[Fic Haikyuu] Memory | Oikawa x oc

ตอนที่ 1 : Memory | Intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    12 ก.ย. 63

 

 

Intro

 

 

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าถ้าคนที่มอบความทรงจำอันแสนวิเศษณ์แก่เรากลายเป็นเพียงความทรงจำเสียเอง แต่ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจุดสิ้นสุด ทว่าความทรงจำจะคงอยู่ไปตลอดกาล

 

 

ในวันที่อากาศหนาวเขาว่ากันว่าถ้ามีความทรงจำอันแสนอบอุ่นเราจะไม่หนาว แต่ฉันก็ยังคงหนาวบางทีสำหรับฉันความทรงจำแบบนั้นคงจะไม่มี หรืออาจจะนานไปจนไม่เหลือความอุ่นเหล่านั้นแล้ว

 

แต่ว่ากันตามตรงฉันก็ยังจำทุกอย่างได้อยู่ดี

 

เสียงหัวเราะ ขนมปังนมสด ผมสีช็อกโกแล็ตกับดวงตาสีช็อกโกแล็ต

 

“โมโมกะ!” เสียงเรียกของเพื่อนทำให้ฉันหลุดจากความคิดไร้สาระก่อนจะหันกลับไปมองที่ทางเข้าคาเฟ่ “รอนานมั้ย”

 

“ไม่หรอกฉันเองก็เพิ่งมาถึง” ตอบพลางยกมือเรียกน้องพนักงานคาเฟ่มารับออเดอร์ เธอดูเงอะๆงะๆเล็กน้อยอาจจะเพิ่งมาทำงานได้วันแรก “เอสเพรสโซ่ร้อนแก้วหนึ่งค่ะ”

 

“ส่วนของฉันเอานมร้อนค่ะ” 

 

เธอจดเมนูหยุกหยิกใส่กระดาษในมือก่อนจะก้มหัวให้เราสองคน ไม่ลืมที่จะบอกให้รอสักครู่เสริมด้วยว่าเป็นไปได้ที่จะนานถึงสิบห้านาที แต่ฉันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรตอนนี้ก็ว่าง อีกอย่างลูกค้าเยอะก็ต้องใช้เวลาเป็นธรรมดา

 

วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวอาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงสิ้นปีทำให้คนเลือกเข้ามาสังสรรค์กันในคาเฟ่มากกว่าไปเดินท้าลมข้างนอก

 

“ฉันเหมือนจะจำได้ว่าตอนมัธยมปลายโมโมกะชอบช็อกโกแล็ตมากเลยนี่นา เลิกกินไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ” โนโซมิถามขึ้น เหมือนจะตะขิดตะขวงใจที่ฉันเลือกเครื่องดื่มขมๆอย่างเอสเพรสโซ่แทนจะเป็นช็อกโกแล็ตร้อน

 

“ก็สักพักแล้ว อีกอย่างมันก็ผ่านมาจะเป็นสิบปีแล้วด้วยก็ต้องมีเบื่อบ้างสิ”

 

“จริงด้วย” เธอพูดเหมือนเพิ่งนึกออก อันที่จริงฉันก็รู้สึกเหมือนเพิ่งจบมัธยมปลายไปเมื่อวานนี้เองเวลาผ่านไปไวเหมือนเรื่องโกหกเลยแหะ

 

“ช่วงนี้ได้ติดต่อกับมาอิบ้างมั้ย”

 

“อื้ม เมื่อวันก่อนเธอเพิ่งจะส่งการ์ดแต่งงานมาให้ อิจฉาเป็นบ้า ถึงว่าล่ะนัดเจอตัวยากจริงๆ ที่แท้ก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอยู่” ยัยเพื่อนตัวดีว่าพลางเคาะมือลงบนโต๊ะ ท่าทางอิจฉาจริงๆอย่างที่หล่อนพูดจนฉันอดที่จะหลุดยิ้มมุมปากออกมาไม่ได้

 

“ทำเป็นพูดไปเธอก็แต่งงานซะสิ”

 

“ก็อยากอยู่หรอกแต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นซะหน่อย ยูโตะบอกว่าเค้าอยากให้หน้าที่การงานมั่นคงมากกว่านี้ซะก่อน” โนโซมิอมลมไว้ที่แก้มทั้งสองข้างจนมันพองขึ้นมาดูก็รู้ว่าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่

 

ยูโตะที่เธอพูดถึงไม่ใช่ใครอื่นไกลหรอก ก็เพื่อนห้องเดียวกันตอนมัธยมปลายเนี่ยแหละอยู่ๆทั้งสองคนก็ไปสปาร์คกันตอนมหาลัยแล้วก็คบกันงงๆจนตอนนี้นานกว่าห้าปีแล้วด้วยซ้ำ คนที่ควรอิจฉาควรเป็นฉันมากกว่ารึเปล่านะ ให้ตายสิ

 

“แล้วโมโมกะยังไม่มีแฟนอีกหรอ อายุเราก็ปาไป27แล้วนะอีกไม่กี่ปีก็จะ30แล้ว”

 

“ไม่เอาหรอก ฉันยุ่งกับงานมากคงไม่มีเวลาสำหรับเรื่องพวกนั้น” โนโซมิเงียบไป เธอดูเหมือนกำลังตัดสินใจอย่างหนักว่าควรพูดหรือไม่ควรพูด

 

“ตอนนั้น.. ทำไมถึงเลิกกับโออิคาวะซังล่ะ พวกเธอก็ดูรักกันดีนี่”

 

“เรื่องมันผ่านไปนานแล้วนะ” เลือกที่จะตัดบทไปดื้อๆทั้งอย่างนั้น ฝ่ายตรงข้ามเหมือนจะไม่ยอมแต่ก็โดนขัดจังหวะจากพนักงานที่มาเสิร์ฟเครื่องดื่ม

 

“นมร้อนกับเอสเพรสโซ่ร้อนค่ะ ของที่สั่งได้ครบนะคะ”

 

ฉันยิ้มให้ก่อนจะตอบ “ค่ะ”

 

เธอพยักหน้ารับทั้งรอยยิ้ม หมุนตัว แล้วก็เดินจากไป ฉันยกเอสเพรสโซ่ขึ้น กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมามากทีเดียว ในวันที่อากาศหนาวๆได้ดื่มกาแฟสักแก้วก็ไม่เลวเท่าไหร่

 

“นี่ไม่ต้องมาแกล้งเงียบเลยนะ”

 

“เปล่าสักหน่อย” 

 

“ที่เธอยังไม่มีใครสักทีเพราะยังไม่ลืมเขาใช่มั้ย” มือที่กำลังยกกาแฟขึ้นดื่มชะงักไป คำพูดของโนโซมิจี้ใจดำจนฉันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนถูกเยอะเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

“สามทุ่มแล้ว ฉันว่าเราควรกลับบ้านได้แล้วล่ะ” แววตาของคนตรงหน้าดูกระตือรือร้นขึ้นมา ฉันคงจะกลับบ้านอย่างที่เธอว่า แต่เจ้าตัวคงจะไปต่อที่ไหนสักที่กับแฟนแน่ๆ

 

แต่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไร

 

เราไปจ่ายเงินกันที่เคาท์เตอร์ แยกกันตรงหน้าร้าน ฉันไปสถานีส่วนโนโซมิแฟนมารับ 

 

อากาศตอนกลางคืนหนาวมากกว่าตอนกลางวัน ร่างกายฉันมันเย็นจนรู้สึกได้ เสื้อโค้ทที่ใส่อยู่เหมือนไม่ได้ช่วยอะไรเลย พยายามซุกมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแต่แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี

 

เดินไปเรื่อยๆจนถึงสถานีรถไฟฟ้า ฉันล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายหยิบแอร์พอดมาสวมและเปิดเพลง Youth จาก spotify ความเป็นส่วนตัวและเสียงเพลงเป็นสองสิ่งที่ฉันโหยหามากที่สุดในตอนนี้

 

“เขากลับมาญี่ปุ่นแล้วล่ะ!” เสียงใสๆของเด็กผู้หญิงวัยเรียนข้างๆดังขึ้นมาแม้แต่หูฟังยังไม่อาจลดความดังของสียงเธอได้เลย ฉันตั้งใจว่าจะเพิ่มเสียงแต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วจะไม่ได้ยิน

 

“ใครอ่ะ”  

 

แต่เหมือนฉันดันมาได้ยินเรื่องที่ไม่ควรมาได้ยินซะแล้ว

 

“โออิคาวะซังไง!! เห็นว่าจะอยู่สองอาทิตย์เลยนะ ไม่รู้จักหรอโปรวอลเล่ย์อ่ะดังออก” 

 

เพียงแค่ได้ยินชื่อของเขาใจฉันที่คิดว่าปิดตายไปแล้วกลับกระตุกไปวูบหนึ่ง 

 

‘ทำไมถึงเลิกกับโออิคาวะซังล่ะ’

 

คำถามจี้ใจดำของโนโซมิที่ฉันไม่ได้ตอบดังขึ้นมาในหัวอีกรอบอย่างกับว่าเจ้าหล่อนยังพูดอยู่ข้างๆ

 

นั่นสิ.. ตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่นะ

 

หรือบางที

 

อาจจะเพราะยังเด็กเกินไปก็เท่านั้น

 

ยืนรอไม่นานรถไฟฟ้าก็มา นั่งอยู่บนนั้นสักพักใหญ่ๆเพราะบ้านฉันอยู่เลยสถานีนี้ออกไปค่อนข้างไกล เบนสายตาออกไปทางหน้าต่างรถไฟฟ้าเห็นแสงไฟสลัวๆจากอาคารบ้านเรือนที่แทบจะเป็นเส้นตรงเนื่องจากความเร็วของรถ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้วคนบางตาลงไปเยอะมากจากชั่วโมงเร่งด่วน ฉันไม่ค่อยชินเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยเดินทางเวลานี้

 

 

 

‘จับมือพี่โทรุไว้นะคะเดี๋ยวไหลไปกับคน’

 

‘โมโตแล้วนะคะไม่โดนดันไปหรอก---อ๊ะ’

 

‘ดื้อจัง ตัวเล็กก็แค่นี้ถ้าหายไปจะหาเจอยังไงหือ’

 

‘เวอร์หน่า พี่พูดเหมือนโมตัวเท่าลูกหมาไปได้’

 

‘พี่ก็เพิ่งรู้ว่ามีแฟนเป็นลูกหมา’

 

ผมสีช็อกโกแล็ต ดวงตาสีช็อกโกแล็ต ระยะห่างของส่วนสูงที่ทำให้ใจสั่น ขนาดมือที่กอบกุมมือฉันได้ทั้งใบ ขนาดร่างกายที่โอบล้อมฉันได้อย่างปลอดภัย

 

‘คนบ้า’

 

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ฉันกำโทรศัพท์ตัวเองไว้แน่น นิ้วกดเปิดกล่องข้อความอย่างเผลอไผล กว่าจะรู้ตัวก็เลื่อนมาหยุดที่ข้อความที่เขาเคยส่งมาเสียแล้ว

 

‘How's life?’

 

มันผ่านมาสามปีแล้วนะ แต่ฉันก็ยังหาคำตอบดีๆมาตอบเขาไม่ได้เลย

 

สบายดีหรอ...

 

ไม่เลย

 

เราเคยทะเลาะกันด้วยเรื่องโง่ๆบนรถไฟฟ้า ไม่พูดกันตลอดทางแต่พี่ก็ยังไปส่งโมถึงบ้านอยู่ดี ความเงียบ ณ ตอนนั้นดีกว่าตอนที่เลิกกันเป็นไหนๆเลยนะ

 

ต่างหูที่พี่โทรุซื้อให้โมก็ยังเก็บไว้อยู่ เราคุยกันว่าจะใส่คู่กัน ทั้งๆที่มันไม่มีวันนั้นอีกแล้วแต่โมก็ยังทิ้งไม่ลง ตลกชะมัดเลยเนอะ

 

ผ้าพันคอที่โมตั้งใจถักให้พี่โทรุตอนนี้มันเสร็จแล้วนะใช้เวลาหลายปีทีเดียว แต่ตอนนี้คงไม่มีโอกาสให้แล้วล่ะไม่ว่าจะในสถานะไหนก็ตาม หวังว่าสักวันหนึ่งพี่จะได้ผ้าพันคอผืนใหม่ที่อุ่นกว่าของโม

 

ครึ่กๆๆ

 

รถไฟฟ้าจอดเทียบชานชาลา ฉันเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าสะพายทั้งๆที่ยังไม่ได้ตอบข้อความเหมือนอย่างเคย เดินออกมาสัมผัสความหนาวเย็นจากหน้าสถานีก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้านของตัวเอง

 

ระยะทางจากสถานีกลับบ้านยังคงเท่าเดิม แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนมันไกลออกไป ไกลกว่าที่เคยรู้สึก สายลมพัดผ่านร่างกายจนหนาวสั่น ขาแข็งจนก้าวแทบไม่ออก แต่ความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่แน่ใจเลยว่าเป็นเพราะลมหนาว..

 

..หรือเพราะว่าเขา

 

“กลับบ้านดึกเหมือนกันแหะ”

 

ผมสีช็อกโกแล็ต ตาสีช็อกโกแล็ต สองเท้าฉันหยุดลงบนสะพานข้ามแม่น้ำฮิโรเสะตรงข้ามกับคนคุ้นเคยที่ตอนนี้มีสถานะเป็นเพียงคนรู้จัก จ้องมองหน้าเขาผ่านแสงไฟสลัวๆประดับทางเดิน

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะ”

 

น้ำเสียงขี้เล่นที่ไม่ได้ยินมานานทำใจฉันเต้นตึกตักแต่มันก็ยังคงปวดหนึบ สมองฉันเบลอไม่รู้ควรจะรับมือกับอารมณ์ตัวเองอย่างไร เขายิ้มให้และฉันก็คิดว่าฉันคงจะทำแบบนั้นไม่ได้

 

“..พี่โทรุ” 

 

ความรู้สึกที่คิดว่าลืมไปแล้วกลับตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะฝืนยิ้มทักทายแต่สุดท้ายฉันก็ทำไม่ได้อยู่ดี

 

เพียงสบตาชั่ววินาทีภาพความทรงจำครั้งเก่าย้อนกลับมาเหมือนเรื่องเพิ่งจบไปเมื่อวาน ณ ขณะนั้นฉันถึงได้รู้

 

“โมโมะจัง”

 

ว่าโมไม่เคยลืมพี่โทรุได้เลย

 

 

#Talk with Writer

ปกติไม่ค่อยขียน Intro ฟิคเลยค่ะแต่สำหรับเรื่องนี้ไม่เขียนคงจะเริ่มเรื่องไม่ถูกเลย〒▽〒 แต่ Intro ก็เขียนย้ากยากแง เราว่าเพลงที่เหมาะกับตอนนี้ที่สุดก็ต้อง Ending Scene ของไอยูเลยค่ะเปียกปอนมากๆ

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ ดีใจมากๆเลยค่ะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ !

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #11 thx.5sb19 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:31
    เปียกปอนมากเตง
    #11
    0
  2. #9 pkpk30 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 22:29
    ร้องไห้เลยฮือ รอติดตามนะคะ
    #9
    0
  3. #8 Venus's Kim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 19:18
    น้ำตานองเลยค่ะ ติดตามนะคะ💗
    #8
    0
  4. #7 Ssoraly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 09:42

    อมก.อ่านจบน้อนน้ำตาปริ่มแล้วแง แต่พอฟังเพลงพี่ลี่แล้วน้ำตาไหลเลบอะอุแว

    #7
    0
  5. #6 jutamams (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 15:41
    อ่านแล้วรู้สึกเจ็บแทนน้องโมโมกะจัง // เป็นกำลังใจให้นะคะ (ปล.ภาษาดีนะคะสู้ๆนะคะ)
    #6
    0
  6. #5 snow_fairy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 13:50
    พี่โอยยยยย เอาละ พวกเธอต้องกลับมารีเทิร์นกันเดี๋ยวเน้!!! // เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #5
    0
  7. #4 Sora_U (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 12:22

    รอตอนต่อไปค่ะะ

    #4
    0