Dream (Ominous) Yuri

ตอนที่ 33 : อมยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 มี.ค. 63

ตอนที่ 33 อมยิ้ม

 

“งั้นเป็นไวรัสคาโบนาราใช่มั้ยคะคุณใหญ่” พาฝันยังคงดื้อแพ่งในการขอพูดทายชื่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ขณะนี้ให้ถูก แต่ดันผิดกันอีกแล้ว

“นั่นมันสปาเกตตีนะพาฝัน”

“ว่าทำไมถึงชื่อคุ้นๆ งั้นคงเป็นบาร์เซโลนา”

“นั่นมันทีมฟุตบอลของสเปน เฮ้ออ” มนัสนันท์ถึงกับส่ายหน้าไปมาอย่างเพลียจิต

“โอ๊ย ฉันจะบ้าตายกับแกจริงๆ มันคือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 ยะไอ้ดรีม”

“หรือเรียกอีกอย่างว่าไวรัสอู่ฮั่นนะ พาฝัน”

“อ้าว เหรอคะ แหะๆ” พาฝันเกาหัวด้วยความขายหน้าขวยอายหน่อยๆ ที่ตัวเองพูดผิดไปไกล

“น่ารักไร้เดียงสาแบบนี้นี่เอง คนอย่างคุณใหญ่ถึงกับ..” เจ้าของร้านหนังสือหยุดพูดก็เอาใบหน้าโค้งไปใกล้ๆ ใบหน้าของมนัสนันท์ที่ทำหน้านิ่งอย่างเคย “รู้งี้พี่น่าจะทำตัวใสๆ ซื่อๆ อย่างพาฝันบ้าง คุณใหญ่คงไม่ปฏิเสธพี่อย่างที่เป็นมา”

“นี่ไอ้คุณจิณณ์ แกฝันอยู่หรอ ไม่ว่าจะทำใสซื่อไร้เดียงสาอย่างไร ถ้าไม่ใช่ มันก็คือไม่ใช่” คิวปิดเลิฟเอ่ยพูดเยาะอีกฝ่าย

“จริงสิ แล้วเลิฟกับคุณจิณณ์มาด้วยกันได้ไงคะ” พาฝันถามด้วยความแปลกใจ เมื่ออยู่ๆ เพื่อนสนิทกับเจ้าของร้านหนังสือดูเหมือนรู้จักกันมาก่อน

“เป็นอะไรคุณใหญ่ คิ้วชนกันวุ่นชุลมุนเชียว มีอะไรในใจที่อลหม่านอยู่หรือ..คะ..??” คิวปิดเลิฟเย้าคนปากร้ายด้วยความยียวน ทั้งๆ ที่อ่านใจอีกฝ่ายได้ว่าไม่ชอบใจ แต่ก็ยังเอาตัวเองนั่งร่วมโต๊ะ

“ใครเชิญให้นั่ง”

“เชิญตัวเองค่ะ”

“แล้วพี่นั่งได้ใช่มั้ยคะ”

“ก็นั่งร่วมโต๊ะกันเรียบร้อยแล้ว จะถามตามมารยาททำไมอีกคะ” มนัสนันท์เอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง พร้อมกับคิ้วก็ผูกเป็นปมยุ่งเหยิงด้วยความไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่ ที่อยู่ๆ มีคนสองคนมานั่งอย่างถือวิสาสะกันแบบนี้

“หรือคงเป็นคนรอบๆ ร้านๆ ที่มองมาหรือคะคุณใหญ่” เจ้าของร้านหนังสือเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยืนสังเกตอยู่หน้าร้านกับคิวปิดเลิฟอยู่นาน ก็เห็นความเป็นมาเป็นของผู้คนในร้านตลอด รวมถึงบทสนทนาทั้งสองสาวที่พูดคุยกันด้วย

“ดรีมก็เพิ่งสังเกตว่ามีคนมองมา แล้วเขามองอะไรกันเนี่ย” พาฝันหันไปมองทั่วร้าน ก็เพิ่งเอะใจว่ามีคนมองมา แถมยังยิ้มเป็นมิตรกัน เธอก็ส่งยิ้มเป็นมิตรกลับไป

“พี่แปลกใจนะเนี่ย ที่คนอย่างคุณใหญ่จะมานั่งทานข้าวในที่แบบนี้ แถมพี่ก็พยายามชวนคุณใหญ่ทานข้าวด้วยกันตลอดมาหลายปี แต่ก็ปฏิเสธพี่ตลอดพอกับพาฝัน คุณใหญ่ถึงกับ.. ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะพาฝัน”

เจ้าของร้านเอ่ยกับมนัสนันท์ด้วยสายตาตัดพ้อ ก็หันมาคุยกับพาฝันด้วยอาการยกยิ้มใส่ ทำเอาพาฝันทั้งแปลกใจและฉงนใจยิ่งหลายข้อ จึงเอ่ยถามข้อแรกออกไปที่แปลกใจก่อน

“คุณใหญ่กับคุณจิณณ์รู้จักกันเหรอคะ”

.

.

ขณะนี้บ่ายสี่โมงเย็นแล้ว พาฝันไม่ค่อยมีสมาธิทำงานสักเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะเพื่อนร่วมงานที่ว่าเหน็บต่างๆ นานา เหมือนจะไม่พอใจที่เธอไปทานข้าวเที่ยงก่อน แถมยังกลับเข้ามาในร้านช้าอีก แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่รบกวนใจแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องราวเมื่อตอนทานข้าวเที่ยงต่างหาก มีเรื่องให้ขบคิดต้องทำความเข้าใจ ในเมื่อคนปากร้ายรู้จักกับเจ้าของร้านเหมือนจะรู้จักกันมานาน งั้นแสดงว่าที่เธอได้งานทำ คงไม่ใช่เพราะเส้นสายหรอกใช่มั้ย

“คงไม่ใช่หรอกเนอะ คนอย่างคุณใหญ่นะเหรอ จะช่วยเล่นเส้นให้เราได้งาน คงเป็นไปไม่ได้แน่”

พาฝันบ่นพึมพำอยู่กับตัวเองก็จัดหนังสือไปด้วย อยู่ๆ เจ้าของร้านหนังสือเข้ามายืนใกล้ๆ ก็เอ่ยพูด

“อะไรพาฝัน เป็นไปไม่ได้ หืม”

“อ้าว คุณจิณณ์ มายืนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“มาตั้งแต่เห็นเธอบ่นอะไรก็ไม่รู้นี่แหละ มีอะไรสงสัยก็ถามฉันได้นะ”

“คุณจิณณ์กับคุณใหญ่รู้จักกันมานานแล้วเหรอคะ”

“รู้จักกันมานานมั้ยก็หลายปีนะ เพราะฉันตามจีบคุณใหญ่อยู่นานมาก แต่คุณใหญ่ใจแข็งมากจริงๆ ไม่ยอมให้เข้าใกล้เลย ไม่ใช่สิ น่าจะพูดว่าไม่ยอมให้ใครหน้าไหนได้เข้าใกล้มากกว่า”

“เหรอคะ แต่ทำไมกับดรีม..คุณใหญ่ถึง.. อืม แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว คุณใหญ่มักจะชอบบ่นชอบว่าดรีมตลอดเวลาค่ะ” พาฝันเอ่ยไปก็นึกคิดไป

“คิกๆ คุณใหญ่คงสนใจในตัวเธอไม่น้อยนะพาฝัน ลองคิดๆ ดู มันแจ่มชัดแล้วนะ นอกจากคุณใหญ่แล้ว เธอก็ควรจะเข้าใจหัวใจของตัวเองสักหน่อยนะ”

สิ้นเสียงคำพูดแฝงนัยแปลกๆ ของเจ้าของร้านหนังสือแล้ว พาฝันยังไม่ทันจะได้คิดอะไร อยู่ๆ ก็มีเสียงเด็กน้อยอายุราวหกขวบมายืนร้องไห้อยู่ในร้าน

“ฮือๆ”

.

.

“หล่อนมาทำอะไรชั้นนี้” มนัสนันท์ตกใจเล็กน้อย เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็เปิดห้องออกมาก็พบกับพาฝันที่เอาดูก้มๆ เงยๆ ง่วนหาอะไรสักอย่างจึงเอ่ยถาม

“หาแมวค่ะคุณใหญ่” พาฝันเอ่ยไปก็ก้มหาแมวอยู่ก็นึกขึ้นได้ นี่คือเสียงคนปากร้ายนี่นา จึงหันหน้าไปมองชัดๆ ก็ได้เห็นภายในห้องตรงหน้า “โอ๊ะ นี่ห้องทำงานของคุณใหญ่เหรอคะ ขอดรีมเข้าไปดูหน่อยนะคะ” เธอก็เดินเข้าห้องไปก็ตื่นตาตื่นใจเดินรอบๆ ห้องไปก็เอ่ย “ว้าว กว้างขวางดีจัง มีชั้นหนังสือ มีโซฟา แถมมีหน้าต่างกระจกใสรอบอีก วิวกรุงเทพสวยจัง มีห้องน้ำด้วย หูย มีเตียงนอนมินิน่ารักด้วยอะ นุ่มด้วยค่ะ”

“ทำไมมีแต่คนไร้มารยาทนะ” มนัสนันท์ถึงกับเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยชอบใจ ก็เดินกลับเข้ามาในห้องทำงานของตนอีกครั้ง มองดูอีกคนที่ทั้งเดินดูในห้องทำงานของตนราวกับสิ่งแปลกที่ดูน่าอัศจรรย์ใจ แถมยังมานั่งบนเตียงมินิเล่นอีก ไม่คิดเลยว่าคนอะไรจะชอบเตียงอะไรกันขนาดนี้

“แหม คนกันเองนะคะคุณใหญ่ก็” พาฝันลุกจากเตียงมาแตะไหล่ของคนปากร้ายเบาๆ ก็นึกขึ้นได้ “อ๊า จริงสิ แมว”

“แมว?”

“เด็กน้อยน่าสงสารค่ะ แมวหายไปไหนก็ไม่รู้” พาฝันเดินออกจากห้อง

“แล้วหล่อนเกี่ยวอะไรด้วยอีก” มนัสนันท์เดินตามอีกคนออกไปก็เอ่ยพูด

“เด็กงอแงมากเลย ดรีมใจคอไม่ดีค่ะ” พาฝันเดินก้มหาแมวอย่างร้อนรน

“ไม่รู้หรือไง นี่มันชั้นของผู้บริหารนะ จะมาเดินเล่นเพ่นพ่านแบบนี้ไม่ได้” มนัสนันท์คว้าแขนของพาฝันไว้

“แต่มีคนเห็นแมวเดินขึ้นลิฟต์มานะคะคุณใหญ่”

“หื้ม? แมวขึ้นลิฟต์เนี่ยนะ”

“คุณใหญ่แปลกใจอย่างคนอื่นก็เป็น” พาฝันเอ่ยอย่างยิ้มๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอียงหน้าเล็กน้อย

“มันไม่ใช่เวลาจะมาเย้าเล่นนะ”

“ดรีมรับปากกับเด็กน้อยไว้ว่าจะเอาแมวมาคืนค่ะ”

“แมวกดลิฟต์เป็นที่ไหนกัน หากไม่มีใครพามันขึ้นมา”

“ก็มีคนยืนยันมาแบบนี้นี่คะ”

“ใครบอกหล่อน หืม ว่าแมวขึ้นลิฟต์มายังชั้นนี้”

“คุณจิณณ์ค่ะ”

“อะไรกันเนี่ย” มนัสนันท์รู้สึกงงงวย

“คุณใหญ่เลิกงานแล้วกลับก่อนได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอดรีม เดี๋ยวดรีมหาแมวเจอแล้วจะกลับบ้านค่ะ”

“หึ เราไม่ได้รอหล่อนกลับบ้านสักหน่อย ทำไมเราต้องรอด้วย”

“นั่นสิคะ ดรีมก็คิดเองเออไปเองอีกแล้ว แหะๆ” พาฝันเอ่ยไปก็หัวเราะขำแห้งๆ

“ก่อนจะตามหาแมว ควรจะใช้สมองเท่าเม็ดถั่วคิดหน่อยนะ” มนัสนันท์พูดจบก็คว้ามืออีกฝ่ายเดินลงลิฟต์

“คุณใหญ่จะพาดรีมไปไหนคะ ดรีมกลับบ้านตอนนี้ไม่ได้ค่ะ ต้องหาแมวก่อน”

“หาอย่างคนตาบอดไร้ทิศทางแบบนี้ คงเจอหรอกนะ”

.

.

หลังจากที่มนัสนันท์ได้ให้พาฝันดูแมวจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแล้ว ปรากฏว่าเส้นทางที่แมวน้อยเดิน มันไม่ใช่ขึ้นลิฟต์มาบนชั้นบริหารของห้างแต่อย่างใด แต่เป็นหลังห้างสรรพสินค้าที่เป็นสวนสาธารณะต่างหาก ซึ่งน่าแปลกมากๆ ในความคิดของคนปากร้าย เพราะแมวน้อยอยู่ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่ามันหายตัวได้อย่างนั้นละ แถมลักษณะในการเดินออกไปก็เหมือนรู้เส้นทางด้านหลังห้างสรรพสินค้าอย่างดี

“อยู่ไหนนะ เหมียวๆ” พาฝันได้ถืออมยิ้มมาล่อให้แมวน้อยออกมา

“มีที่ไหนกันถืออมยิ้มออกตามหาแมวที่ไม่ใช่ของตัวเอง และไม่มีแม้แต่ชื่อเรียกด้วย เหอะ แมวคงออกมาหรอกนะ”

“แล้วใช้อะไรล่อแมวล่ะคะคุณใหญ่”

“ปลาทูซิ ใครๆ ก็รู้นะพาฝัน แมวชอบกินปลา หล่อนเป็นมนุษย์ต่างดาวกลับชาติมาเกิดหรือไง”

“ใครว่าล่ะคะ ดรีมเป็นเทพีกลับชาติมาเกิดตั้งหากล่ะคะ”

“เทพีท่าจะบ๊องนะสิ ไม่ว่า”

“ฮึ่ม ฮึ่ม” พาฝันย่นจมูกใส่คนปากร้ายด้วยความเง้างอด ก็เอาอมยิ้มมาดูดไม่หยุดเพื่อระงับความไม่พอใจ

“ร้อนจริงๆ เลย ให้ตายสิ ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย บ้าไปแล้วแน่ๆ”

แควก..

พึ่บๆๆๆ

มนัสนันท์เอาพัดแบบไม้ไผ่โบราณสไตล์จีนคลาสสิกพัดไปมา พลางก็บ่นไปด้วย เมื่อพาฝันได้เห็นถึงกับตื่นตาจึงแบมือขอจากคนปากร้ายที่ถือพัดมาสองอัน

“ว้าว พัดสวยจังเลยค่ะคุณใหญ่ ดรีมขอด้วยสิคะ”

“เรื่องอะไร เราไม่ชอบแบ่งของกับใคร”

“แต่คุณใหญ่เป็นพี่”

“ก็แค่คนเกิดก่อนไม่กี่ชั่วโมงเอง”

“ก็นับว่าเป็นพี่อยู่ดีนะคะ”

“แล้วไง”

“คนเป็นพี่ก็ต้องเสียสละเพื่อน้องสิคะ”

“อย่ามาสอนเรานะ เราไม่ชอบ”

มนัสนันท์พูดจบก็วีพัดโบกไปมาระบายความร้อนที่คืบคลานเข้ามาไม่หยุด ยิ่งพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแต่ทำไมแสงสีส้มที่ส่องแสงกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า ถึงได้มีไอร้อนแผ่กระจายออกมาขนาดนี้ก็ไม่รู้ พาฝันเห็นดังนั้นก็เอาผ้าเช็ดหน้าของตนที่ช่วงหลังจะพกบ่อยขึ้น มาซับเหงื่อที่ซึมออกมาเต็มหน้าผากกับขมับทั้งสองข้างให้คนปากร้ายอย่างอ่อนโยนพลางก็เอ่ยไปด้วย

“ทำไมเหงื่อเยอะขนาดนี้ล่ะคะ คุณใหญ่คงไม่ได้เคยเดินเล่นนอกบ้านเลยเหรอคะ”

“หล่อนก็น่าจะรู้นะ ว่าเราสามพี่น้องไม่ชอบออกมาเดินเล่นข้างนอก”

“แม้แต่สวนสาธารณะเหรอคะ”

“บ้านเราก็มีสวนย่อมนะ ทำไมต้องหาเรื่องมาเดินสวนนอกบ้านด้วย”

“ถึงว่าผิวถึงได้ขาวขนาดนี้”

“เราไม่ชอบที่คนเยอะๆ”

“แต่ก็ตามดรีมออกมาข้างนอกด้วยกัน ปลื้ม” พาฝันพับเก็บผ้าเช็ดหน้า แล้วไปคว้าหลังมือของคนปากแข็งมาแนบแก้มตัวเองด้วยรอยยิ้ม

“เรามาทำหน้าที่แทนคุณปู่ต่างหาก หากหล่อนทำอะไรที่เงอะงะจนเป็นที่อับอายมายังคุณปู่ก็แย่สิ”

“เหรอคะ” พาฝันทำปากจู๋ ก็ปล่อยมือจากอีกฝ่ายเป็นอิสระ

“ร้อนจริงๆ” มนัสนันท์ก็เอาพัดขึ้นมาวีไปมาดับความร้อนแรงขึ้น

“ตัวเองพัดวีอยู่คนเดียวยังจะร้อนอีก” พาฝันเดินตามไปติดๆ ก็เอ่ย

“ตัดพ้อกันหรอ”

“เปล่าค่ะ ดรีมแค่อยากได้บ้าง” พาฝันพูดจบท้องก็ร้องประท้วงขึ้นมา

โครกคราก

“คงได้เวลาทานข้าวอีกแล้วสินะ”

“แหะๆ” พาฝันเอามือมาลูบท้องตัวเองก็ขำแห้งๆ ออกมา

“แล้วจะทานอะไรล่ะ ในเมื่อแถวนี้มันมีร้านที่ไหนล่ะ มันเป็นสวนสาธารณะนะ แถมเย็นมากแบบนี้คงไม่มีร้านไหนเปิด”

“โอ๊ะ นั่นไงคะคุณใหญ่” พาฝันเหลือบไปเห็นตึกร้านค้าเข้าพอดีก็เดินมุ่งไปอย่างไว

“เมื่อกี้ยังไม่เห็นร้านนี่นา ทำไมร้านมาโผล่ได้ล่ะเนี่ย” มนัสนันท์เดินเข้าไปในร้าน ซึ่งภายในก็ตกแต่งแบบธรรมดาที่เหมือนจะไม่ใช่ธรรมดา ไฟในร้านก็ดูสลัวๆ บรรยากาศมันช่างเย็นขนลุกซู่ ทั้งๆ ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศเลย

“ทางนี้ค่ะคุณใหญ่” พาฝันได้นั่งลงที่โต๊ะเรียบร้อยก็โบกมือให้คนปากร้าย

“ร้านอะไร ชื่อสารพัดพิศวง” มนัสนันท์นั่งลงก็เอ่ยพูดอย่างฉุกคิด

“ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไรดีคะ คุณลูกค้าทั้งสอง”

พนักงานสาวได้เข้ามาพูดคุยก็ยื่นเมนูมาให้ ทำเอามนัสนันท์ถึงกับต้องมองไม่ละสายตา ด้วยความสวยแบบแปลกๆ เพราะพนักงานสาวแต่งตัวมีผ้าคลุมราวกับแม่มดนะสิ

“ว้าว มีเมนูเยอะจังเลยค่ะ เค็ดคดเมนูเองทั้งหมดเหรอคะ” พาฝันดูตื่นตาตื่นใจในเมนูหลากหลายร้อยแปดของทางร้าน แถมพนักงานสาวก็ดูสวยขาวผ่อง จึงเอ่ยผิดออกไปอย่างไม่รู้ตัว

“คิกๆ คุณลูกค้าช่างน่ารักนะคะ คิดค้นเมนูไม่ใช่เค็ดคดใช่มั้ยคะ”

“แหะๆ ลิ้นพันกันอีกแล้ว” พาฝันเอามือมาเกาหัวด้วยความเคอะเขินก็หัวเราะแห้งๆ ออกมา

“ของหวานก็มีนะคะ”

“โอ้ว แพนเค้กก็น่าทาน เค้กก็น่าทาน ขนมปังก็น่าทาน คุกกี้ก็น่าทาน โอ้ว ไอศกรีมก็มี หูย หูย มีบิงซูด้วย” พาฝันเริงรื่นอย่างมาก เมื่อได้เห็นของหวานที่ชอบหลากหลายเมนูเหลือเกิน เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ”

“มีสมูทตี้มะม่วงด้วยนะคะคุณลูกค้า”

“นั่นละ ของชอบดรีมเลยค่ะ น่ากระดกซดจริงๆ งั้นดรีมเอา..”

“กาแฟดำสองแก้วค่ะ”

อีกฝ่ายพูดไม่ทันจบ มนัสนันท์ก็เอ่ยแทรกขึ้น เพราะเธอสังเกตว่าพนักงานสาวที่พูดเสนอเมนูออกมา เหมือนจงใจนำเสนอเครื่องดื่มของโปรดพาฝันเลยก็ว่าได้ แถมท่าทางทั้งสองคนก็ดูเข้าขาเข้าคู่กันยิ้มแย้มต่อกัน จึงได้เอ่ยสั่งเครื่องดื่มในสิ่งที่พาฝันไม่ชอบดื่ม ด้วยความจงใจเพราะหมั่นไส้และไม่ชอบใจ

“อ๊า คุณใหญ่ แต่ดรีมอยาก..”

“ตามนี้แหละ” มนัสนันท์เอ่ยแทรกขึ้น แต่พนักงานสาวยังคงยืนอยู่ไม่ขยับไปจากโต๊ะเลย จึงได้กล่าวเสียงไม่พอใจออกไป “ไปทำสิคะ จะยืนอยู่อีกนานมั้ย”

“ตอนมาทานกับคุณกลางและเลิฟนะ ดรีมได้ดื่ม..” พาฝันเอ่ยพูดหลังจากพนักงานสาวเดินไปแล้ว แต่ก็พูดไม่จบอีกตามเคย เพราะมีคนปากร้ายเอ่ยแทรกขึ้นอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ

“เราไม่ใช่คุณกลางและคิวปิดเลิฟนะ”

เอกลักษณ์เด่นขนาดนี้ ใครจะไปเหมือนคุณใหญ่ได้ล่ะ

“ค่ะ ดรีมรู้” พาฝันทำหน้าเง้างอดใส่คนปากร้ายอย่างเง้างอน

“เป็นไง คนในร้านดีกับหล่อนมั้ย” มนัสนันท์เอ่ยไปก็อมยิ้มออกมาไม่รู้ตัว เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำอะไรไม่ได้นอกจากจำยอม

“อย่าอมยิ้มสิคะ ใจคอไม่ดี” พาฝันเอาฝ่ามือมาแนบอกพลางเอ่ยในเชิงเย้าออกไปด้วยตาระรื่น

"อะไรของหล่อน เราไม่เคยอมยิ้มนะ”

ยังจะมาปากแข็งอีก ก็เห็นๆ อยู่ว่าอมยิ้ม

“นั่นแหละค่ะ ยิ่งน่ากลัว นี่คุณใหญ่ตัวปลอมหรือเปล่าคะ” พาฝันเอาตัวเองย้ายมานั่งข้างกับคนปากร้ายก็เอ่ยพูดอย่างยิ้มๆ แต่สิ่งไม่คาดฝันคือ

โปก!

“ตัวจริงหรือปลอมล่ะ” มนัสนันท์งอนิ้วเคาะไปที่หน้าผากของอีกคนอย่างแรง

“โอ๊ย ตัวจริงค่ะ เจ้าหญิงหิมะที่แท้ทรู” พาฝันเอามือเรียวขึ้นมาลูบไปมาที่หน้าผากตัวเองก็เอ่ยไปด้วย ทำปากจู่ใส่คนปากร้ายอย่างเง้าๆ

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เจอกันตอนหน้าค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #15 Athena.. (@noenoehonm) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 00:56
    น้องพาฝัน ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม 555 รอคร้าา
    #15
    0