เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 905,730 Views

  • 4,508 Comments

  • 8,191 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62,850

    Overall
    905,730

ตอนที่ 167 : จิ้งเหลนลาวา 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 632 ครั้ง
    24 มิ.ย. 61

ตอนที่ 153

จิ้งเหลนลาวา 1

               

                ดึกสงัดดวงจันทร์ลอยเด่นส่องแสงนวลร่ำไรลอดผ่านเงาไม้ที่หนาขนัด เมื่อหมอกขาวยามค่ำคืนในป่าทึบเริ่มลงหนาหนักปรากฏเป็นภาพลึกลับชวนให้ผู้คนใจเต้นไหวด้วยความหวาดหวั่น แต่ลมหายใจของหลิงจือในยามนี้กลับนิ่งงัน...ปล่อยออกและรั้งเข้าแทบจะหนักเบามิแตกต่างแสดงให้เห็นว่าหากนางมิได้กำลังหลับใหลอยู่ ก็คงกำลังทำสมาธิเข้าญาณเพื่อฝึกฝนและฟื้นฟูลมปราณไปพร้อม ๆ กัน

 

                เสียงโดยรอบของสัตว์น้อยใหญ่ล้วนสงบนิ่ง ยามนี้ในป่าทึบปรากฏเพียงเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของเสวี่ยหมิงที่เดินสำรวจไปมายังต้นไม้ใหญ่ที่สลักลวดลาย สัญลักษณ์หงส์อัคคีเอาไว้ ยิ่งมองลึกเข้าไปยังรอยสลักยิ่งทำให้เสวี่ยหมิงมั่นใจว่า รอยขีดเขียนบนต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ หาใช่เพียงแค่การทำสัญลักษณ์แต่มันน่าจะเป็นอักขระข่ายอาคมเพื่อล้อมกักเจ้าจิ้งเหลนลาวาที่มีระดับลมปราณสูงให้อยู่ได้แต่ในเขตแดนที่กำหนด มิเช่นนั้นตอนนี้ทั่วทั้งป่าใหญ่คงกลายเป็นเขตแดนของมันไปจนหมดสิ้น

 

                เมื่อสำรวจและเข้าใจเรื่องราวจนพอใจแล้ว เสวี่ยหมิงก็ทะยานตัวลอยขึ้นพ้นพื้นดิน ท่าร่างเมฆาไร้ลักษณ์แม้เชื่องช้าลงจากการสูญเสียพลังลมปราณร้อนที่ช่วยขับดัน แต่พลังลมปราณเหมันต์กลับเสริมสภาพความต่อเนื่องของท่าร่าง ทำให้เสวี่ยหมิงสามารถเดินเหินบนอากาศโดยใช้แผ่นน้ำแข็งบางเบาที่ก่อขึ้นเป็นที่หยั่งเท้ายามแรงส่งทะยานของท่าร่างเมฆาไร้ลักษณ์หมดลง

 

                หลังจากที่มั่นใจว่าหากพลาดพลั้งยังสามารถหลบหนีออกไปยังเขตอาคมที่สำนักหงส์อัคคีกางกั้นเอาไว้ เสวี่ยหมิงที่เข้าสู่อาณาเขตของสัตว์อสูรจิ้งเหลนลาวาได้ระยะหนึ่ง ก็ทะยานขึ้นสูงพ้นยอดไม้ใหญ่ใช้สายตาคมกล้ากวาดสำรวจโดยรอบหมายค้นหาจิ้งเหลนลาวาตัวเต็มวัยที่แยกฝูงสักหนึ่งตัวเพื่อทดสอบระดับพลังที่เพิ่มขึ้นใหม่ของตนเอง

 

                ฟู่ ฟู่ !!!

                เสียงหมอกเย็นที่สัมผัสเข้ากับผิวหนังที่ร้อนลวกราวหินหลอมของจิ้งเหลนลาวาตัวเต็มวัย ลงเสียงดังฟู่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ก่อนที่ดวงตาแดงกล้ำของมันจะจับภาพของผู้บุกรุกอาณาเขตเอาไว้ได้

 

                กาซซซ !!!

                เสียงร้องคำรามดังก้องเพื่อขู่ขวัญ จิ้งเหลนลาวาที่ถูกเสวี่ยหมิงหมายตาตัวนี้มีระดับพลังอยู่ที่สุดปลายของลมปราณแรกธรรมชาติเท่านั้น

 

                เสวี่ยหมิงไม่ต้องการให้เสียงร้องของจิ้งเหลนลาวาตัวนี้ดังจนเรียกพวกพ้องจำนวนมากของมันมารวมกัน จึงทะยานจรงเข้าใส่ในทันที

 

                ...หมัดลมปราณเหมันต์ แม้ระดับลมปราณจะสูงส่งแถมยังมีเส้นชีพจรเหมันต์ แต่ทักษะต่อสู้ของเสวี่ยหมิงก็ยังคงเกิดขึ้นจากจิตนาการความคิดของตนเองดุจเดิม ทำให้ท่าหมัดลมปราณที่ยิ่งใช้ยิ่งคุ้นชินเป็นกระบวนท่าแรกที่เสวี่ยหมิงมักจะเลือกใช้เป็นคำรบแรกเพื่อหยั่งเชิง

 

                เมื่อพลังลมปราณที่ขับเคลื่อนแตกต่างพลังของท่วงท่าเดียวกันก็แปลกตาออกไป จากหมัดที่ร้อนลวกเจิดจ้าด้วยเพลิงไฟ กลับกลายเป็นหมัดโปร่งใสไร้สภาพที่แฝงพลังในการสะกดข่มท่าร่างของคู่ต่อสู้แทนที่

 

                หมัดลมปราณไอเย็นที่พวยพุ่งตรงออกปรากฏเส้นสายควันฟุ้งขาวตามหลังเป็นทางยาว แต่อีกเพียงครู่กลุ่มควันก็ควบแน่นตกลงมากลายเป็นน้ำค้างแข็งเกาะอยู่บนยอดหญ้าจนปกคลุมพื้นดินเป็นสีขาวขุ่นตามเส้นทางโจมตีของเสวี่ยหมิง

 

                ...หนึ่งหมัดชะลอท่าร่าง

                ...สองหมัดสะกดการเคลื่อนไหว

                ...สามหมัดดับไฟร้อนแรง

                ...สี่หมัดไม่อาจต้านทาน

                ...ห้าหมัดแช่แข็งนิ่งค้าง

 

                ลมปราณเหมันต์ที่หนาแน่นมหาศาลของเสวี่ยหมิงในยามนี้ เพียงแค่ห้าหมัดก็สยบจิ้งเหลนลาวาที่สุดร้อนแรงให้กลายสภาพเป็นประติมากรรมน้ำแข็งภายในเวลาไม่กี่ลมหายใจ หากยามนี้หลิงจือได้ชมดูอยู่ที่ด้านข้างคงจะต้องขยี้ตาอ้าปากค้างอย่างแน่นอน

 

                แต่เสวี่ยหมิงไม่ได้ต้องการสังหารจิ้งเหลนลาวาตัวนี้ในทันที จึงได้ยืนรั้งรออยู่อีกครู่หนึ่งจนกระทั่งลาวาร้อนลวกที่หลังของมันละลายน้ำแข็งพันธนาการของเสวี่ยหมิงจนระเหยหลายเป็นไปขาวและขยับเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

 

                ...ลมปราณเหมันต์แม้พลังทำลายไม่รุนแรงเท่าลมปราณเพลิงวิเศษ แต่ผลในการควบคุมและยับยั้งคู่ต่อสู้ยังร้ายกาจและน่ากลัวกว่าลมปราณเพลิงไฟหลายเท่าตัวนัก

 

                จิ้งเหลนลาวาที่หลุดรอดจากพันธนาการน้ำแข็งจ้องมองเสวี่ยหมิงด้วยความโกรธแค้น มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดเมื่อเสวี่ยหมิงสะกดมันจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้แล้วจึงไม่ลงมือจู่โจมซ้ำเติม ในสมองของจิ้งเหลนลาวามีแต่เพียงคำว่าศัตรูและต้องสังหาร แต่เพียงปะทะกันในครั้งแรกก็ปรากฏผลความเหลื่อมล้ำของฝีมือ ทำให้จิ้งเหลนลาวาเลือกที่จะใช้ตัวช่วย

 

                วีดดดด !!!!

                เสียงหวีดแหลมดังยาวสั้นสลับไปมา เป็นการส่งสัญญาณแจ้งว่ามีผู้บุกรุกพร้อมขอความช่วยเหลือที่จิ้งเหลนลาวาใช้ในการรักษาอาณาเขตของมันมาช้านาน

 

                เสวี่ยหมิงแม้ได้ยินเสียงสัญญาณแต่ยังคงทำใจให้สงบนิ่ง ปล่อยตัวตามธรรมชาติสงบจิตใจให้ผ่อนคลายก่อนจะหลับตาลงพร้อมตัดสินใจบางสิ่ง

 

                ...จะช้าเร็วเราก็คงต้องทดสอบใช้มันอีกครั้ง ไหน ๆ ก็มีโอกาสทดลองแล้วก็เอามันวันนี้นี่ละ

 

                เสวี่ยหมิงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมตาซ้ายที่ส่องแสงประกายเจิดจ้าสีแดงฉานด้วยความลิงโลด

 

                ...เยี่ยมไม่มีอะไรผิดปกติ

                เหตุผลที่เสวี่ยหมิงลังเลก็เพราะครั้งสุดท้ายที่ดวงตาเกิดคลุ้มคลั่งจนใช้ทักษะสูบกลืนวิญญาณของเสวี่ยหมิงเพื่อเติมเต็มความกระหายในส่วนลึกของจิตใจ จนเกือบจะสังหารเสวี่ยหมิงไปพร้อม ๆ กับพลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ทำให้หลังจากที่ฟื้นตื่นขึ้นมาเสวี่ยหมิงไม่กล้าที่จะเปิดใช้งานดวงตาเทพมารบรรพกาลอีกเพราะเกรงว่าจะควบคุมไม่ได้

 

                หลังจากการเปิดใช้ดวงตาเทพมารบรรพกาลในครั้งนี้ สติ ความคิด การตอบสนองทุกสิ่งล้วนพุ่งสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งล้วนเป็นไปตามระดับพลังลมปราณใหม่ของเสวี่ยหมิง

 

                ...เมื่อไม่มีปัญหาก็ถึงเวลาทดลองใช้พลังใหม่กันดูบ้างแล้ว

 

                ...เขตแดนทมิฬ พลังดำมืดแผ่ออกจากร่างของเสวี่ยหมิงกินรัศมีวงกลมขยายออกไปราวยี่สิบวา แม้ตอนนี้เสวี่ยหมิงจะเคยชินกับพลังความเย็นของธาตุน้ำจากลมปราณเหมันต์ แต่เมื่อพลังของเขตแดนปรากฏเสวี่ยหมิงยังรู้สึกถึงความหนาวสั่นและเสียวสันหลังตนเองราวกับว่าความเย็นเยียบของพลังหยินจากทักษะของดวงตาเทพมารบรรพกาล นั้นยังสูงส่งกว่าลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่สี่อยู่อีกชั้นหนึ่ง

 

                ตอนนี้ปรากฏจิ้งเหลนลาวารวมกลุ่มกันได้เกินกว่าสิบตัวแล้ว เจ้าจิ้งเหลนลาวาตัวที่ปะทะกับเสวี่ยหมิงในคราแรกก็ส่งสัญญาณบุกจู่โจม ทำให้จิ้งเหลนลาวาทั้งหมดต่างพุ่งตรงเข้าหาเสวี่ยหมิงพร้อม ๆ กันในทุกทิศทาง

 

                ...จิตมรณะทันทีที่ใช้ทักษะจิตมรณะรังสีประหลาดก็แผ่ออกจากร่างของเสวี่ยหมิงดุจเดียวกับทักษะเขตแดนทมิฬ แต่ดูเหมือนว่าทักษะชนิดนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิ้งเหลนลาวาแม้แต่น้อย เพราะพวกมันยังคงพุ่งตรงเข้าใส่เสวี่ยหมิงด้วยความเร็วดุจเดิม

 

                แม้ทักษะที่ใช้ออกจะไม่ส่งผล แต่เสวี่ยหมิงที่ระดับความคิดว่องไวขึ้น จึงมิได้เกิดการชะงักงันแม้แต่น้อย ทะยานร่างหมุนควงขึ้นด้วยทักษะเมฆาไร้ลักษณ์พร้อมแผ่พุ่งลมปราณเหมันต์ตามติดลงไปยังเบื้องล่างจนก่อเกิดเป็นเส้นเสาน้ำแข็งหมุนวนติดตามตัว ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าราวกับมังกรน้ำแข็งที่หมายมุ่งทะยานฟ้าหาญท้าทายสวรรค์เบื้องบน

 

                แม้ท่าร่างยังคงเหลือแรงขับดัน แต่เสวี่ยหมิงหาได้ต้องการขึ้นไปยังจุดสูงสุด ทำให้เมื่อขึ้นสูงจนได้ระยะที่พอใจสองเท้าที่เบาบางก็กลับกลายเป็นหนาหนักด้วยแรงกระทืบกดของพลังทางกายภาพที่เกิดจากเคล็ดบ่มเพาะกายาแห่งพระเจ้าที่ขาดเพียงแค่ขนหางของหงส์อัคคีตัวเต็มวัยเท่านั้น เสวี่ยหมิงก็จะบรรลุสู่ขอบขั้นที่สองอย่างสมบูรณ์

 

                บรึ้ม !!!

                แรงปะทะเกินกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นจิน ทำลายเสาน้ำแข็งที่สร้างขึ้นให้แตกกระจายออก พร้อมด้วยลมปราณไอเย็นที่แผ่ปกคลุมจากลมปราณเหมันต์ที่แทรกแฝงอยู่ จนทั้งบริเวณเย็นเยียบจนสุดระงับ ซึ่งการเตรียมการที่เกิดขึ้นล้วนเป็นการเลียนแบบความคิดที่ฝังอยู่ในสมองของเสวี่ยหมิงยามเมื่อครั้งที่ปะทะกับฉีปิง...ยามที่ถูกพายุน้ำแข็งหมุนวนกดดัน แต่เพราะเสวี่ยหมิงไม่มีทักษะยุทธ์ที่จะสร้างสภาวะเช่นนั้นได้ จึงใช้ความคิดอันเฉียบไวจงใจสร้างทุ่งน้ำแข็ง โดยการล่อลวงศัตรูเข้าสู่ศูนย์กลาง ก่อนจะระเบิดทำลายลมปราณเหมันต์ที่แฝงแทรกอยู่ให้กระจายออกไปปกคลุมจนทั่วบริเวณ หมายสร้างอาณาเขตเหมันต์ต่อต้านศัตรูหมู่มาก

 

                ท่าเท้าที่กระแทกลงไปไม่เพียงทำลายเสาน้ำแข็งจนฟุ้งกระจาย แต่ยังฉุดดึงร่างของเสวี่ยหมิงให้ตกลงกระทืบพื้นดัง...ตึง! แต่เสวี่ยหมิงมิได้เสียการทรงตัวเมื่อสองเท้าเหยี่ยบพื้นมั่น สายตาพลันสำรวจรอบด้วยความพึงพอใจเพราะท่าร่างของศัตรูที่กรูกันเข้ามานับสิบพลันเชื่องช้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่นั่นเป็นเพียงแผนการรับมือกับการถูกศัตรูจำนวนมากรุมล้อมเบื้องต้นเท่านั้น เพราะการต่อสู้เป็นตายหาใช่การนับคะแนนท่าทางที่เกิดขึ้น  หรือเพียงปัดคู่แข่งที่หมดสภาพต่อสู้ออกจากเวที แต่คือการสังหาร หรือไม่ก็บ่ายหน้าหลบหนีไปเท่านั้นจึงจะถือว่าการปะทะนั้นได้ยุติลงโดยสมบูรณ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 632 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #2384 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 07:17
    พลังใหม่แจ่มมากเลย
    #2384
    0
  2. #2377 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 10:51

    ทดลองพลังใหม่ไฉไลกว่าเดิม

    #2377
    1
    • #2377-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 167)
      25 มิถุนายน 2561 / 08:05
      สปอย ๆ พลังของดวงตามันมีธาตุพิเศษสังกัด เสวี่ยหมิง...ใช้ไปก็มะมีประโยชน์(แต่เดี๋ยวจะมีจังหวะให้ใช้อยู่ แต่อีกนานพอควร)
      #2377-1
  3. #2376 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 09:31
    ขอบคุณครับ
    #2376
    0
  4. #2375 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 07:30
    ขอบคุณครับ
    #2375
    0