[KHR | Reborn] be wife of lightening

ตอนที่ 2 : Lesson 1 : เตรียมเป็นภรรยาท่านเจ้าเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

บทที่1

 

ชิบหาย!

 

คือคำเดียวที่สามารถอธิบายเหตุการณ์เวรตะไลตอนนี้ของเธอได้หลังจากตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าแล้วสิ่งที่เธอทำไว้เมื่อคืนไหลเข้าสมองลางๆให้หน้าแดงเล่นๆ ของขาดมากจนเอากับใครก็ได้เลยรึไง

 

อย่างที่สองที่พอนึกออกตอนนี้คือต้องหนีเท่านั้นสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้มันไม่ใช่บ้านอีจูนสักหน่อยเธอเมาจนเดินเข้าบ้านคนอื่นเลยหรอแถมยังปลุกปล้ำเจ้าของบ้านอีก! ปลุกปล้ำจริงๆเพราะเธออยู่บนตัวเขาทั้งคืนจนเสร็จกิจเลยน่ะสิ!!

 

สายตาเหลือบไปเห็นหน้าต่างข้างเตียงไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าบ้านหลังนี้มีกี่ชั้นแต่ถ้าจะหนีก็คงต้องออกทางหน้าต่าง คิดได้ก็ตั้งท่าจะลุกออกจากเตียงถ้าไม่ใช่ว่าคนที่เหมือนกำลังหลับอยู่เอ่ยปากขึ้นมา

 

“เข้ามาปล้นสวาทข้าถึงในปราสาทพอเช้ามาก็จะหนีไปราวกับโจรชั่วช้า”

 

“คือไม่ใช่นะ..”

 

“เห็นข้าเป็นคนใจง่ายเช่นนั้นหรือ” แรมโพเบะปากลงคล้ายคนที่กำลังจะร้องไห้จนดูน่าสงสารอาดูร

 

แต่เล่นผิดบทแล้ว!!

 

อย่างนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่เธอเป็นโจรชั่วช้าเข้ามาปล้นสวาทสาวงามในบ้านน่ะสิ!

 

..ถึงจะใกล้เคียงก็เถอะ

 

สิ่งที่คนเมาไม่ได้สังเกตเมื่อคืนคือสรรพนามที่เจ้าของปราสาทใช้แทนตัวเองมันผิดแผกไปจากปกติ แต่หลังจากที่กลับคืนสติแล้วทำให้งงงวยไม่น้อย จนต้องหันไปสำรวจรอบห้องทุกอย่างเหมือนเซตติ้งในละครย้อนยุคแม้แต่ไฟฟ้ายังไม่มีใช้

 

สุภาษิตไทยกล่าวว่าเข้าเมืองตาลิ่วก็ต้องลิ่วตาตามถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ก็ตาม

 

“ฉัน เอ้ย! ข้า.. คือข้าจะต้องกลับบ้านแล้วเดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วงข้าเป็นลูกสาวคนเดียวพ่อกับแม่หวงมาก” เธอพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าพูดจาที่ดูหนักแน่นที่สุดมือก็ชี้โบ้ชี้เบ้ไปมาประกอบคำพูด

 

แต่ความหนักแน่นนั่นมลายหายไปจนสิ้นเพราะบุรุษที่นอนอยู่กลับพูดพร่ำไปอีกเรื่อง

 

“เจ้าสร้างรอยไว้บนตัวข้าขนาดนี้ข้าจะมีหน้าไปพบผู้ใดได้”

 

“เจ้าก็ทำคิสมาร์กบนตัวข้าเหมือนกันแหละไม่เห็นจะเป็นไรเลยแฟร์ๆ” เธอไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว สำหรับเธอที่มาจากศตวรรษที่21 one night stand สำหรับเธอไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยถ้ารู้จักป้องกัน

 

จริงด้วยป้องกัน!!

 

ร่างเพรียวบางรีบกุลีกุจอลงจากเตียงไปหยิบกางเกงขาสั้นของตัวเองที่โดนโยนลงมาข้างเตียงทำให้บุรุษที่นอนอยู่บนเตียงต้องหันหน้าหนีเพราะอาการหน้าแดงกำเริบอีกแล้วน่ะสิ ก็สตรีที่รีบลงจากเตียงไปคงจะลืมตัวว่าทั้งร่างของหล่อนยังเปลือยอยู่!! บวกกับแสงอาทิตย์ตอนเช้าที่สาดเข้ามาทำให้เห็นเรือนร่างชัดเสียยิ่งกว่าเมื่อคืน

 

มือบางหยิบกางเกงขาสั้นขึ้นล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบยาคุมฉุกเฉินที่พวกเพื่อนๆยัดใส่มือมาเมื่อวานขึ้นมากิน

 

เมื่อวานก่อนจะไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อน เธอโดนหมอดูที่เขาบอกว่าโคตรแม่นทักว่าเธอกำลังจะหมดช่วงชีวิตในวัยรุ่นภายในเดือนนี้อีจูนบอกว่ามันแปลว่ากำลังจะเสียสาวพอเพื่อนเธอรู้มันก็รีบไปหาซื้อยาคุมฉุกเฉินกับถุงยางมาให้เธอพกติดตัวไว้น่ะสิ

 

และใช่ถุงยางที่ว่าเมื่อคืนเธอก็เป็นคนใส่ให้ บัดซบที่สุด! โพบนทั้งคืน

 

ถึงแม้ว่าพวกเพื่อนๆเธอจะหาซื้อของมาให้ด้วยความห่วงใยแต่ยังไม่วายบอกว่าชาตินี้เธอไม่มีทางได้ใช้หรอกคงได้นอนเน่าคาคานหยากไย่เกาะเป็นแน่ก่อนจะหัวเราะกันคิกคัก โดยหารู้ไม่ว่าคำพูดพวกนั้นแหละที่ทำให้เธอสติหลุดทำเรื่องอย่างเมื่อคืนลงไป

 

ถ้าเจอหน้าแม่จะฟาดกระบาลคนละสามที

 

“ถ้าพรีโม่รู้เรื่องนี้เข้าทั้งข้าและเจ้าอาจจะขาดอิสระไปชั่วชีวิต” แมรี่หันไปมองคนบนเตียงที่พูดจาภาษาลิเกงงๆชื่อพรีโม่มันก็ดูคุ้นหูอยู่หรอกแต่เกี่ยวอะไรกับอิสระ

 

“ไม่เห็นจะต้องกลัวคนทำกันเยอะแยะ”

 

“ตั้งแต่ข้าเกิดมาไม่เคยเห็นหญิงใดกระทำการอุกอาจเช่นเจ้า” แรมโพพูดขึ้นเน้นเสียงทุกคำแถมยังหันไปมองแมรี่ตาแข็ง แต่เธอหาได้แยแสไม่ยักไหล่แล้วก็ยิ้มกวนบาทาให้อีกต่างหาก “ช่างเถอะที่เป็นแบบนี้เพราะกำยานนั่นแน่”

 

“ไม่เคยเห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีสักหน่อย ข้าต้องทำไงเจ้าถึงจะหายขวัญเสียให้ข้ายกขันหมากมาสู่ขอเจ้าเลยดีมั้ย”

 

“เจ้ามันวิปลาสไปแล้ว! เฮ้อ.. ถ้าพรีโม่รู้เข้าชีวิตข้าแย่แน่” แรมโพทำหน้าราวกับว่าโลกากำลังจะพินาศเธอยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่เหมือนกำลังรับบทโจรชั่วที่มาปล้นสวาทจริงๆ

 

“อย่าเพิ่งกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิดดิเขาไม่รู้หรอก”

 

“ข้าบอกเจ้าแล้วแท้ๆว่าอย่าทำรอย” เธอลุกขึ้นไปสำรวจตัวคนที่กำลังขวัญเสียก่อนจะเห็นรอยคิสมาร์กเต็มร่างไปหมด ก็ตัวเขาหอมออกเหมือนจะได้กลิ่นขนมอ่อนๆออกมาด้วยเลยมันเลยอดจะรู้สึกอยากกัดไม่ได้ “นั่นข้าว่าแล้วเจ้าก็ยังทำอยู่อีก”

 

เธอรีบผละตัวออกมาทันทีก่อนที่จะกัดเขาอีกรอบจริงๆ แถมยังส่งคำถามชวนกระตุกนิ้วตีนมาอีก

 

“พรีโม่เป็นเมียเจ้ารึไง”

 

“จะไปใช่ได้ยังไงเล่า! เจ้าไม่รู้จักพรีโม่หรอกรึ”

 

“ใครอ่ะทำไมข้าต้องรู้จัก”

 

“ช่างเถอะคุยกับเจ้าไปก็เท่านั้นพูดไปสองไพเบี้ย” ด่าเสร็จก็จบท้ายด้วยภาษาลิเกแปลกๆ เอาเถอะบางทีนี่อาจจะเป็นที่พักของผู้ป่วยจิตเวช

 

ก๊อกๆ

 

“ท่านเจ้าเมืองคะ” เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นตามมาด้วยเสียงสาวใช้หน้าประตู แต่เจ้าของห้องกลับนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปเปิด

 

“ท่านเจ้าเมืองหรอ!!” แมรี่ตกใจตาโตช็อกจนแทบสิ้นสตินอกจากจะบุกรุกบ้านคนอื่นแล้วคนที่ทำกิจกรรมร่วมกันเมื่อคืนดันเป็นถึงท่านเจ้าเมือง

 

“นางคงจะเอาอาหารเช้ามาให้ เจ้าไปเปิดทีข้าไม่มีกระจิตกระใจจะทำสิ่งใดทั้งนั้น”

 

ข้ออ้างชัดๆ!

 

เธอหยิบเสื้อเชิร์ตสีขาวของเจ้าของปราสาทที่โดนโยนมาไว้ที่พื้นขึ้นมาใส่ลวกๆเพราะเสื้อเธอมันตัวเล็กมากหายไปไหนแล้วไม่รู้ ใส่เสื้อเสร็จก็เก้าขาฉับๆไปที่หน้าประตูแต่สาวใช้ก็เคาะเร่งซ้ำอีกครา

 

ก๊อกๆ

 

“ท่านเจ้าเมืองคะ” มือข้างขวาของแมรี่จับลูกบิดประตูตั้งใจว่าจะเปิดไปด่าเปิงสักสองรอบคนกำลังเดินมาเร่งอะไรเบอร์นั้น “ท่านพรีโม่ขอพบท่านค่ะ”

 

“อย่าเปิด!” เสียงแรมโพดังแหวกอากาศมาแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว มือเจ้ากรรมที่จับลูกบิดอยู่ก่อนหน้าจับประตูเปิดออกเสียแล้ว

 

เบื้องหน้าของเธอแทนที่จะเป็นสาวใช้ร่างอรชรกลับกลายเป็นบุรุษผมทองร่างกายกำยำในชุดสีดำดวงตาสีส้มที่มองเธอยามนี้ดูดุราวกับราชสีห์ แมรี่นึกอะไรในหัวไม่ออกจึงยิ้มเจื่อนๆไปให้ก่อนจะตั้งท่าผลักประตูให้ปิดเช่นเดิม แต่พรีโม่รู้ทันจับประตูบานนั้นไว้ก่อนที่มันจะปิดลง

 

“แรมโพ..” เสียงเย็นๆของบุรุษแห่งนภาเรียกเจ้าของห้องทำให้เจ้าตัวต้องลุกขึ้นนั่งมองพรีโม่ “ข้าบอกเจ้าว่าเช่นไร”

 

“ข้าไม่ได้ทำสิ่งใด” นั่นคือสิ่งที่แรมโพตอบซึ่งก็ถูกของเขาแต่ก็ถูกแค่ 70% เท่านั้นแหละเรื่องแบบนั้นทำคนเดียวได้ที่ไหน “เลดี้นางนั้น..” 

 

เมื่อแมรี่เห็นแรมโพเหมือนจะแฉตัวเธอเอง เธอก็ตั้งท่าจะพูดอะไรกลบเกลื่อนสถานการณ์แต่พรีโม่ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

 

“ข้าบอกเจ้าว่าให้หยุดเสเพลเสีย เจ้าเป็นถึงเจ้าเมืองควรหรือไม่ที่ให้ผู้อื่นครหาว่าเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำวัน”

 

“พรีโม่ นางมา..”

 

“เจ้าต้องชดใช้ให้นาง” เป็นคำพูดที่แมรี่คิดว่าเข้าท่ามาก เธอจึงไม่ได้พูดสิ่งใดออกไปนอกจากสนับสนุนคำพูดของพรีโม่

 

“จริงค่ะ”

 

“แต่งงานกับนาง”

 

“จริ.. ฮะ!?” หัวใจแทบหยุดเต้นเธอมองหน้าบุรุษแห่งนภาที่เริ่มพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมาอย่างหาเรื่อง 

 

“พรีโม่!!”

 

“เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของเจ้าและเลดี้ผู้นี้แต่งงานกันเสีย”

 

บัดซบ! หรือบางทีหมดชีวิตวัยรุ่นหมายถึงต้องผันตัวไปเป็นแม่บ้านหรอ

 

 

 

 

 

หลังจากจบคำพูดประกาศิตของพรีโม่ ว่าที่เจ้าบ่าวกับว่าที่เจ้าสาวต้องมานั่งมองหน้ากันอยู่ในห้องนั่งเล่นเพื่อหาทางออก การสมรสที่ไม่รู้จักกันแม้กระทั่งชื่อควรจะจบลง ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอเวอร์ชั่นยุคเรอเนสซองค์หรืออย่างไร

 

“หุบขาเจ้าเสียข้าไม่ได้อยากจะเห็นมันซ้ำสอง” ได้ยินแรมโพพูดเช่นนั้นแมรี่ที่อยู่ในชุดสตรีแบบเดียวกับในยุคนี้ก็รีบหุบขาตัวเองทันที เธอก็ไม่ได้อยากโชว์เขาหรอกก็ชินที่จะนั่งแบบนั้นนี่ “ดึงกระโปรงเจ้าลงด้วย”

 

“มันลุ่มล่ามนะกระโปรงบ้าอะไรยาวเป็นบ้า” ถึงจะบ่นอย่างนั้นก็ยอมดึงลงแต่โดยดีเพราะถ้าโดนแรมโพไล่ออกจากที่แห่งนี้ไปเธอก็ไม่มีที่จะอยู่แล้ว

 

กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองมาที่อดีตเมื่อ400ปีก็ล่อไปเกือบครึ่งวัน ว่าที่สามีเธอนอกจากจะเป็นเจ้าเมืองแล้วยังเป็นซากฟอสซิลที่มีชีวิตอีก

 

“เพราะเจ้าเป็นเสียอย่างนี้อย่างไรเล่า อายุปูนนี้แล้วถึงยังไม่ได้แต่งงาน”

 

“ข้าอายุแค่19ใครเขาแต่งงานกัน”

 

“เลดี้ทั่วไปอายุย่างเข้า15ก็แต่งงานกันหมดแล้ว”

 

“เจ้าอายุมากกว่าข้าด้วยซ้ำแต่ก็ยังไม่ได้แต่งงาน”

 

“ข้าถึงได้เกลียดเด็กอย่างเจ้าหัดหาความรู้เสียบ้าง แล้วข้าก็เพิ่งบอกให้เจ้าหุบขา” แมรี่หุบขาตัวเองอีกรอบหลังจากอ้าขาออกโดยไม่รู้ตัว นั่งเสวนากันมาตั้งนานนอกจากโดนบุรุษต้องหน้าด่าก็ไม่ได้พูดสิ่งใดที่จะสามารถล้มงานแต่งวันพรุ่งนี้ได้

 

ใช่แต่งวันพรุ่งนี้แล้ว!

 

“ข้าเริ่มง่วงแล้วนะเจ้าจะทำยังไงก็ว่ามา” เธอง่วงมากจนหาวออกมาวอดๆแต่ก็ไม่วายโดนคนตรงหน้าด่าอีกรอบ

 

“กริยาเช่นเจ้าไม่ใช่สิ่งที่เลดี้พึงกระทำเวลาหาวปิดปากตัวเจ้าด้วย”

 

ที่นี่มันโรงเรียนดัดสันดานรึไงวะ!!

 

“รู้แล้วหน่า” เธอตอบแล้วก็เบะปากใส่เขา บ่งบอกว่าเบื่อหน่ายเต็มแก่แล้ว

 

“ไม่ไหวๆ เป็นเช่นนี้ข้าต้องขายหน้าเป็นแน่ เทอา” แรมโพมองหน้าสตรีเบื้องหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอา

 

“คะท่านเจ้าเมือง”

 

“ติดต่อมาดามกอนซาให้ข้าที ข้าต้อการส่งคนของข้าไปฝึกมารยาท”

 

ปึง! 

 

ประโยคนั้นทำให้ว่าที่เจ้าสาวเส้นอารมณ์ขาดตบโต๊ะเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องนั่งเล่น

 

“ข้าไม่ฝึก!! เจ้าควรจะคิดได้แล้วว่าจะเอายังไงกับงานแต่งงานพรุ่งนี้ไม่ใช่มาจับผิดเรื่องมารยาทของข้านะ! หรือเจ้าคนที่อยู่ใต้ร่างข้าทั้งคืนคิดจะเอาคืนข้าหรอ”

 

แรมโพหันขวับไปมองเจ้าคนปากพล็อยที่พูดเรื่องไม่ควรพูดออกมาอย่างไม่อายปาก แม้แต่สาวใช้เองก็ยังตกใจจนเกือบทำกระดาษที่จะเขียนจดหมายร่วง

 

“บอกมาดามกอนซาด้วยฝึกได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”

 

“นี่เจ้า!!” ถ้าไม่ใช่ว่าคนตรงหน้าเป็นเจ้าของบ้านแมรี่คงจะพุ่งเข้าไปตบให้เลือดกลบปากแล้ว แต่เพราะทำไม่ได้จึงได้แต่นั่งฮึดฮัดอยู่คนเดียว

 

“งานแต่งงานวันพรุ่งนี้ยังจะคงมีต่อไป” แมรี่หันไปมองคนที่พูดจาไม่ค่อยเข้าหู ท่าทางก็ไม่ได้เหมือนคนไม่มีสติแต่คำพูดกลับดูไม่มีสติที่สุด “ข้าไม่ได้พิศวาสเจ้าเลิกมองข้าเช่นนั้นได้แล้ว”

 

“หืมม~ จะจริงหรอ” ว่าที่เจ้าสาวคลานขึ้นมาบนโต๊ะที่เป็นสิ่งเดียวที่กั้นหนุ่มสาวไว้ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่บอกว่าไม่ได้พิศวาส

 

ไม่มีเลดี้ที่ใดทำตัวเช่นนี้ป็นแน่!

 

แรมโพพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติหลังจากที่โดนคนข้างหน้าปั่นประสาทเหมือนกำลังเอาคืนเขาจากเรื่องฝึกมารยาทก่อนจะพูดต่อ

 

“เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่ว่ามีบางอย่างผิดปกติในห้องข้า”

 

“ไม่นี่ ในสายตาข้าก็มีแต่เจ้าเท่านั้นไม่ได้มองอย่างอื่นเลย” พูดเช่นนั้นแล้วก็ค่อยๆไล่นิ้วเรียวของตัวเองเกลี่ยแก้มคนตรงหน้า

 

แรมโพยายามหายใจเข้าออกเพื่อระงับอารมณ์ตัวเองไม่ให้คว่ำโต๊ะลง

 

“กำยานนั่นปกติเขาจะใช้ในงานแต่งเพื่อให้คู่บ่าวสาวเกิดความรู้สึกต้องการซึ่งกันและกัน” เป็นประโยคที่ทำให้แมรี่ชะงักไปทันทีหลังจากปั่นประสาทว่าที่เจ้าบ่าวอยู่นานสองนาน เดิมทีเธอก็รู้สึกว่ากลิ่นของมันทำให้รู้สึกแปลกๆเช่นกันแต่ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า

 

“แล้วเกี่ยวอะไรกับงานแต่ง”

 

“เลดี้เวนทูรีเป็นคนฝากสิ่งนั้นมาให้ข้า บางทีนอกจากเจ้าอาจจะมีคนอื่นคิดที่จะบุกเข้าปราสาทข้าเช่นกัน” แมรี่มองแรมโพอย่างหาเรื่องพูดออกมาได้อย่างไรว่าเธอคิดจะบุกปราสาทเขา

 

“เลิกเกริ่นได้ละ”

 

“ข้าไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดนางถ้านางรู้ว่าข้ากับเจ้ากำลังจะแต่งงานกันเพราะแผนของนาง เลดี้ผู้นั้นคงไม่ยอมอยู่เฉยแน่”

 

“สรุปคือข้าต้องแต่งกับเจ้า” เธอทวนขึ้นมาก่อนจะยิ้มกริ่มแถมยังส่งสายตาเกี้ยวพาไม่เหมือนกับสตรีสักนิด

 

“อืม พรุ่งนี้เราจะแต่งงานกัน”

 

แมรี่วัย19ปีโสดสนิทมาแล้ว19ปีเช่นกัน สถานะนักศึกษาปีหนึ่งที่ยังเรียนไม่จบ มารยาททราม นิสัยไม่ได้เรื่อง ดื่มเหล้าบ่อยกว่าดื่มน้ำ งานบ้านไม่เคยทำกิจกรรมไม่เคยร่วม สมบัติกุลสตรีสักข้อยังทำไม่ได้ ใครเห็นก็บอกขึ้นคานแน่ 

แต่ตอนนี้..

กำลังจะต้องผันตัวไปเป็นคุณผู้หญิงของท่านเจ้าเมืองซะแล้วล่ะ

 

 

 ____________________

ไว้อาลัยแก่คุณปู่แรมโพสามนาทีค่ะที่กำลังจะได้น้องไปเป็นศรีภรรยาในอนาคต สงสารจริงๆ55555คุณปู่ตัดสินใจพลาดแล้วว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #30 Luvyday2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 21:46
    กรี้ด!!! ชอบค่าาาา🌼😆🌼
    #30
    0
  2. #26 โลลิค่อน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 20:05
    สนุกมากค่าาาา
    #26
    0
  3. #12 ชามะนาว มะนาว เอ๊ะเอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 00:06
    ซากฟอสซิวที่มีชีวิต555555 ปากร้ายนักนะ
    #12
    0
  4. #11 nim10837 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:55
    จินตนาการว่าหน้าอิทอย์ตอนท้ายเป็นหน้าน้องรี่ที่มองเจ้าโพอยู่5555//ขำจนสำลักน้ำลายตาย
    #11
    0
  5. #10 Cuj27eja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:30
    อืมสลับตำแหน่งกันสินะ นิสัยแมรี่มีโพสามีอยู่ด้วยสิ
    #10
    0
  6. #9 04140606 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:14
    ชอบคอมเม้นต์ล่างมากเลย555

    แมรี่กลายเป็นโจรชั่วไปแล้วววววว
    #9
    0
  7. #8 jasper_nin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 18:57
    โจรชั่วกับสาวงาม55555
    #8
    0