[KHR | Reborn] be wife of lightening

ตอนที่ 3 : Lesson 2 : สามีคือแมรี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

 

บทที่2

 

หนึ่งเดือนผ่านไป

 

เวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วจากวสันตฤดูก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นคิมหันตฤดู หนึ่งเดือนที่ว่าเป็นหนึ่งเดือนที่แมรี่ได้ย้อนมาอยู่เมื่อ400ปีแถมยังเป็นหนึ่งเดือนที่ต้องผันตัวจากนักศึกษามาเป็นภรรยาท่านเจ้าเมือง

 

“กรี๊ดดดด”

 

“วิตถาร!”

 

“กรี๊ดดดออกไปบัดเดี๋ยวนี้!”

 

เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกทำให้ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้านทั้งๆที่มันก็ใกล้จะค่ำแล้วต้องจำใจลุกขึ้นมาดูว่ามีเหตุอันใดเกิดขึ้น ขาของเธอค่อยๆก้าวออกจากห้องไปบริเวณท่าน้ำที่เป็นจุดเกิดเสียงก่อนจะพบกับพวกสาวใช้ห้าหกคนโดยประมาณกรีดร้องปิดหน้าปิดตาถอยห่างออกมาจากท่าน้ำเรื่อยๆ

 

นั่นทำให้แมรี่เกิดความรู้สึกฉงนไม่ใช่น้อยเธอจึงเดินเข้าไปใกล้กับบริเวณท่าน้ำมากยิ่งขึ้นก่อนจะพบกับชายวัยกลางคนที่เปลือยทั้งร่างแถมยังถือท่อนไม้ฟาดไปมาสะเปะสะปะเสียด้วย อีกทั้งสายตายังหื่นกระหายมองพวกสาวใช้ไม่วางตา กึ่งกลางร่างกายก็ยังลุกชันคงไม่ต้องถามแล้วล่ะมั้งว่าคิดอะไรอยู่

 

คนเมา?

 

คนบ้า?

 

คนเร่ร่อน?

 

“ท่านหญิงแมรี่อย่าเพิ่งเข้ามานะคะ” คนที่ได้ศักดิ์มาใหม่ว่าท่านหญิงไม่ฟังเสียงทัดทานของสาวใช้แม้แต่น้อยเดินจ้ำอ้าวเข้าไปกั้นตรงกลางระหว่างสาวใช้กับชายวิตถาร

 

“ออกไปซะตอนที่ยังไล่ดีๆ” เธอเอ่ยปากไล่ชายตรงหน้าให้ออกไปจากตรงนี้ แต่ชายวิตถารยังมีอาการฟึดฟัดใส่อีกจนน่าเสียวว่าจะโดนท่อนไม้ฟาดใส่

 

“ทะ..ท่านหญิงรอท่านเจ้าเมืองกลับมาก่อนดีหรือไม่คะอีกไม่นานก็คงจะกลับแล้ว” สาวใช้เห็นท่าไม่ดีก็รีบกล่อมให้แมรี่ถอยออกมาจากที่ตรงนี้ ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจในตัวท่านหญิงเลยก็ตามว่าทนมองชายวิตถารแก้ผ้าล่อนจ้อนอย่างนั้นได้เช่นไร

 

“พวกเจ้ากำลังโดนแทะโลมอย่างนั้นจะให้ข้าทนอยู่เฉยได้ไง ข้าไม่เป็นอะไรอยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอกนะ”

 

คำพูดที่มันโคตรจะพระเอกนี่ออกมาจากเลดี้ตรงหน้าจริงรึเปล่าคะ!!

 

สาวใช้ที่ปิดหน้าปิดตาเพราะรู้สึกอุจาดตาชายวิตถารก่อนหน้า กลับหน้าแดงขึ้นสีเสียอาการขึ้นมาอย่างนั้นจากคำพูดที่ออกมาจากท่านหญิงแมรี่ภริยาของท่านเจ้าเมือง ใจเต้นตึกตักโครมครามขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแมรี่เป็นลูกครึ่งไทย-อิตาเลี่ยนหน้าเธอจึงมีความคมคายแบบชาวไทยและสวยละมุนในคราเดียวกันอีกทั้งยังได้ยีนส์สูงมาจากพ่อที่เป็นชาวอิตาเลี่ยนทำให้เธอนั้นทั้งดูหล่อและสวย

 

แมรี่ลั่นกระดูกที่มือเสียงดังกร๊อบแกร๊บก่อนจะหันคอตัวเองไปมาเพื่อยืดเส้นยืดสายเตรียมตัวรับมือกับคนตรงหน้า แต่ชายวิตถารผู้นั้นก็ไม่ได้เว้นช่วงไว้ให้เตรียมตัวนานพุ่งตัวทั้งตัวเข้ามาหมายจะโจมตีทันที

 

แต่พลาดแล้วล่ะค่ะพี่ชาย เธอเป็นถึงนักกีฬาเทควันโด แถมตอนเข้ามหาวิทยาลัยก็ใช้โควตาของนักกีฬาอีกด้วยแค่จัดการเจ้าคนกิ๊กก๊อกหื่นกามตรงหน้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

 

หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาท่านเจ้าเมืองถกกระโปรงตัวเองขึ้นมาเหนือเข่าอย่างน่าหวาดเสียวก่อนจะใช้ขาซ้ายเตะแขนขวาของชายตรงหน้าจนท่อนไม้หลุดจากมือ แค่ปลดอาวุธได้เท่านั้นทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น แมรี่สปินแบ็คยกขาขวาฟาดหัวคนตรงหน้าจนสลบไป

 

ทำไมท่านหญิงถึงได้เท่เช่นนี้!

 

 

 

 

 

 

แรมโพที่ลงจากรถม้ามาได้สักพักแล้วมองเห็นภาพตรงหน้าตั้งแต่เริ่มแต่ก็ไม่ได้เข้าไปช่วยเพราะเขาเองก็รับรู้ดีว่าภรรยาของเขาดูแลตัวเองได้แต่คนที่ตกใจไม่น้อยคงไม่พ้นนัคเคิลที่ลงจากรถม้ามาพร้อมกันเพราะมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันต่อที่ปราสาท

 

“นั่นเมียเจ้าไม่ใช่รึ” นั่นคือคำพูดแรกจากนัคเคิลหลังจากเรื่องราวสุดระทึกขวัญตรงหน้าจบลง

 

จะไม่ให้ระทึกขวัญได้อย่างไรก็ภรรยาของเขาเหมือนจะลืมว่าตัวเธอเองใส่กระโปรงอยู่เล่นถกขึ้นมาซะขนาดนั้นแถมยังยกขาขึ้นเตะสูงเกือบจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน!

 

“อืม ความจำเสื่อมรึ จำไบเบิลได้เป็นเล่มแต่กลับจำหน้าเมียข้าไม่ได้”

 

“เลดี้ผู้นั้นดูไม่เหมาะสมกับเจ้าเลยแม้แต่น้อยคนที่แข็งแกร่งใยจะต้องมาแต่งงานกับคนเหยาะแหยะเช่นเจ้า” หัวคิ้วแรมโพกระตุกไม่ใช่น้อย จะชมเลดี้ผู้นั้นไม่เห็นจะต้องลากเขาไปด่าด้วย

 

“เพราะพวกเจ้าไม่เลิกมองข้าเป็นเด็กเสียทีข้าเลิกเหยาะแหยะมานานแล้ว” พูดจบก็ตั้งท่าจะเดินเข้าปราสาทถ้าไม่ใช่ถูกคนข้างตัวลากไว้อีกรอบก่อนจะส่งคำถามแปลกๆออกมา

 

“เจ้ารับสาวใช้มาเป็นอนุรึ”

 

“ข้าเปล่า แค่ทำงานข้าก็ยุ่งจนไม่มีเวลา”

 

“ข้าไม่ได้หมายถึงอนุของเจ้า หมายถึงอนุของเมียเจ้า” คำพูดสุดแสนจะแปลกประหลาดทำให้เจ้าของปราสาทต้องหันหน้ากลับไปมองทางท่าน้ำใหม่อีกรอบ แต่ภาพที่เห็นไม่ได้ทำให้เขาตกใจเสียเท่าไหร่

 

ที่ไม่ตกใจไม่ใช่เพราะว่ามันปกติ แต่ไม่ตกใจเพราะว่าเห็นจนชินแล้วต่างหาก!

 

สาวใช้ห้าหกคนรุมเข้ามากอดตัวแมรี่ไว้ และตัวเธอเองก็กอดตอบด้วยเช่นกันแถมยังลูบหัวปลอบประโลมคอยเช็ดน้ำตาให้หายกลัว อีกทั้งสาวใช้แต่ละคนยังอ้อนออเซาะให้แมรี่ลูบหัวให้ตัวเองมากกว่านั้น

 

สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ามันน่าตกใจน้อยกว่าที่เคยเจอมาทั้งเดือนอีก แต่เล่าไปก็อาจจะยาวเอาเป็นว่าเลดี้ผู้นั้นทำตัวไม่เหมือนเลดี้เลยแม้แต่น้อยนิด

 

“ถ้านี่เป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าให้ชีวิตเจ้าวุ่นวายเช่นนี้ก็คงจะขัดไม่ได้” แรมโพเลิกสนใจนัคเคิลแล้วก็ส่ายหัวเข้าปราสาท ตามมาด้วยผู้ที่ยามนี้ผันตัวมาเป็นบาทหลวง

 

“เทอาเตรียมน้ำชาให้แขกด้วย”

 

“ค่ะท่านเจ้าเมือง”

 

ทั้งปราสาทหลังนี้ถ้าไม่นับตัวเขาก็คงจะมีเพียงเทอาอีกหนึ่งคนเท่านั้นที่ไม่ได้หลงเสน่ห์แม่ผู้หญิงคนนั้นจนหัวปักหัวปรำเหมือนสาวใช้คนอื่น

 

ชายหนุ่มผมสีมรกตทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาที่ห้องรับแขกไหลตัวลงไปเรื่อยๆจนเกือบจะอยู่ในท่านอน ฝั่งตรงข้ามของเขาก็ไม่พ้นนัคเคิลที่ทรุดตัวลงนั่งด้วยเช่นกัน บรรยากาศดูซีเรียสไม่น้อยถ้าไม่ใช่ว่าแรมโพดูเหมือนคนกำลังจะหลับ

 

“แรมโพ เรายังคุยเรื่องานกันไม่เสร็จไม่ใช่รึ”

 

“เจ้าก็พูดมาสิข้ายังไม่หลับหรอก” นัคเคิลถอนหายออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายให้กับคนที่อายุอ่อนกว่าตรงหน้า ทีตอนอยู่หน้าปราสาทบอกตัวเองโตแล้ว นี่คืออากัปกิริยาของคนที่โตแล้วรึ?

 

“เจ้ารู้เรื่องมาเฟียกลุ่มใหม่แอนโทนิโอที่กำลังขยายอิทธิพลมืดในตอนนี้ใช่รึไม่”

 

“อือ”

 

“จากสายข่าวของเราพวกนั้นวางแผนที่จะลักพาตัวเจ้าหญิงชาล็อต เจ้าน่าจะรู้จักเป็นเครือญาติกับเจ้านี่”

 

“อือตัวน่ารำคาญหมายเลขหนึ่ง ข้าล่ะเกลียดเด็กจริงๆ”

 

“ก็นั่นแหละรู้จักกันก็ดีเพราะจะส่งเจ้าหญิงมาอยู่ในความดูแลของเจ้า”

 

“ไม่เอาหน่า ข้าก็เพิ่งจะพูดไปว่าเกลียดเด็ก แค่ปราสาทข้ามีคนมาเพิ่มขึ้นหนึ่งคนก็วุ่นวายจะตายอยู่แล้ว” แรมโพตอบอย่างเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนอากัปกริยาเป็นอย่างอื่นอย่างใดยังคงนั่งอย่างเกียจคร้านอยู่เช่นนั้น

 

นัคเคิลเห็นท่าทางอย่างนั้นก็อดจะขำไม่ได้ ผู้พิทักษ์ทุกคนรู้หมดนั่นแหละว่าการแต่งงานของแรมโพโดนจัดด้วยความไม่เต็มใจแต่จีอ็อตโต้ก็ไม่ได้บอกหรอกว่าเพราะเหตุใด เท่าที่เขาดูเลดี้ผู้นั้นก็แปลกเกินไปจริงๆแต่ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

 

“ประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เจ้าไม่อาจขัดได้”

 

พระผู้เป็นเจ้าอะไรล่ะ จีอ๊อตโต้น่ะสิ!

 

“นินทาข้าหรอ”

 

มาแล้วไงตัวป่วนหมายเลขหนึ่ง!

 

แมรี่เดินเข้ามาในห้องรับแขกก็รู้สึกงงไม่น้อยอยู่ดีๆก็เหมือนจะโดนกล่าวอยู่ในประโยคสนทนาแถมยังไม่ใช่คำชมเสียด้วย

 

“สายันต์สวัสดิ์เลดี้” เมื่อนัคเคิลเห็นเธอเข้าก็ทักทายอย่างมีมารยาท

 

“เช่นกัน..” เธอตอบไปอย่างนั้นแต่กลับรู้สึกถึงสายตาพิฆาตจากแรมโพเธอจึงต้องพูดต่อ”..ค่ะ”

 

“อย่าลืมที่ข้าบอกนะคะท่านหญิง” สาวใช้คนหนึ่งเดินมากระซิบข้างหูของเธอ

 

“อื้ม~ ข้าจะทำตามไม่ขาดตกบกพร่องเลย”

 

แมรี่โบกมือบ๊ายบายสาวใช้ที่เดินตามมาเป็นขบวนให้ไปทำหน้าที่ของตนได้แล้วแถมยังส่งจูบปิดท้าย พฤติกรรมที่คล้ายกับชายหนุ่มกำลังหลีสาวนั่นอยู่ในสายตาของทั้งแรมโพและนัคเคิลแต่คนที่ดูจะปวดหัวกับกิริยาแบบนั้นคงจะมีแค่สามีของนางเท่านั้น

 

ภรรยาของท่านเจ้าเมืองเดินตรงดิ่งไปนั่งข้างสามีอย่างลอยหน้าลอยตาแต่ไม่วายลืมตัวนั่งแหกขาเหมือนเดิมจนโดนศอกใส่จากสามีให้นั่งสุภาพกว่านี้

 

แต่นายน่ะนั่งได้ไม่สุภาพที่สุดเลยค่ะคุณสามี!

 

นัคเคิลมองภาพตรงหน้าแล้วได้แต่ส่ายหัวไปมา สองสามีภรรยาเหมือนกันราวกับแกะ ภรรยาของเจ้าแรมโพอย่างกับแรมโพเวอร์ชั่นผู้หญิง

 

ท่านพี่นินทาข้าหรอ” แรมโพตกใจไม่ใช่น้อย ยามปกติเจ้าหล่อนไม่เคยเรียกเขาเช่นนั้นถ้าไม่ใช่ ’เจ้า’ ก็จะเป็น ‘ไอ้ลูกหมา’ จะเรียกเขาเช่นนี้เฉพาะยามที่จะกวนตีนเท่านั้น

 

ต้องคิดจะทำอะไรอยู่เป็นแน่

 

“ข้าพูดความจริงไม่ได้เรียกการนินทา”

 

“ที่ว่าข้าเป็นตัววุ่นวายน่ะข้าว่าก็อาจจะจริงก็ได้นะคะ” แมรี่พูดแล้วก็ช้อนตามองผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอก่อนจะส่งสายตากรุ่มกริ่ม ตอนนี้ในใจของแรมโพเต้นแรงตึกตักไม่ใช่เพราะความหวั่นไหวแต่เพราะความหวั่นใจตัวเขาสัมผัสได้ว่าเจ้าหล่อนจะต้องทำอะไรแปลกๆแน่

 

“เจ้ารู้ตัวก็ดี หัดทำตัวให้ดีขึ้นเสียด้วย”

 

“ข้ารู้อยู่หรอกหน่า ข้าน่ะวุ่นวายมากๆเลยใช่มั้ยเล่าโดยเฉพาะกับใจท่านพี่” ว่าจบนิ้วของตัววุ่นวายก็เริ่มไต่จากลิ้นปี่ของแรมโพขึ้นมาบริเวณอกด้านซ้าย จนคนที่อยู่ในท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนต้องเด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรงอย่างไว

 

ทำบ้าอะไรเนี่ย!

 

“มันจะใช่ได้อย่างไร”

 

“ข้าว่าข้าคงต้องกลับก่อน ขอพระองค์จงสถิตอยู่กับพวกเจ้า” นัคเคิลรีบลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นสามีภรรยาเหมือนจะต้องการเวลาส่วนตัวกันเสียมากกว่า

 

“แล้วงานเล่าเจ้ามีเรื่องจะพูดแค่นั้นหรอกรึ”

 

“แค่นั้นแหละคือใจความสำคัญ เดี๋ยววันพรุ่งนี้เจ้าหญิงชาล็อตจะมาเจ้าก็เตรียมตัวด้วยล่ะ”

 

“ไม่เอาหน่า ข้าบอกว่าข้าเกลียดเด็ก”

 

“นี่เป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าไม่อาจขัดได้” ว่าจบก็เร่งรุดออกจากห้องไปเลย

 

หัดใช้ประโยคนั้นเป็นประโยคตัดบทสนทนาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! แล้วคนข้างๆนี่ก็อีกเมื่อไหร่จะหยุดทำนิ้วปูไต่ไปตามแขนขาของเขาสักทีล่ะเนี่ย!

 

“ทำอะไรของเจ้า” เมื่ออยู่กับภรรยาสองคนก็รีบกระเถิบถอยห่างออกมาทันที แต่สาวเจ้ากลับไม่ยอมแพ้เขยิบตามมาเช่นเดียวกัน

 

“เบาๆหน่า” แมรี่พูดแล้วก็เอานิ้วชี้ปิดปากแรมโพไว้ก่อนจะพูดต่อ “เจ้าลองมองไปทางหน้าต่างสิ”

 

สาวใช้ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งแยกย้ายออกจากแมรี่บัดนี้ยืนผลุบๆโผล่ๆอยู่ตรงหน้าต่างแอบดูสิ่งที่เจ้านายทั้งสองกำลังทำกันอยู่อย่างสนใจใคร่รู้

 

“เจ้าก็จำได้ใช่มั้ยล่ะ ตอนที่สาวใช้พวกนั้นรู้ว่าเราแยกห้องกันนอนแล้วรีบแจ้นไปรายงานแม่เจ้าเกิดสิ่งใดขึ้น” ใช่แล้วล่ะเหนือท่านเจ้าเมืองก็ยังมีมารดาของท่านเจ้าเมืองยังไงเล่า! แถมเรื่องการแต่งงานอันน่าสมเพชนี่ก็มีเพียงแค่สองสามีภรรยาเท่านั้นที่รู้ คนอื่นในปราสาทไม่มีใครรู้ว่าแต่งกันเพราะเหตุใด ครั้นจะให้พูดมันก็ออกจะน่าอัปยศ

 

“ข้าจำได้หรอก” ใครจะไปลืมได้ล่ะ! เกือบจะได้เกิดเรื่องแบบวันแรกขึ้นอีกรอบ

 

“ถ้างั้นก็ช่วยข้าเล่นละครตบตาแม่พวกนั้นไปก่อน ข้าอุตส่าห์โปรยเสน่ห์ไปตั้งเยอะจะได้เลิกเอาเรื่องของข้ากับเจ้าไปบอกแม่เจ้าเสียที”

 

“เจ้าหลีสาวใช้พวกนั้นเพื่อการนี้เพียงอย่างเดียวหรือไง”

 

“หืมมม~ ท่านพี่หึงข้าหรือคะ” เธอพูดแล้วก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ผู้ชายด้านข้างจนหน้าห่างกันเพียงแค่คืบ สาวใช้ที่แอบดูอยู่ที่หน้าต่างยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตารู้สึกอายแทนท่านหญิงแต่ก็อยากจะดูต่อ

 

“ข้าจะเล่นละครกับเจ้าก็ได้แต่จะไม่อยู่ใต้ร่างเจ้าซ้ำสองเป็นแน่” แรมโพดันหลังของภรรยาไปให้ชิดที่วางแขนของโซฟาแล้วใช้แขนสองข้างกันไว้ไม่ให้หนี

 

“ลามก ต้องเล่นถึงขั้นนั้นที่ไหน” เธอพูดแล้วก็กรอกตาใส่ไปมา สาวใช้ที่สนใจใคร่รู้ความเป็นไปของเจ้านายคงไม่สามารถเห็นท่าทางแบบนั้นของแมรี่ได้เพราะตอนนี้เธอนอนราบไปกับโซฟาหัวหนุนที่วางแขนแถมยังมีพนักพิงกั้นไว้อยู่

 

“ข้าหมายถึงไม่ยอมให้เจ้าเป็นคนควบคุม เจ้าคิดไปถึงไหนกัน” แมรี่ไม่ได้แสดงท่าทีเขินอายอะไรที่ตัวเองคิดลึก เพียงแค่ไหวไหล่กับหัวเราะในลำคอเท่านั้น

 

จะชิลเกินไปแล้ววว เลดี้ยุคนี้มีใครทำตัวสบายๆกับเรื่องอย่างว่าเช่นนางบ้าง!

 

“ถ้าคิดว่าคุมข้าได้ก็ลองดู แต่ดูๆไปแล้วเจ้าก็ร้ายใช่ย่อยนะสาวใช้สวยๆทั้งนั้นแถมยังไม่มีพ่อบ้านสักคน” เธอพูดยอกเย้าคนตรงหน้าแล้วก็นอนหัวเราะคิกคัก สามีของเธอเป็นเสือร้ายใช่ย่อยแต่กลับต้องอยู่ใต้ร่างเธอคืนนั้น

 

แรมโพก้มหน้ามาใกล้ขึ้นให้สาวใช้ที่แอบดูอยู่ตกใจเล่นๆ แมรี่เองก็เอามือโอบรอบคอคนตรงหน้าแถมยังยกหัวตัวเองขึ้นมาจนใกล้กับคนตรงหน้าในระยะที่ค่อนข้างอันตราย

 

“เจ้าก็ใช่ย่อยนะคุณภรรยา”

 

“จริงหรือคะคุณสามี”

 

เกิดความเงียบไปทั่วบริเวณ แต่กลับเหมือนได้ยินเสียงสายฟ้าฟาดกันผ่านดวงตาของคู่สามีภรรยา ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละราวกับกำลังลองเชิงอีกฝ่ายว่าใครโมโหจนทุบหัวคนตรงหน้าก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ไป

 

สาวใช้ที่มองอยู่เห็นหน้าของท่านหญิงโผล่พ้นพนักผิงโซฟามาแค่เพียงครึ่งหน้าเท่านั้นแต่เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นระยะห่างของทั้งสองว่าแทบจะไม่เหลือช่องให้ลมผ่านเลย บรรยากาศที่ดูจะสุดแสนโรแมนติกกับดูเหมือนจะฆ่ากันเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็ยังอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมจนชวนให้ใจสั่นอยู่ดี

 

“วิเวียน ท่านอากำลังจะทำอนาจารเลดี้ผู้นั้นหรือ”

 

อยู่ๆก็มีเสียงเด็กผู้หญิงดังขึ้นมาในห้องแถมทั้งสองคนยังอยู่ในท่าทางที่เด็กไม่ควรเห็นอีก!

 

แรมโพตกใจจนแขนที่เท้าเบาะไว้ตอนแรกอ่อนแรงลงล้มหน้าขมำลงไปหาคนตรงหน้า หน้าที่เคยห่างกันไม่ถึงคืบชิดเข้าหากันจนแม้แต่อากาศยังลอดผ่านไม่ได้ ริมฝีปากทั้งสองชนกันแบบไม่ได้ตั้งใจส่งผลให้เลือดลมสูบฉีดเกินความจำเป็น ริมฝีปากนุ่มนิ่มเบียดเสียดกันเล็กน้อยก่อนจะผละออกไป

 

“ท่านอาเป็นโจรชั่วขโมยจุ๊บๆหญิงงามเสียแล้ว”

 

“ตายแล้วองค์หญิง!! อย่าดูนะเพคะ!”

 

ไหนนัคเคิลบอกว่าจะส่งมาพรุ่งนี้ไงเล่า!

 

สาวใช้ที่แอบมองอยู่ตกใจไม่ใช่น้อยเมื่ออยู่ๆทั้งสองก็ก้มหายไปหลังพนักพิงโซฟาให้เดากันเล่นๆว่าเกิดอะไรขึ้น บรรยากาศตรงหน้าราวกับการ์ตูนตาหวาน ทั้งสองคนล้มหายไปหลังเบาะได้ไม่นานก็ลุกขึ้นมาใหม่แถมยังชวนให้ฉงนหนักกว่าเก่า

 

ทำไมท่านเจ้าเมืองถึงมีท่าทางคล้ายสาวแรกรักอย่างนั้นไปได้กันล่ะคะ!! หน้าแดงราวกับลูกมะเขือเทศสุกแถมยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตาส่วนคนที่ควรอายกลับนั่งขำไม่อยู่ในกิริยาสำรวมแม้แต่น้อย

 

“ปากเจ้าก็ยังมีรสหวานเหมือนเดิมเลยนะ”

 

ท่านหญิงพูดอะไรน่ะคะ!! หรือว่าบรรยากาศการ์ตูนตาหวานตรงหน้าพระเอกของเหตุการณ์นี้คือท่านหญิงแมรี่อย่างนั้นหรือ!?

 

แมรี่ 01 แรมโพ 00

แต้มเจ้านำแล้วแมรี่!

 

❀●•♪.。‧:❉:‧❀●•♪.。‧:❉:‧❀●•♪.。‧:❉:‧❀●•♪.。‧:❉:‧❀●•♪.。‧:❉:‧❀●•♪.。‧:❉:‧

เรฟการขำของยัยรี่555555555555

แมรี่ : ไม่เคยบอกสักหน่อยว่าจะเป็นเมีย

คุณปู่ต้องทำใจหน่อยแล้วล่ะค่ะ55555 เด็กมันมาจากศตวรรษที่21 มันใจกล้า ไม่รู้จักอาย มันไม่กลัว555555 มันอ่อยเก่งแล้วก็ยังรุกเก่งด้วยนะคะหญิงสาวสายปาร์ตี้ที่กินเหล้าเก่งกว่าน้ำอ่ะคุณณณณ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #33 noomnimmmm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 08:42
    อยากเป็นเมียนางเอกขค้นมาทันที555
    #33
    0
  2. #31 Luvyday2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 21:58
    สุดยอดมากค่าาาา😆😆
    #31
    0
  3. #27 โลลิค่อน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 20:18
    สลับตำแหน่งกันซะแล้วว555
    #27
    0
  4. #19 04140606 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:01
    น่าจะสลับตำแหน่งกันนะคะ
    แรมโพแพ้แมรี่ อิอิ
    #19
    0
  5. วันที่ 28 เมษายน 2563 / 19:59

    โพลนี้สินะ #แมแรม

    #18
    0
  6. #17 ชามะนาว มะนาว เอ๊ะเอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:14
    พระเอกเรื่องนี้ชื่อแมรี่สินะคะ55555
    #17
    0
  7. #16 SirinunRaksawan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 19:11

    พระเอก(?)รุกแรงมากค่ะจังหวะนี้ เล่นซะนางเอก(?)เขินหมดแล้ววว
    #16
    0
  8. #15 Teem_tm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 18:53
    สรุปแมรี่คือพระเอกค่ะ55555555
    #15
    0
  9. #14 jasper_nin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 18:47
    ไรท์เปลี่ยนพระเอกหรอคะ55555
    #14
    0
  10. #13 Cuj27eja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 18:41
    ก็บอกแล้วว่าเค้าสลับตำแหน่งกัน
    #13
    0