Dream (Ominous) Yuri

ตอนที่ 31 : ปู๊ดด..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 มี.ค. 63

ตอนที่ 31 ปู๊ดด..

 

เช้าวันใหม่ มนัสนันท์ได้ตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่ก็เตรียมตัวไปทำงาน ซึ่งคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ยังไม่ตื่น เธอจึงปลุกพาฝันให้ตื่น

“อื้อ ขอห้านาทีนะคะคุณกลาง”

พาฝันพูดถึงคนที่ตัวเองแอบรักออกมาด้วยความเคยชิน เพราะปกติก็นอนอาศัยห้องเดียวกันกับมนัสวีตลอด เลยพูดอะไรออกมาโดยไม่มีสติจะคิดไตร่ตรองได้ว่าคำพูดของตนอาจสร้างความไม่พอใจให้เจ้าของห้องได้

“ไม่ตื่นใช่มั้ย”

“.....”

ในเมื่อคนที่นอนอยู่บนเตียงเอาแต่เงียบ มนัสนันท์จึงต้องทำการดูจะรุนแรงไปหน่อยด้วยความจำเป็น

ปึก!

“โอ๊ย!”

พาฝันกระเด็นลงจากเตียงทันทีด้วยฝีเท้าของคนปากร้าย ทำเอาเธอตื่นอย่างเต็มตาด้วยความเจ็บที่ก้นอย่างมาก แต่ไม่ทันจะได้พักก้นที่ปวด เสียงอันเยือกเย็นเชิงว่ากล่าวตักเตือนก็เอ่ยพูดอยู่ตรงหน้า ทำเอาเธอต้องลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เตรียมตัวไปทำงานได้แล้ว เราให้เวลาสิบนาที ไม่งั้นก็ออกไปหารถไปทำงานเองก็แล้วกันนะ วันนี้ทำงานวันแรกด้วย อย่าทำตัวโดยไม่มีความรับผิดชอบตั้งแต่วันแรกนะ มันจะเสียมาถึงคุณปู่ได้”

สิ้นเสียงเจ้าของห้อง พาฝันก็ลงไปชั้นสามทันที

.

.

ภายในรถ

มนัสนันท์นั่งอยู่หลังเบาะก็เอามือขึ้นมาทุบต้นขาของตัวเองเบาๆ อย่างระรัว ทำเอาพ่อบ้านสองถึงกับต้องถาม

“เมื่อยเหรอครับคุณใหญ่”

“แค่ปวดๆ นิดหน่อย”

“ไปทำอะไรมาครับเนี่ย ทำไมถึงปวดต้นขาได้ อย่างกับมีคนหนุนนอนทั้งคืน”

“.....” มนัสนันท์ไม่ได้ตอบอะไรออกไป จึงก้มลงดูเวลาจากนาฬิกาหรูบริเวณข้อมือตัวเองด้วยแววตาครุ่นคิด

“สิบนาที มันน้อยไปนะครับผมว่า” พ่อบ้านสองเอ่ยขึ้นจากฝั่งคนขับ เมื่อมองดูกระจกมองหลังเห็นว่าหลานสาวคนโตของนายจ้างดูจะจริงจังไป เขาสงสารพาฝันหากมาช้าคงได้เหนื่อยในการขึ้นรถโดยสารไปทำงาน

“หากพาฝันตื่นไวก็คงไม่สาย แล้วนี่คุณได้เตรียมแซนด์วิชมาแล้วใช่มั้ย”

“ครับ ผมเตรียมมาเรียบร้อยแล้ว”

“อืม”

“เกือบจะไม่ทันแล้ว แฮ่กๆ” พาฝันได้เข้ามาในรถเบาะหลังอย่างหืดหอบ

“ออกรถค่ะ”

“ครับ” พ่อบ้านสองขานตอบพลางก็ออกรถทันที

“เหนื่อยจังเลยค่ะคุณใหญ่ รู้สึกหัววูบๆ ส่ายไปมาเหลือเกินค่ะ” พาฝันจับศีรษะตัวเอง

“คนอะไรพูดมาได้หัววูบๆ หน้าวูบมั้ยล่ะ?”

“แหะๆ เหรอคะ”

“เฮ้ออ” มนัสนันท์ส่ายหน้าไปมา

“คิกๆ” ส่วนพ่อบ้านสองก็ขับรถไปก็ขำออกมา

“รู้สึกหัวมันหนักๆ จัง” พาฝันพูดจบก็เอียงศีรษะไปซบไหล่บางของคนปากร้ายอย่างเนียนๆ

“อี๋ ออกไปเลยนะ เหงื่อท่วมเชียว” มนัสนันท์เอานิ้วชี้มาผลักศีรษะของอีกคนออก ก็เอ่ยพูดพลางเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเสื้อสูทของตัวเองไปมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะชอบใจ

“คิดว่าจะมาซับหน้าให้ดรีมซะอีก” พาฝันทำหน้าจมูกยู่ใส่คนนั่งข้างกัน

“งั้นเอาของผมก็ได้นะครับ นี่ครับ”

พ่อบ้านสองล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาก็จะยื่นส่งไปด้านหลัง แต่คนปากร้ายเอ่ยพูดออกมาซะก่อน ทำให้เขาต้องเก็บผ้าเช็ดหน้าอย่างเดิม ก็อมยิ้มน้อยๆ ออกมาเมื่อได้มองเห็นสีหน้าของมนัสนันท์ทางกระจกหลัง

“ไม่ต้อง เอาผ้าเช็ดหน้าเรานี่แหละ” มนัสนันท์ส่งผ้าเช็ดหน้าให้คนนั่งข้างกัน

“ฮึ้ม หอมจังค่ะ ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอะไรคะ” พาฝันรับผ้าเช็ดหน้ามาสูดดมไปไม่หยุด “หอมกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ จนอยากจะล้มตัวลงนอนอย่างเมื่อคืนจัง ตื่นมาในภาพยังมีหัวอยู่เลยค่ะ”

“คิกๆ”

สิ่งที่เขาสงสัยว่าทำไมคนปากร้ายได้ปวดต้นขา ถึงกับกระจ่างแจ้งทันทีที่ได้ยิน พร้อมกับขำขันออกมาในความน่ารักของพาฝัน

“ในหัวยังมีภาพมั้ย เฮ้ออ”

มนัสนันท์ถึงกับพูดพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเพลียจิต เพราะนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าอีกคนจะทำงานวันแรกผ่านไปได้ด้วยดีหรือเปล่า เพราะสติสตางค์ดูจะไม่ค่อยจะเข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่ อยู่ๆ ก็มีเสียงท้องร้องประจานขึ้นอีกจากคนที่นั่งข้างกัน

โครกคราก

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ” พาฝันเอามือเรียวมากุมท้องของตัวเอง ซึ่งกิริยาช่างดูน่ารักยิ่งแก่คนที่ได้มองดู

“พ่อบ้านสอง”

“ครับ” พ่อบ้านสองรู้ทันว่าอีกคนหมายถึงอะไร ก็หยิบเอากล่องใสเล็กๆ ยื่นไปด้านหลังให้พาฝัน

“อะไรคะ”

“รับไปซิ ไม่ต้องถามมากเปิดฝาก็กินซะ”

พาฝันก็เปิดกล่องออกถึงกับชอบใจ ทั้งดมทั้งกินไปด้วยความเบิกบาน “ว้าว กุ้งชุบแป้งทอดแซนด์วิช น่ากินมากๆ ค่ะ หอมมากด้วย ง่ำๆ แซนด์วิชแบบนี้ก็เพิ่งเคยทาน”

“แหงสิ เราเป็นคนสั่ง” มนัสนันท์เอ่ยพูดเบาๆ

“ขอบคุณนะคะพ่อบ้านสอง”

“ไม่ใช่ผมหรอกครับ”

“งั้นเป็นคุณใหญ่เหรอคะ ขอบคุณมากนะคะที่ใส่ใจดรีม เป็นปลื้มอ่า ง่ำๆ” พาฝันยิ้มแฉ่งด้วยความดีใจ พลางเอ่ยไปก็ทานไป

“เรารำคาญท้องร้องของหล่อนต่างหาก ที่จริงเราจะเอาไปทานเองด้วยซ้ำ”

ปากแข็งไม่มีใครเกิน

“แต่คุณใหญ่ไม่ชอบทานกุ้งนิคะ”

“หากเป็นกุ้งชุบแป้งทอดเราทาน”

“สัญญาลักษณ์มันกำลังจะบอกว่า..”

ปู๊ดด..

อยู่ๆ พาฝันก็ตดออกมาไม่ทันจะได้บอกกล่าวกับคนในรถดังก้องกังวานสนั่น ทำเอามนัสนันท์ถึงกับหัวเสีย แต่ไม่ทันจะได้พูดว่าอะไรอีกคนก็มาปิดปากกันซะก่อน “พา..อุ๊บ!”

“ตดดังไม่เหม็นค่ะ อย่าโมโหนะคะคุณใหญ่”

“อะไรเนี่ย” มนัสนันท์ผลักฝ่ามือของอีกฝ่ายออกก็โวยวายทันที “อี๋ จะเอามือที่จับก้นมาปิดปากเราทำไม จะให้เราดมตดของหล่อนเหรอ?!”

“เปล่าค่ะ ดรีมเอามือปิดปากคุณใหญ่ เพราะทำตัวไม่ถูกค่ะ ไม่ได้จะเอากลิ่นตดมาให้คุณใหญ่ดมนะคะ”

“แล้วทำไมไม่บอกว่าจะตด เราจะได้บอกให้พ่อบ้านสองจอดรถแล้วถีบหล่อนลงจากรถ”

“โหดร้ายอะ ดรีมก็บอกสัญญาลักษณ์ไปแล้วนะคะ”

“สัญญาณมั้ยล่ะ พาฝัน”

“นั่นล่ะคะ นี่ดรีมพูดผิดอีกแล้วหรอคะ”

“กรรม”

“ไม่กรรมสิคะคุณใหญ่ ดรีมได้แสดงออกแล้วนะคะว่ามันกำลังจะออกมาอะ”

“ที่หล่อนจับก้นอะนะ”

“เปล่าค่ะ ที่ดรีมเอียงก้นไงคะ คือสัญญาลักษณ์ ไม่ใช่สิ สัญญาณแจ้งล่วงหน้าแล้ว ส่วนที่จับก้นเพราะไม่อยากให้เสียงมันดังค่ะ” พาฝันตอบออกไปด้วยความใสซื่อ

“เอามือไปจับก้นตัวเอง เพราะอายที่ตดเสียงดัง เหอะ จริงๆ เลย หล่อนนี่มัน.. เฮ้ออ” มนัสนันท์หันไปพูดกัดฟันกรอดพลางเอานิ้วจิ้มไปที่ศีรษะของคนนั่งข้างกันด้วยความขัดใจ ก็เอานั่งกอดอกเอาศีรษะพิงเบาะหลังก็หลับตาลงด้วยความอ่อนใจ

.

.

เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้า ต่างคนก็ต่างแยกกันไปทำงานในส่วนของตน มนัสนันท์เอาแต่หมุนปากกาไปมาบนโต๊ะทำงาน พ่อบ้านสองรับรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าไม่มีสมาธิศึกษาดูงานเอกสารเลย เพราะอะไร เพราะใคร ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

“เดี๋ยวผมลงไปชั้นสี่สักหน่อยนะครับ ผมจะไปดูสมุดโน้ตสักหน่อย”

“เหรอ อืม ไปสิ”

“ครับ”

พ่อบ้านสองเดินออกจากห้องไปแล้ว มนัสนันท์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปเดินด้วยความคิดที่อลหม่านวุ่นวายใจอยู่พอสมควร เพราะเรื่องของพาฝันเข้ามาวนเวียนในความรู้สึกตลอดเวลา

“ยิ่งไม่เต็มเต็งอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าทำงานวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง” มนัสนันท์เดินวนไปมาก็พร่ำบ่นไป แถวหน้าประตูห้องทำงาน ซึ่งมีขาข้างหนึ่งหยุดอยู่ตรงประตู แถมยังยกเท้าขึ้นเหมือนกำลังจะก้าวเดินออกไปทุกวินาที จนต้องทำการเบรกไว้ก่อน โดยเธอก้มลงพลางชี้นิ้วพูดกับเท้าตัวเองเพื่อสั่งงานอย่างจริงจัง พร้อมกับยกรองเท้าส้นสูงกระทบลงพื้นไปด้วย

เปาะๆๆ

“เชื่อฟังหน่อยสิ ไม่นะไม่เดินออกไปเด็ดขาดนะ”

เปาะ ป๊อก เปาะ ป๊อก

เสียงส้นดังเคาะพื้นในตอนแรก ก็สลับใช้ปลายเท้าเคาะพื้นร่วมด้วย

“สมองเป็นคนสั่งงานทุกส่วนของร่างกาย เพราะฉะนั้นต้องเชื่อฟังกันบ้าง เข้าใจมั้ย”

สุดท้ายเท้าก็ก้าวเดินออกจากห้องทำงานจนได้

และแล้วเท้าทั้งสองของมนัสนันท์ก็มาหยุดยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของร้านหนังสือ ซึ่งภาพตรงหน้าคือตัวพาฝันกำลังง่วนเอาหนังสือวางบนชั้นอย่างขะมักเขม้น

“แล้วอะไรล่ะเนี่ย ทำไมถึงได้เชื่อฟังกันดีจริงๆ เลยนะ”

มนัสนันท์ก้มลงพูดคุยกับเท้าตัวเองอีกครั้ง จนไม่รู้ตัวเลยว่าด้านหลังมีพ่อบ้านสองมายืนอมยิ้มอยู่นาน เมื่อเห็นว่าหลายนาทีแล้วเขาจึงเอ่ยขึ้นอย่างไขสือ เพราะไม่ว่าอย่างไรอีกคนก็คงปากแข็งอีกตามเคย

“มายืนทำอะไรตรงนี้ครับคุณใหญ่”

“มายืนอยู่นานแค่ไหน”

“ผมซื้อสมุดโน้ตเสร็จก็กำลังจะขึ้นบันไดเลื่อน ก็เห็นคุณใหญ่เนี่ยแหละครับ”

“เราแค่มาเดินดูพวกร้านค้าแหละ พอดีวันก่อนยังเดินดูไม่ครบเลย”

นั่นไง ว่าแล้วคิดไม่ผิด

“เหรอครับ อือ จริงๆ แล้วผมก็แอบสงสารคุณดรีมนะครับ” พ่อบ้านสองทำเป็นพูดลอยๆ แต่เหล่ตามองเจ้าหญิงหิมะตลอด

“แต่หากไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่าก็ได้นะพ่อบ้านสอง เราไม่ได้อยากรู้สักเท่าไหร่” มนัสนันท์พูดจบก็เดินขึ้นไปยังลิฟต์สำหรับผู้บริหารงานเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ใช้

“ผมเห็นคุณดรีมมีแต่พนักงานในร้านที่มีเพียงไม่กี่คน ต่างมาเกาะแกะเจ๊าะแจ๊ะกับคุณดรีมทั้งชายและหญิง อย่างว่าแหละครับ คุณดรีมออกจะสดใสน่ารัก ไม่มีใครไม่อยากเข้าใกล้และทำความรู้จักหรอก”

พ่อบ้านสองพูดตามไล่หลังอีกคนตลอดทางจนมาถึงในห้องทำงาน มนัสนันท์ก็ยังคงทำเป็นตีหน้านิ่ง แต่ดวงตากลับดูไม่นิ่งอย่างปกติเอาซะเลย เหมือนกำลังวิตกกังวลอะไรบางอย่างอยู่ แถมยังไปโผล่แอบมองดูพาฝันอีก ไม่รู้ว่าคนปากแข็งจะแข็งแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

“พูดเพื่อให้เรารีบไปดูพาฝันสินะ อย่าคิดว่าเราจะหลงกล” มนัสนันท์นั่งลงที่โต๊ะทำงานก็เอ่ยอย่างรู้เท่าทันกับพ่อบ้านของตน

“เปล่าครับ ผมก็เอ่ยตามจริงออกไปเท่านั้นเองครับ แถมพนักงานบางคนก็มีแอบอิจฉาที่คุณดรีมน่ารักกว่า จนยกงานหนักๆ เช่นพวกหนังสือเก่าๆ หนักๆ ให้คุณดรีมดูแลอยู่คนเดียว ผมเห็นแล้วก็รู้สึกไม่พอใจนะครับ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่งั้นจะไปก้าวก่ายงานจนคุณดรีมโดนไล่ออกได้”

สิ่งที่พ่อบ้านสองกล่าวออกมา เหมือนจะพูดเพื่อจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เจ้าหญิงหิมะแสดงความรู้สึกออกมา แล้วมันก็ไม่ได้เกินจริงเลยสักคำ เขาพูดจริงทุกคำตามที่เห็นตอนเข้าไปในร้านหนังสือ ขนาดพาฝันโดนพนักงานด้วยกันกลั่นแกล้งสารพัด แต่หล่อนก็ยังคงยิ้มแย้ม ไม่อิดออดเมินเฉยอะไร เอาแต่ทำงานอย่างว่าง่าย และที่สำคัญไม่ว่าใครจะมาตอแย ทั้งพนักงานกับลูกค้า เธอก็ยังมีสีหน้าปกติ ไม่ได้แสดงความโกรธหรือไม่พอใจหงุดหงิดเลยสักครั้ง

“ขนาดนั้นเลยหรอ”

“ครับ”

“แต่ยังไง พาฝันก็ต้องดูแลตัวเองด้วยตัวเองสิ ไม่ได้เกี่ยวกับเราสักหน่อย” มนัสนันท์ก้มลงดูเอกสาร เพื่อศึกษางานอย่างจริงจัง โดยพยายามอย่างมากที่จะมีสมาธิ แต่ไม่วายที่พ่อบ้านสองก็เปล่งวาจาพูดถึงพาฝันอีกระลอกใหญ่

“นั่นสินะครับ แต่ประเด็นคือผมเห็นคุณจิณณ์เธอดูจะสนใจคุณดรีมอยู่นะครับ เห็นมองไม่วางตาเลย ผมว่าเธอคงถูกใจคุณดรีมไม่มากก็น้อย อย่าลืมนะครับคุณใหญ่ ว่าคุณจิณณ์ชอบผู้หญิงด้วยกัน แถมตามจีบคุณใหญ่อยู่นานแล้ว และที่สำคัญแบบสำคัญเลย ผมรู้มาว่า..ไม่ว่าใครได้เป็นพนักงานในร้านหนังสือของเธอ ไม่มีหญิงใดรอดจากเงื้อมมือเธอได้สักราย ยิ่งเป็นคนซื่อๆ ไร้เดียงสาอย่างคุณดรีมด้วยแล้ว คงได้หลงกลคุณจิณณ์เข้าแน่ๆ”

สิ่งที่พ่อบ้านสองได้พูดมา ภาพก็มโนผุดหลั่งไหลขึ้นตามสิ่งที่ได้ฟังเต็มหัวของมนัสนันท์ไปหมด รู้สึกทนไม่ไหวก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมา ส่วนมือก็คว้าแฟ้มงานขึ้นมาดูด้วยเพื่ออำพรางไม่ให้พ่อบ้านสองสงสัยถึงความวุ่นวายใจเกินจะทน

“ผมว่าคุณใหญ่ควรจะไปเดินดูร้านค้าแถวชั้นสี่ดูหน่อยนะครับ มีบางร้านที่ไม่ต่อสัญญากับห้างเราอยู่หลายร้าน หรือจะให้ผมไปดูแทนก็ได้นะครับ” พ่อบ้านสองเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าให้เป็นปกติที่สุดในการทำเป็นไม่รู้ทันความรู้สึกของอีกคน

“เรอะ ไม่ต้องหรอก เราไปดูเองดีกว่า”

“จะให้ผมเดินไปด้วยมั้ยครับ”

“ไม่ต้อง เราเดินดูคนเดียวสะดวกกว่า คุณตรวจดูเอกสารแทนใหญ่ไปก็แล้วกัน สรุปให้ใหญ่ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

มนัสนันท์พูดจบก็เดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยหารู้ไม่ว่ามันเป็นความจริงแฝงไปด้วยกลอุบาย เพื่อจะได้ทำให้เจ้าหญิงหิมะเลิกปากแข็งเสียที หรือแสดงออกจากใจอย่างตรงไปตรงมาตามที่ใจปรารถนาเสียบ้าง แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า คงต้องรอดูกันไปว่าแผนที่เขารวมหัวกับอีกคนจะสำเร็จหรือไม่..?? คงได้แต่ลุ้น

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

โอ๊ยย คุณใหญ่ ปากแข็งจริงๆ ส่วนพาฝันนางก็นะ ตดมาได้ 555555

เจอกันตอนหน้าค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #12 Athena.. (@noenoehonm) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 22:36
    55555 จะทดไปได้นานแค่ไหนน่ะ นิสัย ปากแข็งปากไม่ตรงกับใจเนี้ย 555555
    #12
    0
  2. #11 MaysChild (@MaysChild) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 16:47

    ต่อค่าไรท์รอไรท์คนเดี่ยวเลยค่าาาาาา
    #11
    0