เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,528 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,399 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,562

    Overall
    963,528

ตอนที่ 188 : ขนหางหงส์อัคคีตัวเต็มวัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 692 ครั้ง
    14 ก.ค. 61

ตอนที่ 174

ขนหางหงส์อัคคีตัวเต็มวัย

 

                "เจ้า เจ้าไปเอาคำพูดเช่นนี้มาจากที่ใดกัน" เสวี่ยหมิงเอ่ยถามด้วยความตกใจ

 

                "ก็ ก็ ตอนที่ข้าซ่อนตัวอยู่ภายใต้ลาวาร้อนในคุกอัคคีผลาญ ข้าแอบได้ยินท่านทั้งสองสนทนากัน"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยเจ้านี่ช่างเหลวไหลนัก แอบฟังคำสนทนาของพี่ชายคนนี้ แล้วนำความไปตัดแต่งคิดเอาเองเสียนี่" เสวี่ยหมิงเดินตรงไปลูบศีรษะของหนิงเซียนเบา ๆ"เจ้าไม่ต้องพาใครมาให้ข้าพบหรอก เพียงแค่ข้าได้พบหน้าเจ้า พี่ชายคนนี้ก็ยินดีที่สุดแล้ว"

 

                "พี่เสวี่ยหมิง" จู่ ๆ เด็กสาวก็งุดหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบตาเสวี่ยหมิงเอาดื้อ ๆ เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ พอได้ยินคำกล่าว...เพียงได้พบหน้าเจ้าก็ยินดีที่สุดแล้ว...ของเสวี่ยหมิง เลือดลมภายในพลันสูบฉีดโดยแรง หัวใจที่เคยสงบด้วยฝึกลมปราณสมาธิมายาวนานตั้งแต่จำความได้ กลับเต้นตึกตักมิอาจควบคุม ใบหน้าฝากฝั่งที่งดงามปรากฏแต่งแต้มแดงชาดผุดเด่นไปพร้อมกัน

 

                "มาเราไปนั่งสนทนากันตรงนั้นแล้วพี่เสวี่ยหมิงจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าฟัง ส่วนเจ้าก็เล่าว่าเหตุใดเจ้าจึงสามารถนำพี่ออกมาจากคุกขุมขังได้เป็นการแลกเปลี่ยนตกลงไหม"

 

                หนิงเซียนที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นพยักศีรษะหงึก ๆ ตอบรับก่อนจะค่อย ๆ เดินตามหลังเสวี่ยหมิงไป

 

                ทั้งสองสนทนากันยืดยาวกว่าหนึ่งชั่วยาม หนิงเซียนที่เก็บซ่อนตัวตน บังคับการแสดงออกของตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าวัยตลอดมา ไม่เคยเจรจาสนุกสนานเช่นนี้มาก่อน ยิ่งมาความอบอุ่นที่มากล้น ยิ่งเยียวยาหัวใจของเด็กสาวให้กลับคืนสู่วัยอันงดงามเหมาะสมตัวตนที่แท้จริง

               

                เสวี่ยหมิงเองหลังจากที่ถูกมู่จินหลันหักหาญน้ำใจ เนื่องจากถูกผู้คนตระกูลมู่กีดกันรักแรก ก็ปิดกั้นหัวใจความรู้สึกพยายามเฉยชาต่อหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จนเมื่อได้พบกับหนิงเซียนอีกครั้งด้วยความสัมพันธ์แบบพี่ชายน้องสาวที่อุปโลกน์กันขึ้นมาเอง ทำให้กำแพงที่เคยตั้งเอาไว้ไม่เป็นผลกับความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นกับหนิงเซียน ความสัมพันธ์ยิ่งมายิ่งไม่อาจแบ่งแยกระหว่างผูกพันธ์ ห่วงใย หรือแม้แต่ความรู้สึกของชายหญิง

 

                "เจ้านี่ร้ายกาจมิใช่เล่นเลยนะ ถึงกลับกล้าหลอกลวงประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้" เสวี่ยหมิงเอ่ยเคล้าเสียงหัวร่อเบา ใบหน้าแจ่มใสย้อนคืนกลับสู่คืนวันอันสุขใจก่อนที่จะได้รับดวงตาเทพมารบรรพกาลอีกครั้ง

 

                หนิงเซียนได้ยินเช่นนั้นก็แลบลิ้นออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแม้มปากฉีกยิ้มกว้าง ยามที่นางเหม่อมองดูเสวี่ยหมิงหัวเราะ หนิงเซียนก็กลับคืนสู่คืนวันอันสดใสไร้เดียงสาเช่นเดียวกับค่ำคืนในถ้ำร้างอีกครั้งดุจเดียวกัน ใบหน้าครึ่งซีกอันอัปลักษณ์มิได้เป็นอุปสรรคปิดกั้นหัวใจอันเจิดจรัสของเด็กสาวอีกต่อ

 

                หัวใจที่เหน็ดเหนื่อยยามต้องเผชิญกับผู้คนคิดร้าย เสียงก่นด่าดูถูก และสถานการณ์คับขันมายาวนาน ของเสวี่ยหมิงล้วนผ่อนคลาย เมื่อเห็นใบหน้ายามมีความสุขของหนิงเซียน หัวใจก็พลันเบิกบานตามไปโดยมิรู้ตัว แม้ยามมองใบหน้าที่แปลกพิกลของเด็กสาวยังคงเห็นเพียงความงดงามแท้จริง หาได้ดูขัดตาแม้เพียงน้อย

 

                ยิ่งมาความสัมพันธ์ยิ่งแนบแน่น แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นก็ยังคงอยู่บนเส้นกั้นของคำ...พี่ชายและน้องสาวมิแปรเปลี่ยน

 

                "อืม นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว เจ้าควรจะนำข้ากลับไปส่งที่คุมขังได้แล้ว"

 

                หนิงเซียนส่ายหน้าปฏิเสธ

 

                "..." เสวี่ยหมิงมองเชิงตำหนิ เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าหากปล่อยให้เด็กสาวเอาแต่ใจเช่นนี้ จะส่งผลร้ายต่อตัวหนิงเซียนเอง

 

                "ข้าจะอยู่ในห้องฝึกฝนกับท่านพี่เสวี่ยหมิงจนกว่าจะครบกำหนดอายุสิบห้าปีเลย"

 

                "เด็กโง่ ยิ่งเจ้าทำเช่นนั้น พี่จะยิ่งถูกผู้คนรังเกียจ" เสวี่ยหมิงรับรู้อยู่แล้วว่า ต่อให้ตนเองถูกนำกลับไปยังคุก หรืออยู่กับหนิงเซียนก็หาได้แตกต่าง เพราะอย่างไรผู้คนที่นี่ก็ตั้งข้อรังเกียจตัวเอง ไว้ว่าเป็นผู้ร้ายอยู่แล้ว แต่ที่ต้องเอ่ยเช่นนี้เพื่อไม่ต้องการให้หนิงเซียนตกเป็นเป้าไปด้วย...แม้เสวี่ยหมิงจะไม่รู้ว่าสภาพการเมืองภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะเป็นเช่นไร แต่ก็พอจะคาดได้ว่าคงไม่แตกต่างจากสำนักใหญ่ที่ผ่าน ๆ มาซึ่งเสวี่ยหมิงเคยพบเจอมาก่อน

 

                "แต่ว่า..."

 

                "ไม่ต้องเป็นห่วง พี่ชายของเจ้าขอเวลาอีกเพียงครู่หนึ่ง แล้วเจ้าก็นำพี่เสวี่ยหมิงกลับไปส่งให้กับองครักษ์ได้"

 

                "อืม"หนิงเซียนพยักหน้ารับ

 

                "เป็นเด็กดีเช่นนี้ จึงจะน่ารักเข้าใจไหม" เสวี่ยหมิงเอ่ยจบก็นำแหวนมิติที่เก็บซ่อนเอาไว้ออกมา พร้อมกับนำขนหางหงส์อัคคีตัวเต็มวัยออกมาวางไว้บนฝ่ามือ ก่อนจะอธิบายว่าตนเองต้องการสิ่งใดกับหนิงเซียน หลังจากนั้นเสวี่ยหมิงจึงได้ใช้ลมปราณเหมันต์สร้างเป็นเกราะห่อหุ้มร่างภายในให้เบ่งพองขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะคลุมทับกลับไปด้วยเสื้อผ้าเพื่อปิดซ่อน

 

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงเตรียมการเรียบร้อย หนิงเซียนก็ปั้นใบหน้าเย็นชาทำทีคุมตัวเสวี่ยหมิงออกจากห้องฝึก มุ่งตรงไปยังคุกคุมขังของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ

 

                ทำให้ฟางเยี่ย ซึ่งฮัวเหวินเยี่ยนประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ส่งมาจับตาดูหนิงเซียนที่ด้านนอกห้องฝุกบงกชอัคคีไม่พบพิรุธแต่อย่างใด

.

.

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงถูกโซ่ตรวนพันธนาการ ก็ทำทีรีบเข้านอนพักผ่อน แต่แล้วเมื่อองครักษ์ที่เฝ้าจับตากลับออกไปแล้ว เสวี่ยหมิงก็ไม่รอช้า ทำลายเกราะน้ำแข็งที่ห่อหุ้ม ดึงข้อแขนข้อขาหดลอดออกจากโซ่ตรวนซึ่งสะกดลมปราณของตนเองเอาไว้ กลับคืนสู่อิสระอีกครั้ง

 

                สิ่งที่เสวี่ยหมิงต้องการมิใช่การหลบหนี แต่เป็นสถานที่เพื่อฝึกวิชากายาแห่งพระเจ้าขอบขั้นที่สองให้สมบูรณ์ ขนหางอัคคีถูกนำมาวางเอาไว้บนฝ่ามือทีเดียวสองเส้น เสวี่ยหมิงใช้พลังจิตวิญญาณแผ่พุ่งออกไปตรวจสอบ พร้อมรอจนไม่มีผู้คนอยู่ใกล้แล้วจึงได้เริ่มลงมือฝึกฝน...ซึ่งเขามั่นใจว่าภายในสิบวันข้างหน้าจะไม่มีผู้ใดมารบกวนคุกขังเดี่ยวของตนเอง เพราะได้กำชับเรื่องราวบอกแผนการต่อหนิงเซียนเอาไว้ก่อน

 

                ทันทีที่เพลิงวิเศษจากขนหางของหงส์อัคคีเต็มวัยถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างไอเย็นของลมปราณมังกรเหมันต์ก็พุ่งตรงเข้าต่อต้านในทันที ทำให้เสวี่ยหมิงต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการผลักดันพลังลมปราณร้อนสายนี้ให้ไหลเวียนไปตามเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้า แต่แล้วเมื่อเคลื่อนพลังลมปราณเพลิงร้อนจนผ่านเข้าสู่ชีพจรบริเวณหัวใจ ความร้อนที่ถูกบีบอันให้เข้มข้นเพื่อทะลวงผ่านเส้นชีพจรเหมันต์ก็พลันปะทุเชื่อมเข้ากลับหัวใจวิหคเที่ยงแท้ที่หลับใหลมายาวนาน เพลิงไฟที่เสมือนมอดดับเพราะสะกดข่มกับพิษอัคคีทมิฬที่หลงเหลืออยู่ตามจุดต่าง ๆ ในร่างของเสวี่ยหมิงเมื่อเหลายเดือนก่อน พลันได้รับพลังขุมใหม่

 

                เปรียะ...เปรี๊ยะ...ฟู่ ฟู่ !!!

                เสียงกล้ามเนื้อเบ่งพองจนปริแตกโลหิตไหลซึมโลหิตสีดำข้นออกมาจากปากแผล ก่อนจะตามมาด้วยเพลิงไฟที่ปะทุเจิดจ้าตามรอยแตกของผิวกาย โลหิตที่เย็นเยียบพลันระอุอุ่น ร่างกายของเสวี่ยหมิงพลันเดือนพล่านจนก่อเกิดควันขาวระเหิดออกจากทุกรูขุมขน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 692 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #2603 rachenslr083 (@rachenslr083) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 20:38
    สุดยอดครับ
    #2603
    0
  2. วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 19:06
    ขอบคุณนะคะ
    #2602
    0
  3. #2601 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 17:22
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #2601
    0
  4. วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 15:14
    น้ำลดแล้วเริ่มเห็นผืนดิน5555
    #2600
    0
  5. #2599 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:53
    รอลุ้นพลังใหม่เลยครับ
    #2599
    0
  6. #2598 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 14:13
    ฮือออ น้อยจังเลย
    #2598
    0
  7. #2596 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 13:56
    จะได้พลังแบบไหนกันนะ หรือพลังทั้งสอง น้ำแข็งกับไฟ
    #2596
    0
  8. #2595 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:36
    รายการทรมานตัวเองอีกรอบ--รอบนี้รอบสุดท้ายของขั้นสองแล้วใช่ไหมไรท์
    #2595
    1
    • #2595-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 188)
      14 กรกฎาคม 2561 / 13:01
      ครบแล้ว 5 อย่าง
      #2595-1
  9. #2594 Capuchi (@capuchi_24) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:12
    และแล้วก็ ... ค้างตามระเบียบ
    #2594
    1
    • #2594-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 188)
      14 กรกฎาคม 2561 / 13:02
      เดี๋ยวถ้ามี ฆะนแา แล้วจะแถมให้จ้า
      #2594-1
  10. #2593 saphiroth30 (@saphiroth30) (จากตอนที่ 188)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 09:57
    ขอบคุณครับ แต่ค้างงง
    #2593
    1
    • #2593-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 188)
      14 กรกฎาคม 2561 / 13:02
      เดี๋ยวพิมพ์ได้เยอะกว่านี้จะแถมตอนให้จ้า
      #2593-1