เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,108 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,401 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,142

    Overall
    963,108

ตอนที่ 170 : สำนักหงส์อัคคี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 721 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

ตอนที่ 156

สำนักหงส์อัคคี

 

                ทันทีที่เสวี่ยหมิงใช้ทักษะเทพมารครองร่างหลังจากที่ดวงตาเทพมารบรรพกาลได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น พลังของเสวี่ยหมิงก็พุ่งสูงทะลุเข้าสู่ขอบขั้นเชื่อมฟ้าดินขั้นต้นในพริบตา เมื่อระดับพลังทัดเทียม แต่ความหนาแน่นของลมปราณและทักษะล้วนเหนือล้ำกว่า ไม่ต้องคาดเดาก็พอจะรู้ว่าเสวี่ยหมิงนั้นคงกำจัดเจ้าราชาจิ้งเหลนลาวาตัวนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

 

                แต่เจ้าราชาจิ้งเหลนลาวาก็สติปัญญามิใช่ชั่ว เมื่อรู้ว่าเสวี่ยหมิงเร่งเร้าพลังตนเองขึ้นมาจนสูงล้ำเพียงเพราะมันเข้าใกล้หมายโจมตีมนุษย์อีกผู้หนึ่ง ทำให้มันไม่คิดจะสังหารหลิงจือแต่กลับใช้ลิ้นร้อนลวกตวัดไวรัดร่างเด็กสาวขึ้นมาใช้ต่างอาวุธ หลิงจือที่โดนลิ้นเปลวเพลิงตวัดเกี่ยวพลันสะดุ้งลืมตาฟื้นจากภวังค์แห่งการรักษา อาการบาดเจ็บก่อนหน้าพลันกำเริบขึ้นจนส่งเสียงร้องหวีดแหลมออกมาด้วยความเจ็บปวด เสวี่ยหมิงเห็นท่าไม่ดีพุ่งทะยานหมายช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นเข้าทางของราชาจิ้งเหลนลาวาที่พลิกเปลี่ยนกระบวนท่าดึงรั้งร่างของหลิงจือฟาดเข้าหาเสวี่ยหมิงในจังหวะเดียวกัน

 

                เสวี่ยหมิงที่เร่งความไวจนสุดรั้งยามกะทันหันไม่อาจเปลี่ยนแปลงท่าร่างได้ทัน ฝืนหยุดสภาวะร่างออกแรงด้วยการกระทืบเท้าลงล่างใส่อากาศธาตุด้วยพลังทั้งหมดถ่ายเทออกอย่างกะทันหัน การกระทำก่อเกิดเสียงดังจากอากาศที่แตกระเบิดจนลุกไหม้ การหยุดยั้งอย่างทันท่วงทีก่อให้ลมปราณในร่างเกิดอาการติดขัดโลหิตหวานข้นพุ่งจากล่างขึ้นบนจุกแน่นทะลักขึ้นมาอยู่ที่ลำคอ แต่การต่อสู้ยังคงไม่หยุดนิ่งเสวี่ยหมิงจำต้องฝืนไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น หมุนร่างที่เพิ่งตั้งหลักมั่นเบียดแทรกตัวผ่านลิ้นยาวของราชาจิ้งเหลนลาวาที่ยืดลิ้นยาวออกมากว่าห้าวาได้อย่างฉิวเฉียด เมื่อสบโอกาสที่ลิ้นเพลิงยืดออกจนเข้าสู่สภาวะหยุดนิ่งเสวี่ยหมิงไม่รั้งรอใช้สันมือต่างมีดห่อหุ้มไอเย็นเยียบของปราณเหมันต์ตัดผ่าลิ้นของราชาจิ้งเหลนลาวาในทางขวาง แต่เพราะพลังลมปราณเดิมที่ปั่นป่วนอยู่ยังมิได้ปรับสู่สภาวะปกติ เมื่อเคลื่อนไหวติดพันแถมยังฝืนใช้ออกด้วยท่าโจมตีใส่คู่ต่อกรที่มีลมปราณห่อหุ้มเป็นขั้วพลังตรงข้าม ยามปะทะจึงก่อให้เกิดแรงระเบิดเสียงดังกังวาน ผลที่ตามมาส่งกระแทกสะท้อนกลับจนเสวี่ยหมิงเลือดลมปั่นป่วนหนักหนากว่าเก่าหลายเท่า ใบหน้าที่ขาวผ่องกลับกลายเป็นแดงเข้มด้วยพิษปราณเพลิงลาวาของคู่ต่อสู้

 

                หลิงจือที่หลุดรอดออกมาร่างถูกแรงตึงที่เกิดจากการตัดผ่าดีดแยกออกจากกันของลิ้นราชาจิ้งเหลนลาวากระชากร่างให้ตามติดลิ้นที่ขาดออกล้มหงายครูดไถลไปกับพื้นดิน แม้ล้มลงแต่เป็นเพียงการกระแทกไถลของบาดแผลภายนอกหลิงจือจึงไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม เมื่อตั้งสติได้นางก็เร่งแกะลิ้นยาวครึ่งท่อนของราชาจิ้งเหลนลาวาที่พันร่างตนเองอยู่พลางใช้สายตาใสกระจ่างจ้องมองไปยังร่างที่บาดเจ็บของเสวี่ยหมิงด้วยความสำนึกตื้นตัน ก่อนที่นางจะคิดย้อนทวนกลับไปยังเรื่องราวทั้งหมด เมื่อเห็นแล้วว่าการปะทะที่เกิดขึ้นในระลอกหลังของเสวี่ยหมิงนั้นยังเหนือล้ำกว่าราชาจิ้งเหลนลาวาอีกครึ่งขั้น ทำให้หลิงจือรู้แล้วว่าแท้จริงเสวี่ยหมิงนั้นซุกซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้ตลอดมา...เมื่อหลิงจือคิดได้ก็รู้สึกเสียใจและกล่าวโทษตนเองว่าหากนางไม่เข้ามาก้าวก่ายการต่อสู้ในครั้งนี้เหตุการณ์สุ่มเสี่ยงก็คงไม่เกิดขึ้นและก็คงจะไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเช่นที่เป็นอยู่

 

                เสวี่ยหมิงที่อยากจะฝืนลุกขึ้นต่อสู้ เพราะรู้ดีว่าเมื่อเปิดใช้ทักษะเทพมารครองร่างเวลาทุกวินาทีล้วนมีค่า หากไม่เร่งรีบแล้วผลของทักษะหมดลงสถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งขึ้นกว่าเก่า แต่แล้วพลังจิตวิญญาณที่ขยายออกพลันพบว่ามีขุมพลังรุนแรงสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามายังจุดปะทะด้วยความเร็วที่น่าตระหนกยิ่งนัก

 

                หลิงจือ !!!

                เสียงตะโกนดังลั่น...ดังจากชายวัยกลางคนที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น ทั้งร่างของผู้มาใหม่อาบไล้ไปด้วยเพลิงไฟเจิดจ้าสวมใส่ชุดพรตเฉกเช่นเดียวกับที่หลิงจือสวมใส่อยู่ในตอนนี้ พุ่งทะยานฝ่าอากาศเข้าจู่โจมราชาจิ้งเหลนลาวาที่เพิ่งจะฟื้นคืนจากอาการบาดเจ็บ สองเท้ายิ่งเข้าใกล้ราชาจิ้งเหลนลาวายิ่งก่อเกิดมวลอากาศร้อนแผ่ออกเป็นวงกว้างพร้อมเสียงแตกระเบิดดังถี่รัวตามติดในทุกจังหวะการก้าวเดิน

 

                เพลิงทำลายล้าง...เพลิงไฟร้อนแรงพลันพวยพุ่งปะทุออกจากหมัดที่ชกออกตรงกระแทกส่งร่างของราชาจิ้งเหลนลาวาให้ลุกไหม้ลอยขึ้นจากพื้นดิน ก่อนที่ร่างซึ่งลอยเคว้งขึ้นมาของมันจะถูกโจมตีซ้ำเติมด้วยฝ่ามือเปลวเพลิงที่รุนแรงปานขุนเขาถล่มตามหลังฟาดตบลงไป พลังทำลายส่งเสียงดังสะท้านไปทั่วทั้งป่า ราชาจิ้งเหลนลาวาไม่ทันตกกระแทกพื้น ร่างของมันที่ถูกเพลิงร้อนอัดแน่นไว้ตั้งแต่คราแรกเมื่อโดนโจมตีซ้ำเติมก็ขยายเบ่งพองออกก่อนจะแตกระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อลุกไหม้กระจายออกไปจนเต็มพื้นที่

 

                "ท่านอาจารย์ลุงจินติง" หลิงจือน้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นหน้าของมี่จินติงผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของอาจารย์ตนเองมี่จวง

 

                "อาจารย์ลุงมาแล้วเจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม" มี่จินติงที่เพิ่งสังหารราชาจิ้งเหลนลาวาลอยตัวลงมาหยุดยืนที่ด้านข้างของหลิงจือ ก่อนจะมอบโอสถรักษาให้กับเด็กสาวซึ่งตอนนี้ใบหน้าล้วนอาบนองไปด้วยน้ำตา "ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์..."

 

                มี่จินติงที่รับรู้ว่าน้องสาวของตนเองถูกเซียนวิปลาสชิงฟงจับตัวไปย่อมคาดการณ์เอาไว้ว่าคงประสบเคราะห์กรรมเป็นแน่แท้ แม้ในใจยังอาจจะเหลือความหวังอันริบหรี่อยู่บ้างก็ตาม จนกระทั่งวินาทีที่ได้ยินคำเอ่ยและน้ำเสียงของหลิงจือมันก็รับรู้ความในได้โดยพลัน ไม่มีคำเอื้อนเอ่ยเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวที่หรี่แสงอยู่บนฟ้านิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจาใด ๆ ได้แต่ให้สายลมยามราตรีที่แผ่วพลิ้วพัดผ่านร่างของตนเองไป หมายอาศัยวายุเยียบและความสงบช่วยเยี่ยวยาจิตใจที่บอบช้ำอันเกิดจากความสูญเสีย

 

                "อย่างไรมี่จวงก็จากไปแล้ว ต่อให้พวกเราโศกเศร้ามากเพียงใดก็ไม่เกิดประโยชน์" มี่จินติงที่ฟื้นคืนสติก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบเย็น "เสียดายที่ข้าไม่อาจตามล่าสังหารเจ้าเฒ่าโสโครกชิงฟงได้สำเร็จ...ปล่อยให้มันหนีรอดไปได้"เสียงของมี่จินติงเอ่ยพร้อมกัดฟันกรอดด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะกลับคืนสู่บุคลิกเย็นชาดุจเดิม "ว่าแต่เจ้าหายตัวไปเกือบสามเดือน เหตุใดหากหนีรอดมาได้ใยจึงไม่กลับคืนสู่สำนักโดยไว"

 

                หลิงจือชี้นิ้วไปที่เสวี่ยหมิงซึ่งกำลังนั่งสมาธิปรับลมปราณที่ปั่นป่วนและลดระดับลงจนเข้าสู่ลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นหลังจากที่ใช้ทักษะเทพมารครองร่างอยู่ "เขาเป็นคนช่วยหลิงจือออกมา..."

                (ทักษะเทพมารครองร่างแม้ไม่ทำให้หมดสติเช่นเก่า แต่หลังจากผลของทักษะหมดลงระดับพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงจะลดลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง)

 

                มี่จินติงหันไปมองดูเสวี่ยหมิง "อา...ข้าขอบใจสหายน้อยท่านนี้มาก สำหรับข้าแล้วชีวิตของศิษย์หลานผู้นี้ล้วนล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใด หากสหายน้อยต้องการสิ่งใด..."

 

                คำ...ต้องการสิ่งใด...ยังไม่ทันจบเสวี่ยหมิงก็พลันเบิกตาโตตาแวววาวในทันควัน"ข้าต้องการขนหางของหงส์อัคคีตัวเต็มวัยห้าเส้น..."เอ่ยจบเสวี่ยหมิงก็ฉีกยิ้มกว้าง พร้อมยื่นกางนิ้วมือแบออกด้วยนิ้วทั้งห้า

 

                "...ขนหางของหงส์อัคคีตัวเต็มวัยห้าเส้น" แม้ข้อเรียกร้องของเสวี่ยหมิงสำหรับมี่จินติงจะรับฟังได้ แต่ขนหางของหงส์อัคคีตัวเต็มวัยนั้นถือเป็นวัตถุดิบศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่าของสำนักหงส์อัคคี การที่จะมอบให้กับบุคคลภายนอกนั้นจึงเป็นสิ่งที่เกินกว่าอำนาจของมี่จินติงจะตัดสินใจ ทำให้มันไม่อาจให้คำตอบแก่เสวี่ยหมิงได้ในทันที จึงจำต้องหันเหเรื่องราวไปยังทิศทางอื่น "ข้ามีนามว่ามี่จินติงเป็นอาจารย์ลุงของหลิงจือ ไหน ๆ ตอนนี้สหายน้อยท่านนี้กับหลิงจือก็บาดเจ็บอยู่ แถมฟ้าก็ยังไม่สาง ข้าจึงเห็นว่าควรพักเรื่องอื่นเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ข้าตัดสินใจว่าจะพาพวกเจ้าทั้งสองกลับไปพักผ่อนที่สำนักหงส์อัคคีก่อนจะดีหรือไม่"

 

                "ข้าเสวี่ยหมิง ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสมี่จินติง" เสวี่ยหมิงลุกขึ้นยืนก่อนยื่นคำนับออกไปด้วยท่าทางอ่อนล้า

 

                "สหายน้อยเสวี่ยหมิงเชิญ" เอ่ยจบมี่จินติงก็เรียกภาหนะลมปราณที่มีลักษณะเป็นใบไม้ขนาดใหญ่บรรทุกคนทั้งสามมุ่งหน้าสู่สำนักหงส์อัคคีในทันที

.

.

                สำนักหงส์อัคคี แม้ขึ้นชื่อว่าอัคคีแต่ตัวสำนักกลับไม่ได้ประดับประดาไปด้วยเพลิงไฟ รูปลักษณ์ภายนอกยังมองดูคล้ายป้อมค่ายที่ถูกสลักสร้างอิงแนบไปกับขุนเขาเบื้องหลัง แม้ยามดึกดื่นไม่อาจเห็นทุกอย่างได้ชัดแต่เสวี่ยหมิงยังรู้สึกได้ว่าทิวทัศน์ที่นี่ล้วนวิจิตรงดงามราวภาพวาดที่ตนเองเคยพบเห็นวางขายอยู่ในตลาดเมืองวิหคทอง ยามที่ใบไม้วิเศษของมี่จินติงลงจอดที่หน้าประตูทางเข้าบริเวณตีนเขา เสวี่ยหมิงก็แหงนหน้าเงยขึ้นมองไปยังเบื้องบนแต่กลับมองไม่เห็นยอดเขาซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยชั้นเมฆทะมึน แสดงให้เห็นว่าจุดสูงสุดของยอดเขาซึ่งตั้งสำนักหงส์อัคคีพิงแรนบอยู่นั้นสูงเสียดทะลุชั้นเมฑขาวขึ้นไปอีก

 

                ประตูบานใหญ่ด้านหน้าทางเข้าสำนักหงส์อัคคี ทาสีแดงเพลิงพร้อมด้วยรูปวาดพญาหงส์อัคคีสยายปีกที่แต่งแต้มด้วยสีทองวาดทับเอาไว้อย่างงดงาม เสวี่ยหมิงที่ไม่เคยเห็นศิลปะที่แปลกตาและสวยสดเช่นนี้มาก่อนล้วนชมดูสิ่งของประดับต่าง ๆ ตั้งแต่ประตูทางเข้ายันลานกว้างชั้นในด้วยความตื่นตา จนเวรยามที่เข้ากะอยู่ในเวลานี้ล้วนมองดูเสวี่ยหมิงด้วยความดูแคลนราวกับเด็กหนุ่มจากดินแดนกันดารที่สนใจทุกเรื่องราวรอบข้างยามเข้าสู่เขตพื้นที่อันเจริญด้วยศิลปะวิทยาการ ซึ่งยังถือว่าเสวี่ยหมิงนั้นโชคดีที่ในตอนนี้เป็นเวลาดึกสงัด ไม่เช่นนั้นสายตาดูแคลนคงมีมากมายกว่านี้อย่างไม่อาจเทียบ แต่ต่อให้มีสายตาดูถูกมากมายกว่าที่กล่าวเสวี่ยหมิงก็หาได้ใส่ใจเพราะเสวี่ยหมิงนั้นชาชินกับเรื่องราวเช่นนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 721 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #4560 NewGodZero (@NewGodZero) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:21
    จะได้เข้าสำนักเป็ดไฟไหมน้อ!!!
    #4560
    0
  2. #3296 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 09:52
    นางเอกขอคนที่เก่งกว่าพระเอกค่ะ ยิ่งเก่งเท่าไหร่ยิ่งดี ไม่ต้องโผล่มาบ่อยแต่มาทีคือตัวอื่นตายเกลี้ยงก็พอ เรื่องอายุไม่เกี่ยงตราบใดที่พลังสูงส่งและยังดูสาวสวยอยู่
    #3296
    0
  3. #2402 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 07:22
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #2402
    0
  4. #2399 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 16:32
    คงจะไม่ง่ายแน่ๆ
    #2399
    0
  5. วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 13:37
    นางเอกหนีไปอยู่ใหน่นะ
    #2398
    0
  6. #2397 kurozuki (@degel01) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:59
    ตอบตรวคำถามแบบไม่มีกั๊กเลยนะหมิงน้อย555
    #2397
    0
  7. #2396 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:42
    ปลอดภัยแล้วสินะ
    #2396
    0
  8. #2395 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:22
    ไปดึงเอาเองเลยได้ป่าว 5555
    #2395
    0
  9. #2394 521 (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:17

    ได้เวลาเป็นจอมโจรโขมยนก 55555555 นางเอกจะมาแล้วใช่ไหมคะ งื้อๆๆๆ

    #2394
    0