โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ตอนที่ 8 : กลับเอลิเวลล์กันเถอะ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

 

    ไนรัค มอสเวน เลซ โซรีลอส โมลิน เฮย์ดิน เชรี นาเดีย เรียซี ไฮด้า เมื่อการรักษาเป็นไปด้วยดีและออกมาจากดินแดนรัตติกาลอย่างปลอดภัย จากการคุ้มครองของเฮย์ดิน

 

   โซรีลอสคาดครั้นโมลินอย่างหนัก ว่าใช้อะไรแรกกับดวงตาของเขา ทว่าได้รับเพียงคำตอบง่ายๆ น่าระรื่นว่า ดาบโลกันตร์! โซรีลอสทั้งหงุดหงิดและโกธรเธอแต่เขาทำอะไรไม่ได้แล้ว โมลินบอกเขาหลังออกจากดินแดนรัตติกาลแล้ว

 

 

    ร่างงามของโมลินในชุดเดรสสีฟ้าครามสวมทับด้วยผ้าคุมสีทองอร่ามพัดปลิวตามแรงลม ซึ่งโชยเอากลิ่นหอมของดอกไม้ราตรีจนอบอวล เท้าบางเดินตรวจรอบบ้านเดอะซันเพราะเป็นเวรเฝ้าหอของเธอ พลางค่อนขอดอาจารย์โบบาดิลที่ปรึกษาของบ้านเดอะซัน  ซึ่งไม่ยอมให้เธอพักก่อนทั้งที่พึ่งออกจากดินแดนรัตติกาลเมื่อเช้า  โดยให้เหตุผลว่าคนอื่นเข้าเวรแทนโมลินเป็นเดือน!  ใช่รัตติกาลไม่รู้เวลา  หากยาวนานเป็นปีก็คงไม่รู้

 

    “นาลิน่า ลิสซาร์ ไปไหนมา” โมลินไถ่ถามคนที่กำลังกลับเข้าหอมาในเวลาค่ำ

 

   “ไปช่วยอาจารณ์เซอร์ซีปรุงยามาน่ะ” ลิสซาร์ในชุดเดรสยาวสีน้ำตาลเอ่ย ดวงหน้าประดับยิ้มอย่างร่าเริง 

 

    “ฉันไปก่อนนะ”  ท่านหญิงนาลิน่าในเดรสสีเทาอ่อนพูดแค่นั้นก่อนจะผละไป 

 

    โมลินมองตามร่างงามของท่านหญิงแห่งกลอเรีย  ลิสซาร์ตบแขนโมลินเบาๆ พลางเอ่ย “อย่าถือสาเลย  ให้เวลานาลิน่าหน่อย” 

 

   โมลินรู้ว่านาลิน่ายังเคืองเรื่องเจ้าชายฮอรัส  แต่...เธอผิดอะไร!

    “ไม่โกรธเธออยู่แล้ว”  โมลินยิ้มกว้างพลางตอบคนตรงหน้า

 

    “ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนไหม พวกอารีก็จัดเวรยังไงไม่เอาเลซมาอยู่คู่เธอ เหงาแย่เลย” ลิสซาร์พูดอย่างกระเง้ากระงอด

 

    โมลินหัวเราะน้อยๆ ตอบเพื่อนที่ร่าเริงเสมอของเธอ “ไปพักเถอะ ขอบใจเธออุตส่าห์เข้าเวรแทนฉันตั้งหลายวัน”  โมลินกล่าวขอบคุณเพราะลิสซาร์อาสามาเฝ้าเวรแทนเธอในช่วงที่ติดอยู่ในดินแดนรัตติกาล

 

   “ช่วยๆ กัน ไม่ลำบากเท่าเธอหรอก เสี่ยงชีวิตในแดนรัตติกาล” ลิสซาร์อยู่คุยกับโมลินอยู่นานจนโมลินต้องไล่ให้ไปพักผ่อน

   

   ค่ำคืนเงียบสงบอากาศเย็นสบายมีแสงจันทราสาดส่องไปทั่วเอลิเวลล์  ถ้วยกาแฟถูกยื่นมาให้แก่หญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ตรงโต๊ะหน้าบ้านเดอะซัน

 

    “เอ้า  ดื่มซะหน่อย ฉันชงให้เหมือนครั้งก่อน” คริสเอ่ยเสียงเนิบๆ  โมลินยิ้มอ่อนพร้อมกับรับกาแฟมาดื่มอย่างว่าง่าย

 

    “ขอบใจ  ฝั่งนายเป็นไงบ้าง” โมลินเอ่ยถามชายหนุ่มที่พึ่งไปตรวจด้านหลังตึกที่พักของรุ่นพี่

 

    “เรียบร้อย  เธอจะขึ้นไปพักก็ได้” คริสบอกก่อนจะมองไปด้านหน้าซึ่งเป็นลานว่างไกลออกไปเป็นทุ่งดอกไม้

 

   “ไม่...ลำบากพวกนานมาเป็นเดือน”

 

    “เธอต่างหาก  ฉันคิดว่าจะตามไป แต่ไม่รู้ว่าทางเข้าดินแดนอยู่ตรงไหน” ชายหนุ่มพึมพำ

 

    “ใครไปก็เหมือนกัน  นายมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบกับรุ่นน้อง”  หญิงสาวเอ่ยมองท้องฟ้าประดับด้วยดวงดาวตระการตา  โดยไม่ทันมองผู้มาใหม่   

 

    แต่คริสเลิกคิ้วอย่างสงสัยเอ่ยทักทายเพื่อนของเขา

 

    “โซรีลอสมีอะไรเหรอ”  คริสเอ่ยทัก   ทำให้โมลินเบือนหน้าจากท้องฟ้ามองตาม

 

    “ฉันมาเปลี่ยนโมลิน พึ่งรู้ว่าเป็นเวรเธอ” โซรีลอสมองยังหญิงสาว เขากำลังจะเข้านอนแล้วหากแต่เห็นตารางเวรมีชื่อของโมลินจึงเดินลงมาดู  

 

    คริสหัวเราะหึๆ

 

   “ไม่ต้องพรุ่งนี้ก็เวรนายแล้ว มาแย่งฉันทำไม”  โมลินหัวเราะน้อยๆ เอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้

 

   “เธอยังไม่ได้พัก”  ว่าแล้วโซรีลอสสาวเท้าเดินไปตรงหน้าหญิงสาว พลางเรียกอาวุธออกมา  “มัสยาวารี”  ดาบเล่มงามตัวเรือนสีฟ้าประดับด้วยมุกดา อัญมณีแห่งท้องทะเล

 

    “ทำไม” โมลินพอเดาได้ว่าเขาจะมอบมันให้เธอ “ดาบธาตุน้ำแบบนี้ ถ้าให้ฉันเอามาใช้กัดกร่อนพลังฉันแย่” 

 

    “ฉันรู้ แค่เอาไว้ใช้แทนดาบโลกันตร์” โซรีลอสเอ่ยจริงจังเชิงบังคับ โดยมีสายตาของคริสมองอยู่สงสัยการกระทำของเพื่อน

 

    “ฉันมีคำถาม แล้วดาบของโมลินล่ะ”  เสียงจากคริสถามด้วยความสงสัย

 

    “โมลินใช้ดาบเพลิงวายุแลกกับดวงตาของฉัน”  โซรีลอสบอกเพื่อนอย่างไม่ปิดบัง  ดาบมัสยาวารียังคงถูกยื่นตรงหน้าหญิงสาว แต่เธอยังไม่ยอมรับมัน 

 

    “โซรีลอส มัสยาวารี เท่าที่ฉันทราบเป็นของแม่นาย มันมีค่ากับนายมากไม่จำเป็นต้องให้ฉัน” โมลินหนักแน่นคำเดิม มองโซรีลอสที่กำลังใช้สายตาบังคับเธอ ทว่ามันไม่เคยได้ผลกับคนอย่างโมลิน

 

   “ดาบเพลิงวายุก็มีค่ากับเธอ  พลานุภาพของมัสยาวารีอาจเทียบไม่ได้ แต่ก็ทรงอานุภาพ” เจ้าชายแห่งเจนอาร์เซียดึงดันจะให้ดาบเล่มงามแก่โมลิน

 

    “ฉันขอเล่มอื่นได้ไหม ที่ไม่ใช่มัสยาวารี หรือดาบคิมหันต์ของนาย ฉันจะรับ” โมลินต่อรองอย่างเจ้าเล่ห์

 

    “ได้ เธอพูดเองนะ  ว่าจะรับ...” คนตรงหน้าต้องการคำยืนยัน 

 

    โมลินจำต้องพยักหน้ารับอย่างไม่วางใจนัก

 

    “มังกรอัคคี!” ดาบเล่มใหญ่ ด้ามจับตรงหัวเป็นรูปมังกรตัวดาบลวดลายเกร็ดมังกร คุณสมบัติการวาดดาบออกไปคล้ายหางมังกรฟาด  โซรีลอสยื่นมันแก่หญิงสาว  พลางเอ่ยย้ำ “เธอรับปากแล้ว ว่าจะรับ...”

 

    คริสหัวเราะท่าทางของโมลินกลืนไม่เข้าคายไม่ออก  ซึ่งจำต้องยื่นมือรับเอาดาบมังกรอัคคีดาบเลื้อยรัดข้อมือบางกลายเป็นกำไล  หนักกว่ามัสยาวารี! 

 

    ก็นี่มันดาบประจำราชวงศ์โบลิน!

 

    โมลินยกมือกุมขยับ คำพูดที่ไม่คิด! ของตัวเอง

 

    “ไปพักได้แล้ว ถือว่าฉันขอ” โซรีลอสเอ่ยเสียงอ่อนกับหญิงสาว โมลินจำต้องขึ้นไปยังห้องนอนอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

 

   เช้าในวิชาพืชสมุนไพรศาสตร์เบื้องต้น ในโดมแก้วขนาดมหึมาซึ่งมีพืชพันธ์นานัปการเป็นพันไร่ ซึ่งถูกนำมาปลูกยังเอลิเวลล์ มีหลายสภาพอากาศรวมถึงต้นชามากมาย  ห้องเรียนของโมลินอยู่โซนพืชสมุนไพรศาสตร์ อาจารย์ให้มาสำรวจและเขียนรายงานสมุนไพรที่สนใจหมื่นชนิด

 

   โมลินกำลังมองต้นหนึ่งสีเขียวหยกใบมีลวดลายงดงาม

 

    “ต้นเขียวพีแค” เลซเอ่ยพร้อมกับยิ้มมุมปาก ก่อนจึงอธิบายต่อ 

    “มีความเชื่อกันว่าเด็กที่หนีเที่ยวแล้วนำใบนี้ติดตัวกลับบ้านจะไม่โดนพ่อแม่ดุหรือว่าตี  แต่ก็ใช่ว่าใครจะดึงได้ ทันทีที่เราแตะโดน  หากมันรู้ว่าช่วยเราได้ใบเขียวพีแคถึงจะยอมหลุดจากต้น  แต่หากมันรู้ว่าช่วยไม่ได้ดึงให้ตายยังก็ไม่หลุด”

 

    “นายเคยใช้?” โมลินถามกลับตายังจ้องมองต้นเขียวพีแค

 

   เลซพยักหน้ารับยิ้มตอบ  “มันเป็นความจริง ฉันไม่เคยดึงมันได้เลย” ว่าแล้วเลซออกแรงดึงเพื่อสาธิตให้เพื่อนดูแต่ต้นเขียวพีแคไม่ยอมขยับ 

   

    โมลินส่ายหน้าหัวเราะขบขำเดินไปเลือกพืชซึ่งจะนำมาเขียนรายงาน

 

    เลซเหลือบเห็นพวกอารี แอรีส เฟมีล่า ที่กำลังจะออกไปจากโดม ทั้งยังไม่หมดเวลาจึงเอ่ยทัก

    “จะไปไหนกัน อารี” 

 

   สามสาวยิ้มทักทายโมลินและเลซพร้อมกับตอบคลายความสงสัย  “ไปเยี่ยมรุ่นน้อง กับพวกโซรูส บาดเจ็บจากการออกตามหากริชอัสนี ดูเหมือนว่าปีนี้ คัมภีร์ไซดาลอนจะยังเป็นสิทธิ์ของพวกเรา”

 

    “ไม่มีใครหาเจอหรือ”  โมลินเอ่ยถาม พอจะรู้มาบางว่าระหว่างพวกเธอไม่อยู่มีการแข่งขันออกตามหากริชอัสนี

 

    “ใช่  หวังว่าปีนี้คงไม่เกิดเรื่องร้าย” แอรีสเสริมเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ครั้งเก่าที่โซรีลอสถูกคำสาปหัวใจเหรัน ก่อนจะผละจากไป

 

    “ขอให้เป็นอย่างนั้น” โมลินเอ่ยทิ้งท้าย เลซหนุนหลังเพื่อนให้เดินดูสมุนไพรต่อ โดยมีอาทีมิสกับเฮย์ดินเข้ามาร่วมด้วย

 

    “ไปไม่บอกฉันเลย” อาร์ทีมิสเอ่ยเย้าเลซ ชายหนุ่มส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจนัก “กลัวฉันเป็นภาระหรือไง” 

 

   “ไม่เหมาะกับเจ้าหญิงหรอก อยู่สบายในเอลิเวลล์ดีแล้ว” เลซปลอบเจ้าหญิงแห่งเซนต์รัสซา เมื่อเห็นว่าอาร์ทีมิสหน้าสลดลง

 

   “แต่ผู้หญิงบอบบางอย่างโมลินยังไปได้เลย” อาร์ทีมิสพาดพิงถึงคนที่เดินดูพืชด้วยกัน 

 

   เลซมองมาทางเพื่อนอย่างขอความช่วยเหลือ โมลินยักไหล่เป็นเชิงว่าฉันไม่เกี่ยวก่อนจะแยกตัวไปกับเฮย์ดินซึ่งไม่ไกลกันนัก

 

   เฮย์ดินที่เห็นอาการคนข้างกายมองพืชพันธุ์พร้อมกับเปิดตำรา หาข้อมูล แต่เขาดึงออกจากมือหญิงสาว

    “เดี๋ยวผมอธิบายให้” ชายหนุ่มอาสายิ้มอบอุ่นส่งให้เธอก่อนจะอธิบาย “ต้นไมยรายเป็นพืช........”

 

   เฮย์ดินสาธยายอย่างตั้งใจ  ในขณะโมลินพยักหน้าหงึกหงัก ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะเธอไม่ค่อยสนใจพวกนี้

 

 

    ....พฤกษาชนิดหนึ่งสีน้ำตาลมีส่วนปรายเป็นศีรษะงู เลื้อยคลานตามพื้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็นมุ่งเข้าหาโมลิน ฟันแหลมคมพุ่งเข้าหวังทำร้ายด้านหลังโมลินตอนเผลอ

 

    เจ้าหญิงอาร์ทีมิสซึ่งเหลือบเห็นมันก่อนใครเบิกตากว้าง 

    กร๊ด!!!!  เสียงร้องอย่างตกใจของอาร์ทีมิส เมื่อเห็นว่ามันกำลังจะชกทำร้ายโมลิน

 

    “ไม่!” เฮย์ดินเบี่ยงตัวบังร่างโมลินไว้   

 

   ทว่าโมลินตั้งตัวทันฟาดดาบมังกรอัคคีตัดหัวของพืชลักษณะคล้ายอสรพิษได้ทัน พร้อมกับเสี้ยวจันทราของเลซที่พุ่งตรงมาอย่างเร็ว 

 

    “เฮย์ดิน” โมลินอุทานอย่างตระหนัก สำรวจคนตรงหน้า

 

    “โมลิน!” เลซกับอาร์ทีมิสตะโกนลั่น พร้อมกับมือแกร่งของเฮย์ดินดึงเธอหลบอย่างทันท่วงที

 

    “ดาบห้วงระติ!” เฮย์ดินตวัดดาบในมือออกเป็นรัศมีสีดำปกคลุมพืชซึ่งมีชีวิตคล้ายงู อีกหลายตัวที่พุ่งเข้ามาเหมือนตั้งใจทำร้ายโมลินเพียงคนเดียว 

   ในเวทที่มืดมิดได้ยินเพียงเสียงของดาบเชือดกับอะไรบ้างอย่าง จนความมืดสลายเหลือเพียงเสร็จซากพืชคล้ายหัวอสรพิษนอนตายเกลื่อนเหตุการณ์สงบลงอย่างไว เพียงชั่วอัดใจ

 

   เหล่านักเรียนและอาจารย์คิลิต้าผู้สอนวิชาสมุนไพรศาสตร์ วิ่งเข้ามาดูจุดเกิดเหตุ

 

    “มีใครโดนพิษอุรคไหม!” คิลิต้าถามด้วยสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด พลางพำพึม “หลุดออกจากกรงได้ยังไง”

 

   เมื่ออาจารย์วิชาพืชสมุนไพรมองแล้วไม่เห็นใครเป็นอะไรจึงอธิบายให้ฟัง

 

    “พวกเธอล่ำเข้ามาในเขตพืชพิษ  และเป็นชนิดที่มีพิษร้ายแรง นี่เรียกว่าต้นอุรค อุปนิสัยเหมือนงูร้ายปราดเปรียวว่องไว ไร้เสียงไม่มีใครได้ยินการเคลื่อนไหว ตามจริงเราทำที่คลุมขังไว้เพราะมันโตขึ้นมากต้องตัดหัวมันบ่อยๆ เพื่อให้มันไม่ยาวจนเลื้อยทำร้ายใครได้ มันจะงอกขึ้นใหม่ตลอดและขยายจำนวนหัวอสรพิษเพิ่มขึ้น อาหารของมันคือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดรวมถึงมนุษย์.....เอาละเดี๋ยวฉันจะไปจัดการมันก่อน  พวกเธอกับไปเขียนรายงานกันได้แล้ว”

 

    “ไปเถอะ” มือแกร่งของเฮย์ดินดึงโมลินนำออกมาก่อน เลซกับอาร์ทีมิสรีบตามออกมา “ไปนั่งเล่นบ้านรัตติกาลไหม” ชายหนุ่มเอ่ยชวน คนทั้งหมดพยักหน้ารับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น