นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

(Fic conan)รักที่เป็นไปได้

โดย Mm0207

เป็นเนื้อเรื่องที่คิดเอง ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักในการ์ตูนใดๆ

ยอดวิวรวม

202

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


202

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


6
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ส.ค. 63 / 20:34 น.
นิยาย (Fic conan)ѡ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ส.ค. 63 / 20:34


(หากมีคำผิดต้องอภัย)

.

.

.

.

ในวันที่ฟ้าฝนโปยลงมาจากฟากฟ้า

 

  ฟุรุยะ เรย์…

เขาคือเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลคนเก่งของกรมตำรวจญี่ปุ่น ในตอนนี้เขากำลังเร่งรีบกลับไปยังที่อยู่อาศัยของเขา หรือก็คือที่บ้านของเขานั่นเอง

นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วหลังจากที่ตัวเขาได้แฝงตัวเข้าไปในองค์กรหนึ่ง ที่เป็นที่ต้องการของหลายองค์กรตำรวจ พวกเราในหมู่สายลับรู้จักกันดีในนามของ' องค์กรชุดดำ' และหลังจากนั้นองค์กรนี้ก็ได้ถูกรวบรวมตัวจับไว้ในฐานะอาชญากรที่ทำการค้าขายผิดกฏหมายหลายอย่างและได้พรากผู้คนไปมากมาย

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทุกคนที่ต้องเข้าคุกตารางนานตลอดชีพ…

เพราะมีอยู่หนึ่งคนที่ได้รับการพิจารณาจากหลายสำนักงานของตำรวจว่าให้ยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ เพราะตลอดมาถึงจะกระทำเหตุการณ์ที่ผิดกฏหมายแต่มีอยู่หนึ่งปี ที่ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฏหมายถึงขั้นร้ายแรง และบางครั้งยังคอยแอบช่วยอยู่บ้าง จึงได้รับพิจารณาลดหย่อนโทษจำคุกเหลือเพียง 3 ปีเพียงเท่านั้น

แต่ตอนนี้ตัวเขาควรเร่งรีบกลับบ้านอย่างโดยเร็ว เพราะสายฝนที่กำลังเทลงมาไม่หยุดหย่อนมันทำให้ตัวของเขาเปียกเกือบหมดเสียแล้ว และไม่ช้าที่ตัวเขารีบวิ่งกลับมาถึงที่บ้าน บ้านของฟุรุยะเป็นบ้านหลังที่ไม่ได้ใหญ่โตมากเป็นบ้านที่มีสองชั้นในตัว มีสนามหญ้าเล็กๆและแปลงปลูกดอกไม้ที่เป็นหย่อมๆ พอกลับมาถึงหน้าประตูบ้านของตนจึงรีบเอื้อมมือหนาไปหมุนลูกบิดประตูเพื่อเข้าไปยังตัวบ้าน…เพื่อที่จะได้เจอหน้าของภรรยาและลูกของตน

“กลับมาแล้-”

เพล้ง!

แต่ในขณะที่ฟุรุยะกำลังจะพูดประโยคทักทายในยามเมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ได้ยินเสียงเหมือนพวกแก้วตกแตกกับพื้นดังมาจากห้องรับประทานอาหารภายในตัวบ้านหลังนี้ สมองที่ได้ยินเสียงก็คิดได้อย่างเดียวคือการที่ต้องก้าวสองขาเข้าไปดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เพราะถ้าเสียงที่เกิดขึ้นเหตุเกิดมาจากสมาชิกที่อยู่ในบ้านตอนนี้คงไม่พ้นเรื่องทะเลาะกันแน่นอน

 เมื่อฟุรุยะมาถึงยังสถานที่ที่เกิดเหตุ และมันก็เป็นไปตามที่เขาคิด ตรงหน้าของเขาก็คือ'ภรรยาและลูกสาว'กำลังทำท่าทางเหมือนกำลังทะเลาะกันอยู่"ทะเลาะอะไรกันน่ะทั้งสองคน ได้ยินเสียงเหมือนแก้วตกไปถึงหน้าบ้านเลยนะ" แต่เหมือนอีกสองคนที่กำลังมีเรื่องทะเลาะจะไม่ได้สนใจผู้มาใหม่แต่อย่างใดเลยแม้เเต่น้อยและยังคงมีเรื่องกันต่อไป

“คุณแม่ไม่เคยสนใจหนูเลย! คุณแม่เอาแต่พยายามกดดันหนู!!"

“นี่เถียงแม่เหรอยูริ!! เป็นเด็กแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร แม่จำได้ว่าไม่เคยสอนนิสัยแบบนี้ให้ลูกเลยนะ!!”

“ก็เป็นเพราะคุณแม่ไม่ใช่หรือไงคะ!!”

การทะเลาะของสองแม่ลูกเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนคนเป็นพ่อและสามีที่เข้ามาภายหลังไม่สามารถที่จะหยุดมันเอาไว้ได้ ถึงเขาจะเกลี้ยมกล่อมยังไงเขาเชื่อว่าไม่พอที่จะหยุดการทะเลาะครั้งนี้ได้

“เงียบเลยนะ!! หยุดเถียงแม่แล้วรีบกลับขึ้นห้องไปเดี๋ยวนี้!!!”

“ทำไมหนูต้องฟังคุณแม่ด้วย!! เรื่องนี้คุณแม่ผิดนี่นา!!!”

“ใครกันแน่หะ!!”

“ใครกันแน่ที่ผิด คนแบบคุณที่ฆ่าคนได้ไม่เลือกหน้านะ!!!”

“!!!”

เพี๊ยะ!!

เหตุการณ์แบบนี้ฟุรุยะเชื่อว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาแน่นอน…แต่มันคงไม่ใช่เพียงแค่ความคิดอีกแล้ว  เพราะเมื่อลูกสาวของเขาพูดในสิ่งที่ไปสะกิดต่อมความโมโหของผู้เป็นแม่จึงทำให้ความอดทนที่มีอยู่ไม่เก็บกดอีกต่อไปเเละเลือกที่จะปล่อยมันออกมา โดยการที่คนเป็นมารดาใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่หน้าของผู้เป็นลูกอย่างจังจนร่างที่เล็กกว่าล้มลงไปกับพื้น

“พูดอะไรหัดคิดซะบ้าง!! ถ้ากลัวคนที่ฆ่าได้แบบไม่เลือกหน้าก็ออกจากบ้านไปเลย!!!”

“..หึ ถึงไม่บอกหนูก็จะไปแน่!!!”

“…”

“หนูไม่ได้กลัวคุณหรอกนะ แต่หนูไม่อยากอยู่มากกว่า!!! หนูเกลียดคุณแม่ที่สุด!!!"

 

และเมื่อเด็กสาวพูดออกมาสุดเสียงก็รีบวิ่งออกจากบ้านโดยออกไปทางยังประตูที่อยู่หน้าบ้านและวิ่งตากฟ้าฝนข้างนอกออกไปโดยที่ไม่สนว่าร่างกายของตนจะเปียกปอนมาแค่ไหน และความเงียบก็กลับเข้าสู่บ้านเมื่อเด็กหญิงวัยสิบสี่ปีจากไปเหลือเพียงสองสามีภรรยาภายในตัวบ้าน

“คุณไปไล่ลูกทำไมล่ะครับ!”เป็นความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องทำให้บุคคลที่มาภายหลังต้องถามผู้เป็นภรรยากลับทันทีถึงเหตุผลที่เธอไล่ลูกสาวของจากบ้านแบบนี้

“ก็ดูลูกพูดสิ!!”

“ที่ลูกพูดอาจจะผิดก็จริง แต่คุณก็ไม่ควรที่จะไล่ลูกออกจากบ้านนะครับ!!”

“…”

“..ผมจะไปตามลูกกลับมา”

และสุดเสียงของสามี ฟุรุยะจึงรีบก้าวสองขาออกจากบ้านอย่างเร็วเพื่อออกไปตามหาเด็กหญิงผู้เป็นลูกสาวของตนที่เพิ่งจะหนีออกไป และตัวเขาก็ไม่ลืมที่จะพกร่มออกไปด้วยและก็ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงหญิงสาววัยกลางคนไว้ในตัวภายบ้านเพียงลำพัง ตัวเธอทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ที่อยู่เพียงไม่ไกลและพยายามนั่งนึกคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นระหว่างลูกสาวกับตัวเธอ และก็นึกเลยไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่ตัวเธอจะได้มาแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่แบบนี้

ในตอนนั้นเธอคือบุคคลที่เป็นดาราดังระดับฮอลลี้วู้ดและเป็นบุคคลที่เป็นต้องการของสำนักตำรวจในหลายประเทศ เพราะเธอคือหนึ่งในสมาชิกของ'องค์ดรชุดดำ'และใครหลายๆคนในแวดวงตำรวจที่ตามล่าเธอรู้จักเธอดีในฐานะที่เป็นสมาชิกระดับสูงที่มีโค้ดเนมว่า'Vermouth'หรือ'เบลม็อท' หลังจากที่องค์กรที่จับคุมและรวมถึงตัวเธอด้วยแน่นอนโทษต้องขั้นร้ายแรง เพราะเธอและองค์กรทำผิดกฏหมายในหลายๆเรื่องจึงต้องทำให้โดนจำคุกตลอดชีพ 

  แต่เหมือนพระเจ้าจะช่วยเธอนะสำหรับครั้งนี้ เพราะว่าเธอได้รับการลดหย่อนโทษจำคุกเหลือเพียง 3 ปี เหตุผลที่เธอได้รับกลับมาคือ ในบางครั้งแผนขององค์กรเธอก็ได้แอบช่วยทางนักสืบตัวน้อยหรือ'เอโดงาวะ โคนัน'หรือจะเรียกให้ถูกก็คือ'คุโด้ ชินอิจิ'นักสืบมัธยมปลายชื่อดังที่กับกลายมาเป็นเด็ก เพราะฤทธิ์ยาของAPTX4869 เพราะเด็กหนุ่มคนนี้เคยช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ในตอนที่เจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์คและนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เธอช่วยเด็กหนุ่มไว้

  และเมื่อผ่านมาจากนั้นสามปีที่เธอได้ออกจากเรือนจำ เธอก็ได้ชายหนุ่มผิวสีแทนเจ้าหน้าที่คนเก่งของสันติบาลช่วยเธอในการอยู่ใช้ชีวิตที่เหลือและหลังจากนั้นเธอกับเขาก็ได้รู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอแน่ใจว่าเธอมีใจให้กับเขาและเช่นกันเขาเองก็มีใจให้กับเธอ จนทั้งคู่ตัดสินใจที่จะตกลงแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันและหนึ่งปีต่อจากนั้นตัวเธอก็ได้ตั้งครรภ์ ซึ่งมันเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับตัวเธอและสามี เมื่อถึงเวลาครบกำหนดเด็กตัวน้อยๆก็ได้ออกมาลืมตาดูสู่โลกกว้าง เธอกับสามีดูแลเลี้ยงดูเด็กน้อยจากร่างเล็กๆจนถึงวัยรุ่นในตอนนี้…

 ตอนนี้เธอบอกได้คำเดียวว่า'เครียด' พอเธอลองมานึกถึงต้นสายปลายเหตุดีๆดูแล้ว ‘เธอเป็นคนผิดเรื่องนี้เต็มๆ’ การที่เธอดุด่าว่าลูกสาวตอนนั้นเป็นอารมณ์ชั่ววูบและอารมณ์นั้นก็ดันไปทำให้สมบัติที่ลํ้าค่าที่สุดในชีวิตได้รับบาดเจ็บ เธอเครียดกับการที่ลูกสาวหนีออกจากบ้านไปถ้าลูกของเธอเป็นอะไรขึ้นมาเธอโทษตัวเองน่าดู ถึงอยากที่จะออกไปตามหามากแค่ไหนแต่ถ้าออกไปและเจอหน้าเด็กคนนั้นก็คงที่จะหนีเธอเป็นอีกแน่

เธอเหลือบไปเห็นภาพครอบครัวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ภาพของคนในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุขและมันเป็นภาพถ่ายในงานวันเกิดของลูกสาวเมื่อปีที่แล้ว

…ขอร้องล่ะ กลับมาหาแม่เถอะนะ

 

 

ฟุรุยะที่วิ่งออกมาตามหาลูกสาวของตนเองที่น่าจะเกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่งได้แล้วและตอนนี้ฝนก็ยังคงที่จะไม่หยุดตกแม้แต่น้อย แต่เขาก็ยังคงออกตามหาต่อไปในฐานะคนเป็นพ่อและตำรวจคนหนึ่ง จะปล่อยให้เด็กอายุเพียงแค่นั้นออกไปในสภาพอากาศแบบนี้และเวลานี้ได้ยังไงกัน อันที่จริงตัวเขาเองก็พอที่จะนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุแบบนี้ออกอยู่เหมือนกัน พอเอาความคิดที่ตัวเองคิดว่ามันน่าจะเป็นเหตุลองบวกกับคำพูดของเด็กหญิงมันก็เข้าล็อคพอดี เหตุทั้งหมดน่าจะเกิดมาจาก'การคาดหวัง'  ฟุรุยะเชื่อว่าในฐานะคนเป็นแม่ไม่ว่ายังไงก็คงต้องคาดหวังกับผลการเรียนของลูกเป็นแน่อยู่แล้วและเขาเชื่อว่าพอเหมือนเธอไปกดดันลูกมากเข้า มันก็ทำให้ลูกสาวของเขามีความเครียดในตัวเองสูง เด็กสาวคิดว่าถ้าทำผลการเรียนออกมาไม่ดีคงจะถูกคนเป็นแม่ดุด่าและไม่พอใจตัวเองเป็นอย่างแน่ 

วิธีแก้ไขมีทางเดียวคือปรับความเข้าใจคุยกันแต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้มันก็อาจจะยากหน่อยล่ะนะ…

เขาออกตามหาผู้เป็นลูกแทบทุกที่และแน่นอนว่าก็แวะไปหาที่บ้านของเพื่อนลูกสาวมาแล้วแต่ก็ยังไม่พบวี่แววแม้แต่เงาเลยและเวลาที่เขาออกมาจากบ้านตอนนี้ก็จะครบสามชั่วโมงเสียแล้ว ถ้าลูกสาวเขาไม่ได้ไปที่บ้านเพื่อนหรือในสถานที่ที่มีคนชุกชุมและแสดงว่าต้องเป็นในที่ลับตาคนแน่นอนและมันเหลืออยู่หนึ่งสถานที่ที่ยังไม่ได้ลองไปหาดู ฟุรุยะเชื่อว่าลูกสาวที่หนีออกจากบ้านมาต้องอยู่ที่นั่นแน่ เพราะมันเป็นสถานที่ที่ตัวคนเป็นบิดาอย่างเขาและตัวเธอไปด้วยกันบ่อยๆในยามเช้าและมันเป็นสถานที่เดียวในตอนนี้ที่สามารถให้คนไปหลบฝนได้ด้วย

แต่ระหว่างที่ฟุรุยะกำลังจะเดินทางออกตามต่อนั้นก็ถูกขัดจังหวะโดยสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกของเขา แน่นอนว่าเขาต้องกดรับสายแต่สถานการณ์นี้เขาคงต้องใช้หูฟังไร้สายที่สามารถเชื่อต่อกับมือถือได้ เพราะตอนนี้มือข้างหนึ่งของเขากำลังถือร่มกางกันฝนอยู่ถ้าจะถือโทรศัพท์คุยอีกข้างคงจะไม่สะดวกในการตามหาตัวลูกสาวเป็นแน่ เมื่อคิดแบบนั้นจึงกระทำอย่างทันทีและพอลองมองดูชื่อของบุคคลที่โทรเรียกเข้าเขาก็คือ'ภรรยา'ของเขาที่กำลังนั่งรออยู่ที่บ้าน เขาเชื่อว่าถึงเป็นเธอเองที่เป็นคนไล่ลูกออกจากบ้านแต่ลึกๆยังไงด้วยความคนที่เป็น'แม่'เป็นธรรมดาที่จะเป็นห่วงลูกของตนอยู่แล้ว"ครับ คุณมีอะไรหรือเปล่า"

'นายหาลูกเจอหรือยัง…'

“ยังครับ ผมลองไปดูในหลายๆที่มาแล้วและมันเหลืออยู่ที่หนึ่งผมกำลังจะไปหาอยู่พอดี”

‘นี่ก็จะครบสามชั่วโมงแล้วที่นายออกไปหาลูก ลูกยังไม่ได้ทานข้าวหรอกนะและดูเหมือนว่าลูกจะไม่ได้พกอะไรติดตัวไปเลย’

“ผมจะรีบหาลูกนะครับ”

‘ฝากด้วยนะ…’

“ในระหว่างที่ผมกำลังจะหาลูกต่อ คุณอย่าเพิ่งกดวางสายได้ไหมครับผมมีเรื่องที่อยากจะถามคุณต่ออีกหน่อย”

‘ได้สิ…’

ขณะนี้ในช่วงที่สายการสนทนายังไม่ถูกตัดขาดตัวฟุรุยะก็ตรงไปยังสถานที่ที่เขาคิดว่าต้องเป็นที่นั่นอย่างแน่นอนแต่ระหว่างที่เขาเดินไป เขาก็คุยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาผ่านทางโทรศัพท์มือถือจนได้รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเป็นอย่างไรและมันก็เป็นไปอย่างที่เขาเคยคิดเอาล่วงหน้า จนเดินทางมาถึงยังจุดหมายปลายทางและเมื่อลองไปใกล้ๆยังที่แห่งนั้น ใกล้เรื่อยๆ…จนเจอกับ

“ยูริ!!”

ฟุรุยะเจอเด็กหญิงที่อยู่นั่นในสภาพที่กำลังนอนหมดสติอยู่กับพื้นของที่นั่นและตัวเธออยู่ในสภาพที่เปียกปอนชุ่มนํ้าเป็นอย่างมากและพอเขาตะโกนเรียกชื่อของลูกสาวออกมาก็ทำให้คนที่อยู่ในสายตกใจเช่นเดียวกัน"นี่เรย์!! ลูกเป็นอะไร!!!"

“ยูริ!! ยูริ!!”คนเป็นบิดาเร่งรีบเข้ามาดูอาการอย่างทันทีทันใด พอเข้ามาใกล้และเช็คอาการก็พบว่าลูกสาวมีอาการไข้สูงเป็นอย่างมากสาเหตุก็น่าจะเกิดมาจากการที่อยู่ในสภาพอากาศที่ชื้นเป็นเวลาติดต่อกัน ฟุรุยะยังพบเพิ่มอีกว่าตรงบริเวณมือนั้นมีเลือดไหลอยู่แต่ดีที่ไม่ได้ไหลออกมามาก เมื่อเหลือบไปด้านข้างตรงบริเวณฝาผนังก็เห็นเลือดที่เจือจางติดอยู่ ถ้าสันนิฐานน่าจะมาจากการที่เธอต่อยกำแพงอย่างแน่นอน

‘เรย์ ลูกเป็นยังไงบ้าง!!’คนเป็นแม่ผู้เป็นห่วงลูกไม่แพ้กันก็ยังคงถามถึงอาการที่เกิดกับลูกสาวเร่งรีบ

“ลูกมีเลือดออกแต่ไม่เยอะและก็มีไข้ขึ้นสูงครับ”

‘ยูริ…’

“เดี๋ยวผมจะอุ้มลูกไปส่งที่โรงพยาบาลกลางเบกะให้หมอตรวจดูน่าจะเป็นการดีกว่า ส่วนคุณถ้านั่นก็ขับรถมาก็ได้นะครับ”

‘ข..เข้าใจแล้ว…’

และสายก็ถูกตัดอย่างทันทีฟุรุยะจึงรีบยกร่างไร้สตินั่นอย่างทันใจและเริ่มออกวิ่งไปให้อย่างเร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยให้ลูกสาวของเขาอยู่ในสภาพอย่างนี้ต่อไปอาจจะทำให้อาการหนักกว่าเดิมก็เป็นได้

.

.

.

“อาการของลูกเป็นยังไงบ้าง…”คนที่มาภายหลังก็ได้เพียงนั่งเฝ้ามองลูกสาวที่นอนหมดสติอยู่อย่างเดียวเท่านั้น หลังจากการที่ฝ่ายคนเป็นพ่อได้นำพาลูกสาวมาพบกับคุณหมอที่โรงพยาบาลกลางเบกะที่อยู่ออกห่างไปไม่ไกลนักจากที่ที่เขาวิ่งตามฝนมา"เป็นอะไรหนักมากไหม"

“ยังดีครับที่รีบพามาส่งถึงมือหมอ คุณหมอบอกว่าถ้าเกิดพามาหาช้ากว่านี้ลูกมีสิทธิ์ที่จะมีอาการนํ้าท่วมปอดได้ครับ”คนที่มาถึงก่อนก็ไต่ถามถึงอาการของเด็กหญิงเป็นที่เรียบร้อย โชคดีที่อาการยังไม่ถึงขั้นอันตรายต่อร่างกายมาก"คุณหมอบอกว่าลูกมีอาการมีไข้ขึ้นสูงบวกกับขาดสารอาหารนิดหน่อยครับ"

“ความผิดฉันแท้ๆ…”

“อย่างเพิ่งโทษตัวเองซะทุกอย่างสิครับ”

ภรรยาที่มาถึงภายหลังถัดจากเขา พอฟุรุยะได้เห็นสีหน้าของคนเป็นที่รักที่กำลังเดินตรงมาหาเขาตอนนั้น เขาจำมันได้ขึ้นใจ สีหน้าที่เต็มไปด้วย

ความเป็นห่วง…

ความเศร้า…

ความรู้สึกผิด…

มันถูกแสดงออกมาทางสีหน้าของเธอเต็มไปหมด ทั้งที่เธอเคยเป็นอดีตนักแสดงชื่อดังมาก่อน การเก็บอาการและสีหน้านั่นถือว่าเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเธอ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่…

“ถ้าฉันไม่กดดันลูกขนาดนี้ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้กับลูก…"

“ไม่เอาสิครับเลิกโทษตัวเองได้แล้ว ถ้าคุณมัวแต่คิดแบบนี้แล้วถ้าเกิดเครียดขึ้นมาและถ้าคุณมาเป็นอะไรไปอีกคน ผมก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันนะครับ”

“…”

“ผมเข้าใจคุณนะครับ”

“…”

“ลูกจะต้องฟื้นขึ้นมาภายในเร็วๆนี้แน่ครับ”

“ฉันก็..ขอให้เป็นแบบนั้น…”

“ผมจะอยู่ข้างๆคุณเอง”

“ขอบใจนะ…”

.

.

.

“อ..อือ…..”

…ที่นี่ที่ไหน?

เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์การหลับใหลที่เหมือนจะยาวนานไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นก็เห็นเพดานสีขาวตรงหน้า เธอคงเดาออกไม่ยากว่าตอนนี้เธอคงกำลังนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างแน่นอนก็เธอเล่นวิ่งหนีออกทั้งอย่างนั้นไม่ได้เอาอะไรบังฝนเลยแม้แต่น้อย ข้าวเย็นก็ไม่ได้ทานสักคำ นั่งกอดเข่าหนาวอยู่อย่างนั้นตั้งสามชั่วโมงเห็นจะได้แถมเล่นต่อยกำแพงจนเลือดไหลอีกต่างหาก ปกติร่างกายของเธอก็ไม่ค่อยที่จะแข็งแรงสักเท่าไหร่อยู่แล้วเจอแบบนี้เข้าไปเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเธออยู่แล้ว

…แต่ว่าใครพาเธอมาส่งที่โรงพยาบาลกัน?

.

“ย..ยูริ”

…ส..เสียงแบบนี้…

เธอจำเสียงที่กำลังเรียกชื่อเธอ เสียงที่เธอคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน เสียงที่ไม่ว่ายังไงเธอก็ลืมไม่ลงถึงแม้เธอจะเกลียดหรือโกรธเท่าใด

“ยูริ..ดีใจจังที่ลูกฟื้นแล้ว พ่อกับแม่เป็นห่วงแทบแย่…"

ถึงแม้เธอจะหนีออกจากบ้านมา แต่เขาทั้งสองคนก็ยังเป็นห่วงเป็นใยและตามมาจนถึงที่ที่เธอหลบซ่อน สองคนที่เป็นผู้มีบุญคุณกับเธออย่างที่สุดที่จะหาที่ไหนมาแทนไม่ได้อีกแล้ว

“ค..คุณพ่อ….ค..คุณ..แม่”เด็กสาวที่หันไปตามเสียงเรียกก็เห็นก็เห็น'คุณพ่อ'และ'คุณแม่'ของเธอกำลังจ้องมองมาทางเธอด้วยแววตาที่เป็นห่วงเธออย่างที่สุด ยูริพูดอะไรแทบจะไม่ออกเลยเพราะทั้งๆที่เธอเลือกที่จะวิ่งหนีออกมาจากพวกท่านแต่พวกท่านทั้งสองก็ยังตามหาตัวเธอจนเจอ

“ยูริ…”

“คุณแม่…”แต่คนที่ยูริควรคุยด้วยที่สุดก็คงเป็นเป็นคุณแม่คนสวยของเธอ ยูริบอกได้เลยว่าตอนนี้คุณแม่ของเธอกำลังรู้สึกอย่างไร เพราะอาการนั้นมันถูกแสดงออกทางมาสีหน้าจนหมดทั้งที่เคยเป็นอดีตนักแสดงชื่อดังแท้ๆ แต่กลับเก็บอาการไม่ได้ซะอย่างงั้น

“…”

“….คือ”

“…”

“น..หนูขอโ-”

“..แม่ขอโทษนะลูก”

“ค..คุณแม่…..”

ถามตามตรงเธอดีใจที่คุณแม่ของเธอยอมขอโทษเพราะถ้าดูจากเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เรื่องก็มาจากคุณแม่ของเธอ แต่ลึกๆสำหรับเรื่องนี้เธอเองก็ผิดเช่นเดียวกัน เพราะเธอไปพูดแบบนั้นกับแม่ของเธอเรื่องถึงได้ยาวไกลมาถึงนี่

“หนูก็ขอโทษค่ะ เพราะหนูพูดแบบนั้น…”

“ลูกไม่ต้องขอโทษหรอก แม่ต่างหากที่ควรพูดคำพูดนั้นกับลูก”

พอรู้สึกตัวอีกทีร่างกายของเด็กสาวก็ถูกคนเป็นเเม่สวมกอดอย่างไวและความรู้สึกต่อมาหลังจากที่มารดาโผล่เข้ามากอดก็คือหยดนํ้าที่ไหลลงบนแผ่นหลังร่างเล็ก นํ้าตาของคุณแม่…

“คุณแม่คะ…”

“แม่ขอโทษลูก…แม่ขอโทษ!…แม่ขอโทษ!!”สำหรับตัวคริสเองที่รู้สึกผิดต่อลูกสาวเป็นอย่างมาก เธอไม่รู้ว่าการกอดครั้งนี้กับนํ้าตาที่กำลังไหลรินนี้จะช่วยให้สมบัติลํ้าค่าตรงหน้าจะให้อภัยเธอบ้างไหม เป็นเพราะตัวเธอ..เป็นเพราะตัวเธอที่ทำให้สมบัติชิ้นนี้เกือบจะไม่ได้กลับมาหาเธออีกแล้ว อย่างน้อยเธอคิดว่าอ้อมกอดของคนเป็นแม่คงช่วยเด็กสาวตรงหน้าดีขึ้นได้ก็ดีเหมือนกัน…

ส่วนฟุรุยะก็ได้แต่ลอบมองสองแม่ลูกตรงหน้าอย่างเป็นห่วง เพราะเขาไม่เคยเห็นผู้ที่เป็นภรรยาร้องโห่ร้องไห้ขนาดนี้มาก่อนเลย เขารู้ว่าภรรยาของเขาโทษตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะเธอคิดว่าเป็นเพราะ'เธอ'ที่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เกือบทำให้ลูกสาวเป็นอันตรายขึ้นมา ตอนนี้เขาคงทำได้แค่อมยิ้มเล็กๆและมองสองร่างบางตรงหน้าเพียงเท่านั้น

“หนูขอโทษคุณแม่ด้วยเหมือนกัน หนูเองก็ผิดที่พูดอะไรแบบนั้นที่คุณตบหนูก็สมควรแล้วค่ะ”

“ลูกไม่ต้องขอโทษหรอก”

“หนู…”

“สัญญา…ได้ไหมว่าคราวหลังจะไม่หนีออกจากบ้านไปอย่างนี้อีก”

“หนู…สัญญาค่ะ”

ดูเหมือนว่าการคุยเจรจาในครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองแม่ลูกคืนดีกันเป็นไปได้ด้วยดี ทั้งคู่ต่างความผิดที่ตัวเองได้กระทำลงไปในด้านของมารดาที่อาจจะกดดันในตัวลูกสาวมากเกินไป หวังกับผลการเรียนที่สูงๆ ส่วนในทางด้านของเด็กกสาวผู้เป็นลูก เธอเองก็ผิดที่ไปพูดอะไรที่ไม่สมควรแบบนั้นและไปต่อล้อต่อเถียงกับผู้เป็นแม่

…ดีจังที่ทั้งคู่คืนดีกันแล้ว

ตัวคุณพ่อก็ได้มองเห็นภาพที่ไม่ได้เห็นมานาน ภาพที่ครอบครัวของเขาสามารถกลับายิ้มแย้มแบบนี้ได้อีกครั้ง ตัวเขาดีใจที่มี'ภรรยา'และ'ลูกสาว'ที่ดีอย่างนี้ เขาดีใจที่ได้แต่งงานเธอคนนี้ เพราะเธอรักคนที่สองไม่สิ ต้องเรียกว่า'ที่สาม'เพราะรักแรกของเขา คือ ‘มิยาโนะ เอเลน่า’ และรักที่สอง คือ ‘ประเทศญี่ปุ่น’ของเขาที่อยากปกป้อง และมาถึงเธอตอนที่เธอคนนี้ถูกปล่อยตัวออกมา เรารู้สึกที่อยากเอื้อมมือเข้าไปช่วยเธอ อยากจะเป็นที่พึ่งให้เธอคนนี้

สำหรับลูกสาวของเขาที่เขาตั้งใจดูแลเลี้ยงดูมาอย่างดี ก็เป็นเด็กที่ฉลาดพอดูเช่นกัน แถมหน้าตายังได้มาจากทางผู้เป็นแม่ มันช่างงดงามเหลือเกิน 

…ดีใจจริงๆ

…หวังว่าพวกนายคงดูฉันจากบนนั้นสินะ เพื่อนรัก

The End

สุขสันต์วันแม่จ้าาาาาาาาาาาา เรื่องสั้นแต่งในเนื่องวันแม่ อย่าลืมาอ่านกันเยอะๆนะ

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Mm0207

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 seirin
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 07:14
    ชอบมากเลยค่ะ เยี่ยมมาก ถ้ามีโครงการแต่งเรื่องยาว แจ้งด้วยนะคะ จะตามไปอ่านอิอิ
    #2
    0
  2. #1 Mm0207
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 20:40

    คอมเม้นๆกันเยอะะะะะะะะ


    #1
    0