเอง แต่เพราะหลิงจือไม่มีอำนาจในการชี้ออกคำสั่งต่อผู้คนเช่นเดียวกับหนิงเซียน ทำให้นางไม่อาจสืบสาวเรื่องราวของเสวี่ยหมิงที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกลับแห่งใหม่ และรู้เพียงแค่ว่าเสวี่ยหมิงยังคงมีชีวิตอยู่เท่านั้น

.

.

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงถูกทำให้สิ้นสูญลมปราณ ก็ถูกนำตัวไปคุมขังยังคุกลับของแดนศักดิ์สิทธิ์ แม้เสวี่ยหมิงจะสูญสิ้นลมปราณเพราะเส้นชีพจรล้วนเสียหายจนหมดสิ้น แต่จุดชีพจรหลักที่เป็นต้นกำเนิดของสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ล้วนไม่ได้รับอันตรายทั้งหัวใจวิหคเพลิงเที่ยงแท้ และไขกระดูกที่ก่อเกิดใหม่จากพลังของลมปราณมังกรเหมันต์ในร่าง บวกกับร่างกายที่มีความทนทานสูงล้ำของเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่สอง ทำให้กายเนื้อภายนอกไม่ได้รับผลกระทบจากการที่พลังลมปราณสูญสลายแม้แต่น้อย

 

                แต่สาเหตุที่เสวี่ยหมิงนั้นยังคงหมดสติอยู่ และไม่สามารถหลุดออกจากภวังค์ได้นั้นเป็นเพราะตอนนี้ วาสนาแห่งเต๋าที่ก่อตัวขึ้นกำลังถ่ายทอดความรู้แจ้งเข้าสู่จิตของเสวี่ยหมิงโดยตรง ทำให้เสวี่ยหมิงตั้งมั่นจมอยู่ภายในภวังค์ของวิชาจิตเอกะจนถึงขีดสุด รวมกับพลังแห่งความรู้แจ้งของเต๋าที่เพิ่งก่อเกิดจึงทำหน้าที่ปิดกั้นเรื่องราวของโลกภายนอกเอาไว้อย่างสิ้นเชิง

 

                ...แม้น้ำและไฟเป็นดั่งจุดสูงสุด และต่ำสุดของกันและกัน แต่หากหนึ่งโอนอ่อนหนึ่งแข็งกร้าวสลับสับเปลี่ยนล้วนหมุนวนต่อเนื่องไม่ขัดขืน ดั่งดวงไฟดวงน้อยที่อยู่ท่ามกลางหิมะมืดมิดหนาวเหน็บ ล้วนมีค่ามากกว่าแสงเพลิงเจิดจ้ายามที่แสงจากดวงอาทิตย์ส่องสว่างอยู่เบื้องบน เฉกเช่นเดียวกับน้ำเพียงเล็กน้อยที่พบเจอยามอยู่ท่ามกลางทะเลทรายร้อนแรง ย่อมมีค่ากว่ายามปกติสุข แม้ทั้งสองคือสภาวะสุดปลาย แต่ทุกสิ่งล้วนก่อเกิดจากสมดุลแรกเริ่มหมุนวนแปรเปลี่ยนกันไป

               

                ...เพลิงไฟเพียงน้อยก่อเกิดบนน้ำแข็งเย็นเยียบ เมื่อใจกลางน้ำแข็งเย็นเยียบล้วนดับสูญสู่สมดุล

 

                ...ใจกลางเพลิงร้อนแรงก่อเกิดเกร็ดหิมะหมุนวน ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน

 

                ...เมื่อเจ้าเข้าใจจุดกึ่งกลางของเต๋า ย่อมเข้าใจสมดุลแห่งหยินและหยาง เมื่อเข้าใจกึ่งกลางย่อมสามารถประสานรวมทั้งสองเข้าด้วยกัน เมื่อควบคุมบังคับสมดุลได้ดังใจ จึงจะสามารถผสานสุดขั้วของพลังหยางที่สุด และหยินที่สุดให้เป็นหนึ่งเดียว เมื่อนั้นเจ้าจะบรรลุถึงแก่นของเต๋าสุดขั้ว

 

                ผืนน้ำในจิตจักรวาลน้อยของเสวี่ยหมิงมิได้เย็นเยียบอีกต่อไป แต่มันกลับอุ่นสบาย เบื้องบนแสงด้วยนับล้านที่บดอัดกันเป็นหยดน้ำก็ไม่ได้ร้อนลวกดุจเดิม ทุกขั้นตอนล้วนคงเดิม แต่บรรยากาศล้วนเหมาะแก่การก่อเกิดชีวิตมากยิ่งขึ้น และหลักของการก่อเกิดจึงเป็นแก่นแท้ของเต๋าและจุดเริ่มของเส้นทางแห่งเต๋าสุดขั้ว...ทุกสิ่งล้วนสมดุลจึงก่อเกิด เพราะหากไม่มีการก่อเกิด ย่อมไม่มีการแตกดับ ทุกเรื่องราวล้วนหมุนวนสอดคล้องราวกับวงกลม ล้วนไม่อาจจับต้องปลายด้านหนึ่งด้านใดได้

 

                กว่าสิบวันที่เสวี่ยหมิงหมดสติไป เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในห้องขังเดิมแต่ก็มิได้แปลกใจนัก แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวตกอกตกใจก็ไม่พ้นเรื่องของพลังลมปราณที่สิ้นสูญไปจากร่าง เมื่อใช้พลังจิตวิญญาณซึ่งเป็นพลังที่แยกออกจากกัน เข้าสำรวจดูก็พบว่าสาเหตุมาจากพลังงานมหาศาลขุมหนึ่ง ที่กระจุกตัวสะกดการฟื้นฟูตัวเองของเสวี่ยหมิงเอาไว้ที่บริเวณชีพจรลมปราณบริเวณหัวใจ และเมื่อสำรวจดูเลือดเนื้อที่เบื้องนอก เสวี่ยหมิงก็พบว่ามีรอยสลักของอักขระโลหิตอยู่ตรงหน้าอกข้างซ้ายของตนเอง

 

                แม้จะไร้ซึ่งลมปราณ แต่ตอนนี้เสวี่ยหมิงกลับไม่รู้สึกว่าตนเองหมดเรี่ยวแรงไปแม้แต่น้อย เพราะว่าตอนนี้เสวี่ยหมิงนั้นสำเร็จเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่สองเรียบร้อยแล้ว ทำให้พลังทางกายภาพของเสวี่ยหมิงนั้นสูงล้ำ หากเทียบกับผู้ฝึกฝนลมปราณก็ไม่ต่างจากระดับพลังของผู้ฝึกตนลมปราณแรกธรรมชาติขั้นปลาย

 

                แต่การมีพลังลมปราณก็ย่อมดีกว่า ทำให้เสวี่ยหมิงพยายามทุกวิถีทางเพื่อปลดผนึกที่ฮัวเหวินเยี่ยนทำไว้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจทำอย่างไรได้ แถมเมื่อรั้งรออยู่ภายในที่คุมขังกว่าหนึ่งเดือน หนิงเซียนก็ไม่ได้โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย ทำให้เสวี่ยหมิงที่รู้สึกผูกพันกับเด็กสาว ล้วนคิดจินตนาการไปในทางร้าย จิตใจว้าวุ่นกระวนกระวาย ยิ่งห่วงหาความคิดถึงยามไม่ได้พบเจอยิ่งขยายใหญ่ จนกลายเป็นความวิตกกังวล

 

                เมื่อความเครียดและความกดดันสะสม แถมไม่อาจออกจากที่คุมขัง สมองก็ตีบตันล้วนไม่อาจคิดหาทางออกใด ๆ ได้อีก เมื่อหนทางล้วนตีบตันในทุกเหลี่ยมมุม ดวงตาข้างซ้ายที่หลงลืมพลันปวดแปลบขึ้นมา ทำให้เสวี่ยหมิงเกิดความคิดงอกเงย เปิดใช้งานดวงตาเทพมารบรรพกาล...ดวงตาข้างซ้ายพลันเจิดจ้าขึ้นในทันที พร้อมสติและสมาธิพุ่งสูงล้ำ ความคิดที่ขุ่นมัวกลับกลายเป็นกระจ่างใสขึ้นทีละน้อย แต่ก็ยังไม่อาจคิดหาหนทางรอดไปได้ ความคิดขัดขืนเมื่อก่อเกิดแล้วย่อมดื้อรั้น ไม่สำเร็จมิยินยอมมอดดับ เสวี่ยหมิงไม่สนใจผลกระทบที่อาจตามมาเปิดใช้งานทักษะเทพมารครองร่างเพิ่มเข้าไปอีกคำรบ ทำให้ระดับพลังลมปราณที่ต่ำเตี้ยสูงขึ้นมาเล็กน้อย

 

                แต่แล้วเมื่อพลังของทักษะเทพมารครองร่างหมดสิ้นลงไป ร่างกายที่แข็งแกร่งพลันหัวหมุนมึนงง เพราะระดับพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงไม่เพียงแต่ลดลง แต่กลับเข้าสู่สภาวะดับสูญโดยสิ้นเชิง

 

                ยามที่เรี่ยวแรงสูญสิ้นสองขาอ่อนล้าจนล้มลง เคล็ดวิชาบ่มเพาะกายแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่สามซึ่งยังไม่ได้ฝึกฝน แต่ประทับแน่นอยู่ในสมองพลันแล่นวาบขึ้นมาในบัดดล

 

                ..."ผนึกความล้วนคลายออก"...

                 คำกล่าวประหลาดดังก้องขึ้นภายในจิตของเสวี่ยหมิง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 712 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #3614 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 14:24
    สำหรับผมที่อ่านนิยายกำลังภายในมาหลายเรื่อง การที่เล่นมุกสลายลมปราณแล้วให้พระเอกเริ่มใหม่ นี่คือมุกของนิยายที่กำลังจะยืดเรื่องนะครับ
    #3614
    1
    • #3614-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 190)
      16 กันยายน 2561 / 17:06
      ไม่มียืดอะ มีแต่ตัดออกนะ แล้วมันไม่ใ่ชสลายปราณแบบนั้นเพราะที่ตัวเอกมันเข้าถึงเต๋า คือเกินกว่าระดับปราณสวรรค์ไปแล้ว แต่เป็นเส้นทางที่ผู้ฝึกตนทั่วไปต้องออกค้นหาหลังจากบรรลุเซียน
      #3614-1
  2. #3548 0921894287 (@0921894287) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 19:36

    ใหนบอกภาค3จะได้ผจญภัยใงแล้วนี่อารายยยโดนจับตลอดเลยยย
    #3548
    2
    • #3548-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 190)
      12 กันยายน 2561 / 19:42
      ไรท์ปรับพล็อทหมดเลยสั้นลงไปกว่าเก่าอีก 555+ จาก 14 เล่มเหลือ 10 ละ
      #3548-1
  3. #2647 jeeun (@jiiji) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 20:20
    ขอบคุณค่ะ
    #2647
    0
  4. #2636 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 11:29

    ขอบคุณครับ

    #2636
    0
  5. #2635 oomironhorse (@oomironhorse) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 06:33
    ค้างอีกตามเคย สงสัยต้องดองไว้ก่อน สักสี่ห้าตอนค่อยอ่านรวดเดียว TT
    #2635
    0
  6. #2631 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 21:32
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #2631
    0
  7. #2630 หมีปุย (@tore55) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 21:24
    อีกแล้วค้างจนได้
    #2630
    0
  8. #2629 rinnajia (@rinnajia) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 21:02
    งดอ่านดีกว่าอารมค้างอีกแล้ว
    #2629
    0
  9. #2628 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:21
    ง่ายดีนะ555
    #2628
    0
  10. #2627 rachenslr083 (@rachenslr083) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 17:58
    สุดยอดครับ
    #2627
    0
  11. วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 16:21
    โห้ยเป็นผมคงแค้นจนอยากตบแม่งให้ตาย
    #2625
    0
  12. #2624 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 13:29
    สลายแล้วเกิด--พ่ายก่อนจึงสำเร็จ...
    #2624
    0
  13. #2623 Captai_z (@Captai_z) (จากตอนที่ 190)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 13:29
    ค้างอีกแล้วววว
    #2623
    0